หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 812 ไม่สนใจเป็นแม่ม่ายดำ (3)
ตอนที่ 812 ไม่สนใจเป็นแม่ม่ายดำ (3)
หนานกงมั่วทำได้เพียงรู้สึกยินดีที่ตนเองไม่ได้กำลังกินหรือดื่มอันใดอยู่ มิเช่นนั้นคงได้พ่นออกมา มองสำรวจบุรุษตรงหน้าด้วยความประหลาดใจอยู่นาน หนานกงมั่วจึงเอ่ย “เซียวเชียนเยี่ยไม่ได้ป่วยใช่หรือไม่ ให้ข้าไปสังหารจวินมั่วหรือ”
“จวิ้นจู่ เว่ยจวินมั่วเชื่อใจท่านเป็นที่สุด ขอเพียงท่านยินยอมแน่นอนว่าต้องหาโอกาสลงมือได้เป็นแน่”
หนานกงมั่วกุมขมับ เอ่ยด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “พวกท่านลืมแล้วหรือไม่ เว่ยจวินมั่วเป็นสามีของข้า เป็นบิดาของบุตรชายบุตรสาวของข้า”
หันอิงอานแสดงสีหน้าออกมาว่าสมเหตุสมผล “เพื่อผดุงคุณธรรมจำต้องทำลายครอบครัว ชื่อเสียงของจวิ้นจู่จะเป็นที่เลื่องลือไปจนถึงรุ่นหลังอย่างแน่นอน”
“ขอบคุณ ข้าไม่สนใจเป็นแม่ม่ายดำ[1]”
หันอิงอานสีหน้าอึมครึม “จวิ้นจู่ไม่ยินยอมหรือ ต่อให้จวิ้นจู่ไม่คิดถึงตนเอง หรือว่าไม่คิดถึงครอบครัวของท่านเลยหรือ”
“ครอบครัวหรือ” หนานกงมั่วเลิกคิ้ว
หันอิงอานเอ่ย “จวิ้นจู่อาจจะยังไม่รู้ อดีตฉู่กั๋วกงหนานกงไหว ยามนี้ยังอยู่ในคุกขัง อีกทั้งคุณหนูรองตระกูลหนานกงยามนี้ยังอยู่ในวังหลวง อีกทั้งคุณชายรองหนานกง…หรือว่าจวิ้นจู่ไม่คิดสนใจการจะอยู่หรือตายของชีวิตพวกเขาเลยหรือ”
“หนานกงไหวยังไม่ตายหรือ” หนานกงมั่วตกใจ ด้วยความอดทนของเซียวเชียนเยี่ย ยังเก็บหนานกงไหวมาจนถึงทุกวันนี้หรือ นางนึกว่าหนานกงไหวจะถูกเซียวเชียนเยี่ยฆ่าตายไปตั้งนานแล้ว
“จวิ้นจู่” สีหน้าของหันอิงอานพลันเปลี่ยน ดวงตาคมจ้องหนานกงมั่วเขม็ง “ต่อให้หนานกงไหวไม่ซื่อสัตย์ ทว่าอย่างไรก็ยังเป็นบิดาของจวิ้นจู่ คนอื่นจะดุด่าประณามหนานกงไหวได้ จวิ้นจู่ที่เป็นบุตร จะอกตัญญูเช่นนี้ได้เยี่ยงไร” หนานกงมั่วลูบปลายคาง ยิ้มตาหยี เอ่ย “โอ้ ใต้เท้าหันคิดเสียว่าจวิ้นจู่อย่างข้าทำลายครอบครัวเพื่อคุณธรรมก็พอแล้ว”
การปะทะกันหลายยกไม่เคยได้เปรียบทว่ากลับยิ่งทำให้โมโหมากขึ้น หันอิงอานเองก็รู้ว่าหนานกงมั่วมิใช่สตรีที่สามารถยึดหลักการทั่วไปมาเอ่ยกับนางได้ กัดฟันคิดเสียว่าไม่ได้ยินวาจาของนาง เอ่ยต่อ “จวิ้นจู่ไม่สนใจชีวิตของบิดาและพี่ชายของตนจริงหรือ”
หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “ชีวิตและความตายถูกกำหนดด้วยโชคชะตา ใครจะควบคุมใครได้ ใต้เท้าหัน…คงจะไม่ได้อยู่จินหลิงนานแล้วใช่หรือไม่ หรือว่าก่อนท่านมาท่านมิได้ถามคนอื่นสักหน่อยหรือว่าข้ามีความสัมพันธ์เยี่ยงไรกับตระกูลหนานกง อย่างเช่น…ใต้เท้าหันหมิ่น”
หันอิงอานตกใจเล็กน้อยมองไปยังสตรีตรงหน้า หนานกงมั่วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ใต้เท้าหันไม่ต้องตกใจ ข้าเพียงเคยได้ยินมาว่าใต้เท้าหันหมิ่นเองก็มีบุตรชายหนึ่งคน นับอายุดูแล้วก็อายุราวๆ กับใต้เท้าหัน” เมื่อครั้งหนานกงมั่วอยู่ที่จินหลิงไม่เคยมีชื่อหันอิงอานผู้นี้ให้ได้ยิน เพียงระยะเวลาสองปีกลับสามารถขึ้นมาเป็นถึงรองเจ้ากรมฝ่ายการทหาร จะไม่มีใครอยู่เบื้องหลังได้เยี่ยงไร
“ใต้เท้าหันถามจบแล้วหรือ พอดีจวิ้นจู่อย่างข้าเองก็มีคำถามอยากถามใต้เท้า ไม่รู้ว่าใต้เท้าหันจะคลายข้อสงสัยให้ข้าได้หรือไม่”
หันอิงอานมองนางอย่างระแวดระวัง “ท่านอยากถามอันใด”
หนานกงมั่วเอ่ยถาม “คนหนุ่มที่อยู่ด้านบนเมื่อครู่เป็นผู้ใดกันหรือ”
“คนหนุ่มอันใดกัน” หันอิงอานชะงัก เอ่ยด้วยท่าทีไม่เข้าใจ
หนานกงมั่วย่นคิ้ว “คนที่อยู่บนหอมุมถนนผู้นั้น มิใช่คนของท่านหรือ”
หันอิงอานส่ายศีรษะ “ข้าไม่รู้ว่าจวิ้นจู่หมายถึงผู้ใด”
หนานกงมั่วหรี่ตาลง เอ่ยเช่นนี้คนผู้นั้นนั่งอยู่ตรงนั้นสรุปว่าเป็นความบังเอิญหรือตั้งใจกัน ดูเหมือนว่า…อีกฝ่ายจะรู้ว่าด้านล่างมีคน มิเช่นนั้นเมื่อตอนที่ยกถ้วยชาให้นางคงไม่ตั้งใจมองไปข้างล่างเช่นนั้น เพราะสายตาของเขาทำให้หนานกงมั่วสังเกตุเห็นหันอิงอาน
แม้ในใจจะสงสัย ทว่าใบหน้าของหนานกงมั่วยังคงเรียบนิ่ง “ดูเหมือนสิ่งที่ใต้เท้าหันอยากเจรจาจะไม่อาจเจรจาได้แล้ว คิดว่าใต้เท้าหันยังมีเรื่องที่ต้องจัดการ ข้าจวิ้นจู่คงไม่รบกวนแล้ว” หันอิงอานเอ่ยเสียงเย็น “ในเมื่อจวิ้นจู่มาแล้ว ไยต้องรีบไปเพียงนี้”
หนานกงมั่วมองเขาอย่างน่าขัน “หรือว่า ใต้เท้าหันคิดจะจับตัวข้าเอาไว้หรือ”
“ข้าคงไม่อาจจับตัวจวิ้นจู่เอาไว้ได้ แต่พวกเขาเล่า”
เพียงโบกมือ ชายกลุ่มหนึ่งอยู่ในชุดราชองครักษ์กรูกันออกมาจากซอยเล็กๆ ล้อมหนานกงมั่วเอาไว้
“ราชองครักษ์” หนานกงมั่วกวาดตามองทุกคน เอ่ย “ดูเหมือนว่าเซียวเชียนเยี่ยจะให้ความสำคัญกับใต้เท้าหันเป็นอย่างยิ่ง”
หันอิงอานเชิดปลายคางขึ้น “จวิ้นจู่จะไปกับพวกข้าหรือว่าจะต้องให้ลงมือ”
หนานกงมั่วยกมือขึ้นมา เอ่ยสบายๆ “ขออภัยด้วย จวิ้นจู่อย่างข้าไม่คิดจะเลือก หรือว่า…ท่านคิดว่ามีเพียงท่านหรือที่มีองครักษ์”
หันอิงอานยิ้มหยัน เอ่ย “ข้ารู้ว่าข้างกายจวิ้นจู่มียอดฝีมือไม่น้อย เพียงแต่ เวลาเพียงชั่วครู่พวกเขาก็คงหาจวิ้นจู่ไม่เจอ โดยเฉพาะยอดฝีมือหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีข้างกายจวิ้นจู่ จวิ้นจู่จะโทษคงต้องโทษที่เชื่อมั่นในตนเองจนเกินไป หากท่านไม่สั่งให้คุณชายเว่ยออกไป ข้าคงไม่กล้าลงมือกับจวิ้นจู่”
หนานกงมั่วหัวเราะคิกคัก กลอกตาไปมา “ก็ใช่น่ะสิ หากข้าไม่ให้จวินมั่วแยกออกไป พวกท่านจะลงมือได้เยี่ยงไร”
“จวิ้นจู่คิดว่า จวิ้นจู่เพียงคนเดียวจะจัดการกับพวกข้าได้หรือ”
“ก็ไม่น่ะสิ” หนานกงมั่วเอ่ย “ข้าคนเดียวคงจะไม่ไหว แต่หากมีเขาด้วยเล่า”
เขาหรือ
ทุกคนหันกลับไป เห็นว่าซอยเล็กในโยวโจวไม่รู้ว่ามีคนผู้หนึ่งมาปรากฏตัวตั้งแต่เมื่อใด มืดเกินไปมองไม่ชัดถึงรูปร่างของคนผู้นั้น กระทั่งรอเขาเดินออกมา ใบหน้าหล่อเหล่าภายใต้แสงจันทร์สาดส่องกลับทำให้สีหน้าของหันอิงอานซีดขาวขึ้นมาทันใด “เว่ย…คุณชายเว่ย ท่านมาอยู่ที่นี่ได้เยี่ยงไร”
หนานกงมั่วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แม้แต่ข้ามีผู้ติดตามหรือไม่เจ้ายังไม่อาจรู้ได้ จะรู้ได้เยี่ยงไรว่าเขามาอยู่ที่นี่”
หันอิงอานกัดฟัน มองเว่ยจวินมั่วอย่างระแวดระวัง หวังว่าเขาจะไม่ได้ยินสิ่งที่ตนเอ่ยกับหนานกงมั่ว ยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใด ก็ได้ยินหนานกงมั่วเอ่ยขึ้นพร้อมด้วยรอยยิ้มหยัน “จวินมั่ว เมื่อครู่ใต้เท้าหันเอ่ยถึงข้อเสนออยู่หนึ่งอย่าง”
“ข้อเสนออันใดหรือ” เว่ยจวินมั่วก้าวเดินมาหยุดอยู่ด้านข้างหนานกงมั่ว เอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจ
หนานกงมั่วเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ “ใต้เท้าหันบอกว่า…ขอเพียงข้าสังหารท่าน เซียวเชียนเยี่ยก็จะแต่งตั้งข้าขึ้นเป็นองค์หญิงด้วย”
“อู๋สยาอยากเป็นองค์หญิงหรือ”
หนานกงมั่วถอนหายใจอย่างเสียดาย “แม้ว่าการเป็นองค์หญิงจะไม่เลว แต่ว่า…ข้าก็ทิ้งท่านไม่ลงนี่นา” หันอิงอานรู้อยู่ในใจว่าไม่ดีแน่แล้ว กัดฟันเอ่ย “คุณชายเว่ย อย่าคิดว่าข้ากลัวท่าน พวกเรามีคนมากมายเพียงนี้ พวกท่านสองคนไม่แน่ว่าจะเอาชนะได้”
“เมื่อครู่เจ้ายังเรียกเขาเว่ยจวินมั่วอยู่เลย” หนานกงมั่วเอ่ยขึ้น ไม่กลัวอันใดถึงต้องเปลี่ยนคำเรียกขานด้วย เมื่อเรียกคุณชายเว่ยอันใดนี่อำนาจก็ย่อมไม่เหลืออีกแล้ว ที่ทำให้ไม่พอใจที่สุดก็คือ ไยคนเหล่านี้จึงหวาดกลัวต่อเว่ยจวินมั่วมากกว่านางเล่า
เว่ยจวินมั่วก้าวขึ้นไปด้านหน้าบังนางเอาไว้ เคลื่อนมือมาดึงกระบี่ซือกุยออกมา มองหันอิงอานที่อยู่ตรงข้ามด้วยสายตาเยือกเย็น “ชักดาบออกมา”
แม้ว่าหันอิงอานจะเป็นรองเจ้ากรมฝ่ายการทหาร แต่อย่างไรเขาก็เป็นนักปราชญ์ กำลังในการจับพู่กันมี กำลังในการชักดาบชักกระบี่คงจะยังขาดไปเล็กน้อย ยิ่งไปกว่านั้น ชักกระบี่ต่อหน้าคุณชายเว่ย ต่อให้เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในยุทธภพเกรงว่าก็ยังอ่อนแอเกินกว่าจะทำได้
[1] แม่ม่ายดำ ในที่นี้หมายถึง แมงมุมแม่ม่ายดำ เป็นแมงมุมที่มีพิษร้ายแรง หลังจากผสมพันธุ์กับตัวผู้แล้วตัวเมียจะกินตัวผู้เข้าไป เปรียบได้กับหนานกงมั่วที่ไม่เป็นเหมือนแมงมุมแม่ม่ายดำ คือไม่คิดจะสังหารเว่ยจวินมั่ว สามีของตนเอง