ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 511 ครั้งสุดท้าย
ตอนที่ 511 ครั้งสุดท้าย
ตอนที่ 511 ครั้งสุดท้าย
เมื่อเห็นท่าทีแน่วแน่ของแม่นางเฉิน หากเป็นเมื่อก่อนแม่เฒ่าจูคงก่นด่าไปนานแล้ว ทว่าตอนนี้หญิงชรากำลังฝึกจิตกอปรกับวันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่า นางเกรงว่าจะทำให้เทพทั้งหลายขุ่นเคืองจึงทำได้เพียงจ้องมองสะใภ้สามด้วยแววตาดุร้าย
น่าเสียดายที่แม่นางเฉินสนใจเพียงอาหารที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น แม้สายตาของหญิงชราจะดุร้ายเพียงใด ทว่าแม่นางเฉินยังคงคีบอาหารเข้าปากอย่างมีความสุขต่อไป
แม่นางจ้าวแตกต่างจากในอดีตไม่น้อย เมื่อถึงวันตรุษจีนในอดีต ในฐานะภรรยาของบัณฑิต นางมักสวมเสื้อชุดสวยงามสีสันสดใสและเสื้อคลุมผ้าฝ้าย เกล้ามวยผมอย่างเรียบร้อย นอกจากต้องรอผู้เฒ่าทั้งสองจับตะเกียบ ยังต้องรอนางและสามีจับตะเกียบเป็นลำดับต่อมาด้วย
ทว่าปัจจุบันนางสวมชุดซอมซ่อเหมือนกับสาวชาวบ้านทั่วไป ผมเผ้ารุงรัง เนื้อตัวสกปรกมอมแมม แตกต่างจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง
แม้เมื่ออยู่บนโต๊ะอาหาร แม่นางจ้าวก็ยังไม่กล้าคีบอาหารมาไว้ในชามข้าวของตน เพราะกลัวว่าหลังจากกินอาหารเข้าไปแล้วจะถูกแม่เฒ่าจูทรมานหนักกว่าเดิม
แม่นางเหลียนเห็นเช่นนั้นจึงลอบถอนหายใจ จากนั้นใช้ตะเกียบคีบเกี๊ยวไส้เนื้อแกะสองสามชิ้นไปวางไว้ในชามข้าวของแม่นางจ้าวตามด้วยหมูสามชั้นสองสามชิ้น
แม่นางจ้าวหันมองแม่นางเหลียนด้วยความซาบซึ้ง
“ท่านแม่ลองชิมปลาเก๋าราดซอสเปรี้ยวหวานดูสิเจ้าคะ เนื้อปลาสดยิ่งนะ” เนื่องจากเกรงว่าหญิงชราจะปฏิเสธ แม่นางเหลียนจึงรีบคีบเนื้อปลาใส่ใจชามของนาง
แม่เฒ่าจูพ้นลมหายใจอย่างเย็นชา
อาหารมื้อค่ำในวันส่งท้ายปีเก่าไม่ได้มีอาหารหรูหรา แต่เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นและรื่นเริง ต่างจากบรรยากาศบนโต๊ะอาหารของเหล่าสมาชิกตระกูลหยุน
หญิงชราเผยสีหน้าเคร่งเครียดราวกับมีผู้ใดติดค้างหนี้นางแปดร้อยตำลึง แม่นางจ้าวปฏิบัติอย่างระมัดระวังและไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ หยุนเชวี่ยเอือมระอาจึงคร้านจะพูดมาก หยุนลี่เต๋อพูดไม่เก่ง แม่นางเหลียนกล่าวเพียงสองสามคำก็เขินอายเสียแล้ว บนโต๊ะอาหารไม่มีเสียงพูดคุยอย่างอบอุ่น มีเพียงเสียงเคี้ยวอาหารของแม่นางเฉินเท่านั้น
หลังจากแม่เฒ่าจูรับประทานอาหารเสร็จ นางก็เดินกลับขึ้นห้องชั้นบนทันที แม่นางเฉินพยายามคีบหมูชิ้นในชามอย่างไม่ละอาย จากนั้นเอนร่างอ้วน ๆ พิงกำแพงด้านหลังพลางลูบท้องอย่างอิ่มแปล้ก่อนสั่งแม่นางจ้าวให้ทำความสะอาดจานและโต๊ะอาหาร แม่นางเหลียนกำลังจะลุกขึ้นช่วยแม่นางจ้าว ทว่าถูกคว้าแขนไว้เสียก่อน
“พี่สะใภ้รอง เจ้าจะทำงานต่ำต้อยเช่นนี้ได้อย่างไร ปล่อยนางจัดการเถอะ” แม่นางเฉินยิ้มกว้าง “วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่า พวกเราสองคนมาคุยกัน”
“…” แม่นางเหลียนสะบัดแขนให้หลุดพ้นจากมืออันมันเยิ้ม นางมองคราบน้ำมันที่เปื้อนเสื้อคลุมสีอ่อนก่อนขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า…” แม่นางเฉินหันไปกวักมือเรียกหยุนอวี้ที่กำลังถือจานอาหาร “ซานหลาง มัวแต่ทำอะไรอยู่? เหตุใดยังไม่กล่าวอวยพรปีใหม่แก่ลุงรองและป้าสะใภ้รองอีก!”
ซานหลางชะงักทันทีราวกับกล้ามเนื้อกระตุก เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาจึงวางจานอาหารลงกับพื้นแล้วคุกเข่าลงคำนับหน้าปากจรดพื้นสองครั้งพลางหัวเราะคิกคัก “ท่านลุงรอง ท่านป้าสะใภ้รอง สุขสันต์วันตรุษจีนขอรับ!”
“…”
“…”
หยุนลี่เต๋อและแม่นางเหลียนตกตะลึงกับการกระทำอย่างกะทันหันนี้ ทั้งสองเตรียมเงินอั่งเปาให้กับซานหลางและหยุนหรงเรียบร้อยแล้ว พวกเขาจึงตั้งใจมอบซองสีแดงให้เด็กทั้งสองคน…
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนยังคงนิ่งเฉย ซานหลางจึงไม่รู้ต้องทำตัวอย่างไร เขาหันหลังกลับพลางพยักหน้าให้หยุนเชวี่ยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก่อนก้มลงคำนับหยุนเชวี่ย “น้องเชวี่ยเอ๋อ สุขสันต์วันตรุษจีน!”
“พรืด…” หยุนเชวี่ยพ่นชาที่เพิ่งจิบออกมา นางเกือบตกลงจากเก้าอีกก่อนจัดแจงท่านั่งให้มั่นคงแล้วโบกมือ “อย่าเลย… ข้าไม่อยากอายุสั้น…”
ไหล่ของสืออีและเสี่ยวอู่สั่นไหวเล็กน้อย
“เด็กคนนี้ รีบลุกขึ้นเร็วเข้า…” แม่นางเหลียนไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี นางรีบก้มลงประคองตัวซานหลางให้เงยหน้าขึ้นพลางขยิบตาให้หยุนลี่เต๋อ
“ซานหลาง… เก่งยิ่งนัก…” สมองของหยุนลี่เต๋อตื้อตัน เขาจึงเอ่ยออกมาทีละคำอย่างเชื่องช้าก่อนล้วงซองเงินสีแดงออกมาจากแขนเสื้อ
ดวงตาของซานหลางเปล่งประกาย เขารีบคลานเข้าไปรับซองเงินทันที แต่ยังไม่ทันที่จะเปิดออก จู่ ๆ ก็มีมือมันแผล็บโผล่ออกมาจากด้านหลังและกระชากซองเงินไปเสียก่อน
“เด็กน้อย แม่จะเก็บเงินนี้ไว้เป็นเงินสินสอดให้เจ้าไปสู่ขอหญิงสาวในวันข้างหน้า” แม่นางเฉินถือซองกระดาษในมือก่อนแกะแล้วเทเงินออกจากซองสองสามครั้ง จากนั้นนางจึงมุ่นคิ้วพลางพึมพำ “เหตุใดจึงน้อยเช่นนี้…”
เดิมทีการมอบเงินอั่งเปาให้แก่เด็ก ๆ มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคล แม่นางเหลียนจึงใส่เงินเพียงยี่สิบเหรียญ นางไม่คิดว่าแม่นางเฉินจะกล่าวจะตำหนิเรื่องเงินอย่างซึ่ง ๆ หน้า แม่นางเหลียนจึงยิ้มน้อย ๆ ด้วยความเขินอายทันที
แม่นางเฉินกลอกตาพลางกำเหรียญทองแดงไว้ในมือ จากนั้นหันไปหาซานหลางอีกครั้งก่อนผลักบุตรชายไปข้างหน้า “ยังเหลือเอ้อหลางและเซียงเอ๋อ เจ้าทำแทนพวกเขาเถิด!”
“โอ้” ซานกลางตอบ จากนั้นคุกเข่าอีกครั้งด้วยความงุนงง
“อย่า… อย่าทำเลย อย่าทำ…” แม่นางเหลียนโบกมือพลางเหลือบมองหยุนลี่เต๋อ
“ทำเช่นนี้ไม่ได้ ซานหลางคำนับแล้ว แต่เอ้อหลางและเซียงเอ๋อยังไม่ได้คำนับ!” แม่นางเฉินกล่าวอย่างไร้ยางอาย นางกดไหล่ของลูกชายให้ก้มลงคำนับและยืนกรานว่าจะให้เขากล่าวคำอวยพรแทนพี่น้อง
“…” แม่นางเฉินไม่ได้เตรียมอั่งเปาส่วนของเอ้อหลางและเซียงเอ๋อมาด้วย แต่เคราะห์ดีที่ยังมีเงินติดตัวอยู่ นางจึงล้วงเหรียญทองแดงออกจากถุงเงินแล้วส่งให้ซานหลาง
ซานกลางฉีกยิ้มอย่างร่าเริง เขารีบเก็บซ่อนมันทันทีก่อนวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แม่นางเฉินวิ่งไล่ตามลูกชายพลางก่นด่า บั้นท้ายอันมโหฬารของนางกระเพื่อมขึ้นลง “เจ้าเด็กเปรต เอาเงินมาให้แม่เดี๋ยวนี้!”
“ดึกแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ” แม่นางเหลียนกล่าว
“นี่ พี่สะใภ้ อย่าเพิ่งไป…” แม่นางเฉินเอนกายพิงประตูพลางหอบหายใจ “พรุ่งนี้เป็นวันแรกของปีใหม่ ข้าจะไปหาท่านที่บ้านเพื่ออวยพรปีใหม่…”
แม่นางเหลียนถอนหายใจ จากนั้นเดินเข้าไปในห้องครัว แม่นางจ้าวกำลังก้มลงตักน้ำในโอ่งน้ำ นางจึงเดินเข้าไปกระซิบว่า “พี่สะใภ้ใหญ่ หากมีเวลาก็ไปหาข้าที่บ้านล่ะ ข้ามีบางอย่างจะมอบให้”
หลังจากกล่าวจบ แม้แต่แม่นางเหลียนก็ไม่อยากจะเชื่อว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้พบหน้าแม่นางจ้าว