ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 395 ราชสำนักประกาศจ้างงาน
ตอนที่ 395 ราชสำนักประกาศจ้างงาน
ตอนที่ 395 ราชสำนักประกาศจ้างงาน
“พวกเจ้าสองคนทำอะไรกันอยู่?” แม่นางเหลียนเอ่ยถามเสียงเรียบ
หยุนเชวี่ยเผยสีหน้าไร้อารมณ์พลางเอ่ยตอบ “ท่านแม่ สืออีบอกว่าเขามีนางในดวงใจแล้ว ท่านได้เก็บเงินสินสอดให้เขาบ้างหรือไม่?”
แม่นางเหลียน “เจ้าว่าอย่างไรนะ?”
หยุนเชวี่ย “สืออีบอก…”
“นี่เจ้า… ตกหลุมรักหญิงสาวคนไหนหรือ?” แววตาของแม่นางเหลียนเต็มไปด้วยความผิดหวังปนความไม่เชื่อ “ข้ากับลุงของเจ้าออกไปทำงานเพียงไม่กี่วัน… จะ เจ้าก็มีคนที่หมายปองไว้แล้วอย่างนั้นหรือ?”
สืออี “ข้า…”
หยุนเชวี่ย “หวังเอ้อยา”
แม่นางเหลียนอุทานด้วยความตกใจ “เอ้อยา?” หากรู้ตั้งแต่แรกว่าว่าที่ลูกเขยที่ตนหมายตาเอาไว้จะกลายเป็นของผู้อื่น นางคงไม่ทิ้งสืออีผู้นี้ไว้ที่เรือนเพียงลำพัง ขณะนี้ในใจแม่นางเหลียนจึงรู้สึกว่าจะร้องไห้ก็ไม่เชิง
สืออี “ไม่ใช่นะขอรับ ข้าไม่ได้ชอบนาง ไม่ใช่อย่างนั้น…”
หยุนเชวี่ยช้อนสายตามองเขา “เมื่อครู่เจ้าบอกข้าด้วยตนเองนี่ อย่าอายไปเลย”
สืออีส่ายหน้าพร้อมโบกมือ “ท่านอาสะใภ้ ไม่ใช่… ขะ ข้าเพียงล้อเล่นกับนางขอรับ!”
“ล้อเล่นรึ?” แม่นางเหลียนมองสืออีด้วยสายตาสับสนพลางเอ่ยถามหยั่งเชิงอย่างแยบยล “ไม่เป็นไร อาสะใภ้คิดว่าเจ้าเป็นครอบครัวเดียวกันมาตลอด หากเจ้าหมายปองหญิงสาวคนไหนไว้ เจ้าก็บอกอาสะใภ้ได้ แต่อย่าเพิ่งได้ใจไปล่ะ อาสะใภ้กับลุงของเจ้าจะเป็นคนตัดสินใจเอง”
“ไม่มีจริง ๆ ขอรับ” สืออีหยอกล้อหยุนเชวี่ย แต่ตนกลับต้องตกเป็นเหยื่อของนางเสียเอง “หลายวันที่ผ่านมาข้าอยู่แต่ในเรือน นอกจากทำงานและเล่นกับต้าหวงแล้ว ข้าก็ไม่ได้พูดคุยกับหวังเอ้อยาแม้แต่ครึ่งคำ”
แม่นางเหลียนมองสืออีก่อนเคลื่อนสายตามองหยุนเชวี่ย
หยุนเชวี่ยยักไหล่อย่างไร้เดียงสา “หรือว่าจะเป็นตงเหมยและชิวจื๋อ? ถึงอย่างไรเมื่อครู่เจ้าก็ไม่ได้พูดเช่นนั้นแน่นอน เจ้าถามข้าอีกว่าหากแต่งงาน ครอบครัวข้าจะมอบหมูให้เจ้าด้วยหรือไม่?”
สืออี “ข้า… เพียงแค่ถาม”
“อาสะใภ้เก็บเงินสินสอดที่เจ้าต้องใช้ไว้ให้แล้ว วางใจได้” เมื่อคิดทบทวนดูแล้ว แม่นางเหลียนก็รับรู้เจตนาของเด็กหนุ่มตรงหน้า นางจึงอดไม่ได้จะหัวเราะ เจ้าเด็กโง่กำลังหยอกล้อกับบุตรสาวของตนอยู่ คิดไม่ถึงว่านางจะผลักไสสืออีให้แก่เด็กสาวคนอื่นได้
“ข้าไม่รีบร้อนแต่งงาน ไม่รีบร้อนสักนิด” สืออีเกาศีรษะ “อาสะใภ้เก็บเงินสินสอดต่ออีกสองสามปีเถิดขอรับ”
“ดี ๆ ๆ เจ้าต้องการเมื่อไรก็บอกอาสะใภ้ได้เสมอ” แม่นางเหลียนฉีกยิ้มจนตาหยี
สืออี “เอ่อ หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวไปตักน้ำใส่โอ่งนะขอรับ”
หยุนเชวี่ยแสร้งไม่สนใจอีกฝ่าย จนกระทั่งเขาเดินออกไปจากห้อง นางจึงมองสืออีด้วยสายตาที่ไม่สามารถอธิบายได้พร้อมเบ้ปาก “เขาพูดอย่างนั้นจริง ๆ “
แม่นางเหลียนเหลือบมองบุตรสาวพลางส่ายหน้าอย่างไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ขณะครุ่นคิดในใจว่าบุตรสาวของตนมีความคิดซับซ้อนมากมาย อายุเท่านี้ไม่นับว่าเด็กแล้ว เหตุใดยังไม่รู้แจ้งถึงความรู้สึกของสืออีอีกเล่า
ยามดึก หลังจากดับไฟในตะเกียงน้ำมัน
เสี่ยวอู่ไม่ได้อยู่ที่เรือน สองสามีภรรยานอนพักผ่อนอยู่บนเตียงนอนพร้อมซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่น แม่นางเหลียนกล่าวว่า “ข้าเห็นกับตาว่าสืออีสนใจเชวี่ยเอ๋อของเรา แต่เชวี่ยเอ๋อกลับ…”
หยุนลี่เต๋อ “เกิดอะไรขึ้นกับเชวี่ยเอ๋อ? เขารังแกนางหรือ?”
แม่นางเหลียนถอนหายใจ “ไม่ใช่อย่างนั้น หรือว่านางเป็นคนหยาบกระด้างเช่นท่าน?”
หยุนลี่เต๋อ “เกี่ยวอะไรกับข้ารึ?” ชายผู้ซื่อสัตย์ครุ่นคิดในใจ ‘หรือว่าข้ายังแสดงออกถึงความรักไม่มากพอ?’
แม่นางเหลียน “…”
ทันใดนั้นบรรยากาศภายในห้องก็เงียบลง
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง แม่นางเหลียนก็โพล่งออกมา “ท่านคิดว่าสืออีหล่อเหลาเกินไปหรือไม่?”
หยุนลี่เต๋อ “หล่อเหลาเกินไปรึ?”
แม่นางเหลียน “รูปลักษณ์ของเขาหล่อเหลาจึงดึงดูดหญิงสาวได้ง่าย ดูอย่างแม่นางน้อยตระกูลหวังสิ ทั้งยังมีสองพี่น้องตระกูลซ่งที่ตามติดเขาอย่างไม่ลดละ หาก…”
หยุนลี่เต๋อ “เจ้าคิดมากไปเอง หน้าตาของเจ้าสะสวยเพียงนี้ แต่ข้าก็ไม่เห็นจะมีชายหนุ่มคนไหนมารุมล้อมเจ้า”
บรรยากาศภายในห้องอึมครึมอีกครั้ง
แม่นางเหลียนพลิกตัวไปมาอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนเลิกผ้าห่มขึ้น “คุยกับท่านก็เหมือนคุยกับตอไม้ ไม่สู้นอนหลับดีกว่า”
หยุุนลี่เต๋อ ‘ข้าทำอะไรผิดอีกเล่า?’
วันรุ่งขึ้น
เหออวี้วิ่งมาหาหยุนเชวี่ยตั้งแต่เช้าตรู่ เขาบอกกับนางว่าเมื่อสิบวันก่อนมีจดหมายจากชิงหนิวส่งมาถึงอารองหยุน ทว่าไม่มีผู้ใดอยู่ที่บ้าน เขาจึงเก็บจดหมายฉบับนี้ไว้ให้ก่อน
“จดหมายฉบับนี้มาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้สินะ” หยุนเชวี่ยคาดเดาว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังจดหมายฉบับนี้ต้องเป็นหยุนลี่เซียวเป็นแน่ เนื่องจากเขาเดินทางไปที่ชิงหนิวและบอกกับหยุนลี่จงว่าบิดาของนางได้รับพระราชทานยศศักดิ์และของกำนัลมากมาย หยุนลี่จงจึงเขียนจดหมายมาถึงเขา
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง” เหออวี้กล่าว “เมื่อไม่กี่วันก่อน พ่อของเจ้าอ้วนเฉียนส่งคนมาแจ้งข่าวว่าคนของราชสำนักจะเดินทางมาถึงในต้นเดือนหน้า และพวกเขาจะจ้างคนในหมู่บ้านของเราขึ้นเขาไปขุดเหมืองเกลือ”
“ต้นเดือนหน้า?” หยุนเชวี่ยตะลึงงัน “วันนี้ก็วันสิ้นเดือนแล้วมิใช่หรือ?”
“เจ้าจากไปตั้งครึ่งเดือน แล้วข้าจะไปตามหาเจ้าที่ใดได้เล่า?” เหออวี้รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย “จวนของเจ้าตั้งอยู่ที่ใด จนถึงตอนนี้ข้าก็ยังไม่รู้!”
“อีกสองสามวันข้าจะพาเจ้าไปเที่ยวเล่นที่นั่น” หยุนเชวี่ยตบบ่าของสหายพลางกล่าวออก “ตอนนี้พวกเราต้องไปบอกทุกคนว่าหากมีคนมาประกาศหาลูกจ้างขุดเหมือง ก็ให้พวกเขารีบไปลงชื่อ”
เหออวี้ ชีจิน เสี่ยวส้วยเอ๋อ และเอ้อหู่ต่างแยกย้ายกันไปตะโกนแจ้งข่าวให้กับทุกคนในหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านที่ต้องการหารายได้เพื่อจุนเจือครอบครัวไปรวมตัวกันที่บริเวณทางเข้าหมู่บ้าน เมื่อได้ยินข่าวดีทุกคนจึงมีชีวิตชีวาขึ้นมา
“ครอบครัวของเจ้ารองต้องการคนทำงานอีกแล้วหรือ?”
“เยี่ยมไปเลย คราวนี้ข้าต้องลงชื่อทันแน่!”
“คราวนี้ต้องการกี่คนเล่า? เราจะถูกเลือกหรือไม่?”
ชาวบ้านทุกคนคาดเดากันไปต่าง ๆ นานา พวกเขาหวังว่าตนจะเป็นหนึ่งในลูกจ้างระยะยาวของตระกูลหยุน ดังนั้นในยามเที่ยง ผู้คนจึงมารวมตัวกันที่บริเวณทางเข้าหมู่บ้านอย่างแน่นขนัด บ้างยืน บ้างนั่งยอง ๆ เพื่อรอเสียงประกาศ
หลังจากรับประทานอาหารมื้อเที่ยงเสร็จ หยุนเชวี่ยก็เดินออกไปที่ลานบ้านพลางมองไปยังทางเข้าหมู่บ้าน บุรุษและสตรีทุกคนในหมู่บ้านต่างมารวมตัวกันหมดแล้ว บางคนอดทนรอไม่ไหวจึงเดินมาเรียกพวกนางที่เรือน
“ท่านพ่อ…”
“มาแล้ว มาแล้ว” หยุนลี่เต๋อเดินออกมาจากเรือน “โอ้ ผู้คนมารวมตัวกันมากมายเหลือเกิน”
“เสียงของข้าเบายิ่งนัก ท่านพ่อเป็นคนประกาศเถิดเจ้าค่ะ” หลายต่อหลายครั้งที่หยุนเชวี่ยมักให้หยุนลี่เต๋อเป็นผู้รับหน้าเสมอ ประการแรกคือเขาเป็นคนที่มีน้ำใจต่อผู้อื่นเสมอและได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้าน ซึ่งสามารถประหยัดเวลาในการเจรจาได้ไม่น้อย ประการที่สองคือเขาจำเป็นต้องสร้างอิทธิพลที่มีต่อชาวบ้านขึ้นมา อย่างไรเสียหยุนลี่เต๋อก็เป็นหัวหน้าครอบครัว จึงไม่อาจให้ลูกสาวเป็นคนออกคำสั่งกับผู้อื่น
“ได้สิ ข้าว่าเจ้าจดรายชื่อของชาวบ้านไว้ดีกว่า” อุปนิสัยของหยุนลี่เต๋อเปลี่ยนไปทีละน้อย เขาเด็ดเดี่ยวและเอาจริงเอาจังมากขึ้น แม้จะไม่พูดอะไรออกมามากมาย ทว่าทุกคนสามารถเชื่อถือคำพูดเหล่านั้นได้
ยังไม่ทันที่สองพ่อลูกจะเดินทางไปถึงทางเข้าหมู่บ้าน ชาวบ้านก็พร้อมใจกรูกันเข้ามารุมล้อมเพื่อสอบถามเขา “เจ้ารอง ครอบครัวของเจ้าต้องการจ้างลูกจ้างอีกแล้วหรือ?”
“ครั้งนี้ต้องการจ้างกี่คนเล่า?”
“ต้องเดินทางไปทำงานที่ไหนหรือ? ข้าและเมียของข้าต้องการทำงานนี้ด้วย!”
“ข้ามาก่อน ข้ามารออยู่ที่นี่ชั่วสองก้านธูปแล้ว!”
หยุนลี่เต๋อยกแขนข้างหนึ่งขึ้นมาโอบไล่ของหยุนเชวี่ยเพื่อปกป้องนาง เนื่องจากชาวบ้านต่างเบียดเสียดกันเข้ามาจนทั้งสองตัวติดอยู่กับหินก้อนใหญ่ เขาใช้แขนยันตนเองให้ออกห่างจากก้อนหินแล้วก้มลงปกป้องบุตรสาวก่อนตะโกนเสียงดัง “ทุกคนอย่าเพิ่งใจร้อน ฟังข้าก่อน…”
“ครั้งนี้ครอบครัวข้าไม่ได้เป็นผู้จ้างวาน แต่เป็นคนของราชสำนัก พวกเขาต้องการจ้างคนไปทำงานบนภูเขาหลังหมู่บ้านของเรา งานครั้งนี้ต้องใช้ออกแรงมากจึงรับเพียงบุรุษเท่านั้น หากผู้ใดว่างงานและยินดีทำงานนี้ พรุ่งนี้พวกเราจะเดินทางเข้าไปสมัครด้วยกันในเมือง…”
Jan1960
อยากอ่านมากๆค่ะลงสักวันละ 5-10 ตอนได้ไหมคะ admin
Jan1960
กำลังสนุกเลยค่ะอยากขอให้อัพเดทสักวันละ 5 ตอน ขอบคุณค่ะ