หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1068 หุนหันพลันแล่น (1)
ตอนที่ 1068 หุนหันพลันแล่น (1)
เมื่อออกมามาแล้ว ทั้งห้าคนยืนอยู่หน้าประตูไร้ซึ่งวาจา
เซียวเชียนชื่ออ้าปาก สุดท้ายก็ไม่รู้จะเอ่ยอันใด ทำได้เพียงหุบปากลงไปอย่างหงอยเหงา
เว่ยจวินมั่วเหลือบมองทั้งสามเล็กน้อย พยักหน้าเบาๆ เอ่ยกับหนานกงมั่ว “อู๋สยา ไปกันเถิด”
หนานกงมั่วพยักหน้าให้ทั้งสามคนด้วยรอยยิ้ม “ลาก่อนแล้ว”
มองตามแผ่นหลังของทั้งสองเดินเคียงคู่กันออกไป ทั้งสามคนนิ่งเงียบอยู่นาน เซียวเชียนจย่งพลันเอ่ยขึ้น “พี่ชาย พี่สะใภ้ รอข้าด้วย เสด็จพ่อให้ข้าติดตามพวกท่านนะ” เขาไม่อาจเรียกพี่ใหญ่ขึ้นมาได้ เช่นนั้นก็วางไว้ก่อนเถิด อย่างไรเสด็จพ่อก็ยังไม่รับสั่งอย่างเป็นทางการ ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันเถิด
ที่ประตูเหลือไว้เพียงเซียวเชียนชื่อและเซียวเชียนเหว่ย สองพี่น้องมองสบตากันต่างก็เห็นถึงความขมขื่นอยู่ในสายตาซึ่งกันและกัน นี่เป็นครั้งแรกตลอดหลายปีมานี้ที่สองพี่น้องเห็นตรงกัน
“น้องรอง ไปกันเถิด” เซียวเชียนชื่อถอนหายใจเบาๆ เอ่ยขึ้น
เซียวเชียนเหว่ยเงยหน้ามองท้องฟ้าด้านนอก มองเห็นนกสองตัวบินผ่านหลังคากระเบื้องไป เดินเคียงข้างไปกับเซียวเชียนชื่อบนบันไดยาว เซียวเชียนเหว่ยเอ่ยถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “พี่ใหญ่ ท่านว่า…พี่ชายเป็นบุตรชายของเสด็จแม่ซ่งจริงหรือ”
เซียวเชียนชื่อยิ้มขมขื่น “เสด็จพ่อเอ่ยด้วยตอนเอง จะโกหกได้หรือ” เขารู้ว่าเซียวเชียนเหว่ยยากจะรับได้ ความจริงแล้วเขาเองก็ยากจะรับได้ แต่เห็นได้ชัดว่านี่เป็นเรื่องจริง ต่อให้เสด็จพ่อผิดหวังกับพวกเขามากเพียงใดก็ไม่มีทางเอาลูกของเสด็จอามาเติมเต็มเป็นลูกของตนเอง และพวกเขา ต่อให้ยากจะรับได้ก็ไม่อาจปฏิเสธการตัดสินใจของเสด็จพ่อได้ ยิ่งไปกว่านั้น…พี่ชายยังเป็นบุตรชายของเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ซ่ง เป็นเรื่องสมเหตุสมผลหากจะกลับคืนสู่เชื้อสายบรรพบุรุษดังเดิม ใครจะห้ามได้เล่า”
เซียวเชียนชื่อถอนหายใจเบาๆ เอ่ย “ข้ารู้ว่าน้องรองรู้สึกเช่นไร ข้าเองก็เหมือนกัน น่าตกใจเกินไป อีกไม่กี่วันเดี๋ยวก็คงดีขึ้นบ้าง ความจริง…นี่ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลแล้วมิใช่หรือ นอกจากพี่ชายแล้วเจ้าเห็นว่าเสด็จพ่อเคยให้ความสำคัญกับผู้ใดหรือไม่” เสด็จอาฉังผิงถูกเสด็จพ่อเลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่นั่นไม่ผิด เสด็จอาฉีอ๋องเองก็เติบโตมาด้วยกัน เสด็จพ่อให้ความสำคัญกับพี่น้องจวนฉีอ๋องคนใดหรือไม่
เซียวเชียนเหว่ยมองพี่ชายของตนอย่างแปลกประหลาด เสด็จพ่อให้ความสำคัญกับหลานและเสด็จพ่อให้ความสำคัญกับบุตรชายคนโตเหมือนกันหรือ
เซียวเชียนชื่อยื่นมือไปตบไหล่เซียวเชียนเหว่ย เอ่ยจริงจัง “น้องรอง อย่าคิดมาก เรื่องนี้เดิมก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะจัดการได้”
ห้ามเสด็จพ่อไม่ให้ยอมรับพี่ชายหรือ ต่อให้ฟ้าดินถล่มทลายก็ไม่มีเหตุผลที่ดีพอ มารดาของพวกเขาเป็นชายาเอกของเสด็จพ่อก็จริง อยู่กับเสด็จพ่อมายี่สิบกว่าปี แต่มารดาของพี่ชายนั้นเป็นชายาพระองค์เก่าของเสด็จพ่อ ผ่านความยากลำบากมากับเสด็จพ่อ สุดท้ายก่อนตายยังไม่อาจได้เห็นหน้าบุตรชายเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกฎหรือความรู้สึก ตัวตนของเว่ยจวินมั่วนั้นก็สูงส่งยิ่งกว่าพวกเขาอย่างเห็นได้ชัด
เซียวเชียนเหว่ยนิ่งเงียบไม่เอ่ยวาจา เซียวเชียนชื่อตบไหล่น้องชาย หมุนตัวเดินต่อไปข้างหน้า
สถานที่ลับแห่งหนึ่งในเมืองจินหลิง กงอวี้เฉินนั่งนิ่งเงียบอยู่หลังโต๊ะหนังสือ แม้ว่าไม่มีใครสังหารเขา แต่ฝ่าเท้าของอาจารย์ในตอนท้ายนั้นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีเลยแม้เพียงนิด แต่กงอวี้เฉินกลับไม่มีความโกรธแค้นต่อเรื่องนี้ ฝีมือไม่อาจสู้เขาได้จะทำสิ่งใดได้ สามารถรักษาชีวิตเอาไว้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว
“เจ้าสำนัก ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่ขอรับ” กงเอ้อร์เข้ามา มองกงอวี้เฉินพร้อมเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
เมื่อออกมาจากวังแล้วพวกเขาก็ไม่ได้รีบออกจากเมือง ไม่ใช่ว่าพวกเขายังคิดทำเรื่องเลวร้ายอันใด แต่ว่าตอนนี้สำนักหอธาราราวกับหมดสิ้นแล้ว คนที่มีความสามารถสักหน่อยก็ถูกกักตัวอยู่ในวัง แต่อย่างน้อยก็ยังพอมีไม่กี่คนที่ใช้ประโยชน์ได้ พวกเขาต้องเตรียมตัวให้พร้อมอย่างแท้จริงจึงจะออกเดินทางได้ คำสัญญาของเว่ยจวินมั่วคือไม่ตามไล่ล่าสังหารพวกเขาในระยะเวลาหนึ่งเดือน แต่ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่ลงมือ พวกเขาเพียงไม่กี่คนคุ้มกันเจ้าสำนักออกไป เป็นไปได้ที่จะถูกสังหารระหว่างทาง
กงอวี้เฉินพยักหน้า เอ่ย “ไม่เป็นไร แล้วเป็นอย่างไรแล้ว”
กงเอ้อร์เอ่ยตอบ “คนที่พาเข้าวัง…ไม่อาจออกมาได้แม้เพียงคนเดียวขอรับ คนที่อยู่นอกเมืองจินหลิงก็ถูกคุณชายเว่ยและซิงเฉิงจวิ้นจู่กวาดล้าง คนที่เราใช้งานได้ตอนนี้มีไม่ถึงยี่สิบคนขอรับ” เอ่ยถึงเรื่องนี้ หัวใจของกงเอ้อร์พลันหนักอึ้ง ยอดฝีมือยี่สิบอันดับต้นๆ ของสำนักหอธารา ยามนี้นอกจากกงซานกับซืออีที่อยู่ที่เป่ยหยวนก็เหลือเพียงนางและกงชี กงจิ่วและพี่ใหญ่ตายที่สีโจวเมื่อสามปีก่อน คนที่เหลืออยู่ก็ทยอยจากไปไม่น้อยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ครั้งนี้ยังเสียสละไปไม่กี่คน ยามนี้ที่เหลืออยู่เรียกได้ว่าอยู่ขั้นสองเท่านั้น
กงอวี้เฉินกลับไม่รู้สึกสูญเสียและเสียใจอย่างพวกเขา สำนักหอธาราคืออำนาจที่สำคัญในมือของเขาก็จริง แต่อำนาจมีไว้ใช้งาน เพียงแต่ครั้งนี้เขาพ่ายแพ้ก็เท่านั้น หากสำเร็จต่อให้สำนักหอธาราจบสิ้นก็คุ้มค่า ขอเพียงเขายังมีชีวิตอยู่ เพียงเวลาไม่นานเขาก็จะมีสำนักหอธาราใหม่
“เตรียมตัวให้พร้อม เราจะเดินทางออกจากจินหลิงทันที จงหยวน…ตอนนี้ไม่อาจอยู่ได้แล้ว ช่วงนี้เว่ยจวินมั่วคงจะยุ่งกับงานในเมืองจินหลิงและร่างกายของเยี่ยนอ๋อง จึงไม่มาสร้างปัญหาให้กับเรา” ยามนี้เว่ยจวินมั่วไม่ตามสังหารพวกเขา แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้มีสิ่งใดซ่อนอยู่ในความมืด
“ขอรับ เจ้าสำนัก” กงเอ้อร์ลังเลอยู่ชั่วครู่ เอ่ยถาม “เจ้าสำนัก หนานกงไหวถูกคนของวังจื่อเซียวจับตัวไปแล้วขอรับ” เดิมทีหนานกงไหวเป็นว่าที่แม่ทัพเป่ยหยวนที่กงอวี้เฉินให้ความสำคัญ ชื่อเสียงในจงหยวนของหนานกงไหวได้แตกสลายมลายจนสิ้นแล้ว ยามนี้ยังแตกหักกับบุตรชายบุตรสาว กลับไปยังเป่ยหยวนกงอวี้เฉินก็ไม่กังวลว่าหนานกงไหวจะทรยศหักหลัง
กงอวี้เฉินเลิกคิ้ว “เจ้าคิดว่า ตอนนี้พวกเรายังจะมีความสามารถไปสนใจความเป็นตายของหนานกงไหวอีกหรือ”
“ข้าน้อยผิดไปแล้วขอรับ” แม่ทัพนั้นสำคัญ แต่ต่อให้สำคัญก็ไม่ได้สำคัญเท่าชีวิตตนเอง ตอนนี้พวกเขาแม้แต่ดูแลตนเองยังทำไม่ได้ ไหนเลยจะมีเวลาไปช่วยหนานกงไหว ตกไปอยู่ในมือของบุตรสาวและบุตรเขยของตน หนานกงไหวก็คง…จะยังเหลือชีวิตรอดกระมัง
กงอวี้เฉินถอนหายใจ โบกมือเอ่ย “ไปเถิด พรุ่งนี้เช้าพวกเราจะกลับเป่ยหยวน เพียงแต่เสียดายเจ้าเด็กคนนั้น” นึกถึงเด็กน้อยที่อยู่กับตนมานานหลายวัน กงอวี้เฉินรู้สึกเสียดาย เขาชอบก้อนสีชมพูเล็กๆ นั้นมากจริงๆ
“ขอรับ เจ้าสำนัก”
สิ่งที่เยี่ยนอ๋องเอ่ยเอาไว้ไม่มีผิด งานในจินหลิงยามนี้มากมายราวกับภูเขา กองทัพจำต้องจัดวางตำแหน่ง ข้าราชการในราชสำนักจำต้องจัดการ การดำเนินการของกรมต่างๆ ไม่อาจหยุดได้ อีกทั้งราษฎรชาวเมืองจินหลิงจำเป็นต้องได้รับการปลอบขวัญ งานที่เดิมทีเป็นหน้าที่ของข้าราชการขุนนางในราชสำนักต้องตกมาอยู่ในมือเพียงไม่กี่คน จะไม่ยุ่งจนหัวหมุนได้หรือ ต่อให้มีความสับสนอยู่ในความคิด คุณชายทั้งสามของตระกูลเซียวจำต้องทิ้งเอาไว้แล้วมาหัวหมุนต่อไป
ในตำหนักแห่งหนึ่งทางทิศตะวันออกของวังหลวง ขุนพลหลายคนกำลังโต้เถียงกัน เฉินอวี้และเซวียเจินนั่งอยู่ตรงหน้า มองเหล่าขุนพลที่โต้เถียงกันไปมาแล้วจำต้องถอนหายใจ
สิ่งที่ทุกคนโต้เถียงกันไม่ได้มีสิ่งใดมากไปกว่าสถานที่ตั้งค่ายต่างๆ รวมไปถึงทหารที่เพิ่งยอมจำนนจะจัดการเยี่ยงไร เยี่ยนอ๋องไม่มีกำลังจัดการเรื่องเหล่านี้ด้วยตัวเอง อีกทั้งเห็นได้ชัดว่าเฉินอวี้และเซวียเจินเองก็ไม่อาจจัดการกับขุนพลเหล่านี้ได้ หากมีเพียงกองทัพโยวโจวยังว่าง่าย แต่ในนี้ยังมีกองทัพเฉินโจวและกองกำลังรักษาการณ์ไท่หนิงอีกด้วย ต่างฝ่ายต่างมีกำแพงกันชัดเจน แน่นอนว่ากองทัพโยวโจวหวังว่าตนเองจะได้เปรียบ ทว่ากองทัพเฉินโจวและกองกำลังไท่หนิงกลับไม่ได้รังแกได้ง่ายเพียงนั้น ไหนเลยจะสงบลงได้