คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ - บทเสริมตอนที่ 33 ฟู่ฉางเล่อแฉแม่ตัวเอง
บทเสริมตอนที่ 33 ฟู่ฉางเล่อแฉแม่ตัวเอง
เธอคิดว่าตัวเองช่างเป็นเด็กน้อยที่สุดแสนจะฉลาด
แบบนี้เธอก็ไม่ต้องแก้อักษรสักตัวแล้ว
ฟู่ฉางเล่อปีนขึ้นเตียงอย่างอารมณ์ดี ห่มผ้าแน่นแล้วผล็อยหลับไป
เช้าวันต่อมาเธอตื่นนอนเวลาหกโมง
เวลานี้ยังไม่มีใครตื่น ฟู่ฉางเล่อแอบย่องออกไป เปิดประตูห้องนอนของฟู่เฉียนอวี่ที่อยู่ติดกัน
ฟู่เฉียนอวี่ยังหลับอยู่
แม้จะเป็นยามหลับ ใบหน้าของเขาก็ยังคงเคร่งขรึม ดูจริงจัง
นี่ก็เป็นเรื่องที่ฟู่ฉางเล่อกลุ้มใจมาตลอดเหมือนกัน
ทำไมพี่ชายของเธอชอบนอนขี้เซาจัง
ทำไมติดนิสัยหม่ามี้มาหมด
ปกติฟู่เฉียนอวี่ก็ไม่ชอบพูดไม่ชอบยิ้ม ยกเว้นตอนกินมันฝรั่งทอดกรอบกับพวกขนมต่างๆ
ฟู่ฉางเล่อเคยบอกเขาอย่างจริงจังว่าห้ามกินขนม
ฟู่ฉางเล่อเดินวนซ้ายวนขวาอยู่หน้าเตียงของฟู่เฉียนอวี่ กะพริบตาปริบๆ แล้วล้วงลูกบอลขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อ โยนไปบนพื้น
จากนั้นเธอก็วิ่งออกจากห้องนอนด้วยความเร็วสูงสุด
สามวินาทีต่อมาก็มีเสียงตดดัง ‘ปู้ด’
ลูกบอลระเบิดออก กลิ่นประหลาดโชยอบอวลทั่วทั้งห้องนอน
ฟู่ฉางเล่อนั่งยองบนพื้น เอามือปิดหูได้ทันเวลา
แต่ก็ยังคงปิดกั้นเสียงที่พูดด้วยความโมโหของฟู่เฉียนอวี่ไม่ได้ “ฟู่ ฉาง เล่อ!”
“พี่ชาย ฉันไม่ได้ยิน ไปเรียนก่อนนะ!” ฟู่ฉางเล่อวิ่งออกไปทั้งที่มือปิดหูอยู่ ตะโกนเสียงดัง “เอ๊ะ พี่ตดเหรอ เหม็นสุดๆ ไปเลย ฉันจะไปฟ้องคุณยาย!”
ฟู่เฉียนอวี่ “…”
เขาขอเปลี่ยนน้องสาวได้ไหม
ทั้งๆ ที่เขาเกิดก่อนเธอแค่นาทีเดียวเอง
ฟู่ฉางเล่อกินอาหารเช้าอย่างอารมณ์ดี จากนั้นก็สะพายกระเป๋าหนังสือไปยืนรอที่สวนหย่อม
เวลานี้ยังเช้าไปหน่อย เธอนั่งยองมองมดใต้ต้นไม้อย่างเบื่อๆ
จนกระทั่งมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น
ฟู่ฉางเล่อยืนขึ้นทันที “ป่าปี๊!”
แต่พอเธอเงยหน้าขึ้นกลับเห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ไม่ใช่ฟู่อวิ๋นเซิน
ฟู่ฉางเล่อเกาหัว สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย “เอ๋?”
“ฉางเล่อ วันนี้ป่าปี๊ของหนูไปหาคุณแม่แล้ว ยังต้องรอรับคุณแม่หนูกลับมาด้วย” ฉินหลิงเยี่ยนโน้มตัว “อาจะไปส่งหนูที่โรงเรียนอนุบาลแล้วให้คุณพ่อไปรับกลับดีไหม”
ฟู่ฉางเล่อกอดกระเป๋าหนังสือแน่น ถอยหลังหนึ่งก้าวด้วยความระแวง “ไม่เอาๆ น้าอวี๋บอกว่าอาเป็นหมา มนุษย์ไม่ควรแปดเปื้อนกับหมา เกิดอาทำหนูกลายเป็นหมาไปด้วยจะทำยังไง”
แบบนั้นเธอก็จะเป็นพวกเดียวกับพี่ชายแล้ว ความภาคภูมิใจที่เกิดเป็นมนุษย์ของเธอห้ามถูกทำลายเป็นอันขาด
ฉินหลิงเยี่ยน “…”
โว้ย
อะไรคือเขาเป็นหมาวะ
หมาโสดก็คนนะโว้ย!
ใจดำกันเกินไปหรือเปล่า!
ฉินหลิงเยี่ยนเสียใจหนักมาก
สามปีแล้วนะ ขนาดน้องสาวเขาก็มีลูกแล้ว แต่เขายังโดดเดี่ยวเดียวดายอยู่
นี่มันโชคชะตาแบบไหนกัน
ฉินหลิงเยี่ยนยันไม่ทันพูดก็ถูกคนผลัก
เป็นซิวอวี่
เธอลงจากมอเตอร์ไซค์ ถอดแว่นกันแดด “ไปๆๆ หลบไปอยู่ข้างๆ ฉันจะไปส่งฉางเล่อเอง”
ฉินหลิงเยี่ยน “…กิจการของครอบครัวเธอล่ะ ไม่สนใจแล้วเหรอ”
ซิวอวี่ไม่สนใจฉินหลิงเยี่ยน อุ้มฟู่ฉางเล่อขึ้นมา “ฉางเล่อ น้าไปส่งที่โรงเรียนอนุบาลดีไหม”
ในที่สุดเธอก็มีโอกาสแล้ว
ปกติเธอไม่มีเวลาได้ใกล้ชิดฟู่ฉางเล่อ
ฟู่ฉางเล่อเงยหน้า พูดด้วยความลังเล “เอ๊ะ แต่ว่าน้าอวี่ก็เป็นหมาเหมือนกัน”
ซิวอวี่ “…”
ฉินหลิงเยี่ยนหัวเราะออกเสียง “อุ๊บ…”
“หัวเราะหาXXเหรอ!” ซิวอวี่ถลึงตาใส่ “ฉันเพิ่งยี่สิบต้นๆ คุณจะสามสิบแล้ว ชิ ฉันไม่เหมือนคุณหรอกนะ”
ฉินหลิงเยี่ยน “…”
สุดท้ายทั้งสองคนก็ได้ข้อตกลงร่วมกัน ไปส่งฟู่ฉางเล่อเข้าเรียนด้วยกัน
ฟู่ฉางเล่อส่งการบ้านเสร็จก็ไปเล่นตัวต่อกับเพื่อนในชั้นเรียน
ตอนใกล้เลิกเรียนคุณครูสวีถึงเริ่มตรวจการบ้านวันนี้
แม้ฟู่ฉางเล่อจะอายุแค่สามขวบ แต่หัดเขียนหนังสือตั้งแต่เด็ก ลายมือสวยเป็นระเบียบยิ่งกว่าผู้ใหญ่
ทุกครั้งที่คุณครูสวีอ่านลายมือของฟู่ฉางเล่อก็จะอดตะลึงไม่ได้ รู้สึกพอใจเหลือเกิน
จนกระทั่งได้อ่านเนื้อหา
“เด็กคนนี้ ทำไมยังไม่แก้อีก” คุณครูสวีรู้สึกปวดหัวมาก “ปกติก็ดูเป็นเด็กเชื่อฟัง แต่เวลาแบบนี้กลับดื้อ”
“ยังเขียนว่าแม่เป็นนักวิจัยอันดับหนึ่งของโปรเจ็กต์ยานอวกาศข้ามจักรวาลอยู่อีกเหรอ” คุณครูผู้หญิงอีกคนลุกขึ้น “ขอฉันอ่านหน่อยว่าเขียนว่ายังไง”
พวกคุณครูประจำชั้นห้องอื่นก็ชักสนใจ พากันล้อมวงเข้ามา
หลังจากได้อ่านเรื่องที่เด็กน้อยเขียนต่างก็พร้อมใจกันเงียบ “…”
พวกเขาพบว่ามีศัพท์เฉพาะเยอะมาก พวกเขาไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร
“นี่น่าจะลอกมาจากในเน็ตหรือเปล่า” คุณครูผู้หญิงพูดด้วยความไม่แน่ใจ “เธอเพิ่งอายุสามขวบ จะรู้เรื่องพวกนี้เลยเหรอ แถมยังเขียนมาตั้งสองพันอักษร”
บทความของเด็กมหาวิทยาลัยก็เขียนจำนวนอักษรเท่านี้
“ฉันจะไปเตือนหน่อย” คุณครูสวีพยักหน้า “ต้องเขียนด้วยตัวเอง”
ขณะที่กำลังจะเรียกฟู่ฉางเล่อเข้ามา สายตาของคุณครูสวีก็เหลือบเห็นหัวข้อที่เธอมองข้ามมาตลอด
เดิมทีเธอคิดว่าขนาดเนื้อหาฟู่ฉางเล่อยังไม่ยอมแก้ หัวข้อก็คงไม่มีประโยชน์อะไร
แต่ตอนนี้ตรงหัวข้อมีอักษรเพิ่มขึ้นมา เป็นชื่อคน
คุณครูสวีมองชื่อนั้นอย่างอึ้งๆ สมองหยุดทำงานอย่างกะทันหัน
พวกคุณครูคนอื่นเห็นเธอไม่ขยับก็พลอยมองตามสายตาของเธอ เห็นชื่ออิ๋งจื่อจินพร้อมกัน
“…”
เกิดความเงียบขึ้นโดยรอบ
นานมากกว่าคุณครูสวีจะตัวสั่น
เธอเงยหน้าขวับ น้ำเสียงก็เริ่มสั่น “คือ…คือคุณอิ๋งคนนั้นเหรอ ใช่คุณอิ๋งที่พวกเรารู้จักหรือเปล่า”
อิ๋งจื่อจิน
ชื่อนี้ไม่มีคนในประเทศจีนคนไหนไม่รู้จัก
คุณครูอีกคนหนึ่งกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “แซ่อิ๋งเป็นแซ่หายาก ตอนนี้แทบไม่มีคนใช้แล้ว ไม่น่าจะเป็นชื่อซ้ำ”
มีผลงานในแวดวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อีกทั้งยังชื่อนี้ มีคนเดียวในประเทศจีน
ยิ่งไปกว่านั้นอิ๋งจื่อจินก็ไม่ได้เจริญก้าวหน้าแค่ในแวดวงวิทยาศาสตร์
เป็นที่ทราบกันดีว่าเธอยังเป็นคุณนายประธานใหญ่ของวีนัสกรุ๊ป และยังเป็นเจ้าของบริษัทบันเทิงขนาดใหญ่อย่างชูกวงมีเดีย
และที่สำคัญที่สุดคือ เธอมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับตระกูลลอเรนท์และมหาวิทยาลัยนอร์ตัน
เมื่อสองปีก่อนในงานครบรอบมหาวิทยาลัยนอร์ตัน อธิการบดีที่แสนลึกลับได้ปรากฏตัวเป็นครั้งแรก หรือก็คือแต่งงาน
อย่าว่าแต่พวกนักศึกษาเลย แม้แต่บรรดาศาสตราจารย์ต่างก็คาดไม่ถึงว่าอธิการบดีของพวกเขาจะดูหนุ่มขนาดนี้
พิธีแต่งงานของนอร์ตันกับซีนายย่อมเชิญอิ๋งจื่อจินมาร่วมงาน
อิ๋งจื่อจินยังได้ขึ้นกล่าวอะไรเล็กน้อยด้วย
แน่นอนว่าคนทั่วไปไม่รู้เรื่องนี้
ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีสิทธิ์ได้บัตรผ่านเข้ามหาวิทยาลัยนอร์ตัน
แต่มีข่าวพูดถึงว่า อิ๋งจื่อจินก็ได้ไปปรากฏตัวในพิธีแต่งงานของผู้กุมอำนาจตระกูลลอเรนท์เช่นกัน
คนข้างนอกต่างคาดเดากันว่า คนเหล่านี้ไปรู้จักกันได้ยังไง
เมื่อวานอิ๋งจื่อจินเพิ่งติดอันดับหนึ่งคำค้นยอดนิยมบนเวยปั๋ว สาเหตุเป็นเพราะชูกวงมีเดียได้ส่งภาพยนตร์เข้าพิจารณาอีกหนึ่งเรื่อง เพื่อเข้าร่วมงานตัดสินรางวัลตุ๊กตาทอง
นี่เป็นอีกครั้งที่ชูกวงมีเดียจะได้ลุ้นกวาดทุกรางวัลในงานประกาศรางวัลตุ๊กตาทองระดับนานาชาติถัดจากซังเย่าจือในครั้งนั้น
ชาวเน็ตถกกันสนั่น
บุคคลระดับเทพแบบนี้ คุณครูสวีนึกไม่ถึงว่าวันหนึ่งเธอจะได้เข้าถึงในชีวิตจริง
แต่พอลองสังเกตดูดีๆ ฟู่ฉางเล่อก็คล้ายอิ๋งจื่อจินมากจริงๆ
และที่สำคัญที่สุดคือแซ่ฟู่
ฟู่อวิ๋นเซิน ประธานใหญ่วีนัสกรุ๊ป
คุณครูผู้หญิงคนนั้นพูดพึมพำ “มิน่าล่ะ ตอนนั้นครูใหญ่ถึงบอกว่าพวกเราไม่ต้องถามไม่ต้องสืบอะไรทั้งนั้น”
ข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ข่าวดังเหลือเกิน
คุณครูสวีสูดลมหายใจเข้าลึก พูดเสียงสั่น “สรุปว่าคุณอิ๋งก็เข้าร่วมโปรเจ็กต์ยานอวกาศข้ามจักรวาลเหรอ”
ไม่มีใครตอบเธอ นี่ไม่ใช่วงการที่พวกเขาจะไปเกี่ยวข้องได้
…
ด้านนอกโรงเรียนอนุบาล
มีร่างสูงยืนตระหง่าน
ฟู่อวิ๋นเซินพิงกำแพง ขายาวงอข้างหนึ่ง
ถึงแม้เขาจะสวมผ้าปิดปาก แต่ก็ยากจะปิดบังบุคลิกอันโดดเด่น
ฟู่ฉางเล่อดวงตาเป็นประกาย
ในที่สุดป่าปี๊ก็มาแล้ว!
“ฉางเล่อ พ่อเธอหล่อจัง” เด็กผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ กระซิบ “หล่อกว่าพ่อเราเยอะเลย ขอยืมสองสามวันได้เปล่า”
ฟู่ฉางเล่อกะพริบตาปริบๆ พูดจริงจัง “ไม่ได้หรอก นี่ป่าปี๊ของฉัน”
หยุดเล็กน้อย จากนั้นก็ตบหน้าอกเบาๆ “แต่ถ้าเธอแต่งกับพี่ชายฉันก็จะมีป่าปี๊ฉันเป็นพ่อด้วย!”
เด็กน้อยตะลึง “อ๋า?!”
ฟู่ฉางเล่อคิดในใจ เธอช่างเป็นน้องสาวที่แสนดีจริงๆ
จะไปหาน้องสาวแสนดีแบบนี้จากไหนได้อีก
อายุสามขวบก็เริ่มหาแฟนให้พี่ชายแล้ว
ประเด็นคือเธอกลุ้มใจมากที่พี่ชายชอบเอาแต่ปั้นหน้าขรึม ต่อไปจะหาแฟนยังไง
พี่ชายของเธอไม่ได้ดวงดีเหมือนอาเนี่ยอี้ที่มีน้าเหมียนซีตามจีบ
เฮ้อ คงต้องหาให้ตั้งแต่เด็กเลย
“ไปก่อนนะ” ฟู่ฉางเล่อโบกมือให้เพื่อน “เจอกันพรุ่งนี้นะ!”
พูดจบเธอก็วิ่งเตาะแตะไปหาฟู่อวิ๋นเซิน กอดขาของเขาแล้วออดอ้อน “ป่าปี๊!”
ป่าปี๊ของเธอหล่อที่สุด
ทำให้เธอสร้างมาตรฐานไว้สูงมาก
ฟู่ฉางเล่อถอนหายใจอย่างเศร้าๆ
นี่ถ้าต่อไปเธอหาแฟนไม่ได้แล้วกลายเป็นหมาจะทำยังไง
“วันนี้เป็นไงบ้าง” ฟู่อวิ๋นเซินย่อตัวลง ลูบศีรษะลูกสาว “ไม่อย่างนั้นเข้าเรียนประถมเลยดีไหม”
“สนุกดีค่ะ” ฟู่ฉางเล่อพยักหน้า “เล่นเบื่อเมื่อไรค่อยไปอยู่ชั้นประถม”
ขณะพูดเธอก็เงยหน้าด้วยความภูมิใจ “ป่าปี๊ หนูเก่งสุดยอดเลย หาแฟนให้พี่ชายได้ด้วย”
พอได้ยินแบบนี้ฟู่อวิ๋นเซินก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ยิ้มพลางพูด “หืม? ฉางเล่อดีกับพี่ชายขนาดนี้เลยเหรอ”
“ใช่ค่ะ” ฟู่ฉางเล่อกางนิ้วออก “หนูอยากให้พี่ชายรีบแต่งออกไป”
ฟู่อวิ๋นเซินไม่ตอบ เขาดูเวลา “ไปกันเถอะ”
สองพ่อลูกดึงดูดจนคนแถวนั้นพากันหันมามองถี่ๆ
“ป่าปี๊คะ” อยู่ๆ ฟู่ฉางเล่อก็พูดขึ้น “ถ้าหนูเขียนในไดอารี่ว่าป่าปี๊เป็นนักฆ่าอันดับหนึ่งของเว็บบอร์ดเอ็นโอเคจะเป็นไรไหมคะ”
สีหน้าของฟู่อวิ๋นเซินชะงัก เหลือบตาขึ้น “เรื่องของหม่ามี้ยังไม่พอให้หนูเขียนอีกเหรอ”
ฟู่ฉางเล่อทำสีหน้าลังเล “คุณครูบอกว่าหนูเขียนเกินความจริง บอกให้เขียนเรื่องจริง แต่หนูก็ถ่อมตัวมากแล้วนะคะ”
“งั้นก็เลิกถ่อมตัว” ฟู่อวิ๋นเซินอุ้มฟู่ฉางเล่อขึ้นมา “เย็นนี้อยากกินอะไร”
พอพูดถึงเรื่องกินฟู่ฉางเล่อก็ลืมเรื่องอื่น ยกสองมือขึ้น “หนูอยากกินกุ้งมังกรน้อย”
“ไม่ได้ ทั้งมันทั้งเผ็ด เราเพิ่งจะอายุเท่าไร เลือกอย่างอื่น”
“…”
ฟู่ฉางเล่อกลุ้มใจอยู่สักพัก “แต่หนูชอบกินเผ็ดนี่นา”
ชอบรสชาติแบบนี้เหมือนอิ๋งจื่อจินไม่มีผิด
“งั้นกลับไปค่อยว่ากัน” ฟู่อวิ๋นเซินหยิกแก้มลูกสาว “หม่ามี้ออกไปข้างนอกกับคุณยายแล้ว ตอนเย็นถึงจะกลับ ป่าปี๊พาหนูกับพี่ชายออกไปเดินช้อปปิ้งดีไหม”
“หม่ามี้ออกไปกับคุณยายเหรอคะ” มีเสียงแจ้งเตือนในใจฟู่ฉางเล่อดังมาก “หม่ามี้แอบออกไปกินของอร่อยใช่ไหม!”
ฟู่อวิ๋นเซิน “…”
ต่อไปเขากับอิ๋งจื่อจินออกข้างนอก ห้ามพาฟู่ฉางเล่อออกไปด้วยเด็ดขาด
พอกลับถึงบ้านฟู่ฉางเล่อก็วิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
เปลี่ยนเสร็จเธอก็พบว่าฟู่เฉียนอวี่ยังทำการทดลองอยู่ เลยต้องรออยู่ข้างๆ ด้วยความเบื่อหน่าย
ฟู่อวิ๋นเซินคุยโทรศัพท์อยู่ในสวนหย่อมนอกบ้าน
ฟู่ฉางเล่อกะพริบตาปริบๆ เดินขึ้นชั้นบน
เธอเปิดประตูห้องหนังสือ ปีนขึ้นไปนั่งหน้าคอมพิวเตอร์
ฟู่ฉางเล่อแอบเปิดคอมพิวเตอร์ ล็อกอินเข้าเว็บบอร์ดเอ็นโอเค
ป่าปี๊ไม่ให้เธอเล่น แท้จริงแล้วไม่รู้ว่าเธอตั้งกระทู้เป็นนานแล้ว
อีกทั้งเธอยังเจาะเข้าระบบของเว็บบอร์ดได้ด้วย เข้าไปแกล้งผู้ดูแลเล่น
ในเว็บบอร์ดนี้มีคนอยู่เยอะมาก แต่ก็โง่ซื่อบื้อทั้งนั้น
แต่ฟู่ฉางเล่อก็มีความสุขที่ได้คุยกับพวกเขาทุกวัน
สืบทอดพันธุกรรมด้านพยากรณ์มาจากอิ๋งจื่อจิน ฟู่ฉางเล่อรู้ทุกตัวอักษรมาแต่กำเนิด เธออ่านกระทู้ในเว็บบอร์ดได้โดยไร้อุปสรรค
[ขอความช่วยเหลือเร่งด่วน ใครมีตั๋วไปเมืองแห่งโลกบ้าง ขอซื้อราคาสูง]
[จ่ายหนักขอซื้อยาเล่นแร่แปรธาตุของอธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ตัน]
[มีใครติดต่อประธานสมาพันธ์แฮกเกอร์ได้บ้างไหม ฉันอยากจ้าง!]
ฟู่ฉางเล่อเอามือเท้าศีรษะ อ่านกระทู้จบไปหนึ่งรอบ
กระทู้วันนี้มีแต่เรื่องน่าเบื่อ ไม่น่าสนใจเลยสักนิด
เธอชอบอ่านข่าวซุบซิบของพวกคุณอาซื่อบื้อในไอบีไอที่สุด
ดูท่าวันนี้อาแอนโทนี่จะไม่ได้ทำเรื่องสนุกๆ เว็บบอร์ดเอ็นโอเคก็เงียบเหงามาก
ดูเธอนะ
ฟู่ฉางเล่อกดแป้นพิมพ์ “ต๊อกแต๊ก” ไม่นานก็ได้ข้อความออกมา จากนั้นก็กดโพสต์
เธอยังปักหมุดเน้นสีแดงให้ด้วยความใส่ใจ เพื่อให้ทุกคนได้เห็นโดยทั่วกัน
วิธีนี้เธอเอามาจากหม่ามี้
[สอบถามเร่งด่วน ออนไลน์อยู่ ป่าปี๊ของฉันคือเดวิล หม่ามี้เป็นเทพพยากรณ์ควบนักปรุงยาพิษอันดับหนึ่ง ปีนี้ฉันสามขวบแล้ว แต่คนรอบตัวไม่เชื่อฉันเลย ทำไงดี]