ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 510 อาหารค่ำของคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
- ตอนที่ 510 อาหารค่ำของคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ตอนที่ 510 อาหารค่ำของคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ตอนที่ 510 อาหารค่ำของคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
หยุนลี่เต๋อเตรียมเกวียนล่อให้พร้อมออกเดินทาง แม่นางเหลียนผ้าห่มบุผ้าฝ้ายสำหรับเด็กทารกพลางสั่งให้หยุนเชวี่ยหยิบตะกร้าไข่สองตะกร้าและไก่ตัวอ้วนใส่ลงในเกวียนล่อ
ยามฟ้าสาง ทั้งสี่คนเดินทางเข้าเมืองอย่างรีบร้อน หยุนลี่เต๋อโบกแส้เร่งเร้าให้ล่อวิ่งเร็วขึ้น ส่วนแม่นางเหลียนกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “โอ้ ถ้ารู้ว่าเป็นหลานแฝด แม่จะทำผ้าห่มเพิ่มอีกผืน ทีนี้จะทำอย่างไรดีเล่า?”
หยุนเชวี่ยพูดไม่ออก “ผ้าห่มสี่ผืน เสื้อคลุมบุนวมสี่ตัว หมวกใบเล็ก รองเท้าบุนวมใบเล็กที่วางเป็นกองอยู่ตรงนั้นยังไม่พออีกหรือ อีกอย่างป้าสะใภ้อู๋ยังไม่ได้เตรียมของรับขวัญหลานเลยนะเจ้าคะ”
คล้ายว่าแม่นางเหลียนไม่ได้ใส่ใจคำพูดของลูกสาวมากนัก นางยังคงกล่าวต่อ “คลอดลูกแฝด เยี่ยนเอ๋อต้องเหนื่อยล้าเป็นแน่ เฮ้อ… แม่ไม่รู้ว่านางจะมีน้ำนมพอสำหรับเด็กสองคนหรือไม่…”
“ไม่ต้องกังวลหรอกเจ้าค่ะในหมู่บ้านใหม่ของเราเลี้ยงแกะจำนวนมาก หากพี่สาวมีน้ำนมไม่เพียงพอ เราสามารถนำนมแกะไปให้หลานสาวและหลานชายดื่มแทนได้ รับรองว่าพวกเขาต้องอ้วนจ้ำม่ำเป็นแน่” หยุนเชวี่ยกล่าว
แม่นางเหลียนพนมมือพลางเงยหน้ามองท้องฟ้า “ขอบคุณสวรรค์ เยี่ยนเอ๋อสามารถคลอดลูกแฝดได้อย่างปลอดภัย พวกเราทุกคนต้องเดินทางไปยังวัดประจำเมืองแล้วสวดมนต์ภาวนาให้แก่ท่านแน่นอนเจ้าค่ะ”
หยุนเชวี่ย “…”
ข่าวหยุนเยี่ยนให้กำเนิดลูกแฝดแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน ชาวบ้านทุกคนต่างยกยอว่านางเป็นสตรีที่มีชีวิตสุขสบายอย่างยิ่ง หลังจากแต่งงานเพียงหนึ่งปี นางก็ให้กำเนิดลูกแฝดชายหญิง ผู้คนจึงต่างพากันอิจฉาตระกูลอู๋ที่มีลูกสะใภ้ที่ดีเช่นนาง
ภรรยาของอู๋ถูหู่คอยดูแลหลานอยู่ที่ในเมือง ส่วนอู๋ถูหู่ดื่มสุรากับหยุนลี่เต๋ออยู่ที่เรือน พวกเขาดื่มสุราสามวันสามคืนจนเมามาย ใบหน้าแดงก่ำ ลิ้นแข็งพูดไม่เป็นคำ เมื่อมีชาวบ้านเดินผ่านมา ชายวัยกลางคนทั้งสองก็จะเชื้อเชิญพวกเขามาร่วมงานเฉลิมฉลองอายุครบร้อยวันของหลานแฝดตัวน้อย
แม้ตระกูลหยุนจะได้รับข่าวดี ทว่ากลับไม่ได้รับคำอวยพรจากแม่เฒ่ามีเพียงแม่นางเฉินที่เดินทางมารบเร้าแม่นางเหลียนให้จัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในวันขึ้นปีใหม่ หลานทั้งสองจะได้ไม่รู้สึกน้อยหน้าผู้ใด
แม่นางเหลียนจึงตอบกลับด้วยความสุภาพว่าในวันขึ้นปีใหม่ที่จะถึงนี้ ครอบครัวของพวกนางไม่อยากจัดงานเอิกเกริกนัก แม่นางเฉินเบ้ปากพร้อมขมวดคิ้ว นางกล่าวทิ้งท้ายว่าทั้งสองคนดื้อรั้นเกินไป และพวกเขาต้องเสียใจแน่ที่ไม่ยอมจัดงานเลี้ยงตามที่นางแนะนำ
ความจริงแล้วไม่ใช่ว่าทั้งสองไม่อยากจัดงาน แต่เพราะเด็กทั้งสองคนเป็นคนของตระกูลอู๋ หากตระกูลอู๋ไม่จัดงานเฉลิมฉลอง ทั้งสองก็ไม่กล้าก้าวก่ายและเกรงว่าจะเป็นการไม่ให้เกียรติพ่อแม่สามีของหยุนเยี่ยน
เพียงชั่วพริบตา เวลาก็เดินทางมาถึงวันส่งท้ายปีเก่า หยุนลี่เต๋อเสนอให้ทุกคนในครอบครัวของเขาพากันไปเฉลิมฉลองในเรือนหลังเก่า
แม่นางเหลียนเข้าใจจุดประสงค์ของสามี ในปีที่ผ่านมามีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในตระกูลหยุน ชายชราจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ บุตรชายคนโตและบุตรชายคนที่สามถูกตัดสินว่ามีความผิดมหันต์ คนหนึ่งถูกพิพากษาให้ประหารชีวิต ส่วนอีกคนหนึ่งถูกเนรเทศ หลังจากนั้นไม่นานหยุนชิ่วเอ๋อ ซึ่งเป็นน้องสาวคนสุดท้องที่ถูกเข้าใจผิดว่าใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอยู่ในเมืองหลวงก็กลายเป็นคนเสียสติ และจบด้วยการตายอย่างทุกข์ทรมาน หลังจากหมดเคราะห์แล้ว จำนวนสมาชิกตระกูลหยุนลดลงอย่างรวดเร็ว ภายหลังก็แยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของตนเอง
เมื่อนึกถึงเทศกาลตรุษจีน ทุกตระกูลก็จะครื้นเครงเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันที่ทุกคนในครอบครัวต่างมารวมตัวกัน ซึ่งเป็นเหตุผลที่แม่นางเหลียนพยักหน้าเห็นด้วยกับสามี จากนั้นนางจึงหันกลับไปยุ่งกับการเตรียมอาหารเย็นต่อ
ในฤดูหนาว ท้องฟ้าจะมืดมิดเร็วกว่าฤดูไหน ๆ หลังจากดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า หยุนลี่เต๋อและสืออีก็ยกสำรับอาหารไปยังเรือนหลังเก่า แม่นางเหลียนเดินนำ หยุนเชวี่ยและเสี่ยวอู่เดินตามไม่ห่าง
ระหว่างการเดินทางในช่วงเวลาสั้น ๆ ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างทักทายกันอย่างเป็นมิตร บางคนก็นำหมูและเกี๊ยวที่เพิ่งทำเสร็จมาแบ่งปันเพื่อนบ้านด้วยความกระตือรือร้น
เมื่อก้าวผ่านประตูรั้ว พวกเขาก็วางโต๊ะไม้ตามด้วยจานชาม อาหารวันนี้มีทั้งไก่ เป็ด ปลา เกี๋ยว ขนมหวาน และลูกกวาดจำนวนมาก เมื่อแม่นางเฉินได้ยินเสียงตะโกนที่หน้าเรือน นางจึงเปิดประตูออกมาพร้อมฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุข ขณะที่จ้องอาหารบนโต๊ะจนตาเป็นมัน
“โอ้! พี่รองนำสำรับอาหารมาให้ท่านแม่ด้วยหรือ! เข้ามาก่อน เข้ามาก่อน!” แม่นางเฉินรีบเปิดประตูเรือนให้กว้างขึ้นพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “จุ๊ ๆ ๆ ท่านแม่จะกินอาหารพวกนี้หมดได้อย่างไร อาหารมากมายเพียงนี้กินอย่างไรก็กินไม่หมด…” ทันใดนั้นแม่นางเฉินก็เอื้อมมือไปหยิบหมูสามชั้นในชามหนึ่งชิ้นก่อนยัดเข้าปากด้วยความเร็วสูงปานสายฟ้าฟาด คราบน้ำมันเปื้อนฝ่ามือนางก่อนไหลย้อยลงไปยังข้อมือ จากนั้นนางจึงเช็ดฝ่ามือเข้ากับกระโปรงอย่างไม่ใส่ใจ
“…” หยุนเชวี่ยและเสี่ยวอู่นิ่งอึ้ง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า…” แม่นางเฉินหัวเราะร่าจนเห็นฟันทุกซี่
เมื่อเห็นว่าแม่นางเฉินไร้มารยาท หยุนลี่เต๋อก็เดินเข้าในห้องโถงใหญ่พลางกวักมือเรียกแม่นางเหลียนให้มาจัดโต๊ะอาหาร วางจานทีละจานอย่างพิถีพิถันก่อนเดินขึ้นไปยังห้องชั้นบน
แม่เฒ่าจูยังคงดื้อรั้นเช่นเดิน นางนั่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงพร้อมปักผ้าอย่างใจเย็น เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในห้อง นางจึงเงยหน้าขึ้นมอง ทว่าไม่กล่าวออก
“ท่านแม่ ครอบครัวของข้ามาเฉลิมฉลองวันตรุษจีนที่นี่” หยุนลี่เต๋อกล่าว “อาหารถูกจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว ให้ข้าช่วยประคองท่านไปยังห้องโถงเถิด”
แม่เฒ่าจูทำเป็นหูทวนลม นางยังคงปักผ้าในมือต่อไป
“ท่านแม่ วันนี้เป็นวันตรุษจีน พวกเราจึงมารวมตัวกันที่เพื่อเฉลิมฉลอง มีเกี๊ยวไส้เนื้อแกะที่ท่านชอบ ทั้งยังทำหมูตุ๋นและหัวใช้เท้ามาให้ชิมอีกด้วย “หยุนลี่เต๋อเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียงก่อนเอ่ยถามอีกครั้ง
หญิงชราพ่นลมหายใจอย่างไม่ใส่ใจ
“ท่านแม่ หากอาหารเย็นชืดแล้วจะไม่อร่อย และไม่ดีต่อร่างกายของท่านอีกด้วย…”
หลังจากเอ่ยถามอยู่สามครั้ง ในที่สุดแม่เฒ่าจูก็วางผ้าและเข็มในมือลงอย่างเชื่องช้า นางสวมรองเท้าผ้าก่อนปล่อยให้หยุนลี่เต๋อช่วยประคองเดินลงไปข้างล่างราวกับจักรพรรดินีทรงเสด็จออกจากวังหลวง
แม่นางเฉินและซานหลางรออยู่ที่โต๊ะอาหารครู่หนึ่งแล้ว พวกเขาชะเง้อคอมองอยู่หลายครั้ง หากไม่ใช่เพราะหยุนเชวี่ยจ้องมองอย่างไม่วางตา สองแม่ลูกคงสวาปามหมูสามชั้นและกีบเท้าหมูผัดซอสจนหมดนานแล้ว
เอ้อหลางไม่ได้กลับมา เขาบอกว่าเจ้าของร้านอยู่ตัวคนเดียวไม่มีลูกหลานจึงไม่มีผู้ใดอยู่เป็นเพื่อน เขาจึงอาสาอยู่กับนายจ้างในช่วงเทศกาลตรุษจีน ดังนั้นเขาจึงพักอยู่ที่ร้านขายกระดาษเพื่อใช้เวลาในวันขึ้นปีใหม่กับชายชรา ถึงกระนั้นเอ้อหลางยังคงฝากชาวบ้านในหมู่บ้านนำเงินจำนวนเล็กน้อยมาให้แม่นางเฉิน ซึ่งนางไม่ได้บอกผู้ใดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากหญิงตะกละนำเงินเหล่านั้นไปซื้อขนมหวานและอาหารแห้งมากักตุนในห้องของตนเป็นจำนวนมาก
ซานหลางยังคงเหมือนเดินไม่มีเปลี่ยน แม้กำลังเข้าสู่ช่วงวัยหนุ่ม แต่เขายังคงขี้เกียจ และใช้เวลาทั้งวันไปกับกลุ่มเด็กชายในหมู่บ้านที่อายุน้อยกว่าเขาหลายปี
เดิมทีแม่นางจ้าวไม่ได้รับอนุญาตให้นั่งร่วมโต๊ะ แต่แม่นางเหลียนคิดว่าพี่สะใภ้ใหญ่มีชีวิตที่น่าสงสาร นางไม่ได้กินอาหารตามปริมาณที่ควรกิน ทั้งยังเพิ่งหายจากอาการป่วยหนัก ฉะนั้นจึงเรียกนางให้มาร่วมวงกินข้าว ทันทีที่หญิงชราก้าวเท้าเข้ามาในห้องโถง แม่นางจ้าวก็ก้มศีรษะลงทันทีพลางบีบมือตนเองด้วยความประหม่า
วันนี้เป็นวันเฉลิมฉลองตรุษจีนที่ยิ่งใหญ่ ด้วยเกรงว่าจะกล่าววาจาไม่น่าฟังและสร้างบาปกรรม แม่เฒ่าจูจึงส่งสายที่คมกริบดุจดั่งใบมีดไปทางแม่นางจ้าว หญิงชราไม่ได้กล่าวคำพูดชวนระคายหูก่อนเดินไปนั่งลงตรงหัวโต๊ะ
ผู้เฒ่าหยุนจากไปแล้ว แม่เฒ่าจูจึงกลายเป็นผู้ที่อาวุโสที่สุดในตระกูล เมื่อนางนั่งลงแล้ว ลูกหลานทั้งหลายจึงรอให้นางหยิบตะเกียบเป็นคนแรก
แม่เฒ่าจูยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง หยุนลี่เต๋อจึงกล่าวเกลี้ยกล่อมนางอีกสองครั้ง หญิงชราจึงคีบหัวไชเท้าดองและหมูสามชั้นที่นางชอบกินวางลงในชาม จากนั้นคีบเข้าปากด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เมื่อแม่เฒ่าจูเคลื่อนไหว แม่นางเฉินก็พับแขนเสื้อขึ้นก่อนเริ่มสวาปามอาหารตรงหน้าราวกับสัมภเวสีอดอยาก นางคีบเนื้อเข้าปากขณะที่มุมปากมีน้ำมันไหลย้อยอยู่