หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 821 การแตกหักระหว่างพี่น้องที่คาดเดาได้ (2)
ตอนที่ 821 การแตกหักระหว่างพี่น้องที่คาดเดาได้ (2)
“หนานกงมั่ว”เว่ยหงเฟยเอ่ยเสียงดังด้วยความโมโห
หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “ได้ข่าวว่าท่านอ๋องมาได้เกือบจะครึ่งเดือนแล้ว แม้แต่ประตูจวนหนิงอ๋องยังไม่อาจได้สัมผัส ท่านอ๋องมีเวลาว่างมาคิดเรื่องเหล่านี้ มิสู้ไปคิดว่าจะทำงานที่ฝ่าบาทมอบหมายให้สำเร็จได้เยี่ยงไรเถิด มิเช่นนั้น…หลังจากกลับไป คาดว่าท่านอ๋องคงได้ขอร้องคนอื่นอย่าได้ถือสาหาความเรื่องในอดีต”
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเว่ยหงเฟยกระตุก เห็นชัดว่าหนานกงมั่วจี้จุดความทุกข์ของเขา เขาไม่คุ้นเคยกับหนิงอ๋อง ทว่าเมื่อก่อนมาขอเข้าพบไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเป็นครึ่งเดือนที่แม้แต่ประตูยังไม่อาจได้ก้าวผ่านเข้าไป ยามนี้…เห็นชัดว่าหนิงอ๋องกำลังข่มขู่เขา หากเป็นเช่นนั้นยังดี หากหนิงอ๋องคิดเข้าร่วมกับเยี่ยนอ๋อง…
คิดมาถึงตรงนี้ สายตาของเว่ยหงเฟยที่มองไปยังหนานกงมั่วยิ่งไม่น่ามองมากขึ้น ทว่าเขาไม่ได้สูญเสียสติ แน่นอนรู้ว่าการอยู่หน้าประตูโรงเตี๊ยมไม่อาจลงมือได้ตามใจคิด
หากหลิ่วหันที่อยู่ตรงข้ามรู้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดสิ่งใดอยู่ในใจ คงจะบอกเขาไปว่าเขาคงคิดมากแล้ว เพียงเว่ยหงเฟยและเว่ยจวินเจ๋อคิดจะลงมือกับจวิ้นจู่ของตน นั่นคงเป็นการรนหาที่ตาย จวิ้นจู่เอ่ยถูกแล้ว หลงตนเองมากเกินไปนั่นเป็นอาการป่วย ต้องรักษา
“หากท่านอ๋องไม่มีเรื่องอันใดแล้ว ข้าคงต้องขอตัวก่อน” หนานกงมั่วยิ้มพลางเอ่ยลา นางปลีกตัวออกมาจากเว่ยจวินมั่ว ใช่ว่าเพื่อจะมาพูดคุยกับเว่ยหงเฟยอยู่หน้าโรงเตี๊ยม
เว่ยหงเฟยส่งเสียงหยัน หมุนตัวเดินหนีไป
“จวิ้นจู่ ไม่เจอกันนานยังคงเหมือนเดิมเลยนะ” เว่ยจวินเจ๋อไม่ได้ตามบิดาไป ทว่ายังอยู่มองหนานกงมั่วยิ้มร้ายกาจออกมา
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว สายตาจับจ้องไปยังขาทั้งสองข้างของเขา ยิ้มพร้อมกับเอ่ยว่า “ก็ใช่น่ะสิ คุณชายเว่ยสาม…โอ้ เป็นคุณชายรองเว่ยดูเหมือนจะไม่เลว ขานี้ ไม่เหมือนพิการเลยสักนิด”
สีหน้าของเว่ยจวินเจ๋อพลันเปลี่ยน ส่ายศีรษะยิ้มเย็น “สิ่งที่จวิ้นจู่มอบให้ในครานั้น ต้องมีสักวันที่จวินเจ๋อจะเอาคืนหลายเท่า”
“ข้าจะรอ” หนานกงมั่วเอ่ย
เว่ยจวินเจ๋อยิ้มหยัน หมุนตัวเดินหนีไป
“จวิ้นจู่ คนผู้นี้ดูเหมือนจะ…ต้องระวังสักหน่อยนะเจ้าคะ” หลิ่วหันจ้องแผ่นหลังของเว่ยจวินเจ๋อเอ่ยจริงจังขึ้นมา
หนานกงมั่วพยักหน้าเบาๆ “เมื่อครั้งอยู่ในจินหลิงไม่เคยคิดว่าเว่ยจวินเจ๋อจะเติบโตมาเยี่ยงนี้ นับว่าดูถูกเขาแล้ว เพียงแต่…ไม่ดูตาม้าตาเรือไปสักหน่อย”
“ต้องจัดการก่อน…” หลิ่วหันไม่ชอบเว่ยจวินเจ๋อผู้นี้ ดูเหมือนหนูที่เอาแต่หลบอยู่ในมุมมืด คนเยี่ยงนี้หากมีความแค้นรีบกำจัดเสียจะดีกว่า
หนานกงมั่วส่ายศีรษะ “ยังไม่ต้อง รอเขามีความสามารถกลายเป็นงูพิษก่อนค่อยว่ากัน อีกทั้ง…เจ้าคิดว่าเว่ยจวินเจ๋อยามนี้เป็นเยี่ยงนี้ จะขัดหูขัดตาใครมากที่สุด” ในสายตาของเว่ยจวินเจ๋อ ไม่เพียงมีความแค้นยังมีความโหดเหี้ยมอำมหิต อีกทั้งยังมีความโลภที่เดิมไม่เคยมี หลิ่วหันชะงัก ครุ่นคิดสมองพลันนึกออก “เว่ยจวินปั๋ว”
หลิ่วหันไม่รู้จักพวกเว่ยจวินปั๋วสองพี่น้องเท่าใดนัก แต่การเป็นสมาชิกคนสำคัญของวังจื่อเซียว นางย่อมต้องเคยลอบสังเกตสองพี่น้องมาบ้างแล้ว เจอกันครั้งนี้ ความรู้สึกของสองพี่น้องนี้เห็นชัดว่าไม่เหมือนเดิมแล้ว เห็นชัดว่าเบื้องหน้าสามัคคีทว่าเบื้องหลังไม่เข้ากัน ไม่…สิ เบื้องหน้าไม่สามัคคี ลึกลงไปในใจก็ไม่สามัคคี
หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเนิบช้า “ผ่านประสบการณ์เช่นนั้นมาแล้วยังดีขึ้นได้ หากไม่กลับตัวกลับใจเดินในเส้นทางที่ถูกตั้งแต่ตอนนี้ นิสัยก็คงจะบิดเบี้ยวไปมากขึ้น” ผ่านประสบการณ์สองขาพิการอีกทั้งยังถูกมารดาและพี่ชายละเลยทอดทิ้ง กระทั่งบางทีแม้แต่บ่าวรับใช้ยังไม่เคารพตนเองแล้ว ด้วยนิสัยเช่นนั้นของเว่ยจวินเจ๋อจะดีได้เยี่ยงไร
หลิ่วหันยิ้มพลางเอ่ย “ดูเหมือนว่า อนาคตจวนจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องคงหนีไม่รอดการแตกหักของพี่น้องน่ะสิเจ้าคะ”
หนานกงมั่วยิ้มแล้วหันตัว เดินตรงไปยังถนนเบื้องหน้า
ในห้องส่วนหลังโรงเตี๊ยม เว่ยหงเฟยนั่งสีหน้าทะมึนอยู่หลังโต๊ะหนังสืออย่างเหม่อลอย ตรงหน้าเขาห่างออกไปไม่ไกลมีเว่ยจวินเจ๋อและเว่ยจวินปั๋วสองพี่น้องนั่งอยู่ด้วย
คิ้วคมของเว่ยจวินปั๋วขมวดมุ่น เอ่ยเสียงเข้ม “เสด็จพ่อ เยี่ยนอ๋องส่งเว่ยจวินมั่วและซิงเฉิงจวิ้นจู่มายังสีโจว เกรงว่าคงมีเป้าหมายเหมือนกับเรา”
ด้านข้าง เว่ยจวินเจ๋อหัวเราะหยัน เอ่ย “พี่ใหญ่ เรื่องเช่นนี้ยังจำเป็นให้ท่านต้องบอกหรือ คนโง่ยังดูออกเลย”
ดวงตาของเว่ยจวินปั๋วทะมึนลง ทว่าไม่เอ่ยสิ่งใด นับตั้งแต่เว่ยจวินเจ๋อถูกเว่ยจวินมั่วหักขามานิสัยก็เปลี่ยนไปมาก แม้ต่อมาจะดีขึ้นทว่ากลับทำตัวเป็นศัตรูกับเขาไปเสียทุกอย่าง คิดมาถึงตรงนี้ สายตาของเว่ยจวินปั๋วพลันหงุดหงิดขึ้นมา น้องชายผู้นี้เดิมทีเชื่อฟัง ใครจะรู้ว่าระหว่างที่เขาขาหักตนละเลยเขาแล้วจะเปลี่ยนมาเป็นเช่นนี้ สิ่งที่ทำให้เขารำคาญที่สุดก็คือเห็นอยู่ว่าเว่ยจวินมั่วเป็นคนหักขาเขา ทว่ากลับมาจ้องเขาที่เป็นพี่ชายเขม็ง ความแค้นที่มีต่อเว่ยจวินมั่วและหนานกงมั่วยังอยู่ทีหลังไปจากเขาเสียอีก
หากรู้ว่าขาเขาจะดีขึ้นในสักวัน เมื่อครั้งนั้นไม่ควรตีตัวออกห่างเขา แต่เรื่องมาถึงตรงนี้แล้ว เว่ยจวินปั๋วก็ไม่รู้ต้องทำอย่างไร ต่อให้เว่ยจวินเจ๋อจะหาเรื่องอย่างไร ต่อหน้าเสด็จพ่อเขาจำต้องอดทนเอาไว้
เว่ยหงเฟยขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงเข้ม “เอาล่ะ หลายวันแล้ว หนิงอ๋องยังไม่ยอมพบกับพวกเรา เกรงว่าสถานการณ์คงไม่ปกติ”
เว่ยจวินเจ๋อกลับไม่ใส่ใจ เอ่ย “เสด็จพ่อ หม่อมฉันเพิ่งสืบข่าวมาได้ข่าวหนึ่ง หลายวันมานี้ที่หนิงอ๋องไม่ยอมพบพวกเรา เพราะช่วงนี้…เขาไม่ได้อยู่สีโจว”
เว่ยหงเฟยชะงัก “เจ้าสืบข่าวมาจากที่ใด เชื่อถือได้หรือไม่”
เว่ยจวินเจ๋อภูมิอกภูมิใจ เอ่ย “แน่นอนอยู่แล้ว กระหม่อมได้ยินมาจากปากของผู้ดูแลจวนหนิงอ๋องที่มาจ่ายตลาด อีกทั้งยังไปสืบมาด้วยตนเองแล้ว เดิมทีของกินของใช้ของหนิงอ๋องล้วนแล้วแต่เป็นของที่ดีที่สุด แต่ว่าช่วงนี้จวนหนิงอ๋องไม่ได้ซื้อของที่หนิงอ๋องชอบหลายอย่าง” ตอนนี้จวนหนิงอ๋องไม่มีนายหญิง กระทั่งไม่มีซื่อจื่อจวิ้นจู่ มีของบางอย่างที่นอกจากหนิงอ๋องแล้วใครก็ไม่มีสิทธิ์ใช้
แม้ตอนนี้นิสัยของเว่ยจวินเจ๋อจะเปลี่ยน แต่อย่างไรก็ยังชอบเข้าออกหอนางโลมร้านสุราสถานที่เช่นนี้ ยิ่งเป็นสถานที่ที่แปลกตา คนเช่นนี้แน่นอนว่าข่าวไวกว่าเว่ยจวินปั๋วที่ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ
เว่ยหงเฟยพ่นลมหายใจออกมา หัวคิ้วก็แยกออกจากกันไปมาก “เช่นนั้นก็ดี หากเป็นเช่นนี้ บางที…สถานการณ์อาจไม่ได้แย่เพียงนั้น ปั๋วเอ๋อร์ วันนี้ได้ไปส่งป้ายไปเยือนหรือไม่”
เว่ยจวินปั๋วพยักหน้า “รายงานเสด็จพ่อ ยังไปส่งทุกวันเหมือนเดิมพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่ วันนี้ผู้ดูแลให้คำตอบต่างไปจากทุกวัน เพียงบอกว่าวันนี้ท่านอ๋องไม่สบายไม่อาจพบใครได้” ก่อนหน้านี้คนจวนหนิงอ๋องบอกตลอดว่าหนิงอ๋องไม่อยู่ พวกเขาได้แต่คิดว่าหนิงอ๋องไม่ยินดีช่วยฝ่าบาทต่อกรกับเยี่ยนอ๋อง ไหนเลยจะคิดว่าหนิงอ๋องจะไม่อยู่จริงๆ
เว่ยหงเฟยยิ้มพลางเอ่ย “เช่นนั้นก็ดี ช่วงนี้ต้องอย่าลืมจับตามองความเคลื่อนไหวของจวนหนิงอ๋องให้ดี ต่อให้หนิงอ๋องไม่ยอมพบพวกเรา อย่างไรเขาก็ต้องออกมาข้างนอกบ้างมิใช่หรือ” หนิงอ๋องมีความสัมพันธ์มากมาย อยู่แต่ในจวนคงไม่อาจอยู่ได้อย่างแน่นอน ขอเพียงเขาออกมาอย่างไรก็ต้องหาวิธีให้เจอกันจนได้
พวกเว่ยจวินปั๋วทั้งสองตอบรับพร้อมกัน เว่ยจวินปั๋วเอ่ยหัวข้อสนทนาที่ถูกเว่ยจวินเจ๋อมาแทรก เอ่ย “เสด็จพ่อ มีเว่ยจวินมั่วและซิงเฉิงจวิ้นจู่อยู่ เกรงว่าพวกเราอาจไม่บรรลุเป้าหมายง่ายเพียงนั้น”