หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1086 บุณคุณให้กำเนิด บุญคุณการเลี้ยงดู (1)
ตอนที่ 1086 บุณคุณให้กำเนิด บุญคุณการเลี้ยงดู (1)
ในหอเทียนอี เยี่ยนอ๋องวางเยาเยาไว้บนตักของตนเอง หยอกเยาเยาพร้อมมองไปยังสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตนเองพลางเลิกคิ้ว เอ่ย “ไยจึงมีสีหน้าเช่นนี้กันเล่า ข้าติดหนี้พวกเจ้าหรืออย่างไร”
“…” ก็พระองค์ติดหนี้พวกข้ามิใช่หรือ
คุณชายเว่ยหยิบหลักฐานการยืมเงินปึกหนาออกมาจากแขนเสื้ออย่างเชื่องช้าแล้วยื่นไปให้ เยี่ยนอ๋องยื่นมือมารับอย่างงุนงง ชั่วครู่พลันรู้สึกพูดไม่ออก
หนานกงมั่วเองก็พูดไม่ออก พกหลักฐานการยืมเงินมากมายเพียงนี้ติดตัว คุณชายเว่ย ท่านพร้อมคิดบัญชีทุกเมื่อหรืออย่างไร ไม่รู้เลยว่าท่านจะเป็นทาสเงินเพียงนี้มาก่อน
เยี่ยนอ๋องกระตุกมุมปาก กัดฟันพลางเอ่ย “ทำอันใด ข้าเป็นบิดาของเจ้า ใช้เงินเจ้าเล็กๆ น้อยๆ แล้วอย่างไร ของพวกนี้ต่อไปก็ต้องเป็นของพวกเจ้าสองสามีภรรยา ยังกล้าคิดบัญชีกับข้าละเอียดเพียงนี้”
หัวใจหนานกงมั่วกระตุก เงยหน้าขึ้นมามองเยี่ยนอ๋องอย่างอดไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาเอ่ยผิดหรืออย่างไร เอ่ยวาจาที่ทำให้คนเข้าใจผิดง่ายเพียงนี้ โชคดีที่ในห้องรับรองนอกจากพวกเขาแล้วไม่มีใครอื่น แน่นอนว่าด้วยนิสัยของเยี่ยนอ๋อง การเอ่ยวาจาผิดพลาดนั้นมีไม่บ่อย
คุณชายเว่ยเอ่ยเสียงเรียบ “นี่คือสินเจ้าสาวของอู๋สยา” ต่อให้เกณฑ์ทหารซื้อม้า พระองค์กล้าใช้สินเจ้าสาวของคนอื่นแล้วไม่คืนหรือ
เยี่ยนอ๋องเป็นใบ้ชั่วขณะ ใช้เงินของบุตรชายอย่างสบายอกสบายใจ กิจการที่ข้าแย่งชิงมาไม่ใช่เก็บไว้ให้ลูกหลานหรอกหรือ แต่ว่าสินเจ้าสาวของบุตรสะใภ้ไม่อาจใช้ไปเรื่อย ตั้งแต่อดีตก็ไม่มีหลักการเช่นนี้ ยกมือขึ้นมาพลิกเปิดบัญชีปึกหนาในมือ หัวใจของเยี่ยนอ๋องกระตุก ทำสงครามเป็นการผลาญเงินทองเสียจริง แม้ว่าตลอดหลายปีมานี้ฐานของโยวโจวจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ กองทัพโยวโจวต่อสู้น้อยครั้งจะพ่ายแพ้ ทว่ากลับเป็นหนี้มากมายมหาศาล คำนวณดูแล้วเป็นเงินกว่าสองล้าน บัญชีที่ทำให้คนหงุดหงิดพวกนี้ต่างเขียนชื่อเขาเยี่ยนอ๋องอย่างชัดเจน ประทับตราจวนเยี่ยนอ๋องของเขา อยากเปลี่ยนตราประทับก็ไม่ได้ ตระกูลหนานกงและตระกูลเมิ่งได้ทิ้งสมบัติไว้ให้หนานกงมั่วมากมายเพียงนี้เลย
ความจริงหนานกงมั่วไม่ได้มีสินเจ้าสาวมากมายเพียงนั้น อย่างน้อยยังไม่ถึงขั้นที่โยนเงินออกไปสองล้านแล้วไม่กระทบกระเทือน หลายปีมานี้สวนยานอกเมืองโยวโจวของหนานกงมั่วรุ่งเรืองไม่เลว หลังจากนั้นในเมืองเฉินโจวก็ขยายไปสองแห่ง สิ่งเหล่านี้นอกจากเอาไว้ให้กองทัพเฉินโจวยังส่งไปยังกองทัพโยวโจวอีกด้วย แต่เงินเหล่านี้ เพราะไม่ได้รีบร้อนกองทัพโยวโจวจึงติดหนี้ไว้ก่อน บวกกับที่พวกเขาช่วยกองทัพโยวโจวซื้อเสบียงอาหาร นี่จึงรวมออกมากว่าสองล้าน แน่นอนว่านางไม่อาจขายหน้าสามีเพื่อบอกกับเยี่ยนอ๋องว่านี่ไม่ใช่เงินสินเจ้าสาวของนาง อย่างไรตัวเลขนี้ พวกเขาก็ลดให้เยี่ยนอ๋องไปมากแล้ว คิดว่าเยี่ยนอ๋องเองก็คงเข้าใจอยู่ในใจ
เยาเยาที่นั่งอยู่ในอ้อมแขนของเยี่ยนอ๋องกะพริบตาปริบ จิ้มนิ้วไปยังใบรายการในมือของเยี่ยนอ๋อง เอ่ยด้วยความดีใจ “หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นห้าพัน หกแสนสองหมื่น…”
“…” เยี่ยนอ๋องกระอักเลือดอยู่ในใจ คลังทั่วทั้งจวนเยี่ยนอ๋องของเขาก็ไม่มีเงินมากมายเพียงนี้ เพียงแต่โชคดีที่เขาไม่ได้มีเพียงคลัง ส่งเสียงในลำคอ เยี่ยนอ๋องเอ่ย “เดี๋ยวกลับไปเอาเงินในวังหลวง ข้าดูแล้ว เงินในท้องพระคลังของเซียวเชียนเยี่ยเจ้าเด็กนั่นมีไม่น้อย ดูเหมือนหลายปีที่ผ่านมาจะประหยัดไม่น้อย”
เกาอี้โหวอยากร้องไห้แต่ร้องไม่ออก ท่านอ๋อง นั่นคือเงินตระกูลจูของข้านะ
เว่ยจวินมั่วเก็บใบรายการกลับคืนอย่างพึงพอใจแล้วส่งให้หนานกงมั่ว หนานกงมั่วเองก็พึงพอใจ ไม่ว่าคุณชายเว่ยและเยี่ยนอ๋องจะมีความสัมพันธ์อย่างไร บุรุษที่เป็นห่วงครอบครัวถึงจะเป็นบุรุษที่ดีที่สุด ต่อให้เงินนางมีมากจนใช้ไม่หมดก็สามารถเก็บเอาไว้ให้เยายาและอานอานได้นี่นา
ห้องรับรองเงียบไปชั่วครู่ เยี่ยนอ๋องมองสีหน้าจริงจังของเว่ยจวินมั่ว เอ่ย “เมื่อครู่อยู่ด้านนอก ข้าไม่ได้เอ่ยวาจานั้นไปเพียงเพราะความโกรธ”
เมื่อเอ่ยประโยคนั้นจบ ห้องรับรองก็เข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง หนานกงมั่วมองไปยังเว่ยจวินมั่ว ถอนหายใจออกมา “เสด็จลุง…เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นกังวลมากจนเกินไปเพคะ” เยี่ยนอ๋องยิ้มเย็น “มีอันใดให้รีบร้อนกัน ไม่ว่าจะจัดการอย่างไร เพียงข่าวนี้กระจายออกไปแน่นอนว่าต้องมีคนโวยวายมีคนตื่นตกใจ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ไยจึงไม่จัดการให้เด็ดขาด ข้าอยากรู้ ใครกล้าต่อต้านข้า”
“เสด็จแม่ยังไม่รู้” เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเย็น
เยี่ยนอ๋องเอ่ยอย่างสนุกสนาน “ความหมายของเจ้าคือ หากน้องห้าไม่ยอม เจ้าก็จะไม่ยอมรับข้าอย่างนั้นหรือ”
“พ่ะย่ะค่ะ” เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ
หากไม่ใช่ว่าในมือกำลังอุ้มตุ๊กตานุ่มนิ่ม เยี่ยนอ๋องแทบอยากพังโต๊ะปาถ้วยชาออกไป แต่เมื่อสบตากับดวงตากลมโตใสซื่อของเยาเยา ต่อให้โกรธมากเพียงใดก็ไม่อาจแสดงออกมาได้ เยี่ยนอ๋องกัดฟันพลางเอ่ย “ตอนนั้นยกเจ้าให้น้องห้าเลี้ยง หนึ่งเพราะวันเกิดของเจ้า สองเพราะน้องห้าเพิ่งเสียใจจากการสูญเสียลูกไป เจ้าเอ่ยเช่นนี้ เคยนึกถึงมารดาที่ให้กำเนิดเจ้าหรือไม่ ก่อนตายนางยังคิดถึงเจ้า”
ดวงตาของเว่ยจวินมั่วไหววูบ หลุบตาลงไม่เอ่ยสิ่งใด พระชายาเยี่ยนอ๋องจากไปเร็ว อีกทั้งหลังจากที่ปล่อยให้เว่ยจวินมั่วอยู่ที่นี่ก็ไม่เคยกลับมาจินหลิงอีก แน่นอนว่าเว่ยจวินมั่วไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับนาง และองค์หญิงฉังผิงเป็นมารดาที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็กจนโต ต่อให้ฟังเยี่ยนอ๋องบอกว่ามารดาผู้ให้กำเนิดเขาดีเพียงใด มารดาผู้ให้กำเนิดเจ็บปวดคิดถึงเขามากเพียงใด เขาก็ไม่อาจคิดว่ามารดาผู้ให้กำเนิดจะสำคัญไปกว่าองค์หญิงฉังผิงได้ เว่ยจวินมั่วไม่ชอบการเสแสร้งและไม่คิดว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นด้วย
เห็นท่าทีของเขา ความโกรธของเยี่ยนอ๋องพลันหายไป ถอนหายใจอย่างจนปัญญา
บุตรชายเติบโตมากับฉังผิงน้องสาว แม้แต่พบเจอก็ยังไม่เคยพบเจอมารดาผู้ให้กำเนิดเลยแม้เพียงสักครั้ง กระทั่งไม่รู้ว่ามีตัวตนอยู่ ด้วยนิสัยเย็นชาของเว่ยจวินมั่ว สามารถดีกับ ‘เสด็จลุง’ อย่างเขาได้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ‘เสด็จป้า’ เล่า”
“ช่างเถิด ครั้งนั้นเป็นข้าเองที่ผิดต่อเจ้าและมารดาของเจ้า” เยี่ยนอ๋องเอ่ยอย่างเศร้าใจ “แต่เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องฉังผิง ครั้งนั้นเมื่อยกเจ้าให้นางเคยเอ่ยเอาไว้ว่าหากถึงเวลานางจะให้เจ้ารู้ความจริง เจ้าก็ควรรู้ หลายปีมานี้น้องห้าทำเพื่อเจ้า นางเป็นองค์หญิง หย่ากับเว่ยหงเฟยใช่ว่าจะแต่งงานอีกไม่ได้ แต่ว่า…อีกด้านความโกรธที่นางมีต่อเว่ยหงเฟยนั้นยากที่จะแก้ อีกด้านเพราะไม่อยากให้เจ้ามีมารดาที่หย่าร้างและแต่งงานใหม่ ต่อไปนางไม่ใช่มารดาของเจ้า แต่ก็ยังเป็นเสด็จอาของเจ้า พวกเจ้ายังคงต้องกตัญญูต่อนาง นางแยกจากเว่ยหงเฟยมานานหลายปีแล้ว การเป็นองค์หญิงของต้าเซี่ย จะดีกว่าหรือไม่หากหาคู่ชีวิตที่ดีไม่ต้องมาคอยเฝ้าคนหนุ่มอายุน้อยอย่างพวกเจ้า”
ปีนี้องค์หญิงฉังผิงอายุเพียงสี่สิบกว่า ดูแลบำรุงร่างกายเป็นอย่างดี ดูเหมือนคนสามสิบต้นๆ เท่านั้น เยี่ยนอ๋องเอ่ยไม่ผิด องค์หญิงฉังผิงหย่าร้างไปหลายปี เพียงชาติกำเนิดของเว่ยจวินมั่วถูกประกาศออกไป คำครหามลทินขององค์หญิงฉังผิงครั้งนั้นจะถูกชะล้างจนสะอาดแล้ว ขอเพียงองค์หญิงฉังผิงยอม หากองค์หญิงฉังผิงที่หย่าร้างมาหลายปีอยากแต่งงานอีกครั้งใครก็ไม่อาจปฏิเสธได้
แต่ว่า…หนานกงมั่วหันไปมองเยี่ยนอ๋อง นี่คงเป็นความคิดของเยี่ยนอ๋องคนเดียวกระมัง แม้นับว่าวางแผนไว้ให้น้องสาวอย่างละเอียดรอบคอบ แต่หากบอกว่าสิ่งนี้ไม่ได้ทำเพื่อให้เว่ยจวินมั่วยอมรับตนเองเร็วขึ้นหนานกงมั่วคงไม่เชื่อ
เว่ยจวินมั่วเงียบไม่เอ่ยวาจา หนานกงมั่วถอนหายใจ ยิ้มพลางเอ่ย “เสด็จลุง อย่างไรพระองค์ก็กระจายข่าวออกไปแล้ว คนที่ควรรู้ก็คงรู้แล้ว คนที่ไม่สำคัญ รู้ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร มิสู้ รอเสด็จแม่มาถึงจินหลิงก่อนค่อยว่ากันดีหรือไม่ เสด็จแม่มีพระคุณเลี้ยงดูจวินมั่ว เรื่องเช่นนี้ไม่บอกเสด็จแม่ คงไม่ยุติธรรมในแง่ของความรักและมารยาทนะเพคะ”