หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1027 ใบหน้าของกงเสี่ยวเตี๋ย (2)
ตอนที่ 1027 ใบหน้าของกงเสี่ยวเตี๋ย (2)
เว่ยจวินมั่วไม่ใส่ใจ เอ่ยเสียงเรียบ “องค์ชายที่หลบหนีหายไปคนนั้น”
เห็นเยี่ยนอ๋องและหนานกงมั่วมีใบหน้าไร้ซึ่งคำพูดมองมาที่เขา คุณชายเว่ยจึงเอ่ยเสียงเรียบ “ตอนที่หนานกงไหวปล่อยไป องค์ชายเป่ยหยวนผู้นั้นอายุราวๆ สิบเอ็ดสิบสองได้ ห่างจากตอนนี้ก็คงสามสิบสองสามสิบสามได้แล้ว ตอนที่นางเกิดองค์ชายผู้นั้นคงอายุเลยยี่สิบแล้ว มีอันใดไม่ถูก”
“…” ไม่ ไม่มีอันใดไม่ถูก พวกเราเพียงคิดว่าสมองของเจ้าเปิดกว้างเกินไปแล้ว
“ดังนั้น…กงอวี้เฉินคือโอรสของสนมฮั่นผู้นั้นกับองค์รัชทายาทเป่ยหยวนหรือ กงเสี่ยวเตี๋ยเป็นลูกของสนมฮั่นผู้นั้นกับองค์ชายน้อยหรือ เช่นนั้นพวกเขาจะเป็นพี่น้องหรือจะเป็นลุงกับหลานเล่า”
“…” สมองของพวกเจ้าเองก็ไม่น้อย ใครกำหนดว่ากงอวี้เฉินกับกงเสี่ยวเตี๋ยจะมีมารดาคนเดียวกันเล่า
เยี่ยนอ๋องถอนหายใจ เอ่ย “สิ่งเหล่านี้เป็นการคาดเดาของเราเองทั้งนั้น อีกทั้งไม่มีประโยชน์อันใด กงอวี้เฉินเป็นลูกใครไม่สำคัญ เขาจะทำสิ่งใดต่างหากที่สำคัญ” หนานกงมั่วพยักหน้าลงพลางเอ่ย “เห็นได้ว่า เป้าหมายของกงอวี้เฉินและเป่ยหยวนเหมือนกัน โค่นล้มจงหยวน…บางทีแผนการนี้อาจเกิดขึ้นตั้งแต่กงอวี้เฉินเกิดแล้วก็เป็นได้ พุทธศาสนาเป็นพื้นที่บริสุทธิ์ ที่แท้เป็นพื้นที่หลบซ่อนที่ดีที่สุดของราชวงศ์เก่าที่เหลืออยู่ ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกคนสงสัย ทั้งได้เข้าใกล้เหล่าผู้มีอำนาจในจินหลิง”
เยี่ยนอ๋องพยักหน้า หากไม่ใช่เพราะเนี่ยนหย่วนวางแผนจัดการตั้งแต่แรก เขาก็ถูกควบคุมไปทุกอย่างอย่างนั้นหรือ แต่ว่าใครจะคิดว่าเนี่ยนหย่วนที่อยู่ในรูปแบบของพระสูงส่งในพระพุทธศาสนาจะมีตัวตนเช่นนี้ ตอนนั้นเมื่อกงเสี่ยวเตี๋ยปรากฏตัวเขาก็สงสัยตัวตนของนางแล้ว แต่เมื่อมั่นใจในตัวตนของกงเสี่ยวเตี๋ยแล้วเขากลับไม่ได้สงสัยเนี่ยนหย่วนทันที หากไม่ใช่เพราะกงอวี้เฉินมัวแต่ต่อสู้กับเว่ยจวินมั่ว คอยกังวลหน้าพะวงหลังอยู่บ่อยครั้ง เกรงว่าเยี่ยนอ๋องก็คงสงสัยเขาช้าไปกว่านั้น
เยี่ยนอ๋องเอ่ย “เมื่อวานเนี่ยนหย่วนพาคนไปจากกองทัพแล้ว คนที่ส่งไปติดตามก็ถูกสะบัดจนหลุด”
หนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่วมองสบตากันไม่แปลกใจ กงอวี้เฉินอาศัยตัวตนของเนี่ยนหย่วนแฝงตัวอยู่ในค่ายมาหลายปี ที่นี่เข้าใกล้จินหลิงแล้ว ไม่แน่ว่ายุคนี้อำนาจของเนี่ยนหย่วนอาจจะมากกว่าเยี่ยนอ๋องด้วยซ้ำ
เว่ยจวินมั่วเอ่ยถาม “เสด็จลุงจะจัดการกับชายารองกงอย่างไร”
เยี่ยนอ๋องหลุบตาลง ครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “สตรีเพียงคนเดียวเท่านั้น สั่งให้คนถอดหน้ากากของนางออกเถิด ข้าเบื่อแล้ว”
หนานกงมั่วไหวไหล่ไม่แปลกใจ เยี่ยนอ๋องไม่ได้สนใจกงเสี่ยวเตี๋ย ตอนนั้นกงเสี่ยวเตี๋ยปรากฏตัวขึ้นอย่างบังเอิญจนเกินไป เยี่ยนอ๋องเกรงว่าเพียงอยากรู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังต้องการอันใดกันแน่ถึงได้ส่งกงเสี่ยวเตี๋ยมา เพียงแต่…ตัวตนของกงเสี่ยวเตี๋ยสำหรับเยี่ยนอ๋องแล้ว เดิมทีก็เป็นเหมือนลูกระเบิดที่ถูกตั้งเวลาเอาไว้
“หากตัวตนของกงเสี่ยวเตี๋ยถูกแพร่งพรายออกไป…” ไม่ว่าจะเป็นกงเสี่ยวเตี๋ยที่เป็นเชื้อพระวงศ์ของเป่ยหยวน หรือในฐานะลูกเลี้ยงของจังติ้งฟัง หากถูกกระจายออกไปนั่นย่อมมิใช่เรื่องดีสำหรับเยี่ยนอ๋อง เศษซากที่เหลืออยู่ของรัชสมัยก่อนหรือกบฏ เป็นถึงเยี่ยนอ๋องอยู่กับคนพวกนี้อีกทั้งยังมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน หากต่อไปเยี่ยนอ๋องขึ้นครองบัลลังก์ หรือว่าเลือดเนื้อของเชื้อพระวงศ์ของต้าเซี่ยยังจะมีเลือดเนื้อของเป่ยหยวนผสมอยู่ด้วยอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นแล้วคนที่ขับไล่เป่ยหยวนออกจากจงหยวนอย่างยากลำบากจะนับประสาอันใดเล่า
เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่เป็นไร ต่อให้ถูกแพร่งพรายออกไปก็ไม่มีหลักฐาน หากกงอวี้เฉินคิดจะเอ่ยออกมา เขาเองก็ไม่มีที่อยู่ หากไม่จำเป็นจริงๆ เขาไม่มีทางทำเช่นนี้แน่” ต่อให้เขาทำก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีแก้ไข ขอเพียงเยี่ยนอ๋องสังหารกงเสี่ยวเตี๋ยต่อหน้า และแสดงออกว่าถูกหลอกก็พอแล้ว ต่อให้ชื่อเสียงจะด่างพร้อยไปบ้าง เดี๋ยวค่อยๆ กู้กลับคืนมาก็ได้
หนานกงมั่วพยักหน้า “จะว่าไปก็ถูก” เพียงแต่ต่อไปชีวิตของเด็กคนนั้นคงจะไม่ดีนัก แม้จะบอกว่าเด็กเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ว่าเรื่องเช่นนี้ก็ทำให้คนจนปัญญา ยุคสมัยนี้ไม่ต้องเอ่ยถึงความคาดหวังต่อสายเลือดของชาวจงหยวน ต่อให้เป็นคนที่เปิดกว้างสามารถยอมรับสายเลือดต่างชนเผ่าได้ แต่หนึ่งในนั้นก็ไม่รวมสายเลือดของเป่ยหยวน
คิ้วคมของเยี่ยนอ๋องขมวดขึ้น เอ่ยอย่างปวดหัว “จวินเอ๋อร์ เรื่องโจมตีจินหลิงคงต้องให้เจ้ามาจัดการ ร่างกายของข้า…คงไม่อาจลุกขึ้นได้ในเร็ววัน”
เว่ยจวินมั่วได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วพลางเอ่ย “ไม่”
เยี่ยนอ๋องจ้องเขาเขม็งอย่างไม่พอใจ เว่ยจวินมั่วไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา เพียงเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่ว่าง กระหม่อมกับอู๋สยาต้องตามหาเยาเยา”
เยี่ยนอ๋องกัดฟันอย่างอดไม่ได้ หรือว่าเขาไม่เป็นห่วงเยาเยาหรือ หากหาเจอ ต่อให้สงครามจะยืดออกไปกี่วันแล้วจะอย่างไร แต่ปัญหาคือเยาเยาตกไปอยู่ในมือกงอวี้เฉิน จะหาเจอได้ง่ายเพียงนั้นเลยหรือ
เว่ยจวินมั่วมองเยี่ยนอ๋อง เอ่ยหนักแน่น “กระหม่อมจะไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องจินหลิง”
เยี่ยนอ๋องถอนหายใจ เอ่ย “เจ้ากังวลความคิดเห็นของเชียนชื่อและเชียนเหว่ยหรือ” เว่ยจวินมั่วไม่ตอบ เห็นได้ชัดว่ายอมรับแบบเงียบๆ แล้ว
เยี่ยนอ๋องขมวดคิ้ว คล้ายกับอยากเอ่ยสิ่งใดทว่ายังอดกลั้นเอาไว้ได้ เว่ยจวินมั่วหลุบตาลง เอ่ยเสียงเรียบ “ในเมื่อร่างกายไม่แข็งแรง มิสู้รอก่อนสักหน่อย จินหลิง…ไม่แน่ว่าต้องโจมตี”
“เจ้าจะบอกว่าได้ชัยชนะมาโดยไม่ต้องรบอย่างนั้นหรือ เจ้าคิดว่าเซียวเชียนเยี่ยเป็นคนเช่นนั้นหรือ” เยี่ยนอ๋องไม่เห็นด้วย นิสัยอย่างเซียวเชียนเยี่ยเขารู้จักมานานแล้ว คนเช่นนี้เป็นประเภทที่ถ้าข้าไม่ได้ก็ทำลายเสียไม่มีทางมอบให้เจ้าอย่างแน่นอน หากรักษาจินหลิงเอาไว้ไม่ได้ เซียวเชียนเยี่ยยอมที่จะต่อสู้จนเหลือทหารคนเดียวก็ไม่มีทางเปิดประตูยอมจำนน ไม่ยอมให้เขาบุกเข้าไปได้อย่างแน่นอน
เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “ใครจะรู้เล่า”
เยี่ยนอ๋องมองหลานชายที่มีท่าทีไม่ใส่ใจตรงหน้า รู้สึกว่าเลือดพุ่งพล่าน เส้นเลือดปูดโปน อดทนเอาไว้
“พวกเจ้าไปเถิด ข้าจะพักผ่อนแล้ว” เยี่ยนอ๋องไล่คนออกไปอย่างอารมณ์ไม่ดี เว่ยจวินมั่วเองก็ไม่ใส่ใจ จูงมือหนานกงมั่วเดินออกไป
ด้านนอก เหล่าเซียวเชียนชื่อรีบเดินเข้ามารุมล้อม “พี่ชาย เสด็จพ่อเป็นอย่างไรแล้ว”
เว่ยจวินมั่วส่ายศีรษะ “ไม่เป็นไรแล้ว”
เยี่ยนอ๋องไม่ได้เรียกหา พวกเขาก็ไม่กล้าเข้าไป ในเมื่อเว่ยจวินมั่วบอกว่าไม่เป็นไรแล้วเช่นนั้นก็คงไม่เป็นไรแล้วจริงๆ ต่างพากันพ่นลมหายใจออกมา เซียวเชียนชื่อเอ่ยถาม “เช่นนั้น…พี่ชาย เสด็จพ่อมีรับสั่งว่าจะจัดการพระชายารองกงอย่างไรหรือไม่” แม้จะยังไม่รู้ว่ากงเสี่ยวเตี๋ยเป็นพวกเดียวกันกับกงอวี้เฉินหรือไม่ แต่อย่างไรก็ไม่อาจรอดพ้นไปได
ทุกคนมองไปยังกงเสี่ยวเตี๋ยที่นั่งเหม่อลอยอยู่อีกฝั่ง นางถูกทอดทิ้งอีกแล้ว กงชีไม่ได้เอ่ยเช่นนั้น แต่ตอนที่ไปกงชีไม่แม้แต่มองนางแม้เพียงนิด ทิ้งนางเอาไว้ในกองทัพ กงเสี่ยวเตี๋ยไม่รู้ว่าตนเองจะต้องเจอกับสิ่งใดบ้าง ทันใดนั้นพลันรู้สึกว่าโลกทั้งใบหนาวเหน็บไร้ซึ่งความอบอุ่น
หนานกงมั่วถอนหายใจ เอ่ย “ศิษย์พี่ รบกวนท่านช่วยถอดหน้ากากบนใบหน้าของพระชายารองกงออกเถิด”
เมื่อถอดหน้ากากออกแล้ว กงเสี่ยวเตี๋ยก็จะไม่ใช่พระชายารองจวนเยี่ยนอ๋องแล้ว อย่างไรเสีย คนที่เคยเห็นว่ากงเสี่ยวเตี๋ยหน้าตาเป็นอย่างไรก็มีไม่น้อย ต่อให้ต่อไปกงอวี้เฉินต้องการใช้ประโยชน์จากตำแหน่งของกงเสี่ยวเตี๋ยทำอันใด ก็ไม่ใช่คนเดียวกันแล้ว พระชายารองกงตายไปแล้ว คนที่มีชีวิตอยู่คือจังอู๋ซินบุตรบุญธรรมของจังติ้งฟังที่พวกเขาจับตัวได้
คุณชายเสียนเกอพยักหน้า มองสำรวจใบหน้างดงามของกงเสี่ยวเตี๋ย ยิ้มพลางเอ่ย “ก็ดีเหมือนกัน คุณชายอย่างข้าเองก็อยากรู้ว่าวิธีการทำเป็นเช่นไร ถึงได้ร้ายกาจกว่าคุณชายอย่างข้า” แม้จะดูออกว่าใบหน้าของกงเสี่ยวเตี๋ยนั้นปลอม แต่คุณชายเสียนเกอถามตัวเองอย่างไรก็ไม่อาจทำหน้ากากที่งดงามเช่นนี้ออกมาได้
เอ่ยจบพลางเดินเข้าไปหากงเสี่ยวเตี๋ย กงเสี่ยวเตี๋ยรีบก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว “ท่านจะทำอันใด อย่ามาแตะตัวข้านะ”
คุณชายเสียนเกอส่งเสียงรำคาญ “อย่าทำเหมือนคุณชายอย่างข้าจะขืนใจเจ้าอย่างไรอย่างนั้น ให้ข้าดูสักหน่อย ภายใต้หน้ากากนี้จะเป็นใบหน้าขี้เหร่อัปลักษณ์เพียงใด”
พวกเซียวเชียนชื่อเพิ่งได้รู้ว่าใบหน้านี้ของกงเสี่ยวเตี๋ยเป็นของปลอม นึกถึงหลายปีมานี้ที่อยู่กับคนที่ไม่รู้จักมาตลอดพลันขนลุกซู่
“ออกไป อย่ามาแตะต้องใบหน้าของข้า” กงเสี่ยวเตี๋ยจ้องคุณชายเสียนเกอเขม็ง คิดจะส่งสายตาแหลมคมบีบบังคับให้เขาถอยออกไป แต่มีหรือที่คุณชายเสียนเกอจะตกใจกับสายตาข่มขู่ที่ไม่ได้น่ากลัวเลยแม้เพียงนิด คุณชายเสียนเกอรู้สึกสนอกสนใจต่อหน้ากากหนังของนางมานานแล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านี้เห็นแก่หน้าเยี่ยนอ๋องจึงไม่กล้าลงมือ ตอนนี้เยี่ยนอ๋องยินยอมด้วยตนเอง แน่นอนว่าเขาก็จะไม่เกรงใจแล้ว
มีดใบเล็กปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วของคุณชายเสียนเกอ คุณชายเสียนเกอยิ้มจนตาหยี เอ่ย “อย่าขยับนะ หากคุณชายเช่นข้าไม่ทันระวังมือลื่น คงต้องขอโทษแล้ว”
“ท่าน…ท่าน…”
การอ่อนโยนทะนุถนอมต่อสตรีสิ่งนี้ไม่เคยมีอยู่บนตัวของคุณชายเสียนเกอ ดังนั้นกงเสี่ยวเตี๋ยทำได้เพียงเกร็งตัวแข็งปล่อยให้ใบมีดเย็นเยียบนั่นเคลื่อนไหวไปมาอยู่บนใบหน้าของตนเอง ไม่นาน พลันมองเห็นคิ้วคมของคุณชายเสียนเกอเลิกขึ้น ใบมีดเคลื่อนตัวขึ้นด้านบนไปเล็กน้อย มืออีกข้างฉีกหน้ากากออกมาอย่างไม่เกรงใจ
หน้ากากนั้นเมื่อถูกลอกออกมาแล้วจึงเห็นได้ว่ามันบางเพียงใด เพียงมองดูราวกับว่ามันสามารถมองลอดผ่านได้ง่ายๆ แต่เพียงของชิ้นเล็กๆ นี้กลับสามารถเปลี่ยนอีกคนให้เป็นอีกคนได้โดยสิ้นเชิง ไม่เอ่ยไม่ได้เลยว่าคนที่ทำหน้ากากนี้ออกมาได้ช่างมีความสามารถ
“อ๊ากกก” เซียวเชียนชื่อที่อยู่ด้านข้างร้องตกใจขึ้นมา ดึงสายตาของทุกคนให้มองไป เซียวเชียนชื่อชี้ไปยังกงเสี่ยวเตี๋ยที่ถูกคุณชายเสียนเกอทอดทิ้งไม่สนใจหลังจากได้สิ่งที่ต้องการแล้ว ใบหน้างดงามของกงเสี่ยวเตี๋ยยังคงงดงาม แต่เพราะไม่ได้เจอแสงแดดมานานหลายปีทำให้ซีดขาวเป็นพิเศษ หากมีเพียงเช่นนั้นคงไม่เพียงพอให้เซียวเชียนชื่อต้องเสียอาการ สิ่งที่ทำให้เซียวเชียนชื่อตื่นตกใจจนร้องเสียงดังขึ้นมาก็คือ ใบหน้าซีดขาวที่ไม่มีสีเลือดนั้นมีรอยสีม่วงคล้ำแปลกๆ ประทับอยู่ นั่นเป็นเหมือนร่างแหที่กระจายไปทั่วทุกทิศ ยิ่งปรากฏบนใบหน้าซีดขาวก็ยิ่งทำให้น่าตกใจขึ้นไปอีก
กงเสี่ยวเตี๋ยปิดหน้าตนเองเอาไว้ด้วยความตกใจ แม้ยังไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกันแน่ แต่สายตาตื่นตระหนกของเซียวเชียนชื่อทำให้นางรู้สึกไม่ดีอย่างมาก
คุณชายเสียนเกอมองด้วยสายตาเรียบนิ่ง เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่มีอันใด เพียงสวมหน้ากากเอาไว้นานเกินไป เส้นเลือดภายใต้หน้ากากเกิดการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น น้ำยารักษาหน้ากากเช่นนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะเอามารักษาความงามบนใบหน้าหรอกนะ” บนโลกใบนี้นอกจากกงเสี่ยวเตี๋ยแล้วคงมีเพียงไม่กี่คนที่จะเอาหน้ากากที่แช่น้ำยามาสวมอยู่บนใบหน้ากว่าหลายปี
“จะว่าไป…ไยข้าจึงรู้สึกคุ้นหน้านัก เจ้าดูสิเจ้าบอกว่าอยากล่อลวงเยี่ยนอ๋องใช้ใบหน้าตนเองดีกว่าเป็นไฉน คงดูดีกว่าหน้ากากอันนี้อยู่มาก นี่ไม่ใช่การทำจนเกินความจำเป็นหรอกหรือ ยังต้องสิ้นเปลืองหน้ากากที่ดีเพียงนี้” คุณชายเสียนเกอเอ่ยอย่างไม่พอใจนัก
หนานกงมั่วกระแอมไอ เอ่ย “ศิษย์พี่ จังอู๋ซินหญิงงามอันดับหนึ่งในใต้หล้า ท่านเคยเห็นจึงจะถูก”
“เหอะๆ” คุณชายเสียนเกอหัวเราะ หญิงงามอันดับหนึ่งในใต้หล้าหรือ