บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 273 บิดาบังเกิดเกล้า

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  4. ตอนที่ 273 บิดาบังเกิดเกล้า
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 273 บิดาบังเกิดเกล้า

หยุนลี่เซียวแอบฟังอย่างเงียบเชียบอยู่บริเวณนอกห้อง ไม่คิดทำปากยื่นปากยาวเสนอหน้าแต่อย่างใด เพราะต่อให้หยุนลี่เต๋อยืนกรานจะร้องเรียนเรื่องดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่มณฑลก็ไม่มีผู้ใดขัดขวางได้ เว้นเสียแต่ขาดหลักฐาน มีเพียงพยานซึ่งชี้เป้าทุกประการไปที่หยุนชิ่วเอ๋อที่บังเอิญกระทำเรื่องเลวทรามได้ตรงจังหวะพอดี

เขาเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกลำพองก่อนยกขาตั้งท่าจะก้าวเข้าไปในห้องชั้นบน ทว่าแล้วเสียงแผ่วเบากลับดังขึ้นจากด้านในเสียก่อน “สิ่งที่ท่านพ่อและพี่ใหญ่กล่าวล้วนสมเหตุสมผล ถึงกระนั้น… ช่างเถิด อย่างไรพวกเราก็เป็นคนร่วมตระกูลกัน”

เจ้าของเสียงนั้นคือแม่นางเหลียน นางเงยหน้าสบตาผู้เฒ่าหยุนอย่างรวดเร็ว ก่อนก้มกระตุกชายเสื้อของหยุนลี่เต๋อพร้อมถอนหายใจแผ่ว “ปล่อยวางไปเสีย”

หยุนลี่เต๋อตกตะลึงยิ่ง ครู่ต่อมาสีหน้าจึงแปรเปลี่ยนเป็นรู้สึกผิด ริมฝีปากแห้งผากกระตุกเล็กน้อย ยังไม่ทันกล่าวคำใดผู้เฒ่าหยุนพลันถอนหายใจออกด้วยความโล่งอก “สะใภ้รองมีคุณธรรม ทั้งยังคำนึงถึงส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เจ้ารองโชคดีนักที่มีเจ้าเป็นภรรยา หลังจากนี้จงเกลี้ยกล่อมเขาให้ดี…”

ใบหน้าคล้ำเข้มของหยุนลี่เต๋อพลันร้อนผ่าว สองมือซึ่งวางอยู่บนตักกำเข้าหากันแน่น “ท่านพ่อ แต่นั่น…”

แม่นางเหลียนรีบคว้าท่อนแขนกำยำของผู้เป็นสามีไว้พร้อมดึงให้ไปหลบอยู่ด้านหลัง กลายเป็นนางที่ออกโรงปกป้องอย่างเต็มความสามารถ “ท่านพ่อโปรดวางใจ ท่านพี่คือคนร่วมตระกูลเดียวกันกับท่าน เพราะฉะนั้นจะไม่มีการร้องเรียนใด ๆ เกิดขึ้นให้คนนอกหัวเราะเยาะแน่…”

ผู้เฒ่าหยุนพยักหน้า หยุนชิ่วเอ๋อที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นในตอนแรกหยุดชะงักในบัดดล ครู่หนึ่งจึงกลับมาแสดงกิริยาเช่นเดิมอีกครั้ง โดยแค่นเสียงเป็นเชิงเหยียดหยามในความอ่อนแอของอีกฝ่าย ในที่สุดครอบครัวรองก็ยอมพ่ายแพ้ไปตามระเบียบ ฝ่ายแม่เฒ่าจูกลับเชิดหน้าขึ้นด้วยความลำพองใจอีกครั้ง ทว่าไม่วายพึมพำด้วยแรงอารมณ์ “นึกว่ามโนธรรมถูกสุนัขคาบเอาไปกินเสียแล้ว” ประโยคดังกล่าวไม่มีผู้ใดรู้ว่านางต้องการด่าทอโจรหรือแขวะสะใภ้รองกันแน่

“…” หยุนลี่เต๋อรู้สึกราวคำพูดจุกตันอยู่ตรงคอหอย เขาเพียรรวบรวมความกล้าเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับภรรยาและลูก ๆ อย่างยากลำบาก ทว่าความกล้าของเขากลับล่าช้าเกินไป พริบตาเดียวสถานการณ์กลับตาลปัตรไปโดยสิ้นเชิง

เมื่อออกมาจากห้องชั้นบนท้องฟ้าด้านนอกก็มืดสนิทแล้ว ช่วงฤดูใบไม้ร่วงราตรีกาลจะมาเยือนเร็วขึ้นกว่าทุกครั้ง ความร้อนระอุจางหาย เหลือเพียงสายลมเย็นที่พัดโชยมาเป็นระยะ

แม่นางเหลียนไม่พูดอะไรกับหยุนลี่เต๋อแม้แต่คำเดียว นางเรียกลูก ๆ ทั้งสามมาล้างหน้าล้างตาให้สะอาดและกลับเข้าห้องปีกตะวันตกไป จากนั้นจึงก้มหน้าก้มตาปักผ้าทำงานฝีมืออย่างประณีตท่ามกลางแสงตะเกียงสลัว

หยุนลี่เต๋อนั่งบนเก้าอี้ด้านข้างเตียงด้วยท่าทีหมดอาลัยตายอยากอย่างรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เวลานี้เขาแทบไม่ต่างอะไรจากเด็กน้อยที่ทำเรื่องผิดพลาด จิตใจเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกผิดและไม่สบายใจยิ่ง เขาลอบมองสีหน้าของภรรยาอยู่บ่อยครั้ง

หยุนลี่เต๋อรู้ดีว่าที่แม่นางเหลียนตัดสินใจเช่นนั้นก็เพื่อเขา อาจเป็นเพราะสงสารและไม่ต้องการให้เขาติดอยู่ตรงกลางระหว่างมรสุมร้ายทั้งซ้ายขวาให้ลำบากใจ ต่อให้ต้องทนทุกข์ทรมานก็ยินดีโดยไม่ปริปากบ่น ทว่ายิ่งนางมีน้ำใจต่อเขามากเพียงใดเขากลับรู้สึกเสียใจมากขึ้น ชีวิตของเขาติดหนี้บุญคุณนางและบรรดาลูก ๆ อีกหนแล้ว

สองพี่น้องหยุนเชวี่ยและเสี่ยวอู่สงบคำไม่ถามไถ่อะไรมาก คนหนึ่งเอนกายนอนพักผ่อน อีกคนอ่านตำราอย่างตั้งใจ ส่วนหยุนเยี่ยนอุตส่าห์มีน้ำใจรินน้ำให้หยุนลี่เต๋อพร้อมส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจให้ราวไม่มีเรื่องขุ่นหมองในใจ การกระทำดังกล่าวทำให้หยุนลี่เต๋อยิ่งรู้สึกสับสนเข้าไปใหญ่

ผ่านไปครู่ใหญ่ท่ามกลางห้องที่มีเพียงแสงสลัว แม่นางเหลียนเงยหน้าจากงานปักในมือพร้อมเอ่ยถามและทอดถอนใจ “ดึกดื่นป่านนี้ยังไม่นอนอีกรึ? เอาแต่จ้องหน้าข้าด้วยเหตุใด?”

หยุนลี่เต๋อสะดุ้งเฮือกขยับนั่งตัวตรง เก้าอี้ตัวเล็กไม่อาจรับแรงกระแทกจากการเปลี่ยนท่านั่งอย่างฉับพลันได้จนขาเกือบทรุดพังลง “ข้า… ข้าทำให้เจ้าเกิดความคับข้องใจอีกคราแล้ว วันพรุ่งนี้ข้าจะไปเจรจากับท่านพ่อและท่านแม่…”

“ท่านพี่หมายความว่าอย่างไร?” แม่นางเหลียนสบตาเขาอย่างจนปัญญา ดวงตาคู่งามอ่อนโยนทว่าแฝงความเศร้าหมองอยู่ภายใน แม้แสงในห้องไม่สว่างมากแต่หยุนลี่เต๋อสามารถมองเห็นรายละเอียดเหล่านั้นได้อย่างชัดแจ้ง

แม่นางเหลียนวางเข็มในมือลง มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเจื่อน “พวกเราตระหนักดีถึงสถานการณ์โดยรวมว่าร้ายแรงอย่างไร ท่านพ่อเองชราภาพมากแล้ว จะไม่ให้เขาได้รับความสุขสงบกายใจเลยเชียวหรือ? ชิ่วเอ๋อก็เติบใหญ่แล้วทว่าไม่มีโอกาสได้แต่งงานออกเรือนเสียที ข้าเองเห็นนางมาแต่อ้อนแต่ออก ไม่ใจร้ายใจดำพอจะเห็นนางเป็นสาวเทื้อคาเรือนไปตลอด อีกอย่างคือพี่ใหญ่ ช่วงนี้ใกล้ถึงวันสอบบรรจุภาคฤดูใบไม้ร่วงเต็มที ท่านพี่ว่า…”

แม่นางเหลียนหยุดชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นจึงถอนหายใจยาว “พวกเราจะเพิกเฉยต่ออนาคตของพวกเขาได้อย่างไร? สิ่งของสูญไปก็เท่านั้น ถึงอย่างไรก็ขาดทุนและเสียเปรียบอยู่วันยังค่ำ ครอบครัวของเราเองก็อยู่ในสภาพเช่นนี้มานานแล้วมิใช่หรอกหรือ…”

หยุนลี่เต๋อปริปากกล่าวคำใดไม่ออก คำกล่าวจากปากแม่นางเหลียนล้วนมีเจตนานึกถึงใบหน้าของผู้เฒ่าหยุนเป็นที่ตั้ง หากฟังดี ๆ จะพบว่าประโยคนุ่มนวลเหล่านั้นก็เต็มไปด้วยวาจาบาดลึก ประหนึ่งหนามยอกใจของเขาอย่างรุนแรง

“ช่างเถิด ท่านพี่อย่าเอาแต่คิดกังวลไปเลย นอนพักเอาแรงแต่หัวค่ำเสีย พรุ่งนี้ยังมีงานต้องทำอีกมาก” แม่นางเหลียนกล่าวตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบพลางเก็บงานปักและด้ายเข็มต่าง ๆ ลงในตะกร้า ก่อนโน้มตัวไปเป่าตะเกียงน้ำมันให้ดับลง “นอนเถอะ”

ภายในห้องคงเหลือเพียงความมืด แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างที่เปิดแง้มอยู่เข้ามารำไร ปรากฏเป็นชั้นบาง ๆ ราวน้ำค้างแข็ง

หยุนลี่เต๋อนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิมโดยไม่ขยับเขยื้อนอยู่เป็นนาน ด้วยไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี ผ่านไปครู่หนึ่งแม่นางเหลียนซึ่งเอนกายนอนลงก่อนหน้าพลันพลิกตัวกลับมาอีกทาง น้ำเสียงอ่อนโยนดังขึ้น “ความจริงแล้วข้ากังวลยิ่งเกี่ยวกับความเป็นอยู่ในอนาคตของลูก ๆ เอาเป็นว่า รอให้การเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงผ่านพ้นไปเสียก่อน จากนั้นเราค่อย… ย้ายออกไปจากที่นี่”

วิธีดังกล่าวแม่นางเหลียนซึมซับมาจากหยุนเชวี่ย ยอมถอยออกมาก้าวหนึ่งเพื่อให้อีกฝ่ายเกิดความรู้สึกผิดอย่างมหันต์ จากนั้นเมื่อสบจังหวะจึงกล่าวหว่านล้อมด้วยเหตุและผล เป็นเช่นนี้แล้วหยุนลี่เต๋อจึงจะปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไป

ถึงแม้บิดาแท้ ๆ ของนางยังรักในความสัตย์ซื่อและรู้คุณโดยไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนแนวความคิด ทว่าหยุนเชวี่ยก็หันไปส่งยิ้มให้หยุนเยี่ยนซึ่งข่มตาหลับไม่ลงเช่นเดียวกัน ดวงตาเด็กหญิงทั้งสองเปล่งประกายด้วยความหวังในความมืดมิด

นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่แม่นางเหลียนกล่าวถึงเรื่องการ ‘ย้ายออกไปอยู่เอง’ สองครั้งแรกหยุนลี่เต๋อไม่แสดงท่าทีตอบรับหรือปฏิเสธใด ๆ ทั้งสิ้น ครั้งนี้ก็เช่นกัน ทว่าแตกต่างตรงที่ทุกคนต่างได้ยินเสียงถอนหายใจจากเขา

เวลาผ่านไปนานพอสมควร

หยุนเยี่ยนเผยสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย หยุนเชวี่ยประสานสองมือไว้ใต้ท้ายทอยอย่างเงียบเชียบเพราะรู้อยู่แล้วว่าท้ายที่สุดจะต้องลงเอยเช่นนี้ นางหลับตาลงและครุ่นคิดวางแผนหาทางหนีทีไล่ด้วยหนทางอื่นต่อไป

ผู้ใดจะคาดคิดว่าขณะที่นางใกล้เคลิ้มหลับเต็มที เสียงของหยุนลี่เต๋อกลับดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน “หลับกันแล้วหรือ? ความจริงเงินเก็บของเราก็เพียงพอแล้วกระมังที่จะสร้างบ้านหลังใหม่ หากขาดเหลือสิ่งใด ข้าจะพยายามคิดหาทางอื่นร่วมด้วย…”

เช้าวันถัดมาแม่นางเหลียนตื่นขึ้นด้วยอารมณ์สดชื่นแจ่มใส สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความอิ่มเอม ซ้ำยังร้องฮัมเพลงเบา ๆ สองมือสองเท้าหยิบจับงานบ้านอย่างคล่องแคล่วยิ่งกว่าทุกครั้ง นางยิ้มแก้มปริขณะหันไปเอ่ยกับหยุนเชวี่ย “เจ้าจัดแต่งทรงผมเช่นนี้ได้อย่างไร? ไม่งดงามเยี่ยงสตรีบ้านอื่นเอาเสียเลย อย่างกับสาวแก่ โอย… หากตลบขึ้นสูงกว่านี้อีกหน่อยคงชี้ขึ้นฟ้าแล้วกระมัง”

หยุนเชวี่ยรู้สึกหนักศีรษะมาโดยตลอดเพราะตั้งแต่คลอดออกมาจากครรภ์มารดาก็ปล่อยให้เส้นผมยาวอย่างนั้นมาโดยตลอด ยุคสมัยนี้การตัดผมไม่เป็นที่นิยมนอกเสียจากสตรีผู้นั้นต้องการบวชเป็นภิกษุณี เมื่อเป็นเช่นนี้หยุนเชวี่ยจึงไม่มีทางเลือกนอกจากสางผมไม่ให้พันกันและม้วนเป็นเกลียวก่อนขดให้เป็นก้อนกลมแทนการมัดรวบ

หยุนเยี่ยนและเด็กสาวคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านนิยมหวีผมและใช้ปิ่นปักให้ดูสวยประณีต หรือหากต้องการความคล่องแคล่วอาจแบ่งเป็นสองปอยและมัดขึ้นสองข้าง ซึ่งการทำเช่นนั้นค่อนข้างเสียเวลาไม่น้อยและต้องใช้ฝีมือพอสมควร จนถึงตอนนี้หยุนเชวี่ยก็ไม่อาจจัดแต่งเรือนผมให้สวยงามได้สักครั้ง

หากหยุนเยี่ยนไม่อาสาจัดแต่งทรงผมให้เมื่อมีเวลา ช่วงรีบร้อนหยุนเชวี่ยเคยชินกับการ ‘มวยผม’ เป็นก้อนจุกเดียวอยู่กลางศีรษะและเดินทางไปทั่วหมู่บ้าน หากมองปราดเดียวผู้คนคงนึกว่านางเป็นเด็กชายคนหนึ่งที่มีใบหน้าอ่อนหวานเท่านั้น รอได้ยินเสียงก่อนจึงรู้ว่าเป็นหญิง ซึ่งหยุนเชวี่ยไม่เคยกังขาในเรื่องพรรค์นี้ มีเพียงมารดาที่มองว่าไม่งามน่าเอ็นดูเอาเสียเลย

หยุนเยี่ยนเพิ่งก่อไฟและเติมน้ำใส่หม้อรอให้มันเดือดพล่าน เสร็จการแล้วจึงกวักมือเรียกหยุนเชวี่ย “มานี่สิ ข้าจะหวีผมให้เจ้า”

หยุนเชวี่ย…

บ่อยครั้งที่นางรู้สึกราวตนเองเป็นสตรีคนหนึ่งที่แข็งแกร่งและช่วยเหลือตนเองได้ ทว่านางหลงลืมไปเสียสิ้นว่าแท้จริงแล้วตนเป็นเพียงเด็กหญิงคนหนึ่งที่ยังต้องการให้ครอบครัวคอยปรนนิบัติดูแลด้วยความรัก

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 273 บิดาบังเกิดเกล้า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

book-1623087047
ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
2022-08-21
a6-4 (1)
ราชินีพลิกสวรรค์
2026-06-11
novelpdf-063
ระวังหัวใจจะไหวหวั่น
2023-03-25
Ktdaw
การหวนคืนสู่ยุค 70 ของเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
2024-10-11

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน