บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1009 การหายตัวไปของเยาเยา (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  4. ตอนที่ 1009 การหายตัวไปของเยาเยา (2)
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 1009 การหายตัวไปของเยาเยา (2)

แม้ว่าหนานกงฮุยจะไม่พอใจ แต่ก็เข้าใจเหตุผลของฉินจื่อซวี่และซังเนี่ยนเอ๋อร์ สูดหายใจเข้าลึก พยายามขบคิด ถ้าหาก…ถ้าหากเขาเป็นท่านพ่อ จะเอาเยาเยาไปซ่อนไว้ที่ใด

ฉินจื่อซวี่มองไปยังองค์หญิงฉังผิง “องค์หญิงไม่ต้องเป็นกังวล ต่อให้เยาเยา…ก็ไม่มีทางมีอันตรายถึงชีวิตได้” กงอวี้เฉินลงทุนลงแรงไปมากมายเพียงนี้ กระทั่งไม่ลังเลที่จะให้หนานกงไหวทิ้งสนามรบเดินทางไปยังเฉินโจวที่อยู่ไกลนับพันลี้ แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงเพราะต้องการเอาชีวิตของเด็กคนหนึ่งอย่างแน่นอน ในเมื่อเด็กคนนั้นเป็นลูกของหนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่ว เยาเยามีชีวิตอยู่คุ้มค่ากว่าการตายมาก หากเยาเยาเป็นอันใดไป กงอวี้เฉินไม่เพียงไม่ได้อันใด พ่อแม่ที่เสียลูกสาวไปจะทำเรื่องใดได้บ้าง เกรงว่าคงไม่ใช่สิ่งที่กงอวี้เฉินอยากจะเห็น

องค์หญิงฉังผิงพยักหน้า ทว่าไม่ได้คลายกังวลเพราะคำปลอบโยนของฉินจื่อซวี่

ฉินจื่อซวี่เองก็มีเรื่องมากมายที่ต้องจัดการ ลุกขึ้นพลางเอ่ย “กระหม่อมยังมีเรื่องต้องทำ ขอตัวก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้ารีบไปเถิด” องค์หญิงฉังผิงเองก็ไม่ได้ยื้อเขาไว้ พยักหน้าเอ่ยตอบ

“ศิษย์พี่ซังและท่านน้าชวี ท่านน้าหมิงยังไม่กลับมา” อานอานที่อยู่ในอ้อมแขนขององค์หญิงฉังผิงเอ่ยขึ้นทันใด ฉินจื่อซวี่ชะงัก ไม่นานจึงพยักหน้าเบาๆ “ข้ารู้แล้ว”

ในห้องหนังสือ บรรยากาศดูตึงเครียดเป็นพิเศษ

หนานกงมั่วนั่งอยู่หลังโต๊ะหนังสือ มองไปยังคนอื่นๆ เอ่ย “เอาตามนี้ ออกไปเถิด”

“ขอรับ จวิ้นจู่” ทุกคนรับคำสั่งโดยพร้อมเพรียง ทยอยเดินออกไป เหลือเพียงฉินจื่อซวี่เพียงคนเดียว ฉินจื่อซวี่มองใบหน้าของหนานกงมั่วที่ดูไม่ออกถึงความรักโลภโกรธหลงแต่อย่างใด เอ่ยขึ้นจริงจัง “ทางเข้าออกทุกทิศทางของเฉินโจวถูกปิดเอาไว้หมดแล้ว ขอเพียงมีคนน่าสงสัยโดยเฉพาะคนที่มีเด็กติดตามไปด้วยแน่นอนว่าไม่มีทางออกจากเฉินโจวได้ จวิ้นจู่โปรดวางใจ”

หนานกงมั่วแค่นยิ้ม มองไปยังฉินจื่อซวี่ เอ่ย “บางคน…ใช่ว่าจะกักขังเขาได้เพียงเพราะกำลังคน” อย่างเช่นนาง ต่อให้เมืองเฉินโจวถูกปิดอย่างแน่นหนา นางก็ต้องหาวิธีหนีออกไปเงียบๆ ไม่ต่ำกว่าสามวิธี สำนักหอธาราและวังจื่อเซียวต่างก็เป็นสำนักมือสังหารอันดับต้นๆ คนเหล่านี้ไม่ได้ถนัดการต่อสู้แบบเผชิญหน้า แต่เป็นการโจมตีแบบลับๆ

ฉินจื่อซวี่เองก็ถอนหายใจ “อย่างน้อย เยาเยาก็ไม่มีอันตรายถึงชีวิต” เวลาปกติเมื่อมองเห็นเด็กคนนั้นก็แทบอยากหมุนตัวเดินหนี แต่เมื่อถูกคนลักพาตัวไปกะทันหันเช่นนี้กลับรู้ว่างเปล่าสึกราวกับขาดสิ่งใดไป คุณชายฉินเองก็ได้แต่ยิ้มขมขื่นอยู่ในใจ นึกถึงเขาที่ต้องออกจากบ้านมาอยู่ข้างนอกตั้งแต่อายุยังน้อย ครอบครัวแม้มีภรรยาทว่าความสัมพันธ์กลับราบเรียบ ยังไม่มีลูกทว่ากลับมารู้สึกรักลูกของคนอื่น

หนานกงมั่วพยักหน้าเบาๆ นี่ก็เป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้นางยังมีสติอยู่ได้จนถึงตอนนี้ กงอวี้เฉินเป็นคนฉลาด ไม่มีทางทำร้ายถึงชีวิตของเยาเยาอย่างแน่นอน

ฉินจื่อซวี่เอ่ยเสียงเข้ม “นอกจากเยาเยา อาเจี้ยวและหมิงฉินเองก็ยังไม่กลับมา เมื่อครู่ข้าได้ถามแล้ว อาเจี้ยวติดตามหลิ่วหันไป ทว่าหมิงฉิน…ไม่มีใครรู้ว่านางหายไปตอนไหน” นี่เป็นเรื่องธรรมดา แม้หมิงฉินจะเป็นคนของหนานกงมั่ว ทว่านางเป็นสาวใช้ ไม่อาจเทียบองค์หญิงฉังผิงและเด็กทั้งสองได้ แม้กระทั่งเทียบกับชวีเหลียนซิงและฉินจื่อซวี่ที่เป็นผู้ดูแลยังห่างไกลอยู่มาก ในยามชุลมุน องครักษ์จำต้องเลือกอารักขาคนที่สำคัญที่สุด หมิงฉินจะพลัดหลงก็ใช่ว่าจะมีคนสังเกตเห็น

หนานกงมั่วมองไปยังฉินจื่อซวี่ เอ่ยถาม “ท่านจะบอกอันใด”

ฉินจื่อซวี่เอ่ยทวนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สายลับในจวน จวิ้นจู่รู้แล้วหรือไม่”

“ท่านกำลังสงสัยอาเจี้ยวและหมิงฉินหรือ” หนานกงมั่วขมวดคิ้วเอ่ย

ฉินจื่อซวี่ส่ายศีรษะ เอ่ย “ไม่ขอรับ ระหว่างที่ยังหาสายลับไม่เจอ ข้าสงสัยทุกคนที่น่าสงสัย แต่ว่าตอนนี้ อาเจี้ยวและหมิงฉินหายไปทว่าไม่มีผู้ใดเห็นร่างของพวกเขา จวิ้นจู่น่าจะรู้ดี คนของกงอวี้เฉินไม่มีทางเสียเวลาจับพวกเขาทั้งสองไปด้วยอย่างแน่นอน” มีเพียงเยาเยาก็เป็นปัญหาแล้ว ยังมีสตรีและเด็กอายุสิบสองสิบสามอีก คนของกงอวี้เฉินไม่มีทางเอาตัวถ่วงสองคนเพิ่มไปอีก

หนานกงมั่วขมวดคิ้ว “ตัวตนของอาเจี้ยวลิ่นฉังเฟิงเคยสืบแล้ว มิได้มีปัญหาใด มิเช่นนั้น ตอนนั้นก็คงไม่อยากให้เขาไหว้แม่ทัพซังเป็นพ่อบุญธรรม ส่วนหมิงฉิน นางเติบโตมากับแม่นมหลานมาตั้งแต่เด็ก หลายปีมานี้ก็ไม่เคยเกิดปัญหาใดๆ…ช่างเถิด ในเมื่อท่านคิดเช่นนี้ ท่านก็ลองสืบดูเถิด” หนานกงมั่วไม่ใช่คนดื้อรั้น ในเมื่อฉินจื่อซวี่เอ่ยขึ้นมาต่อหน้านาง คิดว่าฉินจื่อซวี่เองก็คงจะมีวิธี นอกจากนี้ว่ากันว่าคนที่เป็นผู้ชมมักจะเห็นได้ชัดเจน บางทีในมุมของฉินจื่อซวี่อาจมองเห็นในมุมที่นางมองไม่เห็นก็เป็นได้ เพียงแต่ไม่ว่าจะเป็นซังเจี้ยวหรือหมิงฉินมีปัญหา อย่างไรนางก็ต้องเจ็บปวด ซังเจี้ยวเป็นลูกศิษย์ของนาง เป็นเด็กที่นางรักและเอ็นดูมาตั้งแต่ต้น

หมิงฉินติดตามนางมาหลายปี ทำเพื่อนางด้วยใจทุกอย่าง นางถามตนเองอย่างไรก็ไม่มีจุดไหนที่นางปฏิบัติกับพวกเขาไม่ดี เมื่อเทียบกับจือซูที่นิ่งเงียบ หมิงฉินนิสัยน่ารักอ่อนหวาน ลูกน้องของเว่ยจวินมั่วหลายคนมีใจสู่ขอทั้งสองคน จือซูนั้นแสดงออกชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่าจะติดตามนางอย่างแม่นมหลาน ไม่แต่งงานออกเรือน ทว่าหมิงฉินนั้นหนานกงมั่วรับปากนายทหารหนุ่มในกองทัพที่มาสู่ขอ หนานกงมั่วส่งคนสืบประวัติของอีกฝ่าย ครอบครัวไร้บิดามารดา แม้ว่าจะอายุเพียงยี่สิบกว่าทว่าได้เลื่อนขั้นเป็นผู้บังคับการกองพันแล้ว ไม่สนใจฐานะของหมิงฉินยินยอมรับนางเป็นภรรยาเอกก็นับเป็นคู่สมรสที่ไม่เลว หากไม่ใช่เพราะเรื่องอิ่งชวนในครั้งก่อน ไม่แน่ว่าตอนนี้นางอาจจะแต่งงานออกเรือนไปแล้ว หนานกงมั่วคิดไม่ออก หมิงฉินจะมีเหตุผลอันใดคิดทรยศนาง

ฉินจื่อซวี่เองก็รู้ว่าหนานกงมั่วไม่ได้เชื่อในการคาดเดาของตน แต่นางเป็นคนที่ฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่เอ่ยอันใดมากอีก พยักหน้าบอกว่าตนเองจะไปสืบ อย่างไรเขาก็ไม่มีหลักฐานใด เป็นเพียงความรู้สึกเท่านั้น

เวลานี้ ณ พื้นที่ซ่อนตัวในป่า เยาเยาน้ำตาคลอมองชายชุดดำตรงหน้า เบ้ปากนั่งย่อตัวอยู่กับพื้น ท่าทางน่าสงสารต่อให้เป็นคนใจแข็งดั่งหินผาเพียงใดก็อดไม่ได้ที่จะใจอ่อน ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีดำเส้นเลือดแทบระเบิด หากไม่ใช่เพราะคำสั่งของเจ้าสำนักไม่ให้ทำร้ายเด็กคนนี้ พวกเขาคงทำให้สลบแล้วพากลับไปแล้ว เอ่อ…ก็ได้ ความจริงแล้วพวกเขาทำให้นางสลบแล้วจึงพาออกมา เด็กคนนี้ดื้อเกินไป ร้องไห้ขึ้นมาเสียงดังก้องสั่นสะเทือนไปทั่ว ไม่ทำให้สลบคงไม่อาจพามาถึงที่นี่ได้ ไม่แน่อาจทำให้ทหารไล่ล่ามาได้ แต่ว่าเด็กเล็กแน่นอนว่าไม่อาจใช้ยาสลบมากเกินไป ยิ่งไม่อาจตีนางจนสลบได้ ดังนั้นเมื่อนางตื่นขึ้นมาแล้วพวกเขาก็ไม่กล้าใช้ยาสลบกับนางอีก

“ข้าจะเอาพี่อาเจี้ยว”

ชายชุดดำหันไปมองเด็กชายอายุยังน้อยที่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลนอนอยู่บนพื้น รู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาในใจ พวกเขาไม่รู้ว่าเจ้าเด็กนี่ติดตามมาตั้งแต่เมื่อไร หากไม่ใช่เพราะบนร่างกายของเด็กคนนี้ไม่มีสิ่งของส่งสัญญาณ พวกเขาคงถูกจับได้ไปนานแล้ว

เยาเยาลุกขึ้นมา เดินโซเซไปอยู่ข้างร่างของอาเจี้ยว อาเจี้ยวบาดเจ็บไม่น้อย ใบหน้ามีบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ ยามนี้นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น หากไม่มีคนช่วยรักษา ไม่ต้องให้พวกเขาสังหารเกรงว่าเด็กคนนี้คงตายอยู่ในป่านี้ไม่มีผู้ใดรับรู้

“พี่อาเจี้ยว พี่อาเจี้ยว…” เยาเยาผลักอาเจี้ยว ปากเล็กเริ่มเบะร้องไห้ขึ้นมา อย่างไรก็เป็นเพียงเด็กอายุสามขวบกว่า ถูกชายชุดดำหลายคนจับตัวมากะทันหัน ต่อให้ตอนนี้เยาเยาจะไม่รู้ว่าคนตายเป็นอย่างไร ก็คงตกใจอยู่ไม่เบา มองเห็นคนเดียวที่นางรู้จักนอนอยู่บนพื้นตรงหน้า ไหนเลยจะทนไหว

ชายชุดดำกุมขมับ “หุบปาก”

เยาเยาชะงัก เมื่อได้สติกลับมาจึงร้องไห้เสียงดังขึ้นกว่าเดิมทันที

ชายชุดดำที่เฝ้าอยู่อีกฝั่งเอือมระอาขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ พวกเขาคุ้นชินกับการเป็นมือสังหารจัดการเรื่องอย่างเด็ดขาด ไหนเลยจะเคยเจอเด็กที่วุ่นวายเพียงนี้ พยายามอยู่ให้ห่างจากซาลาเปาเล็กนุ่มนิ่มน่ารักลูกนี้เท่าที่จะทำได้ สายตาที่หนานกงไหวมองไปยังเยาเยานั้นมีแววสับสน เห็นชายชุดดำไม่อาจปลอบนางได้จึงเดินเข้าไปย่อตัวตรงหน้าเด็กน้อยพร้อมยกมือไปลูบศีรษะ เยาเยาจ้องเขาเขม็งทันที พาร่างเล็กของตนเองมาบังร่างของซังเจี้ยวเอาไว้ “คนชั่ว ห้ามรังแกพี่อาเจี้ยว ข้าจะให้ท่านพ่อตีเจ้า” แม้ว่าคนที่ลงมือมีเพียงชายชุดดำ แต่สำหรับเยาเยาหนานกงไหวเหมือนคนชั่วมากกว่าชายชุดดำที่มองไม่เห็นใบหน้าพวกนั้นมากกว่า

มือของหนานกงไหวชะงัก มองไปยังนางแล้วจึงเอ่ย “เจ้าว่าง่ายๆ ข้าจะให้คนช่วยรักษาพี่อาเจี้ยวของเจ้าดีหรือไม่”

เยาเยามองเขาด้วยความสงสัย คนชั่วใจดีเพียงนี้เลยหรือ

หนานกงไหวเองก็ไม่ใส่ใจ เอ่ยถามเสียงเบา “เจ้าชื่อเยาเยาหรือ ชื่อจริงเจ้าชื่ออันใด เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร”

เยาเยาทำหน้าบึ้งใส่เขา “เจ้าเป็นคนชั่วใหญ่ ข้าจะให้ไป๋ไปกัดเจ้า”

หนานกงไหวหัวเราะ เลิกคิ้วพลางเอ่ย “เป็นเด็กเป็นเล็กไม่เชื่อฟังไม่ได้ ยังอยากให้พี่อาเจี้ยวของเจ้าตื่นขึ้นมาหรือไม่”

เยาเยาก้มลงไปมองซังเจี้ยวอย่างลำบากใจ ในที่สุดปากเล็กจึงเอ่ย “ข้าชื่อจั๋วหวา”

“จั๋วหวาหรือ”

“ท่านแม่บอกว่า มีความหมายว่าท้องามสะพรั่ง พราวไสว” เยาเยาเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ แม้ว่านางจะไม่รู้ความหมายของประโยคนั้นก็ตาม

หนานกงไหวยิ้ม เอ่ย “เป็นชื่อที่ดี ข้าเป็นท่านตาของเจ้า เรียกท่านตาสิ”

เยาเยามองด้วยสายตารังเกียจ “เจ้าเป็นคนชั่ว ไม่ใช่ท่านตา เยาเยามีท่านตาแล้ว ท่านตารักเยาเยาที่สุดแล้ว” หนานกงไหวสีหน้าทะมึนขึ้น เอ่ยเสียงเย็น “อ้อ ท่านตาของเจ้าคือผู้ใด”

“โง่จังเลย ท่านตาก็คืออาจารย์ตาอย่างไรเล่า ท่านแม่บอกว่าเมื่อมีอาจารย์แล้ว ต้องกตัญญูเหมือนกับเป็นบิดา ดังนั้น จะกราบอาจารย์ต้องระมัดระวัง อืม เยาเยามีท่านพ่อแล้ว ไม่ต้องกราบอาจารย์แล้ว” เยาเยาเอ่ยจบก็จ้องหนานกงไหวเขม็ง “เจ้าบอกว่าจะช่วยพี่อาเจี้ยว ห้ามผิดคำพูดเป็นอันขาด ต่อให้เจ้าเป็นคนชั่ว จะเป็นคนชั่วที่ไม่มีความเป็นคนไม่ได้”

หนานกงไหวมองเด็กน้อยที่เมื่อครู่ร้องไห้น้ำตานองทว่ากลับมาเย่อหยิ่ง โบกมือส่งสัญญาณให้ชายชุดดำช่วยคน

นิสัยเช่นนี้…ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนลูกสาวของหนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่ว

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1009 การหายตัวไปของเยาเยา (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

61388e9eqbVDIzSH
สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!
2024-10-06
aileen4188
เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ
2023-03-05
browniee.online3df157c
ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา
2026-07-02
F2LMpZrq
เจ้าวายร้ายทั้งสาม มาให้แม่เลี้ยงอย่างข้ากล่อมเกลาเสียดีๆ
2024-07-08

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน