บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1047 เผาประตูเมือง (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  4. ตอนที่ 1047 เผาประตูเมือง (2)
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 1047 เผาประตูเมือง (2)

“สถานการณ์ประตูทางทิศใต้คล้ายจะไม่ถูกต้องนัก ต้องระวังสักหน่อย เกรงว่าอีกฝ่ายคงมีแผนการอันใด”

หนานกงไหวพยักหน้าเงียบๆ “ท่านกั๋วกงวางใจเป็นพอ ข้าจะระวัง”

ไม่ว่าหนานกงชวี่จะมีแผนการอันใด เขาก็จะทำให้มันสูญเปล่า คิดจะโจมตีจินหลิงให้แตก ความสามารถอย่างหนานกงชวี่นั้นไม่เพียงพอ

เช้าวันที่สี่ ในที่สุดการโจมตีประตูทางทิศใต้ก็เริ่มขึ้นแล้ว ทหารเฝ้าบนประตูเมืองมองเห็นเพียงกองทัพเฉินโจวด้านล่างกำลังขนฟืนมากมายมุ่งหน้ามายังกำแพง หัวเราะเสียงดังขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ หนานกงไหวยืนอยู่ด้านบนกำแพง ดวงตาคมฉายแววเย็นชา “เตรียมน้ำ”

ไม่นานไฟก็ถูกจุดขึ้น และไม่ใช่ฟืนธรรมดาแต่เป็นฟืนที่ถูกชุบน้ำมันเพื่อช่วยในการเผาไหม้ เมื่อเจอกับไฟจึงโหมลุกไหม้ขึ้น เพียงไม่นานเปลวไฟก็ลุกโชนขึ้นไปยังกำแพงเมือง ทหารบนกำแพงเมืองเทน้ำลงมาจากด้านบน ไม่นานเปลวไฟที่เดิมทีลุกโชนยามนี้มอดดับเหลือเพียงประกายไฟเล็กน้อยและควันที่ลอยโขมง

ด้านหลังกองทัพ เห็นเช่นนั้นคุณชายฉังเฟิงจึงกระตุกยิ้มอย่างอดไม่ได้ ชี้นิ้วไปยังเปลวไฟน่าสงสารใต้กำแพงเมือง เอ่ย “นี่คือการโจมตีด้วยไฟของท่านหรือ น่าอัศจรรย์ใจเสียจริง” ตั้งแต่ต้นจนจบเผาไหม้ไปถึงครึ่งเค่อหรือไม่ คิดแล้วก็น่าสงสาร

หนานกงชวี่ปรายตามองเขาเรียบๆ ไม่เอ่ยสิ่งใด ทันใดนั้นทหารเฝ้าประจำการบนกำแพงก็ร่วงลงมา ไม่นานก็มีคนที่สอง คนที่สาม…ยังมีคนที่ไม่ได้ร่วงลงมาล้มอยู่ด้านบนกำแพงเมือง เห็นการเปลี่ยนแปลงเช่นนั้น บนกำแพงจึงเกิดความวุ่นวายขึ้นมา ลิ่นฉังเฟิงที่อยู่ด้านล่างเองก็ไม่ได้อยู่นิ่ง “ท่านวางยาพิษหรือ”

หนานกงชวี่ไม่ใส่ใจ โบกมือเอ่ย “ต่อไป”

ไม่นาน ท่อนฟืนแห้งและเปลวไฟก็ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง

หนานกงไหวรีบมาด้วยความตื่นตระหนก มองเห็นเพียงเหล่าทหารที่ล้มระเนระนาดอยู่บนพื้น แม้จะไม่ตาย แต่สูญเสียกำลังการต่อสู้ในสนามรบก็ไม่ได้ต่างจากตายเท่าใดนัก กวาดสายตาเย็นเยียบมองไปยังที่ไกลๆ หนานกงไหวเอ่ยเสียงเย็น “เตรียมหินทราย ดับไฟ”

ครั้งนี้ช้าลงมาบ้าง รอจนทหารเตรียมทรายเตรียมหินมาดับไฟ กองทัพเฉินโจวก็เกือบปีนขึ้นมาถึงด้านบนกำแพงแล้ว แม้สุดท้ายเขาจะสามารถปกป้องเอาไว้ได้โดยปลอดภัย ทว่าหนานกงไหวก็โกรธไม่น้อย

มองดูไฟที่ดับลงไปอีกครั้ง คุณชายฉังเฟิงหันหน้ากลับไปมองหนานกงชวี่ รอดูว่าเขายังมีกลอุบายอันใดอีก กำแพงเมืองสูงเกินไป คิดอยากใช้พิษก็ไม่ได้ง่ายเพียงนั้น หากไม่ใช่เพราะควันจากน้ำที่ทหารเหล่านั้นเทลงมาจากกำแพง เกรงว่าต่อให้หนานกงชวี่จุดไฟเผาใต้กำแพงกว่าหนึ่งวันก็คงไม่มีประโยชน์อันใดนัก แต่ว่าตอนนี้หนานกงไหวใช้หินทรายไม่ใช้น้ำแล้ว พิษนี้เกรงว่าคงไม่อาจใช้ได้แล้ว

หนานกงชวี่เอ่ยด้วยท่าทางนิ่งสงบ “ถอนกำลัง”

“…” คุณชายอย่างข้าย้ายโต๊ะมานั่งรอชมละครแล้ว เจ้าจะให้ข้าดูเพียงเท่านี้หรือ

มองดูใบหน้าหล่อเหลาที่บิดเบี้ยวของคุณชายฉังเฟิง หนานกงมั่วก็กลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่ได้ “ฉังเฟิง วันนี้เพียงหยอกเล่นเท่านั้น ไหนเลยจะมีพิษที่ใช้ได้มากมายเพียงนั้นกันเล่า ฟืนในรอบที่สองนั้นไม่มีพิษแม้เพียงนิด” พิษที่สามารถทำร้ายคนได้แม้ในระยะไกลนั้นราคาแพง อีกทั้งพิษที่ถูกไฟเผาแล้วกลายเป็นควันพิษออกฤทธิ์เพียงหนึ่งในสิบส่วน ทั้งสิ้นเปลืองทั้งไม่อาจใช้งานได้จริง อีกทั้งยังถูกคนป้องกัน หนานกงชวี่จะฝากความหวังไว้กับสิ่งนี้ได้เยี่ยงไร วันนี้ทำเช่นนี้ หากบอกว่าโจมตีเมืองมิสู้บอกว่าอยากทำให้หนานกงไหวโกรธก็เท่านั้น

คุณชายฉังเฟิงส่งเสียงหยัน กลอกตาพลางเอ่ย “ช่างเถิด คุณชายอย่างข้าคร้านจะสนใจว่าคุณชายใหญ่หนานกงจะโจมตีเมืองอย่างไร เพียงแต่ขอเตือนพวกเจ้าเอาไว้สักประโยค ได้ยินมาว่าฝั่งแม่ทัพเฉินและคุณชายทั้งสามเหมือนจะมีแผนการแล้ว”

หนานกงมั่วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แล้วอย่างไรเล่า ผู้ใดชนะและไม่ชนะเล่า”

“แม่นางมั่วช่างปล่อยวาง” คุณชายฉังเฟิงยิ้มแสร้งยิ้มออกมา

ไม่นานคุณชายฉังเฟิงก็รู้ว่าหนานกงชวี่จะทำอันใดแล้ว กำแพงเมืองมั่นคงไม่อาจทำลาย ทั้งยังสูงจนไม่อาจปีนได้ แต่ว่าประตูเมืองนั้นไม่ใช่ ประตูเมืองจินหลิงถูกสร้างขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง เหล็กกล้าหนาจนน่าตกใจ แต่ว่า…จะเกิดอันใดขึ้นหากประตูเมืองถูกเผาไหม้ไม่หยุด

หนานกงชวี่จัดเตรียมทุกอย่างเอาไว้ด้วยความรอบคอบ ให้คนขว้างฟืนและถ่านไปยังประตูเมืองไม่หยุด แต่ยังไม่จุดไฟ แม้หนานกงไหวเองจะเทหินทรายลงมาไม่หยุดเขาก็ไม่สนใจ จนกระทั่งรอบๆ ประตูเมืองกลายเป็นกองฟืนขนาดใหญ่ ว่ากันว่าเพื่อเตรียมการนี้หนานกงชวี่สั่งให้คนตัดต้นไม้แห้งบนเขาหลายแห่งใกล้เมืองจินหลิง รวบรวมซื้อไม้ฟืนและน้ำมันตุง[1]บริเวณโดยรอบจินหลิงทั้งหมด กระทั่งส่งคนไปไกลเพื่อรวบรวมซื้อ อย่างไรก็มีฟืนส่งมาไม่หยุด ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่เพียงพอ

กระทั่งฟืนถูกขนมากองแทบบดบังประตูเมืองไปเกินครึ่ง หนานกงชวี่จึงให้คนสาดน้ำมันจุดไฟอย่างบ้าคลั่ง เวลานั้นเองเปลวไฟพลันลุกไหม้ขึ้นมาอีกครั้ง ทรายและน้ำของหนานกงไหวไม่อาจใช้การได้เสียแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าประตูเมืองจะถูกเผาไหม้ทว่ากองทัพเฉินโจวยังคงโจมตีในพื้นที่ส่วนอื่น ดังนั้นทหารเฝ้าประจำการอยู่ที่ประตูเมืองยังคงต้องต่อสู้ต่อไป

ไฟลุกไหม้ตลอดระยะเวลาสองวันสองคืนที่ผ่านมา อย่าว่าแต่นอกเมืองภายในร้อยก้าวไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ ไฟลุกไหม้แม้แต่ทหารเฝ้าประจำการเองก็ไม่อาจเฝ้าอยู่ได้ ทำได้เพียงเคลื่อนถอยไปยังสองฝั่งด้านข้าง แม้แต่เฉินอวี้และเซวียเจินที่รับชมอยู่อีกด้านก็ต้องส่งคนมาสืบข่าว แม่ทัพเฉินอวี้รู้สึกทึ่งหลังจากที่ดูแล้ว น่าเสียดายที่ไม่อาจเลียนแบบได้แล้ว เพราะว่าประตูอื่นเมื่อมีทหารพบว่ามีคนกำลังโยนท่อนฟืนไปใต้ประตูเมือง เขาก็ไม่เทน้ำแล้ว แต่ช่วยเจ้าจุดไฟในทันที คิดอยากเผาประตูเมืองต้องอาศัยไฟแรงเผาไหม้เป็นเวลานาน ไฟเล็กน้อยเพียงนั้นใช้เวลาน้อยแน่นอนว่าไม่เป็นผล

บนกำแพงเมือง ขุนพลหลายคนสีหน้าไม่น่ามองมองตรงไปยังไฟที่ลุกโชน ทหารที่เฝ้าอยู่นอกเมืองยังใช้เครื่องโยนหินปาหินมายังประตูเมืองทิศใต้ พลันไร้ซึ่งคำพูดขึ้นมาชั่วขณะ

ประตูเมืองทางทิศใต้โดยเฉพาะส่วนป้อมปราการกำลังร้อนระอุจากการเผาไหม้ ทหารประจำการไม่กล้าเข้าไปใกล้ เพียงไฟดับลงคงเป็นเวลาบุกโจมตีของทหารด้านนอกเมือง ประตูเมืองในตอนนี้เกรงว่าคงรับการโจมตีจากศัตรูภายนอกได้อีกเพียงไม่กี่ครั้ง

“ไม่ได้เรื่อง หากรู้ว่าเป็นเช่นนี้คงสังหารคนเลวพวกนั้นอย่างมีความสุขให้หมดแล้ว”

“…” ตอนนี้อยากออกไปก็ออกไปไม่ได้แล้ว

“หนานกงชวี่เจ้าเด็กต่ำทราม ชั่วเสียจริง”

“…”

ทุกคนหันไปด้านหลังอย่างพร้อมเพรียง มองหนานกงไหวที่ใบหน้าทะมึนอยู่ด้านหลัง หนานกงชวี่เป็นเจ้าเด็กต่ำทราม แล้วหนานกงไหวผู้เป็นบิดาจะเป็นอันใดเล่า ขุนพลที่เอ่ยเองก็รู้ว่าเอ่ยผิดไปแล้ว ทว่าวาจาได้เอ่ยออกไปแล้วแต่ก็คิดว่าตนเองนั้นไม่ได้ด่าผิด ยิ่งไม่ยอมเอ่ยขอโทษ ทำเพียงส่งเสียงหยันและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ชื่อเสียงของหนานกงไหวในกองทัพยามนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ขุนพลหลายคนไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา เห็นเช่นนั้นจึงรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมา ยกมือขึ้นประสานและเดินหนีไป

เอ้อกั๋วกงที่ตามมาด้านหลังเองก็ได้ยินประโยคสุดท้ายนั่น ทำเพียงถอนหายใจยื่นมือไปตบไหล่หนานกงไหว เขาเองก็ไม่ได้ชื่นชอบหนานกงไหวนัก แต่อย่างไรก็ยังต้องต่อสู้ไปด้วยกัน นอกจากนี้เขาเองก็อิจฉาหนานกงไหวที่มีบุตรชายบุตรสาวที่มีความสามารถโดดเด่นมากถึงเพียงนี้ เพียงน่าเสียดายหนานกงไหวกลับมีครอบครัวที่มีพรสวรรค์แล้วไม่รู้ค่า พาตนเองมาอยู่ในจุดนี้

“บุตรชายท่าน ยอดเยี่ยมจริงๆ” เอ้อกั๋วกงถอนหายใจเอ่ย

หนานกงไหวส่งเสียงหยัน เอ่ย “ลูกเนรคุณ”

เอ้อกั๋วกงส่ายศีรษะ ถอนหายใจหมุนตัวเดินหนีไป ในเมื่อประตูเมืองไม่อาจปกป้องเอาไว้ได้แล้ว เช่นนั้นต่อไปคงทำได้เพียงกันกองทัพเฉินโจวเอาไว้นอกกำแพงเท่านั้นแล้ว ส่วนจะขวางเอาไว้ได้นานเพียงใด ทำให้ดีที่สุด สิ่งใดจะเกิดก็คงแล้วแต่สวรรค์จะลิขิตแล้ว

เย็นวันนั้น ในที่สุดไฟที่ประตูเมืองก็มอดดับลงบ้างแล้ว หนานกงชวี่เตรียมนำน้ำจากคูน้ำคุ้มกันเมืองสาดไปยังประตูจำนวนมากเพื่อลดความร้อน จากนั้นเตรียมกำลังทหารตรงดิ่งไปยังประตูเมืองพร้อมกับเครื่องกระทุ้งประตูเมือง เสียงโจมตีหนักๆ ดังขึ้นนอกเมืองจินหลิง ราวกับสั่นสะเทือนไปกว่าครึ่งจินหลิง

ภายใต้ไฟที่โหมกระพือรุนแรงติดต่อกันสามวันสองคืน ประตูเมืองหลายจุดไม่ได้แข็งแกร่งดังเดิมแล้ว บวกกับแรงกระแทกรุนแรง ประตูเมืองเริ่มโงนเงนไม่มั่นคง

บนกำแพงสองฝั่ง ทหารที่ทำหน้าที่เฝ้าประจำการยังคงพยายามกำจัดศัตรูที่ปีนขึ้นมาบนกำแพง แต่บริเวณใกล้ประตูเมืองราวกับไม่มีคน อย่างมากก็ทำได้เพียงยืนห่างจากส่วนป้อมปราการและโยนก้อนหินมาเท่านั้น แต่การโจมตีเช่นนี้ราวกับไม่มีผลอันใดต่อรถกระทุ้งประตูเลยด้วยซ้ำ

ตึง ตึง ตึง

เสียงกระทุ้งหนักๆ ราวกับดังเข้าไปในหัวใจของทุกคน

บนกำแพงเมือง เอ้อกั๋วกงถอนหายใจ ออกคำสั่งเสียงเข้ม “เมื่อประตูเมืองเปิดออก ขวางกั้นประตูเมืองเต็มกำลัง อย่าให้ทหารศัตรูเข้ามาได้เด็ดขาด”

“ขอรับ เอ้อกั๋วกง” ขุนพลด้านข้างเอ่ยตอบรับท่าทางขึงขัง เอ่ยเสียงเข้ม

“ไปเถิด”

ณ ค่ายทหารของเซวียเจิน ใบหน้าเยี่ยนอ๋องยังคงซีดเซียวทว่ากลับดูมีชีวิตชีวาไม่เลว ได้ยินเสียงกระทุ้งประตูดังมาจากที่ไกลๆ เยี่ยนอ๋องหัวเราะเสียงดังก่อนจะเอ่ยขึ้น “ท่านเซวีย ดูเหมือนครั้งนี้พวกท่านคงแพ้ให้กับคนหนุ่มแล้ว”

เซวียเจินยิ้มอย่างจนปัญญา เอ่ย “แก่แล้ว นี่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยมิได้ ต้องแสดงความยินดีกับท่านอ๋องที่มีขุนพลเก่งกาจเพียงนี้” หนานกงชวี่ไม่เพียงเป็นขุนพลที่ต่อสู้ได้ดี ที่สำคัญคืออายุยังน้อย แตกต่างจากคนแก่อายุสี่สิบห้าสิบอย่างพวกเขา หนานกงชวี่ยังไม่ถึงสามสิบปี หากไม่มีอันใดเกิดขึ้นยังสามารถใช้งานไปได้อีกกว่าสามสิบปี

เยี่ยนอ๋องโบกมือ เอ่ย “ข้าไม่อาจสั่งการพวกเขาได้ พวกเจ้าสองคนก็อย่าได้ขี้เกียจ หากถูกคนหนุ่มแซงหน้าไปจริงๆ พวกเจ้าไม่อายหรือ”

เซวียเจินลูบปลายจมูกไม่เอ่ยสิ่งใด พวกเขาอ่อนกำลังจริงๆ ยังไม่ถึงขั้นสามารถตีเมืองจินหลิงให้แตกได้ ดังนั้นเรื่องหนานกงชวี่เร็วกว่าพวกเขานั้นเป็นเรื่องจริง พวกเขาไม่ได้แสดงออกมาอย่างเต็มที่ไม่ใช่เพื่อหนานกงชวี่ แต่เพื่อคุณชายเซียวทั้งสาม ยามนี้ถูกท่านอ๋องจับได้แล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าควรทำเยี่ยงไรแล้ว

เยี่ยนอ๋องปรายตามองเขาเล็กน้อย เอ่ย “วาจานี้นำไปบอกกับเฉินอวี้ด้วย ภายในครึ่งเดือนไม่อาจบุกประตูทั้งสองได้ พวกเจ้าก็ดูเอาเถิดว่าควรทำเช่นไร”

“พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง” เซวียเจินจนปัญญา ทำได้เพียงยิ้มเจื่อน

[1] น้ำมันตุง หรือน้ำมันไม้จีน เป็นน้ำมันที่ได้จากต้นไม้

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1047 เผาประตูเมือง (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

631969
เกิดใหม่เป็นภรรยาปากร้ายในยุค 70
2026-02-04
4ee (1)
หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก
2026-06-12
browniee.online3df157c
ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา
2026-06-30
novelpdf0024
คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ
2023-10-02

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน