หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1084 ท้องฟ้าสั่นสะเทือน (1)
ตอนที่ 1084 ท้องฟ้าสั่นสะเทือน (1)
“หุบปาก” หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเย็น
คนที่อยู่ตรงนั้นไม่ว่าจะร้องไห้หรือโห่ร้อง ต่างก็ต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวขณะมองสตรีตรงหน้าด้วยใบหน้าตกตะลึง นายหญิงใหญ่เว่ยที่อ้าปากกว้างที่สุดไม่อาจหุบลงได้ทัน น้ำหูน้ำตานองหน้าจนทำให้คนมองต้องขมวดคิ้วมุ่น
ปฏิกิริยานี้…คนทั่วไปเจอกับเรื่องเช่นนี้ ไม่ใช่ต้องปลอบใจให้สงบลงก่อนเพื่อชื่อเสียงของตนเองหรอกหรือ คนที่เดินผ่านไปมาไหนเลยจะสนใจว่าหลังจากเรื่องจบลงคนที่ก่อเรื่องจะถูกฆ่าปิดปากหรือทรมาน ผู้คนส่วนใหญ่ที่มามุงดูสถานการณ์ล้วนแล้วแต่เข้าข้างผู้ที่อ่อนแอกว่า หรืออาจเป็นคนที่มีความยุติธรรมจริงๆ หรือพวกที่ต้องการสนองความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง รวมไปถึงกระจายข่าวพร้อมแสดงความคิดเห็นของตนเองหลังจากจบเรื่องไปแล้วเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรู้ที่มีอยู่ของตนเอง ดังนั้นเมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้ คนทั่วไปจะใช้วิธีที่นุ่มนวลแสดงให้เห็นว่าตนไม่ได้กลั่นแกล้งผู้อื่นก่อน เพื่อไม่ให้ชื่อเสียงของตนเสื่อมเสีย ส่วนจะเป็นเช่นไรต่อไปหลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของตนเอง ท่าทางแข็งกระด้างของหนานกงมั่วนั้นเห็นได้ชัดว่าไม่ได้อยู่ในการคาดการณ์ของผู้คนที่เดินผ่านไปมา
เรื่องราวของตระกูลเว่ยและคุณชายเว่ย เมืองชั้นในและเมืองชั้นนอกทุกคนต่างเคยได้ยินมาก่อน ยามนี้คุณชายเว่ยและซิงเฉิงจวิ้นจู่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ตระกูลเว่ยกำลังตกต่ำ ในสายตาของผู้คน ในอดีตไม่ว่าตระกูลเว่ยจะละเลยต่อคุณชายเว่ยอย่างไร พวกเขาก็ไม่ควรซ้ำเติม อย่างไร…ชาติกำเนิดคุณชายเว่ยก็ยังไม่ชัดเจน แม้ว่าองค์หญิงฉังผิงจะเป็นองค์หญิง แต่ในเวลานั้นนางกลับให้กำเนิดลูกที่ไม่ใช่สายเลือดของตระกูลเว่ย นั่นคือการผิดต่อตระกูลเว่ย
หรือว่าซิงเฉิงจวิ้นจู่ผู้นี้คิดจะข่มเหงรังแกคนอื่นจริงๆ
อนุหันสะกิดนายหญิงใหญ่เว่ยที่ชะงักนิ่งไป นายหญิงใหญ่เว่ยพลันกลับมามีสติ ตะโกนเสียงดังกว่าเดิม “ทุกคนรีบมาดู มีคนต้องการรังแกคนอื่น รังแกคนแก่อย่างข้า ยังสนกฎเกณฑ์อันใดอยู่หรือไม่…”
หนานกงมั่วยิ้มหยัน มองไปยังนายหญิงใหญ่เว่ยอย่างเย็นชา เอ่ย “ท่านมาสร้างปัญหาอยู่ที่นี่ ท่านแน่ใจหรือว่าข้าจะไม่ทำอันใดกับท่าน”
นายหญิงใหญ่เว่ยผงะ มองหนานกงมั่วที่คล้ายจะยิ้มทว่าไม่ยิ้ม พูดไม่ออกขึ้นมากะทันหัน หนานกงมั่วเอ่ยหยัน “เดิมทีข้าไม่คิดจะมีเรื่องกับคนแก่ ข้าไม่รู้ว่าใครใช้ให้พวกท่านมา แต่ในเมื่อพวกท่านมาแล้ว…เช่นนั้นก็ควรยอมรับผลที่จะตามมา เด็กๆ”
“จวิ้นจู่” ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนองครักษ์ไม่รู้โผล่ออกมาจากที่ใด ยืนอยู่ด้านหลังหนานกงมั่วอย่างนอบน้อม
หนานกงมั่วเอ่ย “ถ่ายทอดคำสั่งของข้ากลับไปที่เฉินโจว เลี้ยงเว่ยจวินอี้มาหลายปีเป็นการสิ้นเปลืองอาหารมากเกินไป ตัดศีรษะเสีย อ่า ไม่สิ สังหารไม่เป็นมงคล เนรเทศไปยังจวี่โจวห้ามกลับมายังเมืองหลวงอีก”
ผู้คนที่เพิ่งส่งเสียงดังโวยวายเมื่อครู่ชะงักงัน หัวใจพวกนางเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อหนานกงมั่วเอ่ยว่าจะตัดศีรษะ ครั้นเมื่อนางเปลี่ยนวาจายังไม่ทันได้พ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกพลันได้ยินประโยคหลังตามมา นายหญิงใหญ่เว่ยหายใจไม่ทันหมดสติไปทันใด ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าจวี่โจวอยู่ห่างจากจินหลิงหลายพันลี้ มีภูเขาและน้ำเน่าเสียหลายพันแห่ง มีการอพยพเข้ามาของคนเถื่อน อีกทั้งยังมีโรคระบาด มีแมลงและสัตว์มีพิษนับไม่ถ้วน นั่นคือสถานที่เนรเทศที่น่ากลัวยิ่งกว่าชายแดนอันหนาวเหน็บ แม้แต่พวกคนเถื่อนอันธพาลที่ชั่วร้ายที่สุดก็อาจเอาชีวิตไม่รอดจากการถูกเนรเทศไปที่นั่นได้ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงคนอย่างเว่ยจวินอี้ นี่ต่างไปจากสังหารเว่ยจวินอี้อย่างไรกัน
อนุหันที่เดิมทีปิดหน้าร้องห่มร้องไห้ยามนี้กลับตกใจจนไม่อาจเปล่งเสียงออกมาด้วยซ้ำ เงยหน้าขึ้นมองหนานกงมั่วอย่างไม่อยากจะเชื่อ เป็นแบบนี้ได้เยี่ยงไร นี่…ไม่เหมือนกับที่เอ่ยเอาไว้ตอนแรกเลยนี่ หนานกงมั่วไยจึงกล้า…
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างก็ตกใจกับความเด็ดเดี่ยวของหนานกงมั่ว ทว่าไม่มีใครกล้าเอ่ยปากแทนตระกูลเว่ย ล้อเล่นหรือ ยามนี้ก็เห็นอยู่ว่าเยี่ยนอ๋องมีอำนาจในจินหลิงมากมายเพียงใด คุณชายเว่ยและซิงเฉิงจวิ้นจู่เป็นหลานที่เยี่ยนอ๋องให้ความสำคัญ ล่วงเกินพวกเขาเพราะใครไม่กี่คนที่ไม่รู้จักจะมีประโยชน์อันใด มาดูก็พอได้ แต่หากให้เอ่ยอันใดก็เลี่ยงเสียเถิด
“ซิงเฉิงจวิ้นจู่ เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร” ด้านหลังนายหญิงใหญ่เว่ย หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ก้าวออกมาพลางชี้ไปยังหนานกงมั่วพร้อมตะโกนขึ้น
หนานกงมั่วเลิกคิ้วพร้อมทั้งมองสตรีตรงหน้า “เจ้าเป็นใคร”
หญิงสาวที่ติดตามนายหญิงใหญ่เว่ยล้วนแต่งกายด้วยชุดผ้าฝ้ายธรรมดา แต่งตัวเรียบๆ แม้มองทรงผมก็รู้แล้วว่าทั้งสองคนนี้ยังไม่ทันออกเรือน แต่หนานกงมั่วก็แยกไม่ออกว่านี่คือเว่ยเฟยหรือเว่ยเชี่ยน อย่างไรตนก็ไม่สนิทชิดเชื้อกับพวกนาง เมื่อครั้งอายุสิบหกและสิบสี่นั้นง่ายที่จะแยกได้ แต่ยี่สิบสองและยี่สิบปีไม่ได้แยกง่ายเพียงนั้นแล้ว
ใบหน้าซูบผอมของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที กัดฟัน เอ่ย “ข้าคือเว่ยเชี่ยน”
“อ้อ” หนานกงมั่วพยักหน้า ราวกับไม่ใส่ใจ “ข้าทำไมหรือ”
เว่ยเชี่ยนตะโกน “เจ้าจะส่งพี่สามไปอยู่จวี่โจวได้เยี่ยงไร”
“เช่นนั้นความหมายของเจ้าคือ…” หนานกงมั่วเอ่ยถามอย่างใจดี “ข้าควรสังหารเขาหรือ”
“ไม่” เว่ยเชี่ยนยังไม่ทันเอ่ย อนุหันที่อยู่ด้านข้างพลันกรีดร้องขึ้นมา
เว่ยเชี่ยนกัดฟันพลางเอ่ย “แม้เมื่อก่อนท่านพ่อจะทำไม่ดีกับพี่ใหญ่ แต่อย่างไรก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ท่านย่าและท่านพ่อเองก็ยอมให้อภัยพวกเจ้าเรื่องในอดีตที่ผ่านมา ขอเพียง…”
รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงามของหนานกงมั่ว “เจ้ายอมให้อภัยอย่างนั้นหรือ พวกเรามีสิ่งใดที่ต้องให้พวกเจ้าให้อภัยด้วยหรือ ยิ่งไปกว่านั้น ข้าเองมองไม่ออกว่าสิ่งที่ทุกคนทำในวันนี้คือการคืนดีกัน คงไม่ใช่เพราะ…ตระกูลเว่ยไม่เหลือสิ่งใดแล้ว จึงนึกถึงเสด็จแม่และเว่ยจวินมั่วขึ้นมากระมัง พวกเจ้าโง่หรือ หรือพวกเจ้าคิดว่าข้าโง่”
อย่างไรเว่ยเชี่ยนก็เป็นสตรีที่ยังไม่ออกเรือน เมื่อหนานกงมั่วเอ่ยแผนของนางออกมาอย่างตรงไปตรงมาต่อหน้าผู้คน สบเข้ากับดวงตาฉงนของผู้คนพลันรู้สึกอายจนอยากหาที่แทรกหลบสายตาผู้คนไป
พวกนางมาที่นี่ด้วยความตั้งใจที่จะคืนดีกับเว่ยจวินมั่ว ตระกูลเว่ยยากจนแล้ว ตอนนี้นับประสาอันใดกับการหาครอบครัวสามีที่ดีสำหรับพวกนางพี่น้อง ตั้งแต่ท่านพ่อกลับมาชีวิตก็ลำบากขึ้น การกลับมาของเว่ยหงเฟยไม่ได้ทำให้ชีวิตของตระกูลเว่ยดีขึ้น แต่เพิ่มภาระขึ้นอีกขั้น เนื่องจากเว่ยหงเฟยทรุดโทรมลงอย่างมาก ตั้งแต่เขากลับมาแทบไม่ได้ทำอันใดเลยนอกจากดื่มเหล้าหนักทุกวัน สตรีเหล่านี้นอกจากจะช่วยเหลือตัวเองให้มีชีวิตรอด หญิงชราที่ไม่ทำสิ่งใดเลย เด็กน้อยสองคนที่ไม่รู้ความ ตอนนี้ยังมีชายที่ติดเหล้าเพิ่มมาอีกคน ถ้ามิใช่เพราะนายหญิงใหญ่เว่ยยังซ่อนเงินส่วนตัวเอาไว้ เกรงว่าแม้แต่ข้าวก็คงกินไม่อิ่ม แต่หากเป็นเช่นนี้ต่อไป อาหารคงไม่พอกินอย่างแน่นอน
สถานการณ์ของตระกูลเว่ยในตอนนี้ ไม่มีตระกูลขุนนางในเมืองจินหลิงตระกูลใดที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพวกเขา ดังนั้นหลังจากการปรึกษาหารือกัน พวกนางจึงพบว่ามีเพียงเว่ยจวินมั่วและองค์หญิงฉังผิงเท่านั้นที่พึ่งพาได้ นายหญิงใหญ่เว่ยไม่สนใจการหย่าร้างขององค์หญิงฉังผิงในครั้งนั้น นางเพียงคิดว่าตราบใดที่นางยอมให้อภัยองค์หญิงฉังผิงและยอมรับว่าเว่ยจวินมั่วเป็นลูกหลานของตระกูลเว่ย องค์หญิงฉังผิงและเว่ยจวินมั่วควรสำนึกในบุญคุณและต้อนรับพวกนางกลับไปยังจวนองค์หญิง แน่นอนว่านี่คือฝันกลางวันโง่เง่าเพียงเท่านั้น
ส่วนสาเหตุที่เมื่อปรากฏตัวกลับเสียมารยาทต่อหนานกงมั่วเช่นนี้ นายหญิงใหญ่เว่ยคิดว่าต่อให้พวกนางจะยกโทษให้องค์หญิงฉังผิงและยอมรับเว่ยจวินมั่วแล้ว พวกนางก็ไม่ควรวางตัวให้ต่ำลง จะต้องข่มขู่ผู้น้อยไว้ก่อน