หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1075 เป็นคนไม่ควรเกินพอดี (1)
ตอนที่ 1075 เป็นคนไม่ควรเกินพอดี (1)
ตอนที่จูชูอวี้และสาวใช้เดินเข้าไป หย่งเฉิงจวิ้นจู่กำลังนั่งปักผ้าอยู่ลำพัง เมื่อครั้งเยี่ยนอ๋องบาดเจ็บหนักไม่อาจลุกขึ้นได้หย่งเฉิงจวิ้นจู่ก็คอยดูแลกตัญญูอยู่ตรงหน้าไม่ห่าง เมื่อมาถึงจินหลิงเยี่ยนอ๋องยุ่ง หย่งเฉิงจวิ้นจู่รู้ว่าตนเองช่วยอันใดไม่ได้ก็ไม่สร้างปัญหา ในทุกๆ วันนอกจากไปถวายพระพรเสด็จพ่อแล้วก็อยู่ในกระโจมของตนเองไม่เคยออกไปข้างนอก เมื่อวานเสด็จพ่อพาทหารเข้าไปในจินหลิง แม้นางจะเป็นห่วงทว่าทำได้เพียงเฝ้ารอ แม้ว่าปกติจะมีความสัมพันธ์ธรรมดากับจูชูอวี้ แต่เวลานี้ได้เห็นพี่สะใภ้รองจึงดีใจขึ้นมา อย่างน้อย…มีคนคอยพูดคุยก็ยังดี
“พี่สะใภ้รอง” หย่งเฉิงจวิ้นจู่วางเข็มลง เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
จูชูอวี้มองของที่นางวางเอาไว้บนโต๊ะ เลิกคิ้วพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “น้องสาวกำลังทำชุดให้เสด็จพ่อหรือ” หย่งเฉิงจวิ้นจู่ยิ้มบางแล้วพยักหน้าลง นางยังไม่ออกเรือน คู่หมั้นคู่หมายที่หมั้นเอาไว้ก็ตายในสนามรบ สตรีที่รอออกเรือนนอกจากจะทำชุดให้บิดาแล้วจะทำให้ผู้ใดได้ คุณชายเซียวทั้งสามไม่ได้มีมารดาผู้ให้กำเนิดคนเดียวกันกับหย่งเฉิงจวิ้นจู่ แม้หย่งเฉิงจวิ้นจู่จะถูกเลี้ยงดูเติบโตมาข้างกายพระชายาเยี่ยนอ๋องทว่าไม่ได้สนิทสนมกับพี่ชายทั้งสามนัก แต่เสด็จพ่ออย่างไรก็เป็นบิดาแท้ๆ ของตน หย่งเฉิงจวิ้นจู่ว่างไม่มีอันใดทำ แน่นอนจึงกตัญญูทำชุดและรองเท้าให้แก่เสด็จพ่อและเสด็จแม่บ้าง
“ไยพี่สะใภ้รองจึงมาหาข้าได้เล่า” หย่งเฉิงจวิ้นจู่ให้คนยกน้ำชาเข้ามา เอ่ยถามอย่างประหลาดใจ ความสัมพันธ์ของนางกับจูชูอวี้นั้นธรรมดา เมื่อครั้งจูชูอวี้เข้ามาในจวนเยี่ยนอ๋องยังพยายามดึงนางไปเป็นพวกทว่าเห็นนางไม่ใส่ใจจึงปล่อยผ่าน ยามนี้ทั้งสองมาอยู่ในกองทัพด้วยกัน แต่ว่าหย่งเฉิงจวิ้นจู่นั้นคอยดูแลแสดงความกตัญญูต่อเยี่ยนอ๋อง เรื่องของจูชูอวี้เองก็คล้ายว่าจะมีไม่น้อย จึงไม่ได้เดินไปไหนมาไหนมากนัก
จูชูอวี้จิบชา เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนว่าข้ามาแจ้งข่าวดีกับน้องสาว”
ได้ยินเช่นนั้นหย่งเฉิงจวิ้นจู่ก็ชะงัก ไม่นานพลันมีสติกลับมา เอ่ยด้วยความยินดี “หรือว่าเสด็จพ่อ…”
จูชูอวี้เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ใช้แล้ว กองทัพของเสด็จพ่อตีเมืองหลวงและวังหลวงแตกแล้ว คุณชายรองของเราเพิ่งส่งคนมาแจ้งข่าวดี ข้าจึงได้รีบมาแจ้งข่าวดีกับน้องสาว”
“เช่นนั้นก็เยี่ยมไปเลย” หย่งเฉิงจวิ้นจู่เอ่ยพึมพำ รีบเอ่ยถาม “เสด็จพ่อและพี่ใหญ่พวกเขาได้รับบาดเจ็บหรือไม่เจ้าคะ”
จูชูอวี้ถอนหายใจ เอ่ย “เอ่ยถึงเรื่องนี้ข้าเองก็ตกใจ คนที่มารายงานข่าวบอกว่าเสด็จพ่อเจออันตรายในศาลบูรพกษัตริย์ อันตรายกระทั่งเกือบ…”
นางเอ่ยอึกอัก หย่งเฉิงจวิ้นจู่ตกใจจนหน้าซีดขาว “นี่…จะทำอย่างไรดี เสด็จพ่อและพี่ใหญ่พวกเขา…” จูชูอวี้ลูบแผ่นหลังของนาง เอ่ย “วางใจ เสด็จพ่อมีพรจากสวรรค์ ถูกช่วยเหลือออกมาแล้ว เพียงแต่ได้ยินว่าตอนพี่ใหญ่ออกมายังสลบไปด้วย อาการบาดเจ็บของเสด็จพ่อยังไม่หายดี เกรงว่าคง…” มองสีหน้าไม่นิ่งของหย่งเฉิงจวิ้นจู่ จูชูอวี้ลอบเบ้ปาก ใบหน้ากลับยังมีรอยยิ้มอ่อนหวาน “ข้าเป็นห่วงเสด็จพ่อและพวกท่านพี่ อยากเข้าเมืองไปดู น้องสาวจะไปกับข้าด้วยหรือไม่”
ซิงเฉิงจวิ้นจู่ลังเลอยู่ชั่วครู่ “คงไม่ดีกระมัง หากเสด็จพ่อจะให้พวกเราเข้าเมือง คงส่งคนมาแจ้งข่าวเอง” ในเมื่อเสด็จพ่อยังไม่ส่งคนมารับพวกนาง แน่นอนว่าในเมืองยังไม่สงบ
จูชูอวี้ส่ายศีรษะเอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย “กองทัพเพิ่งเข้าเมือง มีเรื่องรัดตัวมากมาย ไม่แน่ว่ากว่าเสด็จพ่อจะนึกขึ้นได้คงผ่านไปหลายวันแล้ว หรือว่าน้องสาวไม่เป็นห่วงหรือ”
หย่งเฉิงจวิ้นจู่ขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดจึงผ่อนลมหายใจ พยักหน้าเอ่ย “ข้าจะเข้าเมืองไปกับพี่สะใภ้รองเจ้าค่ะ”
จูชูอวี้ยิ้มอย่างพึงพอใจ พยักหน้าพลางเอ่ย “เช่นนี้ก็ดี เราเก็บของเล็กน้อยแล้วเข้าเมืองกันเถิด”
พี่สะใภ้น้องสาวทั้งสองรีบเก็บของเข้าวังหลวง ฐานะทั้งสองนั้นพิเศษจึงไม่มีผู้ใดขัดขวาง เพียงแต่ยามเข้าเมืองนั้นไม่มีผู้ใดห้าม เมื่อมาถึงประตูวังหลวงกลับถูกขวางเอาไว้ แม้แต่เยี่ยนอ๋องก็ยังไม่พักอยู่ในวัง จะปล่อยให้ทั้งสองเข้าไปได้เยี่ยงไร หน้าประตูวังหลวง นายทหารหนุ่มกองทัพโยวโจวท่าทางดูเหมือนหัวหน้า ใบหน้าเรียบนิ่งขวางทั้งสองเอาไว้ เอ่ยว่า “จวิ้นจู่ ฮูหยินน้อยรอง ท่านอ๋องมีคำสั่งคนที่ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้าไปในวังหลวงขอรับ ทั้งสองท่านเชิญกลับไปเถิด”
จูชูอวี้ท่าทางไม่พอใจทว่าไม่ได้แสดงความโกรธออกมา เพียงเอ่ย “นายทหารผู้นี้ พวกข้าได้ข่าวว่าในวังหลวงเกิดเรื่อง รู้สึกกังวลจึงรีบเข้าเมืองมา หรือว่าพวกข้ายังเป็นคนนอกอยู่หรือ”
นายทหารไม่แม้แต่ชายตามอง “ฮูหยินน้อยรองเชิญกลับไปเถิดขอรับ”
จูชูอวี้ลอบกัดฟัน อดกลั้นความโกรธเอาไว้ไม่ได้ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าอยากพบคุณชายรอง ขอนายทหารช่วยรายงานด้วย”
หัวหน้าทหารเอ่ย “คุณชายรองและคุณชายใหญ่เพิ่งออกจากวังหลวงไปทำธุระขอรับ ยามนี้ไม่ได้อยู่ในวังหลวง ขอฮูหยินน้อยรองโปรดอภัยด้วย”
จูชูอวี้ทำอันใดไม่ได้ เพียงหันหลังหมุนตัวเตรียมเดินกลับไป นางคงไม่อาจต่อล้อต่อเถียงกับทหารเล็กๆ อยู่หน้าประตูวังหลวงกระมัง
ในรถม้าด้านหลัง แน่นอนว่าหย่งเฉิงจวิ้นจู่เองก็ได้ยินบทสนทนาของเขา แหวกผ้าม่านมองไปยังจูชูอวี้พลางขมวดคิ้ว “พี่สะใภ้รอง เข้าวังไม่ได้พวกเราจะทำอย่างไร กลับไปหรือเจ้าคะ”
จูชูอวี้ฝืนยิ้ม นางเข้าเมืองมาไม่ใช่เพราะเป็นห่วงเยี่ยนอ๋องแต่อย่างใด จะกลับไปได้เช่นไร เพียงแต่นางอยากกลับตระกูลจูสักครั้ง ทว่าไม่สะดวกพาหย่งเฉิงจวิ้นจู่ไปด้วย เห็นท่าทางไม่พอใจของหย่งเฉิงจวิ้นจู่ จูชูอวี้พลันหัวใจกระตุกเล็กน้อย เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ในเมื่อไม่อาจเข้าวังได้ ตอนนี้เกรงว่าจวนเยี่ยนอ๋องก็ไม่อาจอยู่ได้ น้องสาวจะตามข้าไปพักที่ตระกูลจูหรือไม่”
หย่งเฉิงจวิ้นจู่ลังเลอยู่นาน สุดท้ายจึงส่ายศีรษะ เอ่ย “ข้าคงไม่รบกวนพี่สะใภ้รองแล้ว ข้าจะกลับกองทัพไปก่อนเจ้าค่ะ” บางทีนางอาจไม่ได้ฉลาดอย่างจูชูอวี้แต่ก็ไม่ได้โง่ ต่อไปเรื่องต่างๆ ยิ่งต้องวุ่นวาย ต่อให้นางเป็นคนต่ำต้อย อย่างไรระวังเอาไว้จะดีกว่า
“โอ้ นี่ไม่ใช่ซั่นจยาจวิ้นจู่หรือ” เสียงหัวเราะดังมาจากด้านหลัง ทั้งสองหันกลับไปพลันมองเห็นคุณชายฉังเฟิงกำลังถือพัดอยู่ในมือ ยืนยิ้มมองพวกนางราวกับคนว่างงาน
คุณชายฉังเฟิงผู้สง่างามท่าทางสบายใจดูเหมือนยามนี้เขาจะอารมณ์ไม่เลวนัก หากเป็นใครอื่นต้องทำตัวเป็นอูฐยุ่งวุ่นวายทั้งวันก็คงไม่อาจสบายใจได้ เพียงแต่คุณชายฉังเฟิงนั้นลอบด่าบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของเว่ยจวินมั่วอยู่ในใจ ภายนอกกลับยังคงสง่างาม
เพราะชาติกำเนิดของเว่ยจวินมั่วรวมไปถึงถูกทหารหน้าประตูวังปฏิเสธ จูชูอวี้จึงอารมณ์ไม่ดีนัก ยามนี้เห็นลิ่นฉังเฟิงที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเว่ยจวินมั่วก็ยิ่งอารมณ์ไม่ดีมากขึ้น หากเป็นปกติแน่นอนว่าจูชูอวี้คงพูดคุยกับลิ่นฉังเฟิงสักประโยคสองประโยค เพียงแต่ยามนี้ไม่มีใจจะพูดคุยจริงๆ ทำเพียงพยักหน้าเอ่ยเสียงเรียบ “ที่แท้ก็เป็นคุณชายฉังเฟิงนี่เอง”
ลิ่นฉังเฟิงกลับไม่ใส่ใจซั่นจยาจวิ้นจู่ที่เปลี่ยนไปจากเดิม ท่าทางกระตือรือร้น “ที่แท้หย่งเฉิงจวิ้นจู่ก็อยู่ด้วย จวิ้นจู่ทั้งสองเป็น…”
เห็นคนอื่นอารมณ์ไม่ดี อารมณ์ของตนพลันดีขึ้น ความสุขในชีวิตคนจะมีหรือไม่ต้องเอามาเปรียบเทียบกันจริงๆ
จูชูอวี้ฝืนยิ้ม เอ่ย “ข้ากับน้องสาวเป็นห่วงเสด็จพ่อและพวกท่านพี่จึงได้รีบเข้าเมืองมา ไม่คิดว่า…”
คุณชายฉังเฟิงพลันเข้าใจในทันที “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ท่านอ๋องสั่งให้คุณชายใหญ่และคุณชายรองไปจัดการทำความสะอาดจวนเยี่ยนอ๋องแล้ว คิดว่าอีกสองวันคงเข้าอยู่ได้ แต่ว่าตอนนี้ทั้งสองท่าน…”