คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ - บทเสริมตอนที่ 34 เว็บบอร์ดฮือฮาอีกแล้ว ยานอวกาศข้ามจักรวาลสำเร็จ!
- Home
- All Mangas
- คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ
- บทเสริมตอนที่ 34 เว็บบอร์ดฮือฮาอีกแล้ว ยานอวกาศข้ามจักรวาลสำเร็จ!
บทเสริมตอนที่ 34 เว็บบอร์ดฮือฮาอีกแล้ว ยานอวกาศข้ามจักรวาลสำเร็จ!
ฟู่ฉางเล่อโพสต์กระทู้เสร็จก็จ้องหน้าจอรออยู่
เธอยังขาดค่าประสบการณ์อีกนิดหน่อยเพื่อเลื่อนระดับ ต้องทำให้คนซื่อบื้อพวกนี้ตอบกระทู้ของเธอให้เยอะๆ เธอก็จะเลื่อนระดับได้อย่างราบรื่น!
ฟู่ฉางเล่อรู้สึกว่าแผนของเธอสมบูรณ์แบบมาก
และก็เหมือนที่เธอคิดไว้ เธอเพิ่งโพสต์กระทู้เสร็จ ข้อความตอบกลับก็เริ่มพุ่งสูง
ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ด้านล่างก็มีคนมาตอบเป็นร้อยข้อความ
[???]
[ใครมาปลอมตัวเป็นเด็กสามขวบอยู่ตรงนี้ มียางอายไหม]
[ต่อให้คิดจะระเบิดตัวเองก็ช่วยมีตรรกะหน่อยได้หรือเปล่า เทพพยากรณ์คือบอสอิ๋ง มาบอกว่าเดวิลเป็นพ่อ ผู้บัญชาการสูงสุดของไอบีไอก็คือนักฆ่าอันดับหนึ่ง นักฆ่าอันดับหนึ่งเคยขึ้นประกาศจับของไอบีไอ คิดจะล้อใครเล่น!]
[ให้ตายเหอะ มีคนคิดใช้ทางลัดอีกแล้ว แอทผู้ดูแล 004 แอดมินเฮงซวย ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้ ดูเวลาแล้ววันนี้นายเข้าเวร ทำไมทุกครั้งที่เป็นเวรนายเว็บบอร์ดจะถูกแฮกอยู่เรื่อย]
[ฉันว่า แอทผู้ดูแล 004 นี่แหละแฮกเอง นายไม่ต้องเป็นหรอกแอดมิน ฉันเป็นเองดีกว่า]
ผู้ดูแลศูนย์ศูนย์สี่ที่อยู่ไกลถึงเมืองแห่งโลก “…”
เขาถูกปรักปรำจริงๆ นะ
เขาทำอะไรคนที่แฮกเข้าเว็บบอร์ดได้ด้วยเหรอ
[แอทเทพพยากรณ์ แย่แล้วบอส ไม่ใช่แค่มีคนแอบอ้างเป็นลูกบอส ยังบอกว่าบอสเป็นนักปรุงยาพิษอันดับหนึ่งด้วย!]
[นักปรุงยาพิษอันดับหนึ่งห่างชั้นกับบอสเยอะเลย บอสสวยสยบทุกศัตรู นักปรุงยาพิษมีที่หน้าตาดีด้วยเหรอ]
[คอมเมนต์บน ลืม แอทเชิญมากินยา แล้วเหรอ]
[มันไม่เหมือนกัน นักปรุงยาพิษอันดับหนึ่งอยู่มานานแล้ว ฉันว่าเขาเป็นตาแก่]
[แอทเทพพยากรณ์ บอส บอสครับ ยอมไม่ได้นะ ล็อกแอ๊กเคานท์เลย! บอกว่าตัวเองสามขวบ โคตรหน้าไม่อาย]
ฟู่ฉางเล่อมองคอมเมนต์ที่มาตอบมากขึ้นเรื่อยๆ ค่าประสบการณ์ของเธอก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น พอใจมาก
จนกระทั่งวินาทีถัดมาก็มีข้อความสีแดงปรากฏ
เทพพยากรณ์ : [ขอโทษที กำลังกลับบ้าน เดี๋ยวจะไปคุมลูกให้]
ทุกคน “?”
ฟู่ฉางเล่อ “!”
แย่แล้ว หม่ามี้จับได้แล้ว
ฟู่ฉางเล่อรีบล็อกเอาท์ออกทันที วิ่งออกจากห้องหนังสือด้วยความเร็วสูงสุด สะพายกระเป๋าหนังสือของตัวเอง เตรียมไปกบดานที่บ้านตระกูลเนี่ย
เมื่อสามเดือนก่อนลูกชายคนโตของเนี่ยอี้กับหลิงเหมียนซีได้ถือกำเนิดขึ้น
เด็กน้อยน่ารักมาก เธอจะได้ไปเล่นด้วยพอดี
“ฉางเล่อ?” ฟู่เฉียนอวี่เห็นฟู่ฉางเล่อดูลุกลี้ลุกลนจึงเงยหน้าถาม “จะไปไหน”
“มีแต่คนรังแกฉัน ฉันจะหนีออกจากบ้าน!” ฟู่ฉางเล่อจับลูกบิดประตู สีหน้าแน่วแน่ “นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่ต้องคิดถึงฉัน!”
ฟู่เฉียนอวี่ “…”
น้องสาวของเขานึกเฮี้ยนอะไรขึ้นมา
ฟู่เฉียนอวี่เงียบไปชั่วขณะแล้วถึงพูดขึ้น “อันที่จริงพี่ก็ยังจะคิดถึงเธออยู่ดี”
“ไม่ฟังๆ” ฟู่ฉางเล่อกระโดดบิดลูกบิด ประตูดัง คลิก แล้วเปิดออก
ยังไม่ทันที่เธอจะได้วิ่งออกสองเท้าก็ลอยเหนือพื้น
มือข้างหนึ่งจับสายสะพายกระเป๋าหนังสือ ค่อยๆ ยกตัวเธอขึ้น
ฟู่ฉางเล่อเงยหน้า “อ๊ะๆ”
พอเห็นใบหน้าที่งดงามจนชวนวิญญาณหลุดออกจากร่าง ฟู่ฉางเล่อก็อึ้งสนิท
ทำไมหม่ามี้กลับมาเร็วขนาดนี้
อิ๋งจื่อจินที่เพิ่งกลับมาหลุบตาลง พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ไม่รู้อารมณ์ไหน “ฟู่ ฉาง เล่อ”
“…”
“…”
“…”
ฟู่เฉียนอวี่ที่อยู่ด้านหลังปล่อยอุปกรณ์ทดลองในมือ เข้าใจแล้ว
ดูท่าน้องสาวที่สุดแสนจะอัจฉริยะของเขาจะก่อเรื่องให้แม่ขายหน้าอีกแล้ว
ฟู่ฉางเล่อเอามือไพล่หลัง ก้มหน้าสลด “หม่ามี้ หนูผิดไปแล้ว อย่าด่าหนูเลยนะ”
อิ๋งจื่อจินยังคงหิ้วลูกสาวไว้ เธอหันไปเลิกคิ้ว “ลูกสาวคุณเปิดเผยตัวตนของคุณ จะลงโทษยังไงดี”
ฟู่อวิ๋นเซินที่คุยโทรศัพท์เสร็จเดินเข้ามา แววตาวูบไหวเล็กน้อย “หืม?”
เปิดเผยตัวตนไหนล่ะ
ฟู่อวิ๋นเซินยังไม่ทันได้เอ่ยปากถาม โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นเสียก่อน
ลิซิเนียสโทรมา
ฟู่อวิ๋นเซินนิ่งไปสองวินาทีถึงกดรับ “ฮัลโหล”
“ผู้บัญชาการ” ปลายสายดูระมัดระวัง “อยากให้ผมถอนชื่อผู้บัญชาการออกจากหมายจับไหมครับ”
พอลิซิเนียสพูดจบ แอนโทนี่ก็ตะโกนตามมา “ผู้บัญชาการ แย่แล้ว ตัวตนนักฆ่าของผู้บัญชาการถูกเปิดเผยแล้ว! เว็บบอร์ดเอ็นโอเคจะระเบิดแล้ว ทำไงดีครับผู้บัญชาก๊าน!”
ฟู่อวิ๋นเซิน “…”
เขาค่อยๆ หันหน้าไป
ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าคำพูดนั้นของฟู่ฉางเล่อที่พูดกับเขาระหว่างทางกลับมาจากโรงเรียนอนุบาลมันหมายความว่าอะไร
ฟู่ฉางเล่อกะพริบตาปริบๆ ไร้เดียงสา งอนิ้ว “ป่าปี๊ หนูไม่ได้ตั้งใจ”
“งดใช้คอมพิวเตอร์หนึ่งเดือน” ฟู่อวิ๋นเซินชูโทรศัพท์มือถือ ยิ้มพลางพูด “ให้พี่ชายมาขอก็ไม่มีประโยชน์”
ฟู่ฉางเล่อกอดขาอิ๋งจื่อจินทันที ถูไถอ้อนวอน น้ำตาคลอ “หม่ามี้!”
อิ๋งจื่อจินถอยหลังหนึ่งก้าว ไปยืนด้านหลังฟู่อวิ๋นเซิน พูดโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน “หม่ามี้ฟังป่าปี๊”
ฟู่อวิ๋นเซิน “…”
ก็มีแค่เวลาแบบนี้ที่สาวน้อยของเขาจะเชื่อฟังเขา
ให้เขารับบทเป็นคนใจร้าย
ฟู่เฉียนอวี่กระแอมหนึ่งที ทำการทดลองต่อแสร้งทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ต้องยอมรับเลยว่าเขาแอบดีใจ
“เอาล่ะ” สีหน้าของฟู่อวิ๋นเซินเรื่อยเปื่อย “เฉียนอวี่ ไปล้างมือเปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวออกไปข้างนอก”
ฟู่เฉียนอวี่ถึงได้วางอุปกรณ์ทดลองในมือ ค่อยๆ กระโดดลงจากโซฟาไปล้างมือ
อิ๋งจื่อจินก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
ฟู่ฉางเล่ออยู่ในห้องรับแขก มองซ้าย มองขวา จากนั้นก็หยิบสมุดเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋าหนังสือ
สมุดเล่มนี้มีขนาดเท่าสองมือของเธอต่อกัน
ฟู่ฉางเล่อเริ่มจดบันทึกความแค้นลงในสมุดของตัวเอง
[65. วันนี้เกลียดพี่ชายที่ไม่สนใจฉันอีกแล้ว]
[66. วันนี้ป่าปี๊ใจร้ายห้ามฉันเล่นคอมพิวเตอร์]
[67. วันนี้หม่ามี้ไม่เข้าข้างฉันเลย]
เธอตัดสินใจแล้วว่ารอความแค้นของเธอครบร้อยข้อเมื่อไรจะหนีออกจากบ้านอย่างเป็นทางการ
พอถึงตอนนั้นจะไม่มีใครหาเธอเจอ
…
หลายวันต่อมา
งานประกาศรางวัลตุ๊กตาทองระดับนานาชาติครั้งที่หกสิบสอง
ด้านนอกมีแฟนคลับมาออกันอยู่ไม่น้อย ชูป้ายให้กำลังใจ
รวมถึงชาวเน็ตที่ไม่ได้มายังสถานที่จัดงาน ต่างรอฟังผลด้วยความตื่นเต้น
แฟนคลับของเจียงอี้ต่างรู้ว่าสามปีลับคมดาบ ในสามปีที่ผ่านมานี้เจียงอี้ถ่ายภาพยนตร์ของผู้กำกับปั๋วมาตลอด เรื่องหลงทาง
พระเอกมีสิบแปดบุคลิก เป็นความท้าทายอย่างสูงที่จะเล่นบทบาทตัวตนต่อต้านสังคม
ตอนแรกคนนอกวงการไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไร อย่างไรเสียเจียงอี้ก็ไม่ได้เริ่มต้นจากนักแสดง ถึงแม้จะเคยถ่ายละครที่เสียงตอบรับดีมาหลายเรื่อง แต่อย่าว่าแต่เป็นนักแสดงแถวหน้าระดับโลกเลย แม้แต่นักแสดงแถวหน้าในประเทศจีนก็ไม่ใช่
จนกระทั่งเมื่อสามเดือนก่อน เจียงอี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทอง สร้างความตกตะลึงให้ทั้งวงการบันเทิงประเทศจีน
คนในวงการต่างรู้ว่า ไม่ว่าเจียงอี้จะคว้ารางวัลในครั้งนี้หรือไม่ แต่ตำแหน่งอันดับหนึ่งในรุ่นคนที่เกิดปีเก้าห้าก็ไม่มีใครมาสั่นคลอนเขาได้แล้ว
“คุณอิ๋งอยู่ตรงนั้น” ผู้จัดการส่วนตัวตบบ่าเจียงอี้ “นายอยากไปทักทายหน่อยไหม”
เจียงอี้หันไป พอเห็นสาวน้อยที่อยู่ข้างอิ๋งจื่อจินเขาก็พยายามอดทนไว้ พูดเสียงแหบแห้ง “ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา”
เขาบอกแล้วว่าเขาต้องได้เป็นราชาภาพยนตร์ระดับนานาชาติเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ไปยืนเคียงข้างเธอ
เมื่อเดือนที่แล้วอวิ๋นเหอเย่ว์คว้ารางวัลแกรมมี่มาครองได้สำเร็จ
เขาจะตามหลังเธอไม่ได้
แต่เจียงอี้ก็ไม่ได้มั่นใจเท่าไรนัก
ในบรรดารายชื่อที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทองในครั้งนี้ มีรุ่นอาวุโสกว่าอยู่ไม่น้อย เขาเป็นเด็กหน้าใหม่ ไม่มีข้อได้เปรียบอะไรเลย
ผู้จัดการส่วนตัวก็กังวล “มือฉันเหงื่อออกหมดแล้วเนี่ย”
“พี่เป็นโรคหรือเปล่า” เจียงอี้เหลือบมองเขา คลายเนกไทออก
ผู้จัดการส่วนตัวมองฝ่ามือของเจียงอี้ที่เหงื่อออกเหมือนกัน “…”
ยังจะมีหน้ามาว่าคนอื่น
เวลานี้บนเวทีกำลังประกาศรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม ซึ่งก็คือผู้กำกับเรื่องหลงทาง
เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีดังอยู่ด้านล่าง
ผู้จัดการส่วนตัวกลับรู้สึกใจคอไม่ดี “คว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมได้แล้ว แปดสิบเปอร์เซ็นต์ไม่มีทางได้ดารานำชายยอดเยี่ยม”
หากคิดจะกวาดรางวัลตุ๊กตาทองทั้งหมดเป็นเรื่องที่ยากมาก
อีกทั้งโดยทั่วไปคณะกรรมการตัดสินก็จะคัดเลือกอย่างยุติธรรม
ผู้จัดการส่วนตัวหันหน้าไปปลอบเจียงอี้ “ไม่เป็นไร นายอายุแค่ยี่สิบหก ยังไม่ถึงสามสิบเลย ยังมีโอกาส”
เจียงอี้สีหน้าหม่นลง เม้มริมฝีปาก
ถ้า…ถ้าครั้งนี้เขาไม่ได้รางวัลตุ๊กตาทอง เขาจะมีสิทธิ์อะไรไปขอให้อวิ๋นเหอเย่ว์รอเขาอีก
พิธีกรบนเวทีพูดขึ้นอีกครั้ง “ผู้ที่ได้รับรางวัลดารานำชายยอดเยี่ยมคือ…”
พอพูดถึงตรงนี้เขาก็จงใจหยุด
เจียงอี้ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงอย่างชัดเจน
เขาก็รู้ว่าผู้จัดการส่วนตัวพูดถูก
เขายังมีโอกาส แต่ระหว่างเขากับเธอไม่มีโอกาสแล้ว
“เจียงอี้จากเรื่องหลงทาง ยินดีด้วยครับ!” พิธีกรยิ้ม “ขอเชิญคุณซังเย่าจือมาเป็นผู้มอบรางวัลด้วยครับ”
เจียงอี้ลุกพรวด แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่อยากเชื่อ
ราชาภาพยนตร์ระดับนานาชาติคนที่สองของประเทศจีน!
[กรี๊ดดด ฉันจะคลั่งแล้ว!]
[ราชาภาพยนตร์ระดับนานาชาติ สุดยอดไปเลยค่า!]
เจียงอี้ไม่รู้ว่าตัวเองขึ้นเวทีไปอย่างไร แล้วรับรางวัลจากมือซังเย่าจือมาอย่างไร
ราชาภาพยนตร์สองรุ่นยืนด้วยกัน อานุภาพทำลายล้างสูง
เจียงอี้ไม่ได้เตรียมคำพูดไว้
เขาไล่ขอบคุณไปทีละคนตามธรรมเนียมของคนได้รับรางวัล มองใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงผู้ชมแล้วค่อยๆ พูดขึ้น “เมื่อสามปีที่แล้วฉันสัญญากับเธอไว้ พบกันตอนตกต่ำ เจอกันอีกครั้งเมื่อถึงจุดสูงสุด”
เขาหยุดเล็กน้อย กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ดวงตาแดงก่ำไปเรียบร้อย “สามปีต่อมา ฉันสามารถมายืนอยู่ตรงนี้แล้วพูดกับเธอได้ว่า ฉันทำได้แล้ว”
ขณะพูดเจียงอี้ก็ล้วงกล่องใบหนึ่งออกมาจากชุดสูทแล้วเปิดออก “เหอเย่ว์ ให้โอกาสฉันอีกครั้งได้ไหม”
ผู้จัดการส่วนตัว “?!”
แหวนนี่มาจากไหน
ทำไมเขาที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวถึงไม่รู้
“…”
เกิดความเงียบขึ้นในงาน
คนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ต่างหันมองด้วยความตกตะลึง
ขอแต่งงานในงานประกาศรางวัลตุ๊กตาทอง ไม่เคยปรากฏเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
ประเด็นคืออีกฝ่าย
อวิ๋นเหอเย่ว์
ผู้ที่ได้รับรางวัลแกรมมี่ในปีนี้
สื่อใหญ่ระดับนานาชาติต่างเคยแย่งชิงกันลงข่าวไปแล้ว
ถูกคนจับตามองมากขนาดนี้ อวิ๋นเหอเย่ว์ก็เริ่มทำตัวไม่ถูกแบบที่เห็นได้ยาก
เธอหันไปมองอิ๋งจื่อจินทันที “พี่คะ…”
อิ๋งจื่อจินลูบศีรษะเธอพลางยิ้ม “กลัวอะไร ไปสิ”
อวิ๋นเหอเย่ว์เช็ดน้ำตาแล้วลุกขึ้น
เธอค่อยๆ เดินไปทางเวที เหมือนตอนนั้นที่เขาค่อยๆ เดินเข้ามาหาเธอ
สวมแหวนวงนั้นท่ามกลางสายตาของทุกคน
สัญญาสามปีได้สำเร็จในเวลานี้
การเปิดตัวคบกันของดาราชั้นแนวหน้าทั้งสองคน อย่าว่าแต่เวยปั๋วจะระเบิดเลย แม้แต่แอปฯ โซเชียลระดับโลกก็พากันล่มไปตามๆ กัน
[โอ้โห เร็วจนถึงขั้นขอแต่งงานเลยเหรอ!]
[ราชาภาพยนตร์ผู้มากพรสวรรค์ X ราชินีอัจฉริยะ ช่างเป็นคู่ที่เพอร์เฟกต์อะไรแบบนี้]
ชาวเน็ตส่วนใหญ่ร่วมอวยพร แต่ก็มีไม่น้อยที่คลั่งโวยวาย
[หือ ฉันไม่เชื่อ! อวิ๋นเหอเย่ว์มีสิทธิ์อะไร!]
[มีแฟนตอนงานกำลังรุ่ง เจียงอี้ เก่งเหลือเกินนะ ขอถอนตัวจากการเป็นแฟนคลับ (ยิ้ม)]
[รีบถอนไปเลย ทำไมพี่เจียงจะมีแฟนไม่ได้ พวกเธอยุ่งอะไรด้วย]
[แฟนคลับของอวิ๋นเหอเย่ว์ยังจะสนับสนุนต่อได้ คงไม่แคร์เรื่องพี่เขยสินะ หึๆ]
[เอ๊ะ ทำไมจะสนับสนุนไม่ได้ล่ะ ประสาท พวกเราสนับสนุนที่ผลงาน ไม่เห็นพี่อวิ๋นได้รางวัลแกรมมี่ของปีนี้เหรอ พวกเรายังกลุ้มอยู่ว่าถ้าไม่มีใครเก่งกว่าพี่อวิ๋น ต่อไปถ้าพี่อวิ๋นหาแฟนไม่ได้จะทำยังไง]
[แบบนี้เรียกคู่สร้างคู่สม นางมารอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาคัดค้าน]
[วันนี้แฟนคลับคู่เจียงเย่ว์ได้ฉลองใหญ่แล้ว!]
เจียงอี้กอดอวิ๋นเหอเย่ว์ ตัวสั่นเล็กน้อย
ครั้งนี้ในที่สุดเขาก็ใช้ความสามารถฝ่าอุปสรรคทั้งหมดมายืนอยู่ตรงหน้าเธอได้
เสียงปรบมือดังเกรียวกราวที่ล่างเวที
อิ๋งจื่อจินเงยหน้า สายตาเหม่อลอย
ฟู่อวิ๋นเซินหันมามองเธอ “เป็นอะไรไป”
“รู้สึกปลงนิดหน่อย” อิ๋งจื่อจินยิ้มบาง “เวลาผ่านไปเร็วมาก คนรอบตัวเติบโตกันขึ้นมาก”
ฟู่อวิ๋นเซินหัวเราะเบาๆ “แค่ชั่วพริบตาสงครามศักดิ์สิทธิ์ก็ยุติมาสี่ปีแล้วนะ”
เวลาผ่านไปเร็วจนพวกเขาตั้งตัวไม่ทัน
เขาหยุดเล็กน้อยแล้วถามต่อ “โปรเจ็กต์เป็นไงบ้างแล้ว”
“ถ้าไม่ติดอะไรก็คงปีนี้” อิ๋งจื่อจินพยักหน้า “อยู่ในขั้นตอนปรับแก้ไข วันนี้ปรับเป็นครั้งที่สิบแปด”
ฟู่อวิ๋นเซินลูบศีรษะเธอ “ต้องสำเร็จแน่”
โทรศัพท์มือถือดังขึ้นในเวลานี้
“ขอรับโทรศัพท์ก่อน” อิ๋งจื่อจินกดปุ่มรับสาย “พี่เสี่ยวหลี”
“เทพอิ๋ง!” จี้หลีที่อยู่ปลายสายตื่นเต้นจนหายใจแทบไม่ทัน “การปรับแก้ไขครั้งที่สิบแปดของพวกเราผ่านแล้ว คิดค้นยานอวกาศข้ามจักรวาลสำเร็จแล้ว! เว็บทางการใหญ่ๆ กับพวกแอปฯ โซเชียลพากันกระจายข่าวนี้ ศาสตราจารย์เกอร์เวนกับคณบดีนอร์แมนเตรียมจัดงานแถลงข่าวแล้วด้วย!”