คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ - บทเสริมตอนที่ 35 ถ่ายทอดสดทั่วโลก เผยตัวตนอีกครั้ง เพื่อนเก่าพบหน้า
- Home
- All Mangas
- คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ
- บทเสริมตอนที่ 35 ถ่ายทอดสดทั่วโลก เผยตัวตนอีกครั้ง เพื่อนเก่าพบหน้า
บทเสริมตอนที่ 35 ถ่ายทอดสดทั่วโลก เผยตัวตนอีกครั้ง เพื่อนเก่าพบหน้า
ปรับแก้ไขสิบแปดครั้ง ทดลองบินสิบแปดครั้ง
ทั้งโปรเจ็กต์ใช้เวลามาห้าปี ในที่สุดก็บรรลุเป้าหมายในเวลานี้
ไม่มีใครคาดคิด รวมถึงอิ๋งจื่อจิน ว่าจะสร้างยานอวกาศข้ามจักรวาลได้สำเร็จภายในห้าปี
อิ๋งจื่อจินตะลึงเล็กน้อย พูดเสียงขรึม “ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
พอคุยโทรศัพท์เสร็จ มือของเธอยังคงสั่นอยู่
เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกแบบนี้ ทั้งๆ ที่มีภาษาสารพัดจ่ออยู่ที่ริมฝีปาก แต่กลับพูดไม่ออก
ฟู่อวิ๋นเซินย่อมได้ยินแล้ว เขาจับมือของเธอที่สั่นอยู่ ก้มหน้าแนบชิดกับหน้าผากของเธอ “เยาเยา ยินดีด้วย”
ความฝันของเธอเป็นจริงแล้ว
สามนาทีต่อมาอิ๋งจื่อจินถึงสงบสติอารมณ์ได้ เธอหัวเราะ “นั่นสิ ไม่ง่ายเลยจริงๆ”
การเปิดทางเชื่อมจักรวาลมีอยู่สองวิธี
วิธีหนึ่งก็เหมือนกับเธอเมื่อก่อนนี้ แลกด้วยวิญญาณกับชีวิต เป็นเครื่องบูชา
อีกวิธีหนึ่งก็คือใช้เทคโนโลยี เดินทางในห้วงอวกาศไปสู่อีกจักรวาลหนึ่ง
วิธีหลังยากกว่าวิธีแรกมาก
“แต่ก็ยังแสดงความยินดีเร็วไป” อิ๋งจื่อจินเหลือบมองเขา “ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน ครั้งนี้พวกเราใช้เทคโนโลยีเปิดเส้นทางไปสู่จักรวาล แต่ไม่ได้หมายความว่าอันตรายจะน้อยลง”
“เมื่อเจอกับอารยธรรมอื่นในจักรวาลขณะที่บินอยู่ หรือเจอผู้ที่แข็งแกร่งสุดยอดของอีกจักรวาล พวกเราสองคนไม่เป็นอะไรหรอก แต่คนอื่นอาจมีอันตราย”
หลังจากที่ฟื้นคืนความทรงจำกับพลังของผู้วิเศษเดอะเวิลด์ สามปีที่ผ่านมานี้เธอก็ได้สังเกตความเป็นไปของจักรวาลอยู่หลายครั้ง
จักรวาลที่โลกนี้อยู่ ไม่ได้มีแค่ดาวโลกที่มีสิ่งมีชีวิต
อารยธรรมของกาแล็กซีอื่นเจริญล้ำหน้ากว่าโลกไปไกลมาก แต่ครั้งนี้พวกเขากลับคิดค้นยานอวกาศข้ามจักรวาลได้ก่อน
ฟู่อวิ๋นเซินจูบริมฝีปากเธอ ยิ้มพลางพูด “งั้นก็ขึ้นไปลองดูก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
…
ศูนย์วิจัยยานอวกาศข้ามจักรวาล
ศูนย์ปรับและทดสอบ
ยานอวกาศข้ามจักรวาลรุ่นแรกสามารถจุคนได้ร่วมพันคน รวมระบบใหญ่ๆ ไว้ในตัวเดียวกัน เช่น ระบบโจมตี ระบบป้องกัน เป็นต้น
หากไม่นับการท่องอวกาศ ยานอวกาศข้ามจักรวาลสามารถเหาะได้ด้วยความเร็วสูงสุดพันล้านปีแสงต่อชั่วโมง สามารถเหาะอยู่ในจักรวาลได้ถึงหนึ่งเดือนเต็มๆ
เกอร์เวนและคณบดีนอร์แมนออกไปเตรียมแถลงข่าวแล้ว นักวิจัยคนอื่นๆ ก็กอดกันด้วยความตื่นเต้น แทบหลั่งน้ำตา
ความพยายามห้าปีของพวกเขาไม่สูญเปล่า
ซีนายจัดเอกสารเสร็จก็หันไปมองเวินทิงหลาน อะเดล จี้หลี และเซ่าอิ่ง ยิ้มพลางพูด “ลำบากพวกเธอแล้วนะ พักผ่อนสักสองสามวันแล้วพวกเราค่อยขึ้นจักรวาลกัน”
“ดีเลยค่ะ!” อะเดลดีใจมาก จับมือเวินทิงหลานขึ้นมา สายตาจับจ้อง “ทิงหลาน ฉันไม่อยากเดินแล้ว แบกหน่อยสิ”
หูของเวินทิงหลานร้อนผ่าว เริ่มแดงขึ้นมาให้เห็นแล้ว เขาพูดเสียงเบา “มีคนมองอยู่ตั้งเยอะ คุณอาก็อยู่ที่นี่ด้วย”
ถึงแม้ซีนายจะอายุมากกว่าเขาแค่เจ็ดแปดปี แต่ถ้าว่ากันตามลำดับรุ่นก็อาวุโสกว่าเขาหนึ่งรุ่น
“ฉันไม่สน” อะเดลเท้าเอว “ถ้าไม่อุ้มฉันจะอาละวาด”
เวินทิงหลาน “…”
เขาจนปัญญา สุดท้ายก็ย่อตัวลง “ขึ้นมาสิ”
อะเดลกระโดดขึ้นอย่างมีความสุข
ร่างกายของสาวน้อยอ่อนนุ่มอบอุ่น เบาเหมือนขนมสายไหม
เวินทิงหลานแบกเธอ หลุบตาลง
นี่เป็นชีวิตดีๆ ที่เมื่อก่อนเขาไม่กล้าแม้แต่จะคิด
จี้หลีเตรียมสั่งอาหารมาส่ง เธอเพิ่งล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาก็มีมือเข้ามาจับ
ร่างกายของเธอหดเกร็ง เงยหน้าขึ้น
เซ่าอิ่งมองไปข้างหน้า ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ราวกับไม่ได้จับมือเธอ
จี้หลีกระซิบ “ปล่อยนะ คนอยู่ตั้งเยอะ”
ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดต่อก็ถูกเซ่าอิ่งจูงออกไป
จี้หลี “…”
เธอต้องคิดให้ดีแล้วว่าจะบอกจี้อี้หางยังไง
ซีนายเก็บของเสร็จเรียบร้อย ออกจากศูนย์ปรับและทดสอบเช่นกัน
นอร์ตันรอเธออยู่ด้านนอก
พอเห็นเธอออกมาเขาก็เข้าไปรับกระเป๋าจากมือเธอ
กลับสังเกตเห็นว่าสายตาของเธอมองไปไกลๆ เขาจึงมองตาม “มองอะไรอยู่”
“ฉันกำลังมองพวกเขา” ซีนายชี้พวกเวินทิงหลานแล้วพูดอย่างปลงๆ “ฉันแก่แล้ว”
นอร์ตันตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ไม่รู้ว่าอารมณ์ไหน “แก่เหรอ”
“ฉันหมายถึงตัวเอง ไม่ได้หมายถึงคุณ” ซีนายมองเขา “คุณจะร้อนตัวทำไม”
“อืม” นอร์ตันแสยะยิ้ม “ก็ไม่รู้ว่าใครที่วันๆ เอาแต่บอกว่าฉันแก่”
“…”
“ทำไมวันนี้ดูหัวร้อนง่ายจัง” ซีนายหยิบตั๋วยานอวกาศออกมาจากกระเป๋าเสื้อหนึ่งใบแล้วชูขึ้น “อะ ที่นั่งวีไอพี เอาไว้ให้คนในครอบครัวโดยเฉพาะ”
นอร์ตันเหลือบมอง สีหน้ายังคงเรียบเฉย “ไม่น่าสนใจ”
โปรเจ็กต์นี้ก็คือมือที่สามที่มาแทรกระหว่างเขากับเธอ
“เอาน่า ฉันได้หยุดแล้ว” ซีนายหันหน้าไปพูดเสียงขรึม “คุณชอบเด็กไม่ใช่เหรอ”
“เมื่อก่อนคิดแบบนั้น” นอร์ตันพูด “ต่อมาพบว่าฉันอาจชอบแค่เธอ อย่างมากสุดก็มีเฉียนอวี่กับฉางเล่อเพิ่มเข้ามา”
ซีนายนึกถึงตอนที่ตัวเองกลายเป็นเด็ก มองเขาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “คนหน้าไม่อาย”
“…”
…
บ่ายวันนี้เตรียมงานแถลงข่าวเสร็จเรียบร้อย สื่อมวลชนจากทั่วโลกได้มาถึงแล้ว
เมื่อข่าวยานอวกาศข้ามจักรวาลถูกสร้างขึ้นสำเร็จแพร่ออกไป ทั่วทั้งโลกต่างตะลึง รวมถึงเมืองแห่งโลก
บรรดานักข่าวต่างแย่งกันยื่นไมโครโฟน “สวัสดีครับศาสตราจารย์เกอร์เวน ยานอวกาศข้ามจักรวาลถูกสร้างขึ้นสำเร็จแล้วจริงเหรอครับ พวกเราจะได้ไปเห็นจักรวาลอื่นจริงๆ เหรอครับ”
“ศาสตราจารย์เกอร์เวนคะ อะไรที่ทำให้ศาสตราจารย์สร้างยานอวกาศข้ามจักรวาลสำเร็จได้ในห้าปีเหรอคะ”
“ศาสตราจารย์เกอร์เวนครับ…”
“ใช่ครับ เราสร้างยานอวกาศข้ามจักรวาลสำเร็จแล้ว” เกอร์เวนทำสัญญาณมือเพื่อบอกให้นักข่าวใจเย็นๆ ยิ้มพลางพูด “นึกไม่ถึงว่าในช่วงที่ผมยังมีชีวิตอยู่ผมจะได้เห็นยานอวกาศข้ามจักรวาลถือกำเนิดขึ้น”
“อีกสามวันจะเป็นการขึ้นบินอย่างเป็นทางการครับ” เขาหยุดเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “เมื่อต้นปีพวกเราได้ให้คนมาลงชื่อทางออนไลน์ มีคนสมัครเข้ามาทั้งหมดเจ็ดร้อยแปดสิบสี่คน ทั้งเจ็ดร้อยแปดสิบสี่คนนี้จะได้ขึ้นยานอวกาศกันทุกคนครับ!”
พอคำพูดนี้ออกมาก็ทำตะลึงกันทั้งโลก
[โอ้โห ฉันลงชื่อไปด้วย ฉันจะได้ไปท่องจักรวาลแล้ว! ฉันยังไม่เคยไปเมืองนอกเลยนะ แต่นี่จะได้ไปจักรวาลเลย!]
[โวะ ทำไมฉันไม่ลงชื่อนะ เสียใจจัง ตอนนั้นฉันคิดอยู่ว่าเป็นเรื่องจ้อจี้หรือเปล่า]
[คนที่ลงชื่อไปช่วยถ่ายรูปมาให้ดูเยอะๆ ด้วยนะ]
[ใจเย็นๆ ไว้รอเทคโนโลยีเสถียรเมื่อไร ยานอวกาศข้ามจักรวาลคงถูกสร้างมาเยอะขึ้น พอถึงตอนนั้นคงได้ไปกันหมด ฉันเริ่มเก็บเงินแล้ว ทุกคนไม่ต้องคิดถึงฉันนะ]
ชาวเน็ตก็แค่เสียดายที่ไม่ได้ลงชื่อเข้าร่วม แต่บุคลากรในแวดวงเทคโนโลยีต่างเสียใจที่ตัวเองปฏิเสธคำเชิญของเกอร์เวนในตอนแรก
ถ้าตอนนั้นพวกเขาเข้าร่วมโปรเจ็กต์ยานอวกาศข้ามจักรวาล ตอนนี้โปรเจ็กต์สำเร็จแล้ว มีเหรอที่พวกเขาจะไม่ได้ประโยชน์
แต่ตอนนั้นคนที่เห็นค่าโปรเจ็กต์นี้มีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
นักวิจัยที่เกอร์เวนเชิญ นอกจากคนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเขาแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นหนุ่มสาวที่เด็กกว่าหนึ่งรุ่น
โดยเฉพาะนายใหญ่เทเลอร์
เขานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ สีหน้าหม่นหมอง อารมณ์ขุ่นมัว
เกอร์เวนสร้างยานอวกาศข้ามจักรวาลสำเร็จแล้วจริงเหรอ
ใครต่างก็รู้ว่าเมื่อถึงยามที่เทคโนโลยีและอารยธรรมของโลกพัฒนาไปสูงถึงระดับหนึ่ง การออกไปนอกจักรวาลก็เป็นเป้าหมายที่จำเป็น
ใครคิดค้นยานอวกาศข้ามจักรวาลได้ก่อน สถานะในวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็จะมั่นคงอย่างสิ้นเชิง
ไม่มีใครแซงได้
รู้แบบนี้เขาควรลงทุนให้โปรเจ็กต์ยานอวกาศข้ามจักรวาลตั้งแต่แรก ไม่ใช่ไปสนับสนุนโปรเจ็กต์ชีวเคมีของมานูเอล
แต่นึกเสียดายเอาตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว
เกอร์เวนที่อยู่ในจอยังคงให้สัมภาษณ์อยู่
เขาตื่นเต้นดีใจ พูดอย่างอารมณ์ดี “โปรเจ็กต์ยานอวกาศในครั้งนี้สำเร็จได้ก็คงหนีไม่พ้นความช่วยเหลือจากทุกคน แต่ก่อนอื่นเลยผมต้องขอขอบคุณนักศึกษาอิ๋งจื่อจินครับ”
“ตอนนั้นผมแค่มีความคิดที่จะสร้างยานอวกาศข้ามจักรวาล แต่ก็ไม่ได้มีความกล้าอะไรนัก นักศึกษาอิ๋งช่วยดึงนักลงทุนมาให้ผม ศูนย์วิจัยโปรเจ็กต์ถึงได้เริ่มสร้างในขั้นต้น”
“ครั้งนี้ก็เป็นเพราะเธอไปเจอวัสดุที่ใช้สร้างยานอวกาศข้ามจักรวาล ออกแบบเครื่องยนต์ขับเคลื่อนที่เหมาะสมให้ครับ!”
“เนื่องจากต้องเก็บเป็นความลับจึงไม่เคยบอกกับทุกท่านครับ” เกอร์เวนพักหายใจแล้วพูดต่อ “นักศึกษาอิ๋งเป็นนักวิจัยอันดับหนึ่งของโปรเจ็กต์นี้ คุณูปการที่เธอสร้างไว้ไม่อาจประเมินได้ มากกว่าตัวผมอีกครับ”
พอคำพูดนี้ออกมาก็เป็นที่ฮือฮายิ่งกว่า
ชื่อเสียงของอิ๋งจื่อจินในเวลาต่อมาเป็นเพราะวีนัสกรุ๊ป แต่เห็นได้ชัดว่าสถานะนักวิจัยอันดับหนึ่งอานุภาพทำลายล้างสูงยิ่งกว่าคุณนายประธานใหญ่
[นักวิจัยอันดับหนึ่ง!]
[ฉันอยากถามหน่อยว่ามีอะไรที่เทพอิ๋งทำไม่ได้บ้าง มีไหม ไม่มี]
[เทพอิ๋ง เทพตลอดกาล!]
[ฮือๆๆ ประธานฟู่แย่งแฟนผมไป ชาตินี้ผมไม่มีทางญาติดีด้วย]
“ทุกท่านใจเย็นก่อนครับ” เกอร์เวนก็ตื่นเต้นมากเช่นกัน “พวกเราจะให้ตั๋วขึ้นยานในวันจริง ทุกท่านที่ลงชื่อไว้เตรียมพาสปอร์ตกับบัตรประจำตัวให้ดีนะครับ”
…
สามวันต่อมา
ประเทศจี
พิธีขึ้นบินของยานอวกาศข้ามจักรวาล
การถ่ายทอดสดของทั่วโลกก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
อิ๋งจื่อจินอยู่ในชุดลำลอง สวมหมวกเบสบอล
เป็นการแต่งตัวที่ธรรมดา แต่ทุกคนก็รู้ได้ตั้งแต่แวบแรกว่าคือเธอ
ทั้งยังสังเกตเห็นหมูแคระที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของเธอ
กล้องซูมเข้าไปใกล้ทันที
ราวกับรู้สึกได้ว่ามีคนถ่ายอยู่ ตูตูเงยหน้าขึ้นด้วยความดีใจ จมูกน้อยๆ สีชมพูทำเสียงครืดๆ ยกกีบเท้าขึ้นมาโบก
[น่ารักเป็นบ้า! ฉันอยากเลี้ยงหมูบ้างเลย]
[คอมเมนต์บน คนอาบน้ำร้อนมาก่อนขอเตือนเลยว่า ยิ่งเลี้ยงตัวยิ่งใหญ่ หมูแบบตูตูมีน้อยมาก]
[ตูตูเป็นสัตว์ตัวแรกที่ได้ไปท่องจักรวาลหรือเปล่า ต่อไปมันจะเป็นความภาคภูมิใจของโลกสัตว์แล้ว]
[คนยังสู้สัตว์ไม่ได้ ฝืนยิ้มทั้งน้ำตา]
อิ๋งจื่อจินกดหัวตูตูลงไป “ขึ้นยานแล้ว”
ตูตูนอนอยู่ในกระเป๋าเสื้ออย่างมีความสุข รู้สึกว่าชีวิตหมูของตัวเองสมบูรณ์พร้อมแล้ว
ฟู่อวิ๋นเซินโอบอิ๋งจื่อจิน “ไปเถอะ”
ทุกคนทยอยขึ้นยานอวกาศข้ามจักรวาลตามลำดับ
ยานอวกาศข้ามจักรวาลแบ่งออกเป็นหลายโซน โซนควบคุมกับโซนห้องพักจะใหญ่ที่สุด
เจ็ดร้อยแปดสิบสี่คนที่สมัครมาร่วมบินล้วนอยู่ในโซนที่พักทั้งหมด ข้าวของเครื่องใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของโซนนี้ล้วนอิงตามมาตรฐานของโรงแรมห้าดาว
เสียงประกาศดังขึ้นในเวลานี้
“ทุกท่านโปรดรัดเข็มขัด อีกสักครู่อาจเกิดอาการวิงเวียนศีรษะหรือตาลาย ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ปกติ หากเมายานอวกาศโปรดถือถุงสำหรับอาเจียนไว้”
“จับให้แน่น พวกเราจะออกเดินทางแล้ว!”
“ครืนนน”
ยานอวกาศข้ามจักรวาลเหาะขึ้นฟ้าท่ามกลางสายตาของทุกคน ไม่นานก็บินในวิถีได้อย่างมั่นคง
“ระบบโจมตีพร้อมทำงาน” เวินทิงหลานกดปุ่ม แววตาสุขุม “ระบบป้องกันพร้อมทำงาน เตรียมเข้าสู่ห้วงอวกาศ”
“ระบบพลังงานปกติ” ซีนายกวาดตามองหน้าจอ “เริ่มได้”
ปุ่มจำนวนมากถูกกดพร้อมกันในเวลานี้
“ตึก!”
การพุ่งทะยานนี้ไปได้ไกลถึงเก้าหมื่นล้านปีแสง
พุ่งอีกสามครั้งก็จะสามารถออกจากจักรวาลที่อยู่ได้
แต่ผลพวงคือ…
คนทั่วไปแทบอ้วกกันหมด
“ฉัน…ฉันไม่ไหวแล้ว” หลิงเหมียนซีอาเจียนอย่างรุนแรง “นี่ไม่ใช่แค่เมายานอวกาศแล้ว แบบนี้จะเอาถึงชีวิต”
เจียงหรานก็อาเจียนหนักไม่แพ้กัน “แย่ละ ถ่ายทอดสด…”
ขายหน้าเป็นบ้า
[ฮ่าๆๆ อ้วกกันหมด]
[มิน่าถึงต้องจับให้แน่น นี่ขนาดจับแน่นก็ยังอ้วก]
[ดูเทพอิ๋งสิ ยังคงสีหน้าเรียบเฉย เทพอิ๋งไม่ใช่มนุษย์จริงๆ สินะ]
“ครืนนน!”
เวลานี้อยู่ๆ ยานอวกาศข้ามจักรวาลก็เขย่าเล็กน้อย
ขณะเดียวกันบนหน้าจอตรวจสอบก็มีหน้าต่างเด้งขึ้นมา
[แจ้งเตือน! แจ้งเตือน!]
[ตรวจพบพลังงานสูงมาก!]
[ค่าพลังงาน 98%!]
อิ๋งจื่อจินหรี่ตาเล็กน้อย เธอมองไป
เบื้องหน้ายานอวกาศมีบางสิ่งที่มีขนาดใหญ่เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ
ไม่เหมือนสัตว์ชนิดใดบนโลก
จักรวาลก็เป็นแวดวงของสิ่งมีชีวิต ย่อมมีองค์ประกอบที่ไม่ทราบชนิดจำนวนมาก
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาออกมานอกจักรวาล และยังเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตในจักรวาลที่มีขนาดมหึมาแบบนี้
นี่ก็คือจุดที่อิ๋งจื่อจินกังวลที่สุด
ดวงไม่ได้ดีนัก
ระบบโจมตีของยานอวกาศข้ามจักรวาลยังไม่แข็งแกร่งถึงขั้นกำจัดอุปสรรคได้ทั้งหมด
พวกเขาต้องลงมือแล้ว
อิ๋งจื่อจินยกมือให้สัญญาณ “ปิดการถ่ายทอดสด”
ฉินหลิงเยี่ยนปิดการส่งสัญญาณภาพระหว่างจักรวาลกับโลกในทันที
แต่บนยานอวกาศลำนี้ก็ยังมีคนอีกร่วมพัน
พวกเขาเห็นอิ๋งจื่อจินกับฟู่อวิ๋นเซินกระโดดออกไปจากยาน อย่าว่าแต่ชุดป้องกันเลย แม้แต่ถังออกซิเจนก็ไม่ใส่
ทุกคน “…?!”
นี่พวกเขาเห็นอะไรที่สุดยอดมากใช่ไหม
คณบดีนอร์แมนก็เห็นแล้ว เงียบไปสามวินาทีถึงร้องตกใจ “พระเจ้าช่วยกล้วยทอด!”
ซีนายก็สะดุ้งตกใจ “อาจารย์?”
“นี่มันแหกกฎฟิสิกส์ชัดๆ!” คณบดีนอร์แมนเอามือจับตรงหัวใจ รู้สึกเจ็บปวดหัวใจ “ขัดต่อฟิสิกส์ที่สุดแสนจะสวยงามและน่ารัก!”
ซีนาย “…”
ไม่รู้ว่าบินออกจากกี่กาแล็กซีกี่หมื่นล้านปีแสงแล้ว ยังจะเอาพวกกฎต่างๆ บนโลกมาเป็นมาตรฐานอีก
แต่เธอก็ชินนานแล้ว
ด้านนอกยานอวกาศ
อิ๋งจื่อจินเห็นตัวสัตว์ขนาดยักษ์นี้ทั้งตัวแล้ว
ตอนที่เธอสังเกตการณ์อวกาศเธอก็เคยเห็นสิ่งมีชีวิตชนิดนี้
กินดาวเคราะห์และดวงดาวต่างๆ เป็นอาหาร วนเวียนอยู่ในจักรวาลไม่หยุดหย่อน
ถึงแม้มันจะเคลื่อนตัวช้า แต่แรงทำลายโหดมาก
แม้แต่ดาวเคราะห์ยังกินได้ ยานอวกาศลำเดียวย่อมไม่ใช่ปัญหา
“ลองดู”
ฟู่อวิ๋นเซินประสานมือกำหมัด ปล่อยพลังใส่สัตว์ขนาดมหึมาตัวนั้น
“ตูม!”
สิ่งมีชีวิตของจักรวาลที่ขนาดมหึมาตัวนี้ระเบิดออกในชั่วพริบตา ไม่มีแม้แต่แรงต่อต้าน
“…”
เกิดความเงียบ
ทุกคน “?”
นี่มันใช่เรื่องที่มนุษย์ทำได้เหรอ
อิ๋งจื่อจินนวดข้อมือ เลิกคิ้วขึ้น “ผู้บัญชาการ รู้สึกไหมว่าสามปีนี้พลังของพวกเราก้าวหน้าขึ้นไม่น้อย”
“รู้สึกได้” ฟู่อวิ๋นเซินพยักหน้าเล็กน้อย “ถ้าเทียบกับเธอตอนอยู่โลกบำเพ็ญเพียรล่ะ”
“ถ้าว่ากันเรื่องพลังต่อสู้ คุณน่าจะเก่งกว่าฉัน” อิ๋งจื่อจินเหลือบมองเขา “ฉันเคยบอกคุณแล้ว ฉันไม่ชอบฝึกฝน เดิมทีคุณถึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดไงล่ะ”
ตอนนั้นเธอตั้งใจฝึกแต่พลังพยากรณ์ ส่วนวรยุทธ์เอาแค่พอใช้ก็ได้แล้วสำหรับเธอ จึงด้อยกว่ามาก
ในเวลาหลายพันปีมีวรยุทธ์สามแสนกว่าปี ย่อมสู้ยอดฝีมือที่ฝึกยุทธ์โดยเฉพาะไม่ได้
แน่นอนว่าเพราะมีพลังพยากรณ์ สุดยอดนักสู้ก็ทำอะไรเธอไม่ได้
“รอเดี๋ยว!” ทันใดนั้นดวงตาของฟู่อวิ๋นเซินก็หรี่ลง แววตาดุดันขึ้น “เยาเยา ฟังสิ…”
ในเวลาเดียวกัน คนที่นั่งอยู่ในยานอวกาศยังไม่ทันได้โล่งอก ร่างกายก็หดเกร็งขึ้นมาอีกรอบ
เพราะเวลานี้บนหน้าจอขนาดใหญ่ได้สะท้อนกลุ่มแสง
กลุ่มแสงนี้กำลังเคลื่อนมาจากอีกด้านด้วยความเร็วสูง
[ตรวจพบคลื่นพลังมหาศาลกำลังเคลื่อนตัว!]
[แจ้งเตือน! แจ้งเตือน! พลังงานเกินพิกัด! พลังงานเกินพิกัด!]
[พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง…]
บนหน้าจอมีหน้าต่างเด้งขึ้นมาไม่หยุด ระบบตรวจสอบพลังงานแสดงข้อมูลสูงถึงเก้าร้อยแปดสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ยังคงพุ่งขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
ในเวลาสามวินาทีพุ่งไปถึงสองพันสามสิบสี่เปอร์เซ็นต์!
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปมาก
เมื่อครู่แค่สัตว์ประหลาดไม่ทราบชนิดตัวนั้นก็ทำระบบส่งเสียงแจ้งเตือนมาแล้ว
แต่ค่าพลังงานของสัตว์ประหลาดตัวนั้นก็สูงถึงแค่เก้าสิบแปดเปอร์เซ็นต์
แล้วสองพันสามสิบสี่เปอร์เซ็นต์นี่มันอะไรกัน!
ค่าพลังงานหยุดอยู่ที่สามพันเปอร์เซ็นต์ ไม่พุ่งขึ้นอีก
แต่ซีนายรู้ว่า ไม่ใช่เพราะแหล่งพลังงานมีค่าจริงแค่นั้น แต่เป็นเพราะระบบตรวจสอบตรวจได้มากสุดแค่นั้น
[ไม่สามารถคำนวณได้! ไม่สามารถคำนวณได้!]
“ฟี้บ!”
กลุ่มแสงหยุดลงในเวลานี้ หยุดอยู่ตรงหน้าอิ๋งจื่อจิน
ห่างจากเธอแค่สามเมตร
“อาอิ๋ง!” หลิงเหมียนซีสีหน้าเปลี่ยน หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมา “ให้พวกเราออกไปไหม”
มีผู้วิเศษเพิ่มเข้าไปยังไงพลังก็เพิ่ม
อิ๋งจื่อจินกลับไม่ตอบ เธอจ้องกลุ่มแสงตรงหน้า
จากนั้นมือก็ค่อยๆ กำแน่นขึ้น
ในขณะที่ทุกคนกำลังตึงเครียดอยู่นั้น อยู่ๆ ก็มีเสียงหัวเราะกึ่งหยอกเย้า มีหนึ่งร่างก้าวออกมา
เสียงหัวเราะนี้ดังสนั่นไปทั่ว ทุกคนได้ยินชัดเจน ดังอยู่สักพักกว่าจะหยุด
ตามมาด้วยกลุ่มแสงนั้นค่อยๆ สลายไป เผยให้เห็นริ้วสีม่วง
เสียงลมพัดแรง ผมยาวพลิ้วไหว
เสียงนี้เป็นเสียงหัวเราะของผู้หญิง
พลังล้นเหลือ ไม่อาจมองข้าม
สิ้นเสียงหัวเราะเธอก็พูด “สบายดีนะอิ๋งจื่อจิน”