หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 822 การแตกหักระหว่างพี่น้องที่คาดเดาได้ (3)
ตอนที่ 822 การแตกหักระหว่างพี่น้องที่คาดเดาได้ (3)
ภายในห้องเงียบขึ้นมาทันใด นึกถึงเรื่องในจินหลิงเมื่อสองปีก่อนขึ้นมา แม้ว่าจวนจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องของพวกเขาจะมิได้เป็นศูนย์รวมอำนาจในเวลานั้น เรื่องราวหลังจากนั้นก็ไม่ได้ต่างไปจากการคาดเดานัก บางที คงเพราะพวกเขาไม่ได้มีอำนาจ จึงได้ถอนตัวออกมาได้ ดูเซียวฉุนและหนานกงไหว คนหนึ่งจวิ้นอ๋องคนหนึ่งกั๋วกง ต้องพังทลายจนสิ้นซาก ทั้งสองคนนี้ต้องลงแรงไปมากเพียงใด แน่นอนว่าพวกเขาก็พอรู้อยู่บ้าง
“เช่นนั้นเจ้าว่า ควรทำเยี่ยงไร”
เว่ยจวินปั๋วนิ่งเงียบ หากยี่สิบปีก่อนพวกเขาไม่มีวิธีจัดการกับเว่ยจวินมั่ว ยามนี้เว่ยจวินมั่วหลุดพ้นจากจวนจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องแล้วพวกเรายังจะคิดหาวิธีได้หรือ
“เสด็จพ่อ มิสู้พวกเราชิงลงมือก่อน…” เว่ยจวินเจ๋อเอ่ย
“หุบปาก” เว่ยหงเฟยเอ่ยอย่างไม่พอใจ “เจ้าคิดว่าตนเองมีกี่ชีวิตจะไปสู้กับสองคนนั้น ข่าวที่ถูกส่งมาเมื่อคืนพวกเจ้าเห็นหรือไม่” ข่าวเมื่อคืนแน่นอนว่าเป็นข่าวที่ถูกส่งมาจากอานเซี่ย หันอิงอานนำกำลังคนไปมากมายยังไม่อาจจัดการสองคนนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น สีโจวเป็นเขตปกครองของหนิงอ๋อง คิดจะสังหารใครในสีโจว ก็ต้องดูด้วยว่าหนิงอ๋องจะยอมหรือไม่ คิดอยากสังหารสองคนนั้นเงียบๆ ไม่มีทางเป็นไปได้ เมื่อกลายเป็นเรื่องใหญ่ทำให้หนิงอ๋องโกรธขึ้นมาถึงตอนนั้นใครจะตายก็ยังไม่แน่
“เสด็จพ่อพระองค์คงไม่ได้เกรงกลัวพวกเขาหรอกใช่หรือไม่ หรือว่า…ท่านยังไม่ลืมสองแม่ลูกคู่นั้น ท่านอย่าลืมเสีย องค์หญิงฉังผิง…” เว่ยจวินเจ๋อเอ่ยอย่างไม่พอใจ
“หุบปาก” เว่ยหงเฟยเอ่ยเสียงแข็ง “เจ้าอยากไปก็ไปเอง ตายแล้วอย่ามาโทษว่าข้าไม่เตือน เจ้าเรียนรู้จากพี่เจ้าบ้าง หัดใช้สมองให้มาก”
สีหน้าของเว่ยจวินเจ๋อพลันเปลี่ยน กัดฟันลุกขึ้น เอ่ย “ได้ อย่างไรในสายตาของพวกท่านข้าก็สู้พี่ใหญ่ไม่ได้ เช่นนั้นพวกท่านก็คิดเอาเองเถิด ข้าไปล่ะ อย่างไรข้าก็ช่วยออกความคิดเห็นอันใดไม่ได้” เอ่ยจบ ก็หมุนตัวเดินออกประตูไป
มองเว่ยจวินเจ๋อเดินหายออกไปจากประตู เว่ยหงเฟยจึงถอนหายใจออกมา เว่ยจวินปั๋วเอ่ย “เสด็จพ่อ น้องรองยังเด็กพ่ะย่ะค่ะ”
เว่ยหงเฟยพยักหน้า เอ่ย “เจ๋อเอ๋อร์ไม่รู้ความ เจ้าเป็นพี่ชายช่วยดูแลเขาสักหน่อย พวกเจ้าเป็นพี่น้องกัน” ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องยามนี้ไม่ดีนักเว่ยหงเฟยใช่ว่าจะไม่รู้ เพียงแต่เว่ยจวินเจ๋อดื้อรั้นมาตั้งแต่เด็กไม่อาจสั่งสอนได้ เดิมทีเขาฟังเพียงมารดาและเว่ยจวินปั๋ว เว่ยหงเฟยคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด อย่างน้อยต่อไปก็ไม่มีการแย่งชิงกันของพี่น้อง แต่ตอนนี้ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องแตกแยก เขาจึงไม่รู้ว่าควรสั่งสอนลูกคนเล็กคนนี้อย่างไร
เว่ยจวินปั๋วหลุบตา พยักหน้ารับอย่างน้อบน้อม เอ่ย “เสด็จพ่อวางใจเป็นพอ ไยกระหม่อมต้องถือสากับเรื่องเหล่านี้ของน้องเล็กเล่า”
เว่ยหงเฟยพยักหน้าพึงพอใจ “เช่นนั้นก็ดี ตั้งแต่เด็กเจ้าก็ไม่เคยทำให้ข้าต้องกังวลใจ”
บนถนน หนานกงมั่วเดินเที่ยวเล่นอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ด้านหลังมีหลิ่วหันที่อยู่ในชุดสีดำทั้งตัว สตรีทั้งสองไม่ว่ารูปร่างหน้าตาหรือนิสัยล้วนไม่ธรรมดา แม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คนมามายทว่าเป็นที่สะดุดตาของผู้คน หลิ่วหันเดินอยู่ข้างกายหนานกงมั่ว เอ่ยอย่างไม่เข้าใจนัก “จวิ้นจู่ พวกเราออกมาทำอันใดหรือเจ้าคะ”
“หาคน” หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเรียบ
“หาคนหรือ” หลิ่วหันตกใจ “จวิ้นจู่มีคนสนิทอยู่ในเมืองสีโจวด้วยหรือเจ้าคะ”
“ไม่อาจเรียกว่าสนิท เคยพบกันเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น” หนานกงมั่วเอ่ย ชี้ไปยังร้านค้าตรงหน้า “ดูข้างหน้าสักหน่อย”
หนานกงมั่วชี้ไปยังร้านเครื่องหอมร้านหนึ่ง เมืองสีโจวอยู่ใกล้ดินแดนตะวันตกเป็นเส้นทางผ่านของพ่อค้าที่เดินทางไปยังดินแดนตะวันตก ดังนั้นจึงมีสินค้ามากมายจากดินแดนตะวันตก หรือเรียกได้ว่าเป็นจุดพักด่านแรกของเหล่าขบวนพ่อค้าที่นำสินค้ากลับมาจากดินแดนตะวันตก สินค้าจึงมีราคาถูกกว่าเจียงหนานและโยวโจวอยู่มาก ร้านนี้ไม่นับว่าใหญ่ คนดูแลร้านเป็นสตรีหน้าตางดงามวัยสามสิบกว่าคนหนึ่ง ดูคล้ายสตรีอายุยี่สิบต้นๆ แต่หนานกงมั่วเพียงมองก็รู้แล้วว่าสตรีผู้นี้นั้นมีอายุสามสิบกว่าแล้ว ทั้งสองคนเดินเข้ามา สตรีผู้นั้นรีบเดินเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม “แม่นางทั้งสองเชิญด้านในเถิด ไม่รู้ว่าอยากได้สิ่งใดหรือ”
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้นคงต้องดูว่า ร้านนี้ของท่านมีสิ่งใดบ้าง”
สตรีผู้นั้นยิ้มหวาน เอ่ย “ที่อื่นนั้นมิกล้าเอ่ย แต่ว่าในเมืองสีโจวนี้แม่นางคงไม่อาจหาร้านเครื่องหอมที่ดีกว่าร้านของข้าได้อีกแล้ว”
หนานกงมั่วไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ สตรีผู้นั้นก็ไม่เอ่ยอันใดมาก เพียงพาพวกหนานกงมั่วทั้งสองเดินเข้าไปด้านในร้านแล้วหยิบเครื่องหอมส่งมาตรงหน้าหนานกงมั่ว
หนานกงมั่วมองพิจารณา เอ่ย “ไม้จันทน์หอมชั้นดี เป็นของดีจริงๆ”
ใบหน้าของสตรีผู้นั้นเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แม่นางช่างมีสายตาแหลมคม นี่เป็นสินค้าที่พ่อค้าดินแดนตะวันตกนำมา ของชั้นดีเช่นนี้ เมืองสีโจวมีที่นี่เพียงร้านเดียว แม้แต่สตรีจวนหนิงอ๋องเองก็มาซื้อที่นี่” หนานกงมั่วเลิกคิ้ว “จวนหนิงอ๋องหรือ หนิงอ๋องนับว่ามีสายตาที่แหลมคม” สตรีจวนหนิงอ๋องต้องกล้ามากเพียงใดจึงกล้ามาซื้อเครื่องหอมร้านนี้
สตรีผู้นั้นชะงัก ไม่เข้าใจสิ่งที่หนานกงมั่วเอ่ยนัก ทว่าไม่นานก็ยิ้มออกมา “หากแม่นางคิดว่าดี นั่นจึงจะดีจริงๆ แม่นางต้องการสักหน่อยหรือไม่”
หนานกงมั่วครุ่นคิด เอ่ยบอกชื่อไปไม่กี่อย่าง “เช่นนี้ ต้องรบกวนท่านแล้ว เอาอย่างละสามเฉียน[1]”
รอยยิ้มของสตรีผู้นั้นงดงามราวกับดอกไม้บานทันใด สิ่งที่หนานกงมั่วสั่งนั้นล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องหอมที่แพงและดีที่สุด ต่อให้สั่งเพียงอย่างเดียวราคาก็ไม่ธรรมดาทว่านางกลับสั่งมาถึงหกชนิด “แม่นางรอสักครู่ เพียงแต่…อานหลิงเซียง ที่แม่นางอยากได้มันจะ…ไม่รู้ว่าแม่นางจะเอาไปทำอันใดหรือ” อานหลิงเซียงมีพิษเล็กน้อย โดยทั่วไปน้อยมากที่คนจะเอามาทำเครื่องหอม นอกเสียจากจะเป็นปรมาจารย์เครื่องหอมจริงๆ นางกลับไม่รู้ว่า หนานกงมั่วซื้อเครื่องหอมมาทว่าไม่ได้เอามาทำเครื่องหอม สกัดพิษจะเหมาะยิ่งกว่า
“ฮูหยินไม่ขายหรือ” หนานกงมั่วเองก็ไม่เข้าใจ เพียงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“แน่นอนว่าขาย” สตรีผู้นั้นเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เพียงแต่เครื่องหอมชนิดนี้มีพิษอ่อนๆ ยามที่แม่นางใช้ต้องระวังอยู่บ้าง” แม้ไม่รู้ว่าสตรีในอาภรณ์สีฟ้าอ่อนตรงหน้าเป็นใคร ทว่านางกลับไม่ได้กลัวอันใด ต่อให้เกิดเรื่อง เดิมอานหลิงเซียงก็มีพิษ นางเองได้เอ่ยเตือนไปแล้ว ไม่มีผลอันใดกับนาง คงไม่มีใครที่ตายเพราะพิษแล้วมาโทษร้านหรอกกระมัง ยิ่งไปกว่านั้น ในเมืองสีโจว…เกรงว่าคงไม่มีใครกล้ามาเอาเรื่องนาง
“ขอบคุณฮูหยินที่เอ่ยเตือน” หนานกงมั่วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
สตรีผู้นั้นหันตัวเดินไปยังตู้สินค้าเพื่อชั่งน้ำหนักเครื่องหอมที่หนานกงมั่วต้องการ เพิ่งเดินไปถึงตู้แล้ววางสินค้าลงพลันมีคนเดินเขาประตูมา สตรีผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมอง เห็นคนมาใหม่ดวงตาพลันวาววับขึ้นมารีบออกไปต้อนรับ อ้าปากยังไม่ทันได้เปล่งเสียงออกมา พลันเห็นคนผู้นั้นหันไปเอ่ยกับหนานกงมั่วด้วยรอยยิ้ม “โอ้ ซิงเฉิงจวิ้นจู่ เราเจอกันอีกแล้ว ช่างมีวาสนาเสียจริง”
หนานกงมั่วกลับไม่ตกใจ ยิ้มบาง เอ่ย “ที่ใดกันเล่า คุณชายเซี่ยได้ยินว่าข้าอยู่ที่นี่จึงได้มามิใช่หรือ”
คนผู้นั้นอยู่ในอาภรณ์สีม่วง ท่าทางเกียจคร้านคล้ายจะยิ้มทว่าไม่ยิ้ม แน่นอนว่าเป็นหนิงอ๋องที่เรียกตนเองว่าเซี่ยสือชี ถูกคนเปิดโปง หนิงอ๋องเองก็ไม่กระอักกระอ่วน ยิ้มจนตาหยี เอ่ย “คุณชายอย่างข้าได้ยินมานานแล้วว่าจวิ้นจู่ท่วงท่างดงาม ไม่รีบมาทันทีที่ได้ยินว่าจวิ้นจู่มาได้หรือ จวิ้นจู่ชอบเครื่องหอมไยต้องออกมาซื้อ เพียงบอกข้าส่งไปให้ก็พอแล้ว”
[1] เฉียน คือหน่วยน้ำหนัก สามเฉียนเทียบเท่าประมาณ สิบห้ากรัมในปัจจุบัน