หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 842 จุดจบของข้าราชการที่ทุจริต เด็กดื้อ (1)
ตอนที่ 842 จุดจบของข้าราชการที่ทุจริต เด็กดื้อ (1)
“ต้องดูแลตนเองให้ดี” เว่ยจวินมั่วลูบผมสวยของนาง เอ่ยเสียงเบา
หนานกงมั่วยิ้มพลางเอ่ยขึ้นว่า “ข้ารู้ ท่านวางใจเถิด รีบกลับมาเร็วๆ ก็พอ” นางรู้ว่าพรุ่งนี้เว่ยจวินมั่วต้องเคลื่อนทัพออกไปแล้ว
เว่ยจวินมั่วพยักหน้า “วางใจ ข้าจะกลับมาให้เร็วที่สุด” จิ่นโจวและเฉินโจว ความจริงใช้เวลาเพียงไม่นาน หนานกงมั่วยิ้มแล้วกุมมือเขาเอาไว้ “เรื่องที่เย่ว์โจวท่านวางใจได้”
เว่ยจวินมั่วดึงนางเข้าสู่อ้อมแขน ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีก มีนางอยู่ ไม่ว่าเวลาใดเขาก็ไม่เคยต้องกังวลว่าเบื้องหลังจะเกิดปัญหาอันใดขึ้นอีก แต่ยิ่งละอายใจที่ตนไร้ความสามารถ หากเขาแข็งแกร่งมากกว่านี้ นางก็ไม่จำเป็นต้องลำบากเพียงนี้
ราวกับรับรู้ถึงสิ่งที่เขาคิดอยู่ภายในใจ หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเบา “เทียบกับการนั่งสบายอยู่เฉยๆ ข้าชอบที่จะพยายามไปด้วยกันมากกว่า”
เช้าวันต่อมา เว่ยจวินมั่วนำทัพออกเดินทาง เหลือทหารสามสี่หมื่นคอยดูแลคุ้มกันเย่ว์โจวเท่านั้น นี่ก็เป็นเหตุผลที่หนานกงมั่วต้องการเกณฑ์ทหาร แม้ว่าการสู้รบไม่จำเป็นต้องใช้งานพวกเขา แต่การป้องกันเมืองที่ตีมาได้อย่างไรก็ยังจำเป็นต้องมีทหาร รอจนมีคนประจำการที่เย่ว์โจว กองกำลังไท่หนิงที่เหลืออยู่ก็สามารถส่งไปช่วยเหลือทัพหน้าได้ หนานกงมั่วไม่คิดกังวลว่าทหารใหม่จะทรยศพวกนาง เมื่อเทียบกับผู้ว่าการเย่ว์โจวที่ละโมบโลภมากและการบรรเทาทุกข์จากราชสำนักที่ไม่รู้อยู่ที่ใดแล้ว เชื่อว่าประชาชนเมืองเย่ว์โจวรู้ดีว่าใครเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
วันเดียวกัน ป้ายประกาศที่ออกในนามของเยี่ยนอ๋องถูกติดไปทั่วเมืองในจุดที่มองเห็นได้ง่าย เยี่ยนอ๋องยกทัพทำสงครามเพื่อสยบความวุ่นวายชาวเมืองเย่ว์โจวเองก็เคยได้ยินมาบ้าง เหล่าชาวเมืองที่ไม่รู้หนังสือเองก็ไม่เข้าใจถึงความหมายของการยกทัพสยบความวุ่นวาย รู้จักเพียงว่ามีสงคราม เมื่อกองกำลังไท่หนิงเคลื่อนทัพเข้าสู่เย่ว์โจวพวกเขาก็ไม่ได้มีความหวาดกลัว เย่ว์โจวนั้นลำบากมามากแล้ว กลัวแต่ว่าเมื่อเกิดสงครามขึ้นจะทำให้ชีวิตของพวกเขาลำบากขึ้นไปอีก เพียงแต่โชคดีที่การคุ้มกันของเย่ว์โจวนั้นห่างไกลจากฝีมือของกองกำลังไท่หนิงอยู่มาก การรบครั้งนี้จึงไม่ได้ดุเดือดมากนัก ตั้งแต่ต้นจนจบใช้เวลาไปไม่ถึงครึ่งวัน วันต่อมา นอกจากการลาดตระเวนและการเปลี่ยนทหารประจำการใหม่ ทั่วทั้งเมืองเย่ว์โจวราวกับไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด อ้อ มีเรื่องผู้ว่าการเย่ว์โจวและตระกูลที่มีฐานะร่ำรวยในเมืองนั้นถูกจับกุม แต่ว่าสิ่งเหล่านี้เกี่ยวอันใดกับชาวเมืองอย่างพวกเขาที่แม้แต่ท้องหิวก็ทำอันใดไม่ได้ด้วยเล่า
หลายคนรุมล้อมดูป้ายประกาศตรงหน้า มองดูเนื้อความในประกาศหลายแผ่นด้วยความมึนงง เพียงมองไปยังผู้รู้หนังสือที่มีอยู่น้อยนิดด้วยความคาดหวังว่าจะได้รับข่าวดีมาบ้าง
แล้วก็ไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง บัณฑิตที่แต่งตัวซอมซ่อคนหนึ่งเอ่ยขึ้น “บนนั้นเขียนว่าเยี่ยนอ๋องส่งหลานชายของเขาแม่ทัพเว่ยมาช่วยสยบความวุ่นวาย ต้องการสังหารขุนนางกังฉินที่อยู่ข้างกายฝ่าบาทเพื่อให้ชีวิตของราษฎรดีขึ้น อีกทั้งยามนี้คนที่จัดการธุระในเมืองเย่ว์โจวคือฮูหยินของแม่ทัพเว่ย ซิงเฉิงจวิ้นจู่ที่อดีตฮ่องเต้ทรงแต่งตั้ง จวิ้นจู่สั่งว่าปีนี้เย่ว์โจวยกเว้นภาษีอาหารทั้งหมด นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ราคาข้าวในร้านค้าข้าวใหญ่ๆ ในเมืองห้ามตั้งราคาสูงเกินราคาข้าวทั่วทั้งแผ่นดิน อีกทั้ง…ครอบครัวใดที่ไม่มีบุรุษวัยฉกรรจ์คอยหาเลี้ยงครอบครัว สามารถไปรับข้าววันละสองจินได้”
ยังเอ่ยไม่ทันจบ ผู้คนต่างพากันโห่ร้องด้วยความดีใจ อย่างอื่นพวกเขาไม่สนใจ แต่ราคาอาหารที่ถูกลดลงและยังสามารถรับอาหารแจกจ่ายทำให้ผู้คนยินดีไม่น้อย แม้ข้าวสองจินอาจไม่ทำให้ทั้งครอบครัวอิ่มท้องได้ แต่หากคิดหาวิธี อย่างน้อยทั้งครอบครัวก็ไม่ต้องอดตายแล้ว ราษฎรมีชีวิตยากลำบากเช่นนี้ก็เพราะราคาอาหารสูงมากเกินไป หากราคาอาหารลดลงจริงๆ อย่างน้อยพวกเขาก็ยังพอยืนหยัดต่อไปได้สักระยะ คนอื่นๆ ก็ไม่คิดสนใจเนื้อหาต่อจากนั้นแล้ว รีบวิ่งไปยังร้านขายข้าวขายอาหาร บางคนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กล่าว ก็ไปถามหาสถานที่ที่จะรับข้าวได้
บัณฑิตผู้นั้นเอ่ยต่อ “อีกทั้งซิงเฉิงจวิ้นจู่มีประกาศรับเกณฑ์ทหารชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ คนที่อยากสมัครเข้าไปอยู่ในกองทัพ จ่ายเงินเดือนละแปดอีแปะ คนที่ไม่อยากอยู่ในกองทัพก็ไปสมัครใช้แรงงานได้ เลี้ยงข้าวหนึ่งมื้อ จ่ายวันละยี่สิบแผ่นทองแดง”
“มีเรื่องที่ดีเพียงนี้เชียวหรือ” ชายหนุ่มหลายคนรู้สึกยินดีขึ้นมา เข้าร่วมกองทัพไปทำสงครามหรือ ตอนนี้ไม่ทำสงครามพวกเขาก็แทบเอาชีวิตไม่รอด ทุกๆ เดือนยังจ่ายเงินเดือนเดือนละแปดอีแปะด้วย แม้จะไม่มากแต่ก็พอช่วยเลี้ยงดูครอบครัวได้มิใช่หรือ
“ซิงเฉิงจวิ้นจู่ช่างเป็นคนดี” ทุกคนเริ่มแสดงความขอบคุณ พวกเขาไม่ได้มีความคิดจงรักภักดีต่อฮ่องเต้มากนัก ใครสามารถทำให้พวกเขาอิ่มท้องได้แน่นอนว่าต้องเป็นคนดี ส่วนฮ่องเต้และความจงรักภักดีน่ะหรือ แน่นอนว่าคนทั่วทั้งแผ่นดินต่างรู้ว่าคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือฮ่องเต้ ทว่าจะมีสักกี่คนที่รู้ว่าฮ่องเต้คือใคร มีชื่อรัชสมัยว่าอย่างไร
เรื่องพวกนี้ไม่สำคัญสำหรับประชาชนธรรมดาทั่วไป การได้กินอิ่มท้องสิถึงจะเป็นเรื่องที่สำคัญ
“ข้าจะไปเข้าร่วมกองทัพ น้องสาวข้าจะได้ไม่ถูกขาย” ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น
“ไยแม่ทัพเว่ยและซิงเฉิงจวิ้นจู่จึงไม่มาให้เร็วกว่านี้” ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเอ่ยสะอึกสะอื้น ภรรยาและบุตรชายบุตรสาวของเขาหิวโหยอดอยากจนตายจากไปแล้ว
ชาวบ้านเข้ามาไต่ถามบัณฑิตผู้นั้น เมื่อได้รับคำตอบที่แน่นอนแล้วใบหน้าพลันมีรอยยิ้มแห่งความสุขขึ้นมา ราวกับมองเห็นอนาคตที่สวยงาม พวกเขาไม่คิดว่าจะจริงหรือเท็จ เนื้อความตามประกาศจะเป็นจริงได้หรือไม่ บางทีอาจเพราะว่าพวกเขาผิดหวังมาหลายครั้งจนชินชาไปเสียแล้ว แต่ทุกครั้งกลับอดไม่ได้ที่จะมีความหวังขึ้นมา เพราะว่า…พวกเขาไม่มีทางเลือก
ส่งกองทัพไปแล้ว จัดการเรื่องสำคัญหลายเรื่องเสร็จสิ้นแล้ว หนานกงมั่วจึงมีเวลาและอารมณ์อยากเจอเจ้าหน้าที่เมืองเย่ว์โจวที่ถูกจับกุมตัวเอาไว้ เพราะว่ากองกำลังไท่หนิงเคลื่อนไหวรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นขุนนางหรือขุนพลของเย่ว์โจวต่างไม่ได้รับแจ้งข่าว แม้แต่เวลาจะหลบหนียังไม่ทัน เว่ยจวินมั่วและหนานกงมั่วยุ่งจนไม่มีเวลามาสนใจพวกเขา ผู้ใต้บัญชาที่เห็นสภาพของพวกเขาก็รู้สึกเบื่อหน่าย แน่นอนว่าไม่ไปสนใจพวกเขา ดังนั้นจึงถูกขังอยู่ในคุกของหยาเหมินมาโดยตลอด กินข้าววันละมื้อให้ไม่หิวตายก็เพียงพอแล้ว
รอจนหนานกงมั่วว่าง ในที่สุดคนพวกนี้ก็ถูกขังไปกว่าสี่ห้าวันแล้ว เมื่อได้รับการปล่อยตัวออกมาก็อยู่ในสภาพท้อแท้หงอยเหงา ไร้ชีวิตชีวา เพียงเพราะยังไม่ถูกตัดสินจึงยังดูเรียบร้อยอยู่ คนที่องครักษ์พามาอยู่ด้านหน้าทุกคนแน่นอนว่าเป็นผู้ว่าการเย่ว์โจวและผู้บัญชาการกองกำลังรักษาการณ์เมืองเย่ว์โจว หนานกงมั่วมองผู้ว่าการเย่ว์โจวที่แม้จะปล่อยให้หิวกว่าสี่วันทว่ายังคงมีรูปร่างท้วมอยู่ จากนั้นจึงหันไปมองขุนพลที่เหงื่อแตกพลั่กอยู่ด้านข้าง มุมปากยกยิ้มเย็น เยี่ยม ดูเหมือนว่าต่อให้เย่ว์โจวยากแค้นเพียงใด ทั้งสองท่านนี้คงไม่ปล่อยให้ตนเองหิว
“เจ้า…เจ้าเป็นใครกัน” ผู้ว่าการเย่ว์โจวมองหญิงงามตรงหน้าที่นั่งอยู่เหนือสุดอีกทั้งชายหนุ่มหญิงสาวที่นั่งถัดลงมาด้านข้างนาง เอ่ยถามด้วยความหวาดกลัว ไม่โทษเขาที่ถามเช่นนี้ ก่อนที่กองกำลังไท่หนิงจะบุกโจมตีเมือง พวกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้างนอกนั่นเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง ต่อมาก็ถูกโยนเข้ามาในห้องขัง ที่ผ่านมาไม่มีใครเข้ามาถามอันใดกับพวกเขาหรือแม้แต่เข้ามาพูดคุยสนทนา ดังนั้นจนถึงยามนี้พวกเขาก็ยังไม่รู้ว่าเย่ว์โจวถูกผู้ใดโจมตีกันแน่
“เจ้าคือซิงเฉิงจวิ้นจู่หรือ” ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาการณ์เย่ว์โจว์เห็นชัดว่าไม่ได้ประสบการณ์น้อยเช่นผู้ว่าการเย่ว์โจว เมื่อครั้งจังติ้งฟังยกทัพก่อกบฏเขาอยู่ในกองทัพของหนานกงไหวพอดี จึงเคยเจอหนานกงมั่วมาแล้วสองครั้ง