หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1064 พร้อมหน้าพร้อมตา (1)
ตอนที่ 1064 พร้อมหน้าพร้อมตา (1)
ศาลาในอุทยาน คุณชายเสียนเกอกำลังหยอกเย้าเยาเยาที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาย่างมีความสุข แม้ว่าตลอดหลายปีมานี้เขาจะไปเยี่ยมอาจารย์และอาจารย์ลุงที่เฉินโจวหลายครั้ง แต่ความจำของเด็กไม่ได้ดีเพียงนั้น สำหรับลุงอย่างคุณชายเสียนเกอแล้วจึงยังให้ความรู้สึกแปลกหน้าอยู่บ้าง โชคดีที่เยาเยายังจำลุงคนนี้ได้บ้าง โชคดีไปกว่านั้นคือรูปลักษณ์ภายนอกของคุณชายเสียนเกอนั้นโดดเด่น ดังนั้นแม้ไม่คุ้นเคยทว่าเยาเยากลับไม่ได้ต่อต้านเขา หากหน้าตาของคุณชายเสียนเกอเหมือนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาตามท้องถนน เกรงว่าภายในสามวันห้าวันก็อย่าได้คิดจะอุ้มเด็กน้อยเลย
ซังเจี้ยวเองก็นั่งอยู่ด้านข้าง แม้ว่าจะอยากอุ้มศิษย์น้องที่พลัดห่างกันมาเป็นเวลานาน แต่คนตัวเล็กตัวน้อยอย่างเขาต่อหน้าคุณชายเสียนเกอก็ทำได้แค่นั่งมองตาปริบ
ซิงเวยกอดกระบี่ยืนพิงเสาศาลาอยู่ด้านนอก คุ้มกันความปลอดภัยของทั้งสองคน แม้ว่าตอนนี้วังหลวงจะมีกองทัพโยวโจวควบคุม แต่ใครก็ไม่อาจรู้ได้ว่ามีศัตรูซุกซ่อนอยู่มากเพียงใด เพียงแต่มีซิงเวยและคุณชายเสียนเกออยู่ นอกเสียจากจะเก่งกาจเท่าเว่ยจวินมั่ว มิเช่นนั้นคิดอยากทำร้ายเยาเยาอีกครั้งนั้นคงเป็นไปไม่ได้
“เด็กดี ยังจำลุงได้หรือไม่” คุณชายเสียนเกอบีบแก้มบนใบหน้าเล็กพร้อมเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม ดูเหมือนว่าหลายวันมานี้เด็กน้อยไม่ได้ลำบากอันใดนัก ใบหน้าเล็กยังคงมีเลือดฝาดอมชมพูและนุ่มนิ่ม ไม่ได้ดูหิวโซเลยสักนิด เยาเยากะพริบตา พยักหน้าเอ่ยเสียงเบา “ท่านลุงเสียนเกอ”
“เด็กดี” คุณชายเสียนเกอทนไม่ไหวหอมใบหน้าเล็กของเยาเยาไปหนึ่งครั้ง “หลายวันมานี้อยู่คนเดียวกลัวหรือไม่”
เยาเยาส่ายศีรษะ “เยาเยาไม่กลัว มีเฟยเฟยอยู่กับเยาเยา”
เฟยเฟยคลานออกมาจากแขนเสื้อของเยาเยาพร้อมกับบิดตัวไปมา ไล่หางของตนเองเป็นวงกลมอย่างภาคภูมิ คุณชายเสียนเกออดกระตุกขอบตาอย่างอดไม่ได้ สีสันต่างเช่นนี้ช่างไม่เข้ากับสุนทรียศาสตร์ของคุณชายเสียนเกอเลยจริงๆ “อาไป๋อยู่ที่ใดหรือ” เมื่อเทียบกับเฟยเฟย คุณชายเสียนเกอชอบอาไป๋มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นด้านรูปลักษณ์และการใช้งาน เพียงแต่การให้สิ่งมีพิษร้ายแรงไปอยู่กับเด็กสามขวบ สมองมีปัญหาถึงจะทำเช่นนั้น แม้จะมีเฟยเฟยก็ไม่ปลอดภัย ดังนั้น เมื่อหาเยาเยาเจอแล้วหนานกงมั่วจึงแยกอาไป๋ออกจากเยาเยาทันที
เยาเยาส่ายศีรษะ หันไปมองซังเจี้ยว ซังเจี้ยวยิ้มพลางเอ่ย “อาไป๋อยู่กับอาจารย์”
คุณชายเสียนเกอมองไปยังซังเจี้ยว เมื่อเทียบกับเยาเยาที่ยังคงอวบอ้วน ซังเจี้ยวกลับซูบผอมลงไปมาก เห็นได้ว่าหลายวันมานี้ลำบากไม่น้อย “เจ้าบ้ากงอวี้เฉินนั่นไม่ได้ตีเจ้าใช่หรือไม่ มาให้ข้าตรวจชีพจรดูสักหน่อย” สำหรับคุณชายเสียนเกอ กงอวี้เฉินคือคนบ้าที่มีความคิดแปลกประหลาด การตีเด็กแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่เขาสามารถทำได้
ซังเจี้ยวส่ายศีรษะ “ไม่ขอรับ” ตั้งแต่ถูกจับตัวไว้ กงอวี้เฉินไม่ได้ทำอันใดกับเขา อย่างไรเขาก็เป็นเพียงเด็กอายุสิบเอ็ดสิบสอง นอกจากมีวรยุทธ์ที่ไม่เลวแล้วก็ไม่รู้ความลับอันใดเลย กงอวี้เฉินเองก็ไม่ได้คาดหวังคำสารภาพใดๆ จากเขา แม้ว่าความเป็นคนของกงอวี้เฉินจะต่ำ แต่ก็ยังสูงกว่าคุณชายเสียนเกออย่างแน่นอน
“พี่อาเจี้ยว อุ้มๆ” เยาเยายื่นมือเล็กไปหาซังเจี้ยว
ใบหน้าเคร่งขรึมของซังเจี้ยวพลันปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยนขึ้นมาทันใด ยื่นมือไปรับเยาเยามาอุ้มเอาไว้ คุณชายเสียนเกอเห็นเช่นนั้นได้แต่ถอนหายใจ “เจ้าเด็กใจร้าย”
“ท่านพ่อ ท่านแม่” ขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของซังเจี้ยว เยาเยาหันไปเห็นหนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่วที่เดินเคียงข้างกันมา เอ่ยร้องขึ้นมาเสียงดังด้วยความดีใจ
หนานกงมั่วเดินเข้าไปรับเยาเยามา “เยาเยา”
เยาเยามอบจูบชื้นแผ่วเบาให้มารดา “เยาเยาคิดถึงท่านแม่”
“แม่ก็คิดถึงเยาเยา” หนานกงมั่วอุ้มเด็กตัวนุ่มในอ้อมแขน ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา เยาเยารีบเอนตัวเข้าไปทางเว่ยจวินมั่ว “ท่านพ่อ”
คุณชายเว่ยผงะไปชั่วครู่ ยื่นมือไปรับเยาเยา สองแขนเล็กของเยาเยายื่นไปกอดคอของเขา จูบที่แก้มซ้ายของเขาเบาๆ “เยาเยาคิดถึงท่านพ่อ”
คุณชายเว่ยยื่นมือไปลูบศีรษะของบุตรสาวเบาๆ เอ่ยขึ้นภายใต้สายตาคาดหวังของเยาเยา “พ่อก็คิดถึงเยาเยา”
คุณชายเสียนเกอที่มองอยู่ด้านข้างรู้สึกอิจฉาอยู่ในใจ เขาไม่ได้รับจูบจากเด็กน้อยเยาเยาด้วยซ้ำ
อาจารย์อาที่เดินตามเข้ามามองเห็นครอบครัวสมาชิกสามคนนั้นจึงส่ายศีรษะ ส่งเสียงในลำคอเบาๆ “พวกเจ้าช่างว่างเหลือเกิน” เวลานี้ในวังกำลังวุ่นวาย ครอบครัวนี้กลับมาหยอกล้อกันเล่นอยู่ที่นี่ คุณชายเสียนเกอมองอาจารย์ของตน รีบลุกยืนขึ้นมาทันใด “อาจารย์ ท่านสังหารเจ้าบ้ากงอวี้เฉินนั่นแล้วหรือไม่”
ใบหน้าของอาจารย์ลุงไม่น่ามองขึ้นมา เอ่ยอย่างไม่พอใจ “ถามศิษย์หลานหญิงที่รักของเจ้าดูเสียสิ”
“เยาเยาหรือ”
เยาเยากะพริบตา “กงกงหรือ คนชั่วใหญ่… คนชั่วใหญ่ไม่ตาย”
คุณชายเสียนเกอพูดไม่ออก “เด็กน้อย เจ้ายังจำได้หรือไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจับตัวเจ้าและอาเจี้ยวไป หากอาไป๋หาเจ้าไม่เจอ บางทีเจ้าอาจจะไม่ได้เจอพ่อกับแม่เจ้าอีกก็เป็นได้”
ดวงตาไร้เดียงสาของเยาเยาที่จ้องไปยังคุณชายเสียนเกอเบิกกว้างขึ้น นางยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าความเกลียดชังคือสิ่งใด อันใดคือความดีและความชั่ว แม้ว่าคนชั่วใหญ่จะไม่ยอมให้นางเจอพ่อแม่ แต่คนชั่วใหญ่ก็ปฏิบัติกับนางเป็นอย่างดี เมื่อคิดว่าคนชั่วใหญ่ต้องถูกตีจนตาย นางพลันรู้สึกเศร้าใจขึ้นมาแต่ว่าสิ่งที่ท่านลุงเสียนเกอเอ่ยก็ไม่ผิด เมื่อคิดว่าจะไม่ได้เจอท่านพ่อกับท่านแม่อีกเยาเยาก็เศร้าใจยิ่งกว่า
เมื่อเห็นใบหน้าเล็กอมชมพูของเยาเยาเริ่มยับย่น อาจารย์อาจึงปรายตามองลูกศิษย์ “ไหนเลยนางจะเข้าใจเรื่องพวกนี้เล่า เอ่ยไร้สาระอันใด”
“…” นับตั้งแต่มีศิษย์น้อง ตัวตนของเขาในสายตาของอาจารย์ก็ต่ำลง ตั้งแต่มีเยาเยากับอานอานเขาก็กลายเป็นเพียงฝุ่นผง
หนานกงมั่วเองก็ยิ้มปลอบใจบุตรสาว “เยาเยาเด็กดี อาจารย์ตาไม่ได้ตีคนชั่วใหญ่หรอก แต่เขาไม่ใช่คนดี ต่อไปเยาเยาไม่ต้องไปสนใจเขานะ” อำนาจของสำนักหอธารานอกจากคนที่อยู่ในชนเผ่าเล็กๆ ในเป่ยหยวนแล้วก็แทบจะสูญสิ้นไป แม้เว่ยจวินมั่วสาบานว่าจะไม่ตามล่ากงอวี้เฉินในระยะเวลาหนึ่งเดือน แต่ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะปล่อยให้รอดไปได้ อีกทั้งหลังจากที่ตัวตนถูกเปิดเผย กงอวี้เฉินคงยากจะมีที่ยืนในจงหยวน แต่การป้องกันก็ยังต้องป้องกัน เยาเยาดูเหมือนจะไม่ได้มีความรู้สึกไม่ดีต่อกงอวี้เฉิน เกิดต่อไปกงอวี้เฉินกลับมาอยู่ตรงหน้าเยาเยาคงไม่เป็นการดี หนานกงมั่วจำได้ว่ากงอวี้เฉินเอ่ยถึงอาจารย์อันใดบางอย่างต่อหน้าเยาเยา นางจะต้องรีบยุติมันอย่างแน่นอน
“อืม อืม” เยาเยาพยักหน้าจริงจัง หากไม่เห็นว่าคนชั่วใหญ่ไม่มีใครให้คุยด้วยจึงสงสาร นางคงไม่มีทางสนใจเขาเป็นแน่
ผ่านไปเป็นเวลานาน ไม่ง่ายกว่าจะกลับมาอยู่ในอ้อมกอดของบิดามารดา เยาเยาหาวเบาๆ หลับไปในอ้อมแขนของเว่ยจวินมั่ว
ขณะที่นั่งอยู่ในศาลาเล็ก หนานกงมั่วพลันมีโอกาสพูดคุยกับอาจารย์อา “อาจารย์อา ท่านมาอยู่ที่นี่ได้เยี่ยงไรเจ้าคะ” ไม่เอ่ยไม่ได้เลยว่าโชคดีที่อาจารย์อามาได้ทันเวลา มิเช่นนั้น…ผลที่ตามมาอาจเป็นหายนะก็เป็นได้
อาจารย์อาเอ่ยเสียงเรียบ “นานแล้วที่พวกเจ้าไม่ได้ข่าวเยาเยา ข้าจึงมาดูด้วยตนเอง อาจารย์และเสด็จแม่ของเจ้าที่อยู่บ้านก็ร้อนใจ” เด็กสามขวบหายไป ผู้ใดบ้างจะไม่ร้อนใจ หากไม่ใช่เพราะอาจารย์อาห้ามเอาไว้ เกรงว่าองค์หญิงฉังผิงและชายชราคงมาด้วยตนเอง แต่พาสองคนนั้นมาด้วยก็จะยุ่งยาก หากมีเวลาอาจารย์อาคงพอดูแลได้ แต่หากมีเรื่อง ไม่เอามาด้วยจะดีกว่า