หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 828 สมบัติล้ำค่านั้นหาง่าย แต่คนรักนั้นหายาก (2)
- Home
- All Mangas
- หมอหญิงยอดมือสังหาร
- ตอนที่ 828 สมบัติล้ำค่านั้นหาง่าย แต่คนรักนั้นหายาก (2)
ตอนที่ 828 สมบัติล้ำค่านั้นหาง่าย แต่คนรักนั้นหายาก (2)
เว่ยจวินมั่วยกมือขึ้น ปัดมือของเขาออกอย่างเย็นชา จ้องเขาเขม็งไม่เอ่ยวาจา
“อืม มีเรื่องอันใดอยากเอ่ยกับข้าหรือไม่ ไม่ต้องกลัว ข้าจะไม่บอกกับซิงเฉิงจวิ้นจู่อย่างแน่นอน”
เว่ยจวินมั่วเอ่ย “คิดเองเออเองเป็นอาการป่วย รีบรักษาเถิด”
“…” หลานเช่นนี้ ช่างไม่น่ารักเอาเสียเลย ส่งเสียงหยันในลำคอ หนิงอ๋องชักมือกลับมาอย่างไม่พอใจ เอ่ย “ในเมื่อเจ้าไม่กลัวหนานกงมั่ว เช่นนั้นก็เลือกกลับไปสองคน ต่อให้เจ้าอยากได้ปี้เยียน ข้าก็จะยกให้เจ้า” ด้วยสีหน้า ‘เจ้าดูสิว่าเสด็จลุงดีกับเจ้าเพียงใด’
“เสด็จลุงหนิงอ๋อง โบราณว่าทำลายวัดสิบแห่ง ไม่ทำลายชีวิตคู่[1] ท่านทำเช่นนี้จะดีจริงหรือ” เสียงใสของหนานกงมั่วดังขึ้นในสวน สีหน้าของหนิงอ๋องพลันเปลี่ยน ความเย็นชาบนใบหน้าของเว่ยจวินมั่วพลันหายไปหลายส่วน หันมองไปตามเสียงด้วยใบหน้าอ่อนโยนขึ้นมา
หนิงอ๋องหันไป มองเห็นหนานกงมั่วกำลังนั่งอยู่บนกำแพงมองมายังทุกคน เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ “พวกเจ้าสองคนคิดว่าจวนของข้าเป็นประตูหญิงม่ายหรือ ใครอยากจะมาก็มาได้”
“ท่านอ๋อง ซิงเฉิงจวิ้นจู่…มา แล้ว” ผู้ดูแลที่รีบวิ่งเข้ามารายงานเองก็มองเห็นหญิงสาวที่นั่งอยู่บนกำแพง เอ่ยขึ้นอย่างสลดใจ
หนิงอ๋องส่งเสียงหยัน “ใครอนุญาตให้เจ้าปล่อยนางเข้ามา”
“…” ท่านอ๋อง เป็นท่านเองที่บอกว่าซิงเฉิงจวิ้นจู่มาไม่ต้องรายงาน เปลี่ยนไปเร็วเพียงนี้ จะให้บ่าวไพร่อย่างพวกเขาปรนนิบัติเช่นไรกัน
หนานกงมั่วถีบตัวเบาๆ ก็ลงมายืนตรงหน้าของเว่ยจวินมั่ว หันไปมองหญิงงามที่คอยปรนนิบัติอยู่รอบๆ เอ่ยชื่นชม “เสด็จลุงหนิงอ๋องช่างมีความสุข กล้วยไม้ในฤดูใบไม้ผลิเบญจมาศในฤดูใบไม้ร่วง มีความโดดเด่นในตัวเอง สมแล้วที่ได้ชื่อว่าสวนดอกไม้หอม”
“แน่นอน” หนิงอ๋องเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ
หนานกงมั่วยิ้มบาง เอ่ย “เพียงแต่ เสด็จลุงชื่นชอบในหญิงงามก็เก็บเอาไว้เองเถิด ครอบครัวเล็กๆ อย่างเรา เลี้ยงหญิงงามมากมายไม่ไหวหรอกเพคะ”
หนิงอ๋องย่นจมูก “เลี้ยงสองคนจะใช้เงินมากเพียงใดกัน หากไม่ไหวข้าจะช่วยออกเงินแทนพวกเจ้าดีหรือไม่ เป็นเจ้าที่ใจแคบ ไม่ยอมให้จวินมั่วรับอนุใช่หรือไม่”
“ก็ใช่น่ะสิเพคะ” หนานกงมั่วยอมรับไม่เสแสร้ง
“สตรีขี้หึงหวง” หนิงอ๋องมองเว่ยจวินมั่วราวกับมีความสุขที่เขาเป็นทุกข์ “แต่งสตรีขี้หึงหวงเช่นนี้ คงเสียใจมากเลยใช่หรือไม่”
“ข้าเต็มใจ” เว่ยจวินมั่วกุมมือหนานกงมั่ว เอ่ยเสียงเรียบ
“จึ๊ ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ” หนิงอ๋องเอ่ยอย่างไม่ชอบใจ เพียงมองมือของทั้งสองที่กุมกันอยู่ ดวงตาพลันมีความโศกเศร้าวาดผ่าน ไม่นานหนิงอ๋องจึงรีบจัดการกับอารมณ์ที่แทรกเข้ามา เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ โบกมือ ด้านข้างพลันมีคนขยับเข้ามานวดไหล่นวดขาให้เขาด้วยท่าทางดูอึดอัด
หนิงอ๋องทอดสายตามมองทั้งสองอย่างเบื่อหน่าย “มีความสุขไม่เสพสุข พวกเจ้าก็เข้าสู่หายนะไปด้วยกันเถิด ข้าเองคิดว่าคงมีไม่กี่คนหรอกที่จะรับพวกเจ้าได้”
หนานกงมั่วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้นคงต้องขอบพระทัยเสด็จลุงหนิงอ๋องแล้ว ต่อไปหากเสด็จลุงหนิงอ๋องเอ็นดูหลานมิสู้มอบของที่มีประโยชน์สักหน่อย สำหรับหญิงงาม เสด็จลุงเก็บไว้เสพสุขเองเถิดเพคะ หากวันใด…เสด็จลุงคิดว่ารับมือไม่ไหวแล้ว หลานสะใภ้มียานะเจ้าคะ”
‘พรวด!’ เหล้าที่เข้าปากไปถูกพ่นออกมาทันใด สองตาจ้องเขม็งไปยังหนานกงมั่ว
“เจ้ายังเป็นสตรีอยู่หรือไม่” วาจาเช่นนี้สตรีเอ่ยออกมาได้หรือ
หนานกงมั่วยิ้มร่า “เมื่อเทียบกับเสด็จลุงหนิงอ๋องแล้ว พระองค์ว่าพวกเราสองคนใครเป็นสตรีเจ้าคะ”
หนิงอ๋องแหงนหน้ามองฟ้าพูดไม่ออก เอ่ยพึมพำ “ข้าคิดว่า…ไม่แน่พวกเราทั้งสองต่างก็เป็นบุรุษ เว่ยจวินมั่ว สตรีผู้นี้ไม่อาจมีอันใดมาหยุดปากได้เจ้ารู้หรือไม่”
“อู๋สยาทำเพื่อท่าน” เว่ยจวินมั่วสนับสนุนคนรักไม่สนใจหลักการ
ทำเพื่อข้าหรือสาปแช่งข้ากัน
“อย่างไรอีกไม่นานพระองค์ก็ต้องการมัน” คุณชายเว่ยเอ่ยเสียงเรียบ
สามีภรรยาอัปยศ
“ออกไป”
“เช่นนั้นพวกเราต้องทูลลาแล้วเพคะ” หนานกงมั่วจูงมือเว่ยจวินมั่วเดินออกไปอย่างอารมณ์ดี ทว่าเมื่อมองเห็นปี้เยียนที่ถูกคนประคองลุกขึ้นมาจึงหยุดชะงัก ปล่อยมือเว่ยจวินมั่วเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าปี้เยียน เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “แม่นางมีนามว่าอย่างไร”
ปี้เยียนฝืนยิ้มออกมา “ข้าปี้เยียน คารวะจวิ้นจู่” เห็นชัดว่าความหวาดกลัวต่อเว่ยจวินมั่วนั้นยังคงไม่จางหายไป
หนานกงมั่วพยักหน้า ยิ้มอย่างอ่อนโยน “แม้นางปี้เยียนลำคอไม่สบายหรือไม่ ไม่เป็นไร ข้าเคยร่ำเรียนการแพทย์มาบ้าง ช่วยตรวจดูได้” เข็มสีเงินเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นมาที่ปลายนิ้ว ปี้เยียนก้าวถอยหลังสองก้าวอย่างอดไม่ได้ รีบส่ายศีรษะ “ไม่…ไม่ต้องแล้ว ไม่กล้ารบกวนจวิ้นจู่เจ้าค่ะ” นางไม่คิดใช้วิชาสุรเสียงดูดวิญญาณกับหนานกงมั่ว เพียงเคยชินเท่านั้น แม้ปี้เยียนจะไม่เคยรู้จักกับหนานกงมั่วมาก่อน ทว่าไม่รู้ทำไมเมื่อมองใบหน้างามที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม พลันรู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมา
หนิงอ๋องยิ้มหยัน “ข่มขู่สตรีไม่มีทางสู้ ซิงเฉิงจวิ้นจู่ช่างเปลี่ยนมุมมองของข้าแล้ว”
หนานกงมั่วหันกลับไปยิ้มหวาน “เสด็จลุงหนิงอ๋องชมเกินไปแล้วเพคะ”
“…” ข้าไม่ได้ชมเจ้า
ชั่วพริบตาก็อยู่ในเมืองสีโจวมาเกือบครึ่งเดือน ตลอดเวลาเกือบครึ่งเดือนมานี้เมืองสีโจวยังคงสงบนิ่ง แต่ว่าโลกภายนอกกลับไม่เป็นเช่นนี้ เฉินอวี้และเซวียเจินนำกองกำลังรักษาการณ์โยวโจวปะทะกับกองกำลังของราชสำนักอยู่หลายครั้ง กองกำลังของราชสำนักที่นานๆ ครั้งได้ทำสงครามไหนเลยจะเป็นคู่แข่งของกองกำลังรักษาการณ์โยวโจวที่ทำสงครามกับเป่ยหยวนในทุกๆ ปีได้ อี๋ชุนโหวที่เดิมไม่ได้อยู่ในสงครามนักเมื่อเผชิญหน้ากับเซวียเจินและเฉินอวี้ แม่ทัพของกองกำลังรักษาการณ์โยวโจวแน่นอนว่าจุดจบเป็นเรื่องน่าเศร้า อี๋ชุนโหวต่อสู้ห้าครั้งก็แพ้ติดต่อกันถึงห้าครั้ง ในระยะเวลาหนึ่งเดือนถูกเซวียเจินเอาชนะติดต่อกัน แม้แต่ชิงโจวก็สูญเสียไปกว่าครึ่งแล้ว
เมื่อเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ แน่นอนว่าเซียวเชียนเยี่ยโมโหโกรธาเป็นอย่างมาก รีบเพิ่มกำลังทหาร อีกด้านก็เร่งรัดให้เว่ยหงเฟยจัดการกับหนิงอ๋อง เพราะเหตุนี้เว่ยหงเฟยที่ยังไร้ความคืบหน้าเองก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ขอเข้าพบหนิงอ๋องถี่มากขึ้น น่าเสียดายที่ไม่ว่าเขาจะเอ่ยอย่างไรหนิงอ๋องก็ยังมีทีท่าเกียจคร้านไม่สนใจสิ่งใด เว่ยหงเฟยเครียดจนผมเริ่มขาวไปหลายเส้น
ริมหน้าต่างบนชั้นสองของโรงเตี๊ยมอวิ๋นจง หนานกงมั่วนั่งอยู่ริมหน้าต่างท่าทางสบายๆ มองเว่ยหงเฟยเดินนำสองคนนั้นอยู่ด้านล่าง เอ่ย “ดูเหมือนเซียวเชียนเยี่ยจะรีบร้อนแล้ว”
เว่ยจวินมั่วพยักหน้า ก้าวเท้าผิดตั้งแต่ต้นจึงพ่ายแพ้ติดต่อกัน จะไม่ให้เขาร้อนใจได้เยี่ยงไร
“หลายวันมานี้เว่ยหงเฟยเองก็คงจะดูออกแล้วว่าหนิงอ๋องไม่คิดจะช่วยเหลือเซียวเชียนเยี่ย อย่างน้อย…ตอนนี้ก็ไม่คิดจะช่วย” หากหนิงอ๋องคิดจะช่วยราชสำนักก็คงลงมือไปนานแล้วไยต้องรอมาจนถึงตอนนี้ให้เซียวเชียนเยี่ยเริ่มคิดโกรธแค้นเขา
เว่ยจวินมั่วเอ่ย “ไม่ว่าหนิงอ๋องจะมีความคิดเช่นไร เว่ยหงเฟยก็ไม่อาจกลับไปมือเปล่าได้” หลายปีมาแล้ว ไม่ง่ายเลยกว่าจวนจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องจะได้รับหน้าที่สำคัญ หากทำพลาดจวนจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องก็ไม่มีสิ่งใดให้คาดหวังอีกแล้ว
หนานกงมั่วเท้าคาง เอ่ยเสียงเนิบ “ดูเหมือนเว่ยหงเฟยจะโชคไม่ดี” ไม่ง่ายกว่าจะได้รับหน้าที่ แต่กลับยากถึงเพียงนี้
“คุณชาย จวิ้นจู่” หลิ่วหันและซิงเวยที่หายไปนานพลันปรากฏตัวขึ้นด้านหลัง เอ่ยอย่างนอบน้อม
[1] ทำลายวัดสิบแห่ง ไม่ทำลายชีวิตคู่ หมายถึง แม้ต้องทำลายวัดสิบแห่งก็ไม่ควรไปทำลายชีวิตคู่ของคนอื่น