หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1003 ร่วมมือ (2)
ตอนที่ 1003 ร่วมมือ (2)
“แต่ว่า…” เยี่ยนอ๋องขมวดคิ้ว กำลังจะเอ่ยบางอย่าง เห็นชัดว่าเว่ยจวินมั่วเองก็ไม่อยากฟังคำเกลี้ยกล่อมของเขาแล้ว เอ่ยสวนอย่างหนักแน่น “เสด็จลุง หากเกิดเรื่องกับเสด็จแม่และอู๋สยา สำหรับกระหม่อมแล้วความสำเร็จยิ่งใหญ่เพียงใดก็ไม่อาจทดแทนได้”
เยี่ยนอ๋องนิ่งเงียบอยู่นาน สุดท้ายจึงถอนหายใจ เอ่ย “ช่างเถิด เจ้าไปเถิด”
“ขอบพระทัยเสด็จลุงพ่ะย่ะค่ะ” เว่ยจวินมั่วยกมือขึ้นประสาน เยี่ยนอ๋องโบกมืออย่างอ่อนล้าไม่เอ่ยสิ่งใด
ในเมืองอวิ๋นตู จูชูอวี้นั่งพลิกอ่านหนังสืออยู่บนโต๊ะในห้องหนังสืออย่างอารมณ์ดี สาวใช้จู๋เอ๋อร์ยกผลไม้สดเดินเข้ามา เห็นมุมปากของนางมีรอยยิ้มประดับอยู่จึงยิ้มตามไปด้วย “ดูเหมือนคุณหนูจะอารมณ์ดีนะเจ้าคะ”
จูชูอวี้วางหนังสือในมือลง เอ่ยเสียงเรียบ “ไม่เลวจริงๆ โจมตีอวิ๋นตู…เชื่อว่าอีกไม่นานก็จะได้กลับจินหลิงแล้ว”
“รอกลับถึงจินหลิง เกรงว่าคุณหนูก็คงเป็นชายาเอกขององค์ชายแล้วเจ้าค่ะ บ่าวยินดีกับคุณหนูด้วยนะเจ้าคะ” จู๋เอ๋อร์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม ตอนนั้นพวกเขาทุกคนรวมทั้งนางที่เติบโตมาพร้อมกับคุณหนูใหญ่ต่างก็ไม่เข้าใจแผนการของคุณหนู ไม่ยอมแต่งงานกับเซียวเชียนเยี่ยที่เป็นหวงจั่งซุนในตอนนั้น กระทั่งหลังจากที่เซียวเชียนเยี่ยขึ้นครองราชย์แล้วยังไม่ยอมเข้าวัง ทว่าพาตนเองแต่งมาไกลถึงโยวโจวทั้งๆ ที่ไม่ได้รับการยอมรับ แต่นี่เพียงกี่ปี กลับจินหลิงอีกครั้งคุณหนูก็จะกลายเป็นชายาเอกขององค์ชายแล้ว จู๋เอ๋อร์รู้ว่าคนฉลาดอย่างคุณหนูจะไปเป็นอนุให้คนอื่นได้เยี่ยงไร หากตอนนั้นแต่งกับเซียวเชียนเยี่ย ต่อให้กลายเป็นกุ้ยเฟยแต่เมื่อเยี่ยนอ๋องเข้าวังก็ไม่เหลือสิ่งใดแล้ว คุณหนูช่างมองการณ์ไกล ทำให้คนต้องนับถือ
“ระวังวาจาด้วย” จูชูอวี้เอ่ยเสียงเบา
จู๋เอ๋อร์รีบปิดปาก “บ่าวพูดมาก คุณหนูได้โปรดอภัย”
แน่นอนว่าจูชูอวี้ไม่ได้คิดจะโทษนาง เพียงเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง “เจ้าเป็นคนฉลาด แต่ต้องระมัดระวัง จะดีใจจนหลงระเริงไม่ได้”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
จูชูอวี้พยักหน้าพึงพอใจ เอ่ยถาม “ฝั่งจินหลิง ท่านพ่อตอบกลับมาหรือไม่”
จู๋เอ๋อร์พยักหน้า เอ่ย “คนที่เราทิ้งเอาไว้ที่จินหลิงส่งข่าวมาแล้วเจ้าค่ะ ไม่กี่วันที่ผ่านมานายท่านได้บริจาคเงินจำนวนมากเพื่อเป็นเงินเดือนทหารในราชสำนัก แต่โดยส่วนตัวแล้ว เกรงว่านายท่านเองก็คงไม่พอใจ หากเกลี้ยกล่อมให้นายท่านยอมแพ้คิดว่าคงไม่ยาก อย่างไรตระกูลจูก็เป็นตระกูลพ่อค้า ไม่มีผลประโยชน์อย่าได้หวังว่าพวกเขาจะจ่ายออกไปจำนวนมาก อีกทั้งตอนนี้คนที่มีตาก็คงดูออก อย่างไรเซียวเชียนเยี่ยก็ไม่อาจสู้ความแข็งแกร่งของเยี่ยนอ๋องได้ ใครบริจาคเงิน จวนเกาอี้โหวหากยังสติดีอยู่ไม่มีทางเด็ดขาด เกรงว่าคงถูกเซียวเชียนเยี่ยบีบบังคับกระมัง สถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาคิดจะเกลี้ยกล่อมเกาอี้โหวคงไม่ใช่เรื่องยาก อย่างไรเสียบุตรีเชื้อสายหลักของเกาอี้โหวก็เป็นถึงสะใภ้รองจวนเยี่ยนอ๋อง
จูชูอวี้ครุ่นคิดอยู่นาน เอ่ย “ข้าจะเขียนจดหมาย เจ้าให้คนนำไปส่งให้ถึงมือท่านพ่อ เซียวเชียนเยี่ยใกล้จะจบสิ้นแล้ว หากท่านพ่อคิดจะเฝ้าพระสนมจูเฟยกับบุตรเขยนั่น คงทำได้เพียงปล่อยให้ตระกูลจูตายไปด้วยกัน อย่าได้ลืมเสียว่าเสด็จพ่อไม่ใช่เซียวเชียนเยี่ย” เซียวเชียนเยี่ยจิตใจดีใจอ่อนไม่เด็ดขาด หากไม่ถึงที่สุดก็ไม่กล้าชนกับตระกูลขุนนาง แต่เยี่ยนอ๋องไม่เหมือนกัน เยี่ยนอ๋องยึดหลักการติดตามอยู่ขัดขวางตายมาโดยตลอด ไม่ว่าเจ้าจะเป็นตระกูลขุนนางหรือนักปราชญ์ผู้มีความรู้ ใครขวางทางสังหารให้สิ้น
จู๋เอ๋อร์พยักหน้า ยิ้มพลางเอ่ย “หากตระกูลจูสามารถเป็นผู้นำในการเข้าร่วมกับเยี่ยนอ๋อง นั่นก็เป็นคุณความชอบใหญ่หลวง ท่านอ๋องจะต้องให้ความสำคัญกับตระกูลจูและคุณหนูอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”
จูชูอวี้เม้มริมฝีปากเผยรอยยิ้มจาง เยี่ยนอ๋องและพระชายาเยี่ยนอ๋องไม่ชอบนางหรือ ไม่เป็นไร เวลานานไปพวกเขาก็จะรู้ นางต่างหากที่เป็นบุตรสะใภ้ที่สามารถช่วยจวนเยี่ยนอ๋องได้ เมื่อเทียบกับเฉินซื่อที่ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไรและซุนเหยียนเอ๋อร์ที่ทำอันใดไม่เป็นสักอย่าง นางต่างหากที่เป็นสตรีที่เหมาะสมกับเชื้อพระวงศ์ที่สุด
“เสี่ยวอวี้เอ๋อร์ ไม่ได้เจอกันนานดูเหมือนจะอารมณ์ดีไม่เลว” เสียงอ่อนโยนดังขึ้นริมหน้าต่างนอกประตู จูชูอวี้หัวใจกระตุกรีบหันกลับไปมอง เห็นกงอวี้เฉินยืนอยู่ริมหน้าต่าง ดวงตาเย็นชาคู่หนึ่งมองลอดผ่านหน้ากากดุร้ายมายังตนเอง
“เจ้า” จูชูอวี้ตื่นตกใจ ไม่ได้สนใจอันใดมากรีบเปิดหน้าต่างดึงเขาเข้ามา กงอวี้เฉินเดินเนิบนาบเข้ามาอย่างไม่ใส่ใจ ด้านหลังยังมีชายชุดดำติดตามมาหนึ่งคน
สีหน้าจูชูอวี้ซีดขาว “เจ้าช่างกล้านัก หากถูกจับได้เจ้ากับข้าคงซวยไปด้วยกัน”
กงอวี้เฉินนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจ้าวางใจ ตอนนี้เว่ยจวินมั่วไม่ได้อยู่ที่อวิ๋นตู ไม่มีใครว่างมาสนใจเจ้าหรอก”
“เจ้ามาทำไม” จูชูอวี้กัดฟัน กวาดตามองกงอวี้เฉิน เอ่ยเสียงเย็น “ตอนนั้นอยู่หลิงโจวถูกเว่ยจวินมั่วทำร้ายจนพิการแล้วมิใช่หรือ” จูชูอวี้คิดว่าเว่ยจวินมั่วทำลายวรยุทธ์ของกงอวี้เฉินก็เป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยเขาก็ไม่อาจมาปรากฏตัวต่อหน้านางราวกับผีได้อีกแล้ว แต่ขณะเดียวกันนางเองก็กังวลมากขึ้น กงอวี้เฉินที่ไม่มีวรยุทธ์วิ่งมาหาเขายิ่งทำให้คนจับได้ง่ายขึ้น
ดวงตาของกงอวี้เฉินเย็นชา “เสี่ยวอวี้เอ๋อร์ ข้าไม่ได้มาเพื่อฟังคำเย้ยหยันจากเจ้า หรือว่า…” ยกมือขึ้นมาสัมผัสเบาๆ ไปที่รอยประทับดอกไม้บนใบหน้าสวยของจูชูอวี้ เอ่ยเสียงอ่อนโยน “สวยจัง เจ้าว่าหากเพิ่มมาอีกสองรอยจะสวยกว่านี้หรือไม่”
ใบหน้าของจูชูอวี้ซีดขาว จู๋เอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างยิ่งตกใจจนไม่กล้าขยับเขยื้อน
เนิ่นนาน จูชูอวี้จึงกัดฟันเอ่ย “เจ้าคิดจะทำอันใดกันแน่ หากถูกคนจับได้…”
กงอวี้เฉินถอนหายใจเบาๆ “หลายปีมานี้ข้าถามตนเองว่าไม่เคยมารบกวนเสี่ยวอวี้เอ๋อร์ แม้แต่ครั้งที่แล้วเจ้าหลอกใช้เสี่ยวเตี๋ย ข้าก็ยังไม่ได้ว่าอันใด ไยเสี่ยวอวี้เอ๋อร์ถึงไม่เกรงใจต่อข้าเช่นนี้” จูชูอวี้ยิ้มหยันอยู่ในใจ ยกมือขึ้นสัมผัสรูปดอกไม้บนใบหน้าของตน ตีหน้าตึงไม่เอ่ยสิ่งใด
กงอวี้เฉินยักไหล่ “ก็ได้ เดี๋ยวกองทัพโยวโจวก็ต้องข้ามน้ำแล้ว การยึดจินหลิงเป็นเรื่องจะช้าจะเร็วเท่านั้น เสี่ยวอวี้เอ๋อร์ก็จะเป็นพระชายาเอกขององค์ชายแล้ว ไม่ควรมายินดีหรอกหรือ”
จูชูอวี้หลุบตาลง เอ่ยเสียงเรียบ “ขอบคุณ”
กงอวี้เฉินมองสำรวจจูชูอวี้อย่างสนอกสนใจ “น่าแปลก…ข้าว่าข้ามองคนไม่พลาด แต่กลับดูถูกเจ้ามาตลอด ตั้งแต่บุตรีจวนเกาอี้ปั๋ว จนกระทั่งมาเป็นว่าที่พระชายาเอกขององค์ชาย ทั้งยังเป็น…มาคิดดูให้ดี ชีวิตของเจ้าดูจะเป็นตำนานยิ่งกว่าซิงเฉิงจวิ้นจู่เสียอีก” แม้จวนเกาอี้ปั๋วจะเป็นตระกูลผู้มีอำนาจ แต่บุตรีของจวนเกาอี้ปั๋วก็ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นชายาขององค์ชาย การเป็นพ่อค้าทำให้พวกนางไม่อาจเทียบได้แม้แต่ขุนหนูลูกขุนนางธรรมดาระดับสี่ระดับห้า หากมิใช่เพราะจูชูอวี้ถูกอตีดฮ่องเต้แต่งตั้งเป็นเซี่ยนจู่ อีกทั้งฝ่าบาทยังแต่งตั้งขึ้นเป็นจวิ้นจู่ด้วยตนเอง ไม่ว่าอย่างไรจวนเกาอี้ปั๋วก็ไม่อาจยัดบุตรีไปเป็นบุตรสะใภ้ในจวนอ๋องได้
หากเอ่ยถึงผลลัพธ์ ซิงเฉิงจวิ้นจู่ที่เปล่งประกายยิ่งกว่าจูชูอวี้ยังแพ้นางไปหนึ่งขั้น อย่างไรตัวตนของเว่ยจวินมั่วอย่างสูงที่สุดก็คงเป็นได้เพียงโอรสขององค์หญิง นอกเสียจากเขาจะตั้งตนเป็นอ๋องมิเช่นนั้นหากตายไปก็คงเป็นได้เพียงจวิ้นจู่ที่มีแซ่ต่างกัน ต้าเซี่ยมีกฎอยู่ว่า แซ่ต่างกันไม่อาจแต่งตั้งเป็นชินอ๋องได้
แต่ว่าอย่างไรก็ตามจูชูอวี้ก็ไม่ใช่คนที่จะมองการณ์ไกลเพียงนี้
จูชูอวี้สีหน้าเรียบนิ่ง “เจ้าสำนักชมเกินไปแล้ว ชูอวี้เพียงโชคดีเท่านั้น ไหนเลยจะเทียบกับซิงเฉิงจวิ้นจู่ได้ เจ้าสำนักเอ่ยมาเถิดว่ามาด้วยเหตุอันใด อย่างไร…ที่นี่ก็ไม่ใช่ที่ที่เจ้าสำนักจะอยู่ได้นาน”
“ดี เสี่ยวอวี้เอ๋อร์ช่างเปิดเผย” กงอวี้เฉินยิ้มเอ่ย “เช่นนั้นข้าจะเอ่ยตามตรง เว่ยจวินมั่วกำลังจะกลับเฉินโจว ข้า…ไม่อยากให้เขากลับมาอีก คิดว่าเสี่ยวอวี้เอ๋อร์ก็คงคิดเช่นเดียวกับข้ากระมัง” มือจูชูอวี้สั่นเทา ไม่ทันระวังทำถ้วยชาบนโต๊ะตรงหน้าคว่ำลงไป ใบหน้างดงามจ้องกงอวี้เฉินเขม็งด้วยสายตาราวกับไม่อยากเชื่อ “ไม่อยากให้คุณชายเว่ยกลับมาหรือ เจ้าสำนักกง เจ้ากำลังทำให้ข้าลำบากใจหรือกำลังล้อข้าเล่น เจ้าคิดว่าข้ามีความสามารถอันใดไปสู้กับคุณชายเว่ย ข้าไม่มีความแค้นกับคุณชายเว่ย ไยต้องไปหาเรื่องเขา”
“ไม่มีความแค้นหรือ” กงอวี้เฉินไม่รีบร้อน “แต่ว่าข้ามีความแค้นกับเว่ยจวินมั่วนี่”
“ข้าทำไม่ได้” จูชูอวี้ยืนยันที่จะปฏิเสธเขา นางเป็นคนฉลาด รู้ว่าเรื่องใดทำได้เรื่องใดทำไม่ได้ มิเช่นนั้นนางก็คงมาไม่ถึงวันนี้ อย่างเช่นการคาดหวังในตัวคุณชายเว่ยในตอนนั้น แต่เมื่อนางพบว่าการเป็นศัตรูกับหนานกงมั่วมิใช่เรื่องฉลาดนักจึงได้ละทิ้งมันไป หากยังต่อสู้อย่างโง่เขลาเพื่อบุรุษดังเช่นสตรีทั่วไป ไม่แน่ว่านางคงตายอยู่ในมือหนานกงมั่วไปตั้งนานแล้ว
กงอวี้เฉินเอ่ยเสียงเรียบ “เสี่ยวอวี้เอ๋อร์จะไม่ทบทวนดูสักหน่อยหรือ การปฏิเสธโดยไม่คิดลังเลของเจ้า ทำให้ข้า…เสียใจนะ”
“กงอวี้เฉิน เจ้าอย่าได้คืบจะเอาศอก อย่าลืมเสีย…เจ้าเองก็มีจุดอ่อนอยู่ในมือข้า” ใบหน้าของจูชูอวี้ทะมึนขึ้น เอ่ยเสียงเข้ม
กงอวี้เฉินยกมือขึ้นหยุดชายชุดดำด้านหลัง “จุดอ่อนหรือ หึๆ…หากเร็วกว่านี้ไม่แน่ว่าแผนการนี้อาจมีประโยชน์ แต่ว่าตอนนี้…เว่ยจวินมั่วเริ่มสงสัยตัวตนของข้าไปนานแล้ว ตอนนี้ต่อให้เจ้าขายข้า จะมีประโยชน์อันใดกับเจ้า”
ใบหน้าของจูชูอวี้ราวกับน้ำค้างแข็ง จ้องมองกงอวี้เฉิน “ในเมื่อถูกสงสัยแล้ว เจ้ายังไม่หนีเอาชีวิตรอดอีกหรือ ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วอย่างนั้นหรือ”
“หึๆ” กงอวี้เฉินหัวเราะอย่างมีความสุข “สงสัยแล้วอย่างไร เว่ยจวินมั่วกล้าลงมือกับข้าหรือ”
จูชูอวี้ใช้ความคิด “เจ้าเตรียมทางหนีที่ไล่แล้วอย่างนั้นหรือ เสด็จพ่อ เสด็จแม่ หรือว่า…”
“เมื่อครู่เจ้าก็บอกอยู่แล้วว่าจะขายข้า เจ้าคิดว่าข้าจะบอกเจ้าหรือ” กงอวี้เฉินรู้สึกน่าขัน จูชูอวี้เองก็รู้ว่าเมื่อเขาไม่อยากเอ่ย ต่อให้ขุดเพียงใดก็ไม่ได้อันใดออกมา ทำได้เพียงเปลี่ยนหัวข้อ “เรื่องที่เจ้าว่าข้าทำไม่ได้ ต่อให้สังหารข้าก็ทำไม่ได้ ข้ารู้ตัวข้าดี ไม่คิดว่าตนเองจะเป็นศัตรูกับคุณชายเว่ยได้”
กงอวี้เฉินยิ้ม เอ่ยเสียงอ่อนโยน “เสี่ยวอวี้เอ๋อร์เข้าใจข้าผิดแล้ว ไยข้าจะไร้ความปรานียอมให้หญิงงามไปเผชิญหน้ากับเว่ยจวินมั่วเจ้าคนไร้หัวใจนั่นได้เล่า”
จูชูอวี้เอ่ย “ข้าก็ไม่อาจช่วยเจ้าเกลี้ยกล่อมเซียวเชียนเหว่ยได้” ตอนนี้นางและเซียวเชียนเหว่ยเรียกได้ว่ามีประโยชน์ร่วมกัน หลอกใช้เซียวเชียนเหว่ยไม่ได้ต่างจากหลอกใช้ตนเอง
กงอวี้เฉินถอนหายใจ “สตรีแต่งออกไปก็เชื่อฟังสามีของตนจริงๆ ก็ได้ ข้ารับรองว่าจะไม่ดึงเซียวเชียนเหว่ยมาเกี่ยวข้อง เป็นอย่างไร เพียงช่วยข้าเล็กๆ น้อยๆ ก็พอแล้ว” จูชูอวี้มองเขาด้วยความสงสัย “เจ้าจะทำอันใด”
กงอวี้เฉินยิ้มเอ่ย “หาเรื่องให้เว่ยจวินมั่วเล็กน้อย สังหารเขาไม่ได้ก็ไม่รีบ อย่างน้อยในตอนที่ตีจินหลิงอย่าให้เขาได้กลับมาเป็นอย่างไร เจ้าเองก็ไม่หวังให้เว่ยจวินมั่วและเซียวเชียนเหว่ยต้องแย่งความสำเร็จกันไม่ใช่หรือ มีเขาอยู่ ผลงานในการตีจินหลิงนั้นเซียวเชียนเหว่ยอย่าได้หวังเลย”
ดวงตาของจูชูอวี้วาววับ “ข้าจะได้สิ่งใด”
กงอวี้เฉินยิ้มตาหยี “เวลาที่เหมาะสม ข้าสามารถช่วยเจ้าจัดการกับเซียวเชียนชื่อได้”
“…คำไหนคำนั้น”