หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1078 การจากลา (2)
ตอนที่ 1078 การจากลา (2)
หย่งเฉิงจวิ้นจู่รู้สึกเกรงใจ “เป็นเพราะพวกข้ารีบเกินไป” จวนเยี่ยนอ๋องยังไม่อาจเข้าพักได้ เยี่ยนอ๋องคงวางแผนให้จวนเยี่ยนอ๋องเรียบร้อยแล้วค่อยไปรับพวกนางเข้ามา ใครจะรู้…
หนานกงมั่วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวล เสด็จลุงและเชียนชื่อพวกเขาไม่เป็นไร เพียงแต่ไม่กี่วันนี้คงยุ่งมากโดยไม่อาจเลี่ยงได้”
หย่งเฉิงจวิ้นจู่พยักหน้า “พี่ชายเองก็คงยุ่งมากใช่หรือไม่เจ้าคะ” หลังจากเข้ามาในหอเทียนอีก็ไม่เจอพี่ชายเลย ด้วยความเชื่อใจและการให้ความสำคัญที่เสด็จพ่อมีต่อพี่ชาย เกรงว่าพี่ชายคงยิ่งยุ่ง
หนานกงมั่วพยักหน้า เอ่ยอย่างจนปัญญา “ก็ใช่น่ะสิ” เว่ยจวินมั่วไม่เพียงต้องจัดการทางทหาร ยังต้องจัดการฎีกาเหล่านั้นที่เยี่ยนอ๋องโยนมาให้กองใหญ่ ดูเหมือนจะถูกกองฎีกาทับไปแล้ว หนานกงมั่วคิดว่าต้องรีบให้พวกองค์หญิงฉังผิงกลับมา จัดการกับของเล่นเหล่านี้ยังคงเป็นคุณชายใหญ่ฉินที่ถนัดมือ ลิ่นฉังเฟิงนั้นทำได้เพียงครึ่งๆ กลางๆ พี่ใหญ่ก็คงทำได้ เพียงแต่เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สนใจสิ่งเหล่านี้
หย่งเฉิงจวิ้นจู่เท้าคางถอนหายใจ เอ่ย “ไม่ว่าอย่างไร สงครามก็นับว่าจบแล้ว”
“ใช่แล้ว สงครามนับว่าจบแล้ว” หนานกงมั่วยิ้มบาง
“ท่านแม่” เยาเยาที่นั่งตากลมโตอยู่บนตักของหนานกงมั่วเอ่ยเรียก
หนานกงมั่วก้มหน้าลงไป จับมือเล็กทั้งสองข้างของเยาเยา เอ่ย “เยาเยาคิดถึงเสด็จย่าและพี่ชาย”
หนานกงมั่วยิ้มหวาน ก้มลงไปจูบใบหน้าเล็กของบุตรสาวเบาๆ “แม่ก็คิดถึงเสด็จย่าและพี่ชายเจ้าแล้ว ไม่นานพวกเขาก็จะมารวมตัวกับพวกเรา”
เยาเยากะพริบตา “พวกเราไม่กลับบ้านหรือเจ้าคะ”
ในสายตาของเยาเยา เฉินโจวต่างหากที่เป็นบ้านของพวกนาง
หนานกงมั่วยิ้มบาง “ต่อไปก็คงจะกลับไปกระมัง พรุ่งนี้แม่พาเจ้าไปหาเสด็จปู่ดีหรือไม่” เยี่ยนอ๋องได้เจอเยาเยาที่หน้าศาลบูรพกษัตริย์เพียงชั่วครู่เท่านั้น หลังจากจบเรื่องก็เรียกให้พวกนางพาเข้าวัง เพียงแต่ยามนี้ในวังนอกวังนั้นคล้ายจะสงบ แต่ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดซ่อนอยู่มากมาย ไหนเลยหนานกงมั่วจะวางใจพาบุตรสาวเข้าวังไปให้เยี่ยนอ๋องดูแลเล่า นางพาเข้าไปเยี่ยมและพาออกมาก็พอแล้ว
“เสด็จปู่หรือเจ้าคะ” เยาเยางุนงง ยังคงพยักหน้า “ได้เจ้าค่ะ”
รุ่งเช้า แสงแดดส่องผ่านท้องฟ้า เมืองจินหลิงชั้นนอกชั้นในเงียบสงบ บนกำแพงเมือง ทหารยืนคุ้มกันราวกับรูปปั้น ทั่วทั้งเมืองจินหลิงอาบไปด้วยแสงอาทิตย์ มองจากที่ไกลออกไปดูระยิบระยับคล้ายทองคำ เป็นภาพที่งดงาม
ขณะยืนอยู่บนไหล่เขาจื่ออวิ๋น มองเมืองหลวงที่ไกลออกไป ชายในอาภรณ์สีขาวถอนหายใจออกมา “น่าเสียดายแล้ว สิ่งที่ทำมาตลอดสิบปีต้องสูญเปล่า เห็นได้ว่าสวรรค์ไม่อวยพรข้า หุบเขาแม่น้ำเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของข้า”
ด้านข้าง ชายชุดดำเอ่ยด้วยท่าทางสุภาพ “เจ้าสำนักเก่งกาจ อย่างไรก็ต้องมีสักวันที่หวนคืนกลับมาได้ขอรับ”
กงอวี้เฉินยิ้มขมขื่น ถอนหายใจเอ่ย “หวนคืนกลับมาอย่างนั้นหรือ เกรงว่าคงยากแล้ว” เยี่ยนอ๋องไม่ใช่คนที่เซียวเชียนเยี่ยจะเทียบได้ หากหลังจากเยี่ยนอ๋องเป็นเว่ยจวินมั่วขึ้นครองราชย์ นั่นก็ยิ่งยาก…
สตรีในอาภรณ์สีฟ้าผู้หนึ่งกำลังเดินขึ้นเขา แสงแดดอ่อนๆ สาดกระทบมายังใบหน้างดงาม ยิ่งขับให้น่าหลงใหล มือข้างหนึ่งยังจูงมือตุ๊กตาตัวน้อยน่ารักในชุดสีชมพูมาด้วย
“ซิงเฉิงจวิ้นจู่”
“เจ้าสำนักกง”
หนานกงมั่วมองไปยังกงอวี้เฉินที่อยู่ในอาภรณ์สีขาวตรงหน้า รู้สึกกะทันหันขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ จำได้ว่าครั้งแรกที่เจอกับเนี่ยนหย่วนคือที่เขาด้านหลังวัดต้ากวงหมิง ภิกษุในอาภรณ์สีขาว สง่างามโดดเด่น แม้จะมองออกว่าเนี่ยนหย่วนไม่ได้มีใจเคร่งในศาสนา แต่ใครจะคิดว่าภิกษุนุ่งขาวห่มขาวผู้นั้นจะเป็นเจ้าสำนักหอธาราที่มีใจทะเยอทะยาน สังหารคนราวกับผักปลา
กงอวี้เฉินเลิกคิ้ว “ข้าไม่คิดว่าจวิ้นจู่จะกล้าพาเด็กหญิงผู้นี้มาพบข้า”
หนานกงมั่วยิ้มเอ่ย “ไยจะไม่กล้าเล่า นอกเสียจากว่าเจ้าสำนักกงจะไม่อยากไปจากจงหยวนอย่างราบรื่น” หนานกงมั่วไม่ได้อยากพาเยาเยามา แต่เพราะสองวันนี้เยาเยาติดนางมาก หนานกงมั่วเองไม่อยากปฏิเสธบุตรสาวเพราะเรื่องนี้
แน่นอนว่านางไม่มีทางมาเอง ตอนนี้มั่นใจว่าด้านล่างเขาจื่ออวิ๋นมีคนของนางมากกว่าคนของกงอวี้เฉิน ต่อให้เป็นที่นี่ ต่อให้นางพาเด็กมาด้วย เกรงว่าคนข้างกายผู้นั้นของกงอวี้เฉินก็ทำอันใดนางไม่ได้
เหตุผลนี้ แน่นอนว่ากงอวี้เฉินก็เข้าใจ ดังนั้นจึงทำเพียงยิ้มไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ กลับหันหน้าไปหาเยาเยา ยิ้มจนตาหยี “ศิษย์รัก มาให้อาจารย์อุ้มสักหน่อย”
เยาเยาหลบไปอยู่ด้านหลังหนานกงมั่ว ทำหน้าตาล้อเลียนกงอวี้เฉิน “คนชั่วใหญ่”
“เจ้าสำนักกง” หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเย็น ตักเตือนเขา
กงอวี้เฉินยักไหล่ ถอนหายใจอย่างจนปัญญา “อีกไม่กี่วันข้าจะไปจากจงหยวน คิดว่าก่อนไปจึงอยากมาลาสักหน่อย น่าเสียดาย คิดไปคิดมาไม่มีคนให้ร่ำลาได้ ดูเหมือนจะมีเพียงจวิ้นจู่ที่พอจะมาส่งข้าได้ มิสู้นั่งดื่มชาสักถ้วยดีหรือไม่”
ไม่ไกลออกไปมีโต๊ะเตี้ยและเบาะสองใบ บนโต๊ะเตี้ยมีกาน้ำชาและถ้วยน้ำชาวางอยู่สองถ้วย เห็นได้ชัดว่ารอหนานกงมั่วมา
หนานกงมั่วพยักหน้าเบาๆ “เชิญ”
ทั้งสองนั่งลง เยาเยายังคงนั่งอยู่ในอ้อมแขนหนานกงมั่ว ดวงตากลมโตจ้องมองคนชั่วใหญ่ตรงหน้าที่ดูต่างออกไปจากเดิม
กงอวี้เฉินส่งยิ้มให้นางอย่างอารมณ์ดี ยื่นมือไปหยิกแก้มเล็กเบาๆ เยาเยาก้มหน้าลงเตรียมกัดด้วยความเคยชิน หนานกงมั่วเห็นแล้วได้แต่เอือมระอา
“ไม่รู้ว่าเจ้าสำนักกงเชิญข้ามาที่นี่ เพื่อสิ่งใด” หนานกงมั่วเอ่ยถาม นางไม่มีทางเชื่อว่ากงอวี้เฉินเพียงอยากสั่งลานาง ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาดูเหมือนจะไม่มีสิ่งใดต้องสั่งลากัน
กงอวี้เฉินก้มหน้า ถอนหายใจออกมา “สมแล้วที่เป็นซิงเฉิงจวิ้นจู่ ข้าจะไปจากจงหยวนคงไม่กลับมาในเร็วๆ นี้ ดังนั้น…คิดว่าจะเอาสิ่งที่มีอยู่ในมือมาแลกเปลี่ยนบางอย่างกับจวิ้นจู่และคุณชายเว่ย จวิ้นจู่เองก็รู้ ข้ากับเว่ยจวินมั่วคงไม่อาจคุยกันได้”
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว กงอวี้เฉินวางหนังสือเล่มเล็กในมือไว้บนโต๊ะ หนานกงมั่วยื่นมือไปหยิบทว่าถูกกงอวี้เฉินกดมุมเอาไว้ “นี่คือหลักฐานความร่วมมือของเซียวเชียนเยี่ยและเซียวฉุนที่ร่วมมือกับสำนักหอธารา หลังจากเยี่ยนอ๋องขึ้นครองบัลลังก์คงมีคำวิจารณ์ไม่น้อยกระมัง มีสิ่งนี้แล้ว…”
หนานกงมั่วเข้าใจทันที กงอวี้เฉินโกรธที่สุดท้ายติดกับเซียวเชียนเยี่ย จึงตัดสินใจขายเซียวเชียนเยี่ยอย่างนั้นหรือ กงอวี้เฉินส่ายศีรษะด้วยรอยยิ้ม “ไม่ ไม่ว่าเซียวเชียนเยี่ยจะทำเรื่องเหล่านี้หรือไม่ อย่างไรข้าก็จะขายเขาอีกครั้ง ใช้สิ่งของให้คุ้มค่าที่สุดมิใช่หรือ เด็กน้อย จำได้หรือไม่”
เยาเยากะพริบตา หนานกงมั่วยกมือขึ้นมาปิดดวงตากลมโตของบุตรสาว “อย่าสอนสิ่งไม่ดีกับบุตรสาวของข้า”
กงอวี้เฉินยักไหล่ไม่ใส่ใจ เพียงเอ่ยถาม “เป็นอย่างไร”
หนานกงมั่วเอ่ยถาม “ท่านต้องการสิ่งใด”
กงอวี้เฉินเอ่ย “ข้าต้องการกลับเป่ยหยวนอย่างราบรื่น”
หนานกงมั่วขมวดคิ้ว “จวินมั่วรับปากจะไม่ตามฆ่าท่านแล้ว อาจารย์อาและศิษย์พี่ของข้าก็ยังไม่ลงมือกับท่านในยามนี้”
กงอวี้เฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้าไม่เชื่อคำสาบาน” ตัวเขาเองสามารถผิดคำสัญญาได้ทุกเมื่อ จะไปเชื่อคำสัญญาจากคนอื่นได้อย่างไร