คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ - บทเสริมตอนที่ 36 เรื่องของพวกเรายังอีกยาวไกล
บทเสริมตอนที่ 36 เรื่องของพวกเรายังอีกยาวไกล
อิ๋งจื่อจินค่อยๆ เงยหน้าขึ้น
จักรวาลกว้างใหญ่ไพศาล ดวงดาวมากมายนับไม่ถ้วน
มีเนบิวล่า มีหลุมดำ มีอนุภาคสารพัดชนิดที่มนุษย์ยังไม่เคยศึกษาไปถึง
ตอนนี้ตรงหน้าเธอเหลือเพียงคนใส่ชุดสีม่วงพลิ้วไสว
ใบหน้าที่คุ้นเคย รูปโฉมที่คุ้นตา แม้แต่สีหน้าและน้ำเสียงก็ยังเหมือนในตอนนั้นไม่มีเปลี่ยน
เพื่อนสนิทร่วมเป็นร่วมตายของเธอคนนี้เป็นคนแบบนี้อยู่เสมอ
หยิ่งผยองไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น
แต่กลับให้ความสำคัญกับมิตรภาพ
พวกเธอเคยร่วมเป็นร่วมตายในโลกบำเพ็ญเพียรมาหลายครั้ง
นี่คือเพื่อนแท้ของเธอ และมีเพียงคนเดียว
จวินมู่เฉี่ยน
ประมุขหงฮวาง จวินมู่เฉี่ยน
ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายปีก่อน
ตอนนั้นพวกเธอบุกเข้าไปในยมโลก ฆ่ายมทูต เธอก็เคยพูดแบบนี้
‘สบายดีนะจวินมู่เฉี่ยน’
พวกเราแยกย้ายกันไป พบกันอีกครั้งเมื่อถึงจุดสูงสุด
แววตาของอิ๋งจื่อจินวูบไหว หัวเราะเบาๆ “ต้องสบายดีอยู่แล้ว”
จวินมู่เฉี่ยนเดินเข้าไปรวบตัวอิ๋งจื่อจินมากอด พูดด้วยเสียงแหบแห้ง “ไม่เจอกันนานเลยนะ!”
อิ๋งจื่อจินก็กอดตอบผู้หญิงชุดม่วง ถอนหายใจเบาๆ “นานมากจริงๆ”
“หน้าตาไม่เหมือนเดิมแล้ว” จวินมู่เฉี่ยนเงยหน้ามองอิ๋งจื่อจิน “นี่ถ้าเธอหน้าตาขี้เหร่ฉันคงจำเธอไม่ได้”
อิ๋งจื่อจินเลิกคิ้ว “วางใจได้ ถ้าฉันหน้าตาขี้เหร่ ฉันจะไปศัลยกรรมก่อนมาเจอเธอ”
วันเวลาผ่านมาเนิ่นนาน แต่มิตรภาพไม่เคยเปลี่ยน
เมื่อพบกันอีกครั้ง เธอยังคงเป็นเธอ ฉันก็ยังคงเป็นฉัน
จวินมู่เฉี่ยนหลับตา ขอบตาเริ่มแดง เธอกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก พูดด้วยเสียงแหบแห้ง “สิบปีแล้ว ในที่สุดฉันก็หาเธอเจอ ฉันไม่ได้ยอมแพ้”
เมื่อครู่ตอนแรกสุดเธอก็แค่รู้สึกได้ว่าทางนี้มีคลื่นพลังงานที่ไม่ธรรมดา อยากลองมาดูว่าใครที่ท่องจักรวาลเหมือนเธออยู่
คันไม้คันมือพอดี อยากมีเรื่องสักหน่อย
นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเพื่อนเก่า
วันเวลาผ่านมานานมากแล้ว แต่ความรู้สึกใจจะขาดตอนอิ๋งจื่อจินตายตรงหน้าเธอก็ยังยากที่จะลืมมาจนถึงตอนนี้
ในที่สุดพวกเธอก็ได้พบกันอีกครั้ง
ทุกสิ่งทุกอย่างที่สูญเสียไปมันคุ้มค่าแล้ว
ฟู่อวิ๋นเซินหันมอง สีหน้าผ่อนคลายลง
ดูท่านี่ก็คือเพื่อนสนิทที่สาวน้อยของเขาพูดถึงมาตลอด
ไม่ใช่ศัตรู
พอเห็นแบบนี้ พวกคนที่อยู่ในยานอวกาศก็งง รวมถึงพวกผู้วิเศษด้วย
กลุ่มแสงที่ว่านี้ อันที่จริงคือคนเหรอ
แถมคนคนนี้ยังรู้จักอิ๋งจื่อจินด้วย
คณบดีนอร์แมนตะลึงค้างอยู่นาน เจ็บปวดใจยิ่งกว่าเดิม ร้องโอดโอย “ขัดต่อหลักฟิสิกส์ที่สวยงามและน่ารักอีกแล้ว!”
จวินมู่เฉี่ยนกับอิ๋งจื่อจินไม่ขยับ ยานอวกาศก็ไม่ขยับ
เกิดความเงียบขึ้นโดยรอบ
จวินมู่เฉี่ยนปล่อยมือออกหลังจากผ่านไปนาน “ทุกครั้งที่เจอเธอฉันจะต้องร้องไห้ เธอจะชดใช้ฉันยังไง”
อิ๋งจื่อจินตบบ่าเพื่อน “วิชาการแพทย์ของฉันพอใช้ได้ ช่วยตัดต่อมน้ำตาให้ได้นะ”
“…”
“ดีมาก กอดเสร็จแล้ว งั้นตอนนี้…”จวินมู่เฉี่ยนถอยหลังหนึ่งก้าว ยกมือขึ้น ยิ้มมุมปาก “ไหน ขอฉันดูหน่อย ฝีมือต่อสู้ของเธอพัฒนาไปถึงไหนแล้ว”
อยู่ๆ ก็เกิดเสียงดังสนั่นท่ามกลางสะเก็ดไฟ
ครืน!
ฝ่ามือกับหมัดปะทะกันกลางอากาศ
คลื่นพลังมหาศาลปะทุออกมาในชั่วพริบตา ทำก้อนอุกกาบาตที่ลอยอยู่ในจักรวาลแหลกสลายเป็นผุยผง
แต่ยานอวกาศไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
ฟู่อวิ๋นเซินพิงประตูยานอวกาศ พลังพิเศษของเขาปกป้องยานอวกาศไว้ เขาพูดอย่างใจเย็น “ทั้งสองคน จะตีกันก็ระวังด้วย ยังมีคนอื่นอีก”
ตูม!
เกิดเสียงดังสนั่นอีกครั้ง อิ๋งจื่อจินกับจวินมู่เฉี่ยนแยกออกจากกัน ต่างถอยหลังไปหลายก้าว
อิ๋งจื่อจินจับข้อมือ สีหน้าเรียบเฉย “จวินมู่เฉี่ยน เธอนี่มันประสาทจริงๆ”
ทุกครั้งที่เจอเธอเป็นต้องสู้กัน
นิสัยความเคยชินอะไร
“ฝีมือไม่เลวนี่!” จวินมู่เฉี่ยนกลับไม่สนใจ เธอหัวเราะ เริ่มกำมือ “เอาอีก!”
คลื่นพลังสองลูกที่ต่างกันปะทะกันด้วยความเร็วสูง
คนอื่นๆ เห็นเพียงกลุ่มแสงพุ่งเข้าหากัน แต่ไม่เห็นตัวคน มีแค่ฟู่อวิ๋นเซินที่เห็น
ทุกคนในยานอวกาศ “…?”
“สะ สู้กันเหรอ” หลิงเหมียนซีกับเจียงหรานมองหน้ากัน ชักใจคอไม่ดี “มะ…เมื่อกี้ยังกอดกันอยู่เลยไม่ใช่เหรอ”
เรื่องมันดำเนินไปในทิศทางไหนกัน
พวกเขาไม่ค่อยเข้าใจ
รักกันเลยต้องฆ่ากันงั้นเหรอ
แถมสู้กันอย่างดุเดือดด้วย
ฉินหลิงเยี่ยนยกมือสั่นๆ ของตัวเอง “น้องพี่ ในที่สุดพี่ก็รู้แล้วว่าทำไมต้องปิดการถ่ายทอดสด นี่ถ้าถูกเห็นเข้า คนทั้งโลกได้ช็อกตาย”
ฉินหลิงอวี๋พึมพำ “ฉันก็จะช็อกตายแล้วเหมือนกัน”
ก่อนขึ้นยานอวกาศ อิ๋งจื่อจินได้บอกพวกเขาว่า ไปอีกจักรวาลหนึ่งจะเจอผู้แข็งแกร่งของที่นั่น
แต่นึกไม่ถึงว่าจะเก่งขนาดนี้
สู้สูสีกับผู้วิเศษเดอะเวิลด์เลยเหรอ
ผ่านไปถึงสามชั่วโมงเต็มๆ สงครามของทั้งสองคนถึงได้หยุดลง
ร่างกายของทั้งสองคนมีบาดแผลอยู่บ้าง
อิ๋งจื่อจินเช็ดคราบเลือดที่ริมฝีปาก สีหน้าไม่เปลี่ยน “ยังจะเอาอีกไหม”
“พอละ สู้เสร็จแล้ว ระบายอารมณ์ไปแล้ว ดูซิอีกหน่อยเธอยังจะกล้าพลีชีพเพื่อคนอื่นอีกหรือเปล่า” จวินมู่เฉี่ยนก็กระอักเลือด เธอพูดอย่างไม่แคร์ “ไปเถอะ ไปรำลึกความหลังกันหน่อย ฉันมีเรื่องคุยกับเธอเยอะเลย”
อิ๋งจื่อจินเงยหน้า มองด้านหลังผู้หญิงชุดม่วง “คนของเธอล่ะ”
“ฉันทิ้งแล้ว” จวินมู่เฉี่ยนกอดอก “ไม่รู้หนีไปไหนแล้ว โตๆ กันแล้ว ไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอก”
พอสิ้นเสียงนี้ก็มีอีกเสียงดังขึ้น “มู่มู่”
มีอีกคนปรากฏขึ้นที่หน้ายานอวกาศข้ามจักรวาล
ชุดสีแดงแขนยาว ท่าทางสง่างาม ดุจปุยเมฆที่ถักทอ งดงามดั่งภาพวาดโบราณ
นี่คือบุรุษผู้หนึ่ง
ใบหน้าของเขาสุขุมเย็นชา แต่กลับพร้อมสยบทุกคน
ชั่วขณะที่เขาปรากฏตัว ดวงดาวนับพันนับหมื่นต่างอับแสง
“อ่อ มาแล้วเหรอ” จวินมู่เฉี่ยนเบือนหน้าหนี “ช่วงเวลาที่ได้อยู่ตามลำพังของพวกเราหมดแล้วสินะ”
อิ๋งจื่อจินพยักหน้าให้ผู้ชายชุดแดงเบาๆ ถือเป็นการทักทาย
จากนั้นเธอก็จับมือฟู่อวิ๋นเซินอย่างไม่รีบร้อน “ขอแนะนำให้รู้จัก นี่สามีฉัน”
จวินมู่เฉี่ยนที่เพิ่งสังเกตเห็นว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย “…?”
เธอชี้ “คนที่เธอรักที่สุดไม่ใช่ฉันแล้ว”
อิ๋งจื่อจินตอบ “ใช่”
จวินมู่เฉี่ยน “…”
แบบไหนเรียกเพื่อนสนิท
แบบนี้เรียก
ได้สามีลืมเพื่อน
จวินมู่เฉี่ยนหันไปมองยานอวกาศข้ามจักรวาล ชักสนใจ “นี่พวกเธอยกครอบครัวออกมาเที่ยวเหรอ”
“อืม” อิ๋งจื่อจินตอบ “กำลังจะไปหาพวกเธอ แต่เธอก็มาก่อน”
“ได้ งั้นก็พาพวกเขาไปเที่ยวหน่อยแล้วกัน อย่ารบกวนความสงบของพวกเราเป็นพอ” จวินมู่เฉี่ยนดีดนิ้ว “วางใจได้ จักรวาลของฉัน เดี๋ยวฉันเปิดทางให้ ไม่มีอันตรายแน่นอน”
ประมุขหงฮวางอยู่ตรงนี้ ใครยังจะกล้าขัดขวางได้
พอจัดการหาที่ไปให้คนในยานอวกาศเสร็จ จวินมู่เฉี่ยนก็แย่งมืออิ๋งจื่อจินจากมือของฟู่อวิ๋นเซิน “ไปๆๆ พาฉันไปเที่ยวที่พวกเธอหน่อย”
จักรวาลอันกว้างใหญ่เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง
ยานอวกาศก็ถูกขับออกไปแล้ว
เหลือเพียงผู้ชายสองคนที่ยืนเงียบ
หรงชิงหันหน้ามา สายตาเรียบเฉย ลังเลเล็กน้อยก่อนพูดขึ้น “ผมไปส่งไหม”
ฟู่อวิ๋นเซินเหลือบตาขึ้นอย่างมีมาด “ไม่ต้อง มีขา ไปเองได้”
ทั้งสองคนต่างเป็นผู้ชายที่ถูกทิ้ง สถานะย่อมไม่ต่างกัน
…
บนยานอวกาศข้ามจักรวาล
ทุกคนยังไม่ได้สติกลับมา
สุดท้ายเป็นอวี้เสวี่ยเซิงที่ดึงสติกลับมาได้ก่อน
“ทุกคนห้ามเอาเรื่องในวันนี้ออกไปเล่า” เขาครุ่นคิดแล้วพูดต่อ “เอาเป็นว่าเล่าไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก”
คนบนโลกยอมเชื่อว่าเจ็ดร้อยแปดสิบสี่คนนี้เป็นบ้าพร้อมกันมากกว่าจะเชื่อเรื่องแฟนตาซีแบบนี้
ทุกคน “…”
ดูเหมือนจะมีเหตุผลนะ
“เดี๋ยวถึงเวลาก็บอกไปว่าสัญญาณถ่ายทอดสดมีปัญหา” ฉินหลิงเยี่ยนเคาะหน้าจอควบคุม “อีกหน่อยเส้นทางระหว่างกาแล็กซีเริ่มสร้างขึ้น คนอื่นๆ ก็มาเที่ยวจักรวาลได้เหมือนกัน”
พวกเขาไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอิ๋งจื่อจินกับจวินมู่เฉี่ยน
เรื่องเดียวที่แน่ใจได้คือ ในเวลาต่อมาพวกเขาเดินทางกันอย่างราบรื่นไร้อุปสรรค
นี่ก็คือข้อดีของการอยู่ใต้บารมีคนใหญ่คนโตเหรอ
“ระบบทั้งหมดพร้อมทำงาน” ซีนายพูด “การพุ่งทะยานครั้งที่สาม”
สวบ!
ยานอวกาศหายวับไปในชั่วพริบตา
จักรวาลใหม่ได้รูดม่านเปิดที่ตรงหน้าพวกเขา
…
เมืองตี้ตู ประเทศจีน
จวินมู่เฉี่ยนนั่งพิงโซฟา มองสำรวจสภาพแวดล้อมภายในคฤหาสน์ “ใช้ได้ ฉันชอบ ฉันชอบเทคโนโลยีของที่นี่มากที่สุด น่าสนใจกว่าที่พวกเราเยอะเลย”
ราวกับเธอนึกอะไรได้ ดันตัวอิ๋งจื่อจิน “ไหนๆๆ พวกเธอมีเกมอะไรเล่นบ้าง สอนฉันเล่นหน่อยสิ”
อิ๋งจื่อจินโยนเครื่องเกมของฟู่ฉางเล่อให้
จวินมู่เฉี่ยนเปิดเครื่องพลางเหลือบมองผู้ชายสองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้าม “พวกนายมาทำอะไรที่นี่”
ไม่รู้จักดูกาลเทศะเลยจริงๆ
“มาสำรวจหลายเรื่องกับพี่ฟู่” หรงชิงตอบ “ได้ประสบการณ์พอสมควร”
ฟู่อวิ๋นเซินไม่ตอบ สีหน้าเรื่อยเปื่อย
จวินมู่เฉี่ยน “?”
ทำเป็นมีลับลมคมใน
ประสาท
จวินมู่เฉี่ยนมองฟู่อวิ๋นเซินแล้วมองอิ๋งจื่อจิน อยู่ๆ ก็พูดขึ้น “อิ๋งจื่อจิน จะว่าไปเธอจำคุณชายหมออวี้ได้ไหม ก่อนฉันออกมาได้ไปที่โลกธาตุด้วย เขายังถามหาเธออยู่เลย”
“น่าสงสารหัวใจน้อยๆ ของเขาที่มอบให้เธอทั้งหมด”
พอคำพูดนี้ออกมา รอยยิ้มในดวงตาดอกท้อของฟู่อวิ๋นเซินก็ไม่มีหลงเหลือ เขาเหลือบตาขึ้น แต่กลับยิ้มมุมปาก “เยาเยา?”
สีหน้าของอิ๋งจื่อจินไม่เปลี่ยน เธอตอบอย่างใจเย็น “ฉันก็ไม่รู้ว่าเธอจำได้หรือเปล่า คนที่ตามจีบเธอมีทั้งแซ่ลั่ว แซ่เหยียน ไหนจะเจ้าป่าที่คลั่งไคล้ในตัวเธออีก ยังมีอีกเยอะแยะ ให้ฉันเขียนรายชื่อให้ไหม”
หรงชิงก็เหลือบตาขึ้น เรียกเสียงเบา “มู่มู่”
จวินมู่เฉี่ยน “…”
ผิดแผน ซวยละ
ในเวลานี้เองได้มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น
“ป่าปี๊! หม่ามี้!” ฟู่ฉางเล่อวิ่งออกมา “หม่ามี้ หนูก็อยากไปเที่ยวจักรวาลด้วย!”
เดิมทีเธอวางแผนว่าจะแอบหนีไป ตามอิ๋งจื่อจินไปขึ้นยานอวกาศข้ามจักรวาล แต่ถูกฟู่เฉียนอวี่จับได้ก่อนออก เธอก็เลยถูกล็อกตัวไว้
พอนึกถึงตรงนี้ฟู่ฉางเล่อก็โมโหแก้มป่อง หันกลับไปมองฟู่เฉียนอวี่ที่อยู่ด้านหลัง “จะไม่ยุ่งกับพี่อีกต่อไปแล้ว!”
“คุณพระช่วยๆ” พอเห็นฟู่ฉางเล่อ จวินมู่เฉี่ยนก็ยืนขึ้นทันที เดินเข้าไปหา “นี่เธอมีลูกแล้วเหรอเนี่ย!”
คนที่เคยบอกเธอว่าไม่มีทางชอบใคร ไม่มีทางแต่งงาน ไม่มีทางมีลูก ไปไหนแล้ว!
จวินมู่เฉี่ยนรู้สึกเหมือนตัวเองถูกหลอก
“อายุเท่าไรแล้วจ๊ะ” จวินมู่เฉี่ยนย่อตัวนั่งลง ลูบศีรษะน้อยๆ ของฟู่ฉางเล่อ “น่ารักจังเลย หน้าตาเหมือนเธอเลยนะ!”
“พี่สาว หนูสามขวบแล้วค่ะ” พอเห็นคนสวย ฟู่ฉางเล่อก็เงยหน้าขึ้น พูดด้วยความดีใจ “พี่สาวสวยจังเลย เป็นคนเดียวที่หนูรู้สึกว่าสวยเหมือนหม่ามี้!”
ฟู่เฉียนอวี่มุมปากกระตุก เตะน้องสาวหนึ่งที “นี่คุณน้า”
“ใช่ คุณน้าจ้ะ” จวินมู่เฉี่ยนยิ้มตาหยี “อีกอย่างน้าแก่กว่าคุณแม่ของพวกหนูด้วยนะ แม่ของพวกหนูต้องเรียกว่าพี่ใหญ่เลยล่ะ”
แม้ฟู่ฉางเล่อจะเรียกเธอเสียอ่อนเยาว์ แต่จะลดลำดับอาวุโสของเธอไม่ได้
“…”
อิ๋งจื่อจินไม่อยากจะสนใจผู้หญิงเจ้าเล่ห์คนนี้เลยจริงๆ
“เอ๊ะจริงสิ” จวินมู่เฉี่ยนล้วงอั่งเปาออกมายัดให้ฟู่ฉางเล่อกับฟู่เฉียนอวี่แล้วหันไปถาม “พ่อรูปงามล่ะ”
“ยังไม่มา” หรงชิงตอบ “เขาหาทางมาเองได้”
พอได้ยินแบบนี้ ฟู่เฉียนอวี่ก็ตกอยู่ในห้วงครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง
บนโลกนี้ยังมีเด็กที่น่าสงสารกว่าเขาอีกเหรอ
“พี่!” ฟู่ฉางเล่อดึงแขนเสื้อฟู่เฉียนอวี่ “ฉันอยากไปเที่ยวจักรวาล!”
“ไม่ได้” ฟู่เฉียนอวี่ตอบโดยไม่ต้องคิด ปฏิเสธ “อันตรายเกินไป ไม่ว่ายังไงก็ต้องรอห้าขวบก่อน”
ฟู่ฉางเล่อล้วงสมุดเล่มเล็กออกมาอีกครั้ง
[100. วันนี้พี่ขัดใจฉันอีกแล้ว โมโห]
ฟู่ฉางเล่อมองสมุดจดความแค้นร้อยข้อที่เกิดจากป่าปี๊ หม่ามี้ และพี่ชาย รู้สึกเสียใจเหลือเกิน
เธอไม่ใช่เด็กน้อยที่ได้รับการเอาอกเอาใจมากที่สุดคนนั้นอีกแล้ว
เธอจะหนีออกจากบ้าน!
ฟู่ฉางเล่อไม่พูดพล่ามทำเพลง บทจะลงมือก็ลงมือ
เธอจัดการเก็บข้าวของ ไม่เดินผ่านห้องรับแขกชั้นหนึ่ง แต่กระโดดลงจากห้องนอนชั้นสอง
ฟู่ฉางเล่อมีกำลังภายในติดตัว ความสูงระดับนี้สบายมากสำหรับเธอ
เธอสะพายกระเป๋าหนังสือ ออกจากบ้านด้วยความแน่วแน่
แต่เพิ่งวิ่งออกไปได้ไม่นาน พลั่ก ชนเข้ากับใครคนหนึ่ง
ฟู่ฉางเล่อตัวเล็กนิดเดียว เกือบลอยกระเด็นไปไกล
แต่มีมือมาจับเธอไว้ได้ทัน
มีเสียงถามด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นไรใช่ไหม”
เอ๊ะ?
ฟู่ฉางเล่อเงยหน้า รู้สึกงุนงง
เด็กหนุ่มท่าทางเหมือนอายุสิบสองสิบสามปี รูปงามดุจภาพวาด ดวงตาดอกท้อสะกดใจแม้ไม่ต้องพูดอะไร
ดูดีเหลือเกิน
ฟู่ฉางเล่อครุ่นคิด
เห็นแก่ที่เขารูปงาม เธอจะไม่ติดใจเอาความแล้วกัน
หึ หล่อกว่าพี่ชายของเธออีก
เธอไม่ยอมรับหรอกว่า ฟู่เฉียนอวี่กับเธอหน้าตาคล้ายกัน
เห็นๆ อยู่ว่าเธอหน้าตาดีกว่า
พี่ชายเธอเป็นแค่หมา!
“เธอเป็นลูกของพี่คนสวยใช่ไหม” เด็กหนุ่มย่อตัวนั่งลง ลูบศีรษะฟู่ฉางเล่อ “แม่พี่กับแม่เธอเป็นเพื่อนสนิทกัน พวกเราตามหาคุณแม่ของเธอมานานมาก”
ฟู่ฉางเล่อถึงได้รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใคร
ก็คือเด็กน่าสงสารที่ต้องหาทางมาเอง
“พี่เรียกว่าพี่สาวไม่ได้” ฟู่ฉางเล่อตั้งใจแก้คำพูดอย่างจริงจัง “หม่ามี้ของฉันจะถูกลดลำดับอาวุโส”
ฟ้าใหญ่ แผ่นดินใหญ่ แต่หม่ามี้ใหญ่ที่สุด
“ได้ๆๆ ไม่เรียกแบบนั้น” หรงเฉินรู้สึกขำ มองสัมภาระที่อยู่ด้านหลังฟู่ฉางเล่อด้วยความตกใจ “แล้วนี่จะไปไหนเหรอ”
“ฉันจะไปเที่ยวจักรวาลอื่น” ฟู่ฉางเล่อกอดสัมภาระใบน้อยของตัวเองแน่น “พวกเขาไม่พาฉันไปด้วย ฉันจะไปเอง”
“อย่างนั้นเหรอ” หรงเฉินครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วยืนขึ้น “งั้นพี่พาเธอไปเที่ยวบ้านพี่ดีไหม อยู่อีกจักรวาลหนึ่ง เธอตัวแค่นี้ ไปเที่ยวจักรวาลคนเดียวไม่ปลอดภัย”
ฟู่ฉางเล่อสงสัย “บ้านพี่เหรอ”
“ใช่ พี่มาจากอีกจักรวาลหนึ่ง” หรงเฉินพูด “พี่ชื่อหรงเฉิน เธอชื่ออะไรล่ะ”
“ฉางเล่อ” ฟู่ฉางเล่อถอยหลังหนึ่งก้าวด้วยความระแวง “พี่ก็ไม่ได้โตมาก ไปเที่ยวจักรวาลอื่นจะไม่เป็นอันตรายหรือไง”
“วางใจได้ พี่เอาเครื่องรางวิเศษที่แม่ทำมาเยอะมาก ไม่มีทางเจออันตรายแน่นอน” หรงเฉินตอบอย่างใจเย็น “ถ้าเธอไม่เชื่อ จะไปถามแม่พี่กับแม่เธอดูก็ได้”
“ฉันไม่ไปหาหม่ามี้หรอก” ฟู่ฉางเล่องอน “ฉันหนีออกจากบ้านแล้ว”
หรงเฉินหัวเราะไหล่สั่น อดจิ้มแก้มป่องๆ ของฟู่ฉางเล่อไม่ได้
เขาหลุบตาลง สายตาอ่อนโยน
ทำไมถึงได้มีเจ้าแก้มยุ้ยที่น่ารักขนาดนี้นะ
อยู่ๆ หรงเฉินก็นึกได้ว่า ตอนเขาเด็กๆ ก็ถูกพวกผู้ใหญ่ฟัดบ่อยๆ
“…”
ชักไม่รู้สึกมีความสุขเท่าไรแล้ว
ฟู่ฉางเล่อลังเล แต่สุดท้ายก็ตอบตกลง “ก็ได้ พี่หรง พี่พาฉันออกไปเที่ยวแล้วฉันจะให้ทอง”
หม่ามี้บอกว่า ห้ามติดค้างน้ำใจคนอื่น ระวังจะมีเวรกรรมต่อกัน
ถ้าติดค้างเวรกรรมกัน กว่าจะตัดได้ค่อนข้างยุ่งยาก
“ขอพี่บอกแม่ก่อนนะ” หรงเฉินพยักหน้า ส่งข่าวเสร็จก็จูงมือฉางเล่อ “ไปกันเถอะ”
ภายใต้แสงแดด ร่างใหญ่กับร่างน้อยหายไปอย่างรวดเร็ว
…
ฟู่เฉียนอวี่ยังไม่รู้ว่าน้องสาวตัวเองถูกเด็กหนุ่มพาออกไปแล้ว
เขาปอกผลไม้มาวางบนโต๊ะรับแขกหนึ่งจาน จากนั้นก็กลับเข้าห้องหนังสือไปทำการทดลองต่อ
ภายในห้องรับแขก
ยังคงเป็นสี่คนเดิม
จวินมู่เฉี่ยนพินิจพิจารณาฟู่อวิ๋นเซินอยู่สักพัก “เธอหาแฟนโดยมีฉันเป็นมาตรฐานหรือเปล่า ทำไมทรงตาเหมือนฉันเลยล่ะ”
“นึกไม่ถึงเลยนะนึกไม่ถึง อิ๋งจื่อจิน ขนาดฝันเธอก็ยังคิดถึงฉัน”
“…”
อิ๋งจื่อจินเหลือบมองจวินมู่เฉี่ยน “พวกเรารู้จักกันมานานมากแล้ว ฉันอาจหาเพื่อนสนิทโดยมีเขาเป็นมาตรฐานหรือเปล่า”
“ผู้หญิงใจดำ” จวินมู่เฉี่ยนทำเสียงหึ เปลี่ยนเรื่องคุย “งั้นสัญญาของพวกเราสองคนยังมีผลหรือเปล่า”
อิ๋งจื่อจินกลับลืมไปแล้วจริงๆ เธอเงยหน้า พูดด้วยความตกใจนิดหน่อย “พวกเรามีสัญญาอะไรด้วยเหรอ”
“สัญญากันแล้วนะ” จวินมู่เฉี่ยนพูด “ถ้าเธอมีลูกสาว พวกเราก็จะจับหมั้นหมายกัน ตอนนั้นเธอยังพูดด้วยว่า เธอไม่มีทางแต่งงานมีลูก แต่ตอนนี้มีลูกแล้ว ก็ต้องทำตามสัญญาหรือเปล่า”
หรงชิง “…”
ทำไมเขาไม่รู้เรื่องนี้เลย
มือของฟู่อวิ๋นเซินชะงัก รอยยิ้มในดวงตาดอกท้อหายเกลี้ยงอีกครั้ง
สีหน้าเริ่มขรึมลง เหลือเพียงความเย็นชา
บรรยากาศเริ่มอึมครึม
“แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับพวกเด็กๆ ด้วย” จวินมู่เฉี่ยนเลิกคิ้ว “แต่ฉันว่าให้พวกเขาลองคบหาดูใจกันได้ เมื่อกี้ลูกชายฉันบอกว่าฉางเล่อหนีออกจากบ้านไปแล้ว เขาเลยถือโอกาสพาไปเที่ยวหงฮวาง”
“ไปครั้งนี้ก็น่าจะเก้าปีสิบปีเลยหรือเปล่า”
“…”
เกิดความเงียบขึ้นโดยรอบ
อิ๋งจื่อจินรู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกจากตัวฟู่อวิ๋นเซิน เธอค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ “จวินมู่เฉี่ยน ฉันขอแนะนำเธอนะ หุบปากซะ”
เธอลืมสัญญาเรื่องนี้ไปแล้วจริงๆ
เธอไม่ได้กังวลว่าจะเกิดอันตรายกับฟู่ฉางเล่อ อยู่กับหรงเฉินกลับปลอดภัยกว่าด้วยซ้ำ
เรื่องที่เธอกังวลคือ ผู้ชายบางคนกำลังจะโมโหแล้ว
“ดูท่าคุณหรงจะไม่ค่อยใส่ใจลูกชายนะ” ฟู่อวิ๋นเซินหัวเราะ แต่สีหน้ากลับเย็นชา “อยากให้คนอื่นช่วยสั่งสอนลูกชายหน่อยไหม”
หรงชิงวางถ้วยชาลง นิ้วเรียวยาวขยับเบาๆ “ไม่งั้นคุณฟู่ช่วยชี้แนะหน่อยได้หรือเปล่า”
“ก็ใช่ว่าจะไม่ได้” ฟู่อวิ๋นเซินปัดอกเสื้อ ยิ้มมุมปาก “เชิญ”
ทั้งสองคนหายไปในชั่วพริบตา
น้ำชาที่อยู่บนโต๊ะยังอุ่นอยู่
อิ๋งจื่อจิน “…”
ประสาท
“ในที่สุดก็ไปกันสักที” จวินมู่เฉี่ยนโอบอิ๋งจื่อจิน “เหลือแค่พวกเราสองคนแล้ว ช่วงเวลาอันเงียบสงบแบบที่หาได้ยาก”
“เธอจงใจเหรอ” อิ๋งจื่อจินเลิกคิ้ว “เธอไม่กลัวพวกเขาสู้กันจนจักรวาลโกลาหลเหรอ”
“เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว พวกเขาย่อมรู้จักระวัง” จวินมู่เฉี่ยนเอาคางวางบนบ่าของอิ๋งจื่อจิน “ฉันเริ่มตามหาเธอตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน ถึงขั้นเตรียมใจต้องตามหาเธอหลายร้อยปี โชคดีที่พวกเรามีวาสนาต่อกัน”
“สิบปีเหรอ” อิ๋งจื่อจินเอะใจ “ผ่านมานานขนาดนี้แล้วเหรอ”
“อืม หลังจากเธอไป หงฮวางก็เกิดสงครามใหญ่ แทบจะพังราบหมดทุกสิ่ง ฉันเองก็บาดเจ็บสาหัสพอสมควร” จวินมู่เฉี่ยนสีหน้าเคร่งขรึม เธอเล่าอดีต “พอฉันจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จก็เริ่มตามหาเธอ”
อิ๋งจื่อจินจิบชา “ระหว่างทางเป็นยังไงบ้าง”
ตอนนั้นเธอพยากรณ์ได้ว่าหงฮวางจะเกิดสงครามใหญ่
ราวกับว่านี่เป็นเรื่องที่ทุกโลกต่างต้องเผชิญ
“อย่าให้พูดเลย” จวินมู่เฉี่ยนยักไหล่ “เกิดเรื่องนิดหน่อยระหว่างทางที่ตามหาเธอ ฉันไปหาหลายคน แต่ข่าวที่พวกเขาให้ฉันมันผิดพลาดทั้งนั้น”
“ฉันคิดว่าพลังของเธอคงแข็งแกร่งเกินไปหลังจากฟื้นขึ้นมา ทำให้ตามสืบไม่ได้ อีกทั้งความเร็วของเวลาในแต่ละโลกก็ไม่เหมือนกัน”
อิ๋งจื่อจินพยักหน้า
หากมองในมุมของเรื่องเหนือธรรมชาติ ความเร็วของเวลาเปลี่ยนแปลงได้
หากมองในมุมวิทยาศาสตร์ โลกที่ต่างกันตั้งอยู่ในคนละมิติ การหมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์แต่ละดวงก็ไม่เหมือนกัน เวลาย่อมแตกต่างกัน
“เดิมทีฉันทิ้งยันต์ระบุพิกัดไว้ที่ตัวเธอ อีกทั้งยังรวมดวงจิตใส่ไปด้วย” จวินมู่เฉี่ยนขมวดคิ้ว “แต่ฉันก็ได้แค่รับรู้ว่าเธอมีอันตรายถึงชีวิตหรือเปล่า แต่ดวงจิตของฉันก็สลายไปเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ฉันสืบเรื่องของเธอไม่ได้อีกเลย”
“พอดวงจิตนี้ถูกลบล้าง จิตวิญญาณของฉันก็อ่อนแอลง จำต้องพักฟื้น ระหว่างทางก็เลยเสียเวลาไปพักใหญ่ๆ”
พอฟังถึงตรงนี้สีหน้าของอิ๋งจื่อจินก็ขรึมลง
ที่แท้ตอนนั้นที่เธอถูกสูบเลือดจนตาย ไม่ใช่แค่ตัวล็อกพันธุกรรมที่ช่วยไว้ ยังมีการปกป้องจากดวงจิตของจวินมู่เฉี่ยนด้วย
สำหรับคนในโลกบำเพ็ญเพียรแล้ว โดยเฉพาะผู้แข็งแกร่งขั้นสุดยอดอย่างจวินมู่เฉี่ยน ดวงจิตสำคัญยิ่งกว่าร่างกาย
เทียบเท่าชีวิต
เธอเสียสละเพื่อจวินมู่เฉี่ยน จวินมู่เฉี่ยนก็เสียสละเพื่อเธอได้เช่นกัน
เพื่อนตายก็แบบนี้
“เธอรู้จักจักรวาลโลกธาตุ มีโลกสารพัดแบบ โดยเฉพาะโลกที่คล้ายคลึงกันมีเยอะมาก” จวินมู่เฉี่ยนลูบคาง ครุ่นคิดพลางพูด “พอฉันรักษาตัวเสร็จ ต่อมาก็จับพลัดจับผลูเข้าไปในสถานที่ที่คล้ายที่นี่มาก”
“ฉันเตรียมจะไปลองถามทางดู แต่กลับเจอคนระเบิดตัวเองตาย ฉันโดนลูกหลงจากการระเบิดนั้นด้วย บ้าบอจริงๆ”
อิ๋งจื่อจินค่อยๆ เหลือบตาขึ้น “ระเบิดตัวเองตายงั้นเหรอ”
มันเรื่องอะไรกัน
“ใช่ น่าเวทนามาก ระเบิดตัวเอง” จวินมู่เฉี่ยนทำเสียงจึ๊ “ก็ไม่รู้ว่าทำบาปทำกรรมอะไรไว้หนักหนา น่าสงสารกว่าฉันเมื่อก่อนอีก ฉันสะใจอยู่สักพักเลยล่ะ”
อิ๋งจื่อจิน “…”
เธอนวดศีรษะ
เธอเป็นตัวดึงดูดคนเพี้ยนจริงๆ สินะ
ทั้งสองคนนั่งคุยที่โซฟา ระหว่างนั้นก็เล่นเกมบ้าง ดูละครบ้าง
ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่วันกี่คืนแล้ว
“ออกไปเดินเล่นกับฉันไหม” จวินมู่เฉี่ยนบิดขี้เกียจ “กลับหงฮวาง หรือจะไปโลกธาตุดีล่ะ หรือเธออยากไปอัดคนที่อื่น”
อิ๋งจื่อจินหาวหวอด “ได้หมด”
“งั้นก็ไปกัน” จวินมู่เฉี่ยนยืนขึ้น ราวกับนึกอะไรออก เธอหันไปกัดฟันพูด “ห้ามใช้พลังพยากรณ์กับฉัน”
พอได้ยินแบบนั้นอิ๋งจื่อจินก็เลิกคิ้ว “ได้ รอเดี๋ยว ขอฉันเขียนไดอารี่ก่อน”
เธอเปิดคอมพิวเตอร์ กดเข้าสมุดบันทึกลับในเว็บบอร์ดเอ็นโอเค
จวินมู่เฉี่ยนตกใจเล็กน้อย “ไม่เหมือนเดิมเลยจริงๆ เมื่อก่อนจะพูดแต่ละทีแทบสูบชีวิตเธอไปครึ่ง แต่ตอนนี้เป็นแบบนี้ก็ดีนะ”
ในที่สุดเธอก็วางใจได้อย่างสิ้นเชิงแล้ว
อิ๋งจื่อจินคนปัจจุบันมีชีวิตที่ดีมาก
ในอนาคตพวกเธอจะไม่มีทางแยกจากกันอีก
พวกเธอมีชีวิตที่ดีมากแล้ว
เพียงพอแล้ว
อิ๋งจื่อจินเริ่มกดคีย์บอร์ด
ไม่กี่นาทีต่อมาเธอก็ยืนขึ้น “ไปเถอะ”
ทั้งสองคนควงแขนกันออกไป
อีกด้านหนึ่ง การต่อสู้เพิ่งเริ่มต้น
ภายในห้องรับแขก บนหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นไดอารี่ที่อิ๋งจื่อจินเพิ่งเขียนเสร็จ
[ปี 2027 ยานอวกาศข้ามจักรวาลได้ถือกำเนิดขึ้น ฉันได้กลับไปยังจักรวาลที่ฉันคุ้นเคยอีกครั้ง ได้เจอเพื่อนสนิท
วันเวลาผ่านไปยาวนานและรวดเร็ว แต่ก็เหมือนสั้นเพียงชั่วขณะ
ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ ฉันโชคดีได้รู้จักกับคนมากมาย
ฉันเป็นพยานให้กับการเติบโตของพวกเขา ตั้งแต่อ่อนแอไปจนถึงแข็งแกร่ง จากต่ำต้อยจนภาคภูมิใจในตัวเอง
ฉันมีความสุขมาก
โลกนี้อาจไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ตราบใดที่ยังมีด้านที่สวยงาม จงอย่าหันหลังกลับ ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ
เรื่องของพวกเราจบลงเป็นการชั่วคราว แต่อนาคตยังอีกยาวไกล
หวังว่าสักวันหนึ่งในอีกไม่นานจะได้พบกันอีกครั้ง]