บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 271 ข่าวลือแพร่สะพัด

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  4. ตอนที่ 271 ข่าวลือแพร่สะพัด
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

สมองของหยุนชิ่วเอ๋อคงเล็กกระจ้อยเพียงเมล็ดถั่วเหลือง ทั้งห้วงคำนึงยังครุ่นคิดอยู่แต่เพียงสองเรื่องเท่านั้น ประการแรกคือนางเอาแต่นั่งอยู่หน้ากระจกคอยประทินโฉมตลอดทั้งวันคืน ประการที่สองคือนางจะต้องแต่งงานกับบุรุษมีสกุลรุนชาติเท่านั้น

แม่นางจ้าวมีความสามารถยิ่งด้านการยุให้รำตำให้รั่ว เพียงกล่าวหว่านไปไม่กี่ประโยคก็จุดชนวนเชื้อเพลิงให้กับอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้เพราะนางยังมีความตั้งใจเด็ดเดี่ยวที่จะทำให้ผู้คนในตระกูลหยุนย่อยยับกันไปข้าง

“อย่าสนใจไปเลย คนเหล่านั้นก็ดีแต่ติฉินนินทา ไม่ควรค่าแก่การใส่ใจแม้แต่นิด พวกเขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับเรา เดินผ่านยังไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองให้เต็มตา เป็นเช่นนี้แล้วเจ้าจะถือสาคนไร้ปัญญาพรรค์นั้นไปไย?” แม่นางจ้าวปลอบโยนอีกครั้ง ปากเสนอความเห็นอย่างเป็นกลาง ทว่าในใจใคร่ให้หยุนชิ่วเอ๋อบันดาลโทสะจนวิ่งโร่ออกไปก่อเรื่องเสียให้รู้แล้วรู้รอด

เมื่อว่างเว้นจากภาระงานในบ้านเรือน แม่นางจ้าวก็ถูกบรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ในบ้านตำหนิจนเกิดปากเสียงทะเลาะวิวาทเป็นนิจ ดังนั้นนางจึงเสาะหาเรื่องจรรโลงใจโดยการหยิบยกเรื่องของผู้อื่นมาเบี่ยงเบนความสนใจเสีย

ถึงแม้ไม่อาจสร้างลมพายุที่พัดโหมกระพือเช่นครั้งแรก ๆ ทว่านางยังไม่ละความพยายามในการเคลื่อนไหวทีละเล็กละน้อย ไม่ว่าจะเป็นการราดน้ำมันเติมเชื้อไฟ กวนน้ำให้ขุ่น หรือแม้แต่ใส่สีตีไข่เรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องบานปลาย เพราะตราบใดที่บ้านตระกูลหยุนขาดความสงบก็เท่ากับแม่นางจ้าวได้ชมมหรสพใหญ่ โดยที่ตนเองไม่จำเป็นต้องลงไปเกลือกกลั้วเลยด้วยซ้ำ

ยิ่งแม่นางจ้าวพยายามกล่าวบ่ายเบี่ยงด้วยท่าทีงุ่มง่าม หยุนชิ่วเอ๋อยิ่งขึ้งโกรธจนดวงตาแทบถลนออกมานอกเบ้า นางใคร่วิ่งออกไปฉีกปากบรรดาหญิงชาวบ้านที่ว่าร้ายนินทาตนไม่จบสิ้น

ทว่าตัวนางผู้เดียวหรือจะบ้าบิ่นถึงเพียงนั้น? ชายหนุ่ม หญิงสาว เด็ก ๆ ในหมู่บ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าต่อให้หยุนชิ่วเอ๋อมากฤทธิ์ก็ไม่อาจแข็งข้อต่อผู้เฒ่าหยุนซึ่งเป็นบิดาได้ อย่างมากก็ทำได้เพียงถลึงตาและอ้าปากสาปแช่งโวยวายเท่านั้น

หยุนชิ่วเอ๋อกระทืบเท้ากับพื้นเรือนอยู่พักใหญ่ ทันใดนั้นผู้เฒ่าหยุนจึงออกโรงตวาดเตือนนางอีกครั้ง มือสั่นระริกของเขายกขึ้นชี้ใบหน้าของหยุนชิ่วเอ๋อพลางก่นด่า “เหตุใดเจ้าจึงเป็นหญิงเลี้ยงไม่เชื่องถึงเพียงนี้?! ไม่นึกละอายแก่ใจบ้างเลยรึว่าก่อนหน้านี้กระทำเรื่องชั่วช้าใดไว้?! ตนเองเลิศเลอไปกว่าคำที่พวกเขานินทานักหรืออย่างไร? แม้แต่ข้ายังอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี!”

จนถึงตอนนี้หยุนชิ่วเอ๋อกลับเพิ่งเข้าใจทุกสิ่งอย่างกระจ่างแจ้ง เวลานี้แม้แต่บิดาบังเกิดเกล้าของนางก็ไม่คิดปกป้องหรือเข้าข้างตนอีกต่อไป สารพัดคำสบถสาปแช่งถูกกลืนลงไปจนจุกอยู่บริเวณลำคอ นางทรุดกายลงนั่งบนเตียงโดยแรง ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดไร้เลือดฝาด

“ชิ่วเอ๋อ! ชิ่วเอ๋อ… เจ้าเป็นอะไรไปรึ?!” แม่นางจ้าวรีบเอื้อมมือไปประคองหยุนชิ่วเอ๋อซึ่งเผยสีหน้าสับสน เดี๋ยวนี้เพียงถูกผู้เป็นพ่อด่าทอไม่กี่คำกลับสูญเสียความเป็นตัวเองไปโดยง่าย เสียงฆ้องยังไม่ทันก้องกังวานร่างกายของนางกลับแข็งทื่อไร้การตอบสนอง

“สะใภ้ใหญ่” ผู้เฒ่าหยุนหรี่ตาลง แววตาเปี่ยมไปด้วยความเย็นชา “เจ้าเองก็กลับห้องไปเถิด” เขาหยุดชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นจึงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง “ต่อให้ว่างมากก็อย่าได้ตามเติมเชื้อไฟที่นี่”

คราวนี้แม่นางจ้าวเป็นฝ่ายร่างกายแข็งทื่อบ้าง เปลือกตาทั้งสองข้างกระตุกอย่างรุนแรง นางก้มหน้าลงพลางแค่นเสียงหัวเราะกลบเกลื่อน น้ำเสียงแผ่วหวิวลงกว่าก่อนหน้า “ท่านพ่อ ที่ข้าทำไปทั้งหมดเพียงเพราะต้องการปลอบใจชิ่วเอ๋อเท่านั้น…” ยังไม่ทันกล่าวจบนางก็เหลือบไปเห็นสีหน้าถมึงทึงของผู้เฒ่าหยุนเข้าเสียก่อน นางจึงเม้มริมฝีปากฉับพลันอย่างรู้กาลเทศะ ศีรษะหมอบต่ำลงกว่าเก่าทำทีแสดงว่าน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกตำหนิ ก้าวถอยออกไปนอกห้องและแง้มประตูปิดอย่างเบามือ

ประตูหน้าต่างบ้านตระกูลหยุนปิดสนิทลงกลอนทุกบาน ถึงกระนั้นก็ยังไม่อาจปิดกั้นเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากภายนอกได้

คำพูดหลายประโยคทั้งที่เป็นความจริงและความเท็จเล็ดลอดเข้ามาตามซอกประตูหน้าต่าง แว่วเข้าหูของหยุนชิ่วเอ๋อจนได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหนนี้ทำให้นางรู้สึกราวตนถูกแขวนประณามเป็นโทษใหญ่หลวง นางเอาแต่นั่งขดตัวร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงมุมห้องตลอดทั้งวัน ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำทั้งยังบวมเป่งประหนึ่งลูกท้อ

เรื่องซุบซิบที่แพร่กระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านเช่นนี้ มีหรือจะนางเฉินจะไม่พาตนเองเข้าไปร่วมวงสนทนาด้วย

หญิงเกียจคร้านผู้นี้มีใบหน้าด้านทน ทั้งยังไม่แยแสเรื่องราวที่เกิดขึ้น ดูเหมือนนางไม่ตระหนักแม้แต่น้อยว่าควรเก็บงำความลับในบ้านไม่ให้แพร่งพรายสู่ภายนอก เดิมทีนางต้องการเสวนาเรื่องทั่วไปตามอัธยาศัย ทว่าเมื่ออยู่ท่ามกลางหญิงชราช่างสอดรู้ นางเฉินก็หลุดปากเล่าราวน้ำลายแตกฟอง

“จุ๊จุ๊… พวกเจ้าเป็นคนนอกคงไม่รู้สินะว่านังชิ่วเอ๋อน่ะดื้อรั้นยิ่งกว่าอะไรดี! ครั้งก่อนก็ทุบตีข้าอย่างหนัก ทำเอาข้าไม่กล้ากลับเข้าบ้านนับสองวันเต็ม เฮ้อ… ยิ่งตอนอยู่ที่บ้าน ไม่มีแม้สักวันที่นางจะไม่ด่าทอผู้อื่น มารยาทต่ำทรามแต่กลับวางตนราวเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่จอมเอาแต่ใจ จริงสิ นางเคยลั่นวาจาไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะ ว่าหากพี่ชายของนางสอบบรรจุเป็นขุนนางได้ นางจะทำให้ทุกคนในหมู่บ้านต้องยอมศิโรราบ…”

กลุ่มสตรีที่ว่างเว้นจากงานเรือนต่างกรูกันเข้ามารุมล้อมฟังเรื่องเล่าดังกล่าว นางเฉินซึ่งมีรูปลักษณ์อวบอ้วน ทั้งร่างแน่นไปด้วยไขมันกลมกลึงกลับกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนจำนวนหนึ่ง แม้แต่เจ้าตัวยังรู้สึกชอบใจอย่างประหลาด ดังนั้นเพื่อให้ตนเองเป็นจุดสนใจต่อไปจึงขุดคุ้ยเรื่องเสียหายของหยุนชิ่วเอ๋อมาเล่าจนหมดเปลือก

ข่าวลือสารพันสิ่งของหยุนชิ่วเอ๋อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ‘ความหัวรั้น’ ‘ไร้เหตุผล’ ‘ใจยักษ์ใจมารยิ่งกว่าอสรพิษ’ และ ‘แม่หม้ายขันหมาก’ รวมถึงฉายาในเชิงลบอีกมากมายแพร่กระจายไปทั่วทุกซอกทุกมุมของหมู่บ้านไป๋ซีอย่างรวดเร็วราวติดปีก ทว่าหยุนเชวี่ยไม่สนใจร่วมวงด้วย นางรีบตรงไปยังจวนตระกูลเฉียนแต่เช้าตรู่เป็นหนที่สอง

กลับมาครั้งนี้ไม่มีผู้ใดกล้าเมินเฉยต่อหยุนเชวี่ยอีกต่อไป เด็กรับใช้ทั้งสองยังคงทำหน้าที่กวาดพื้นที่หน้าประตูจวนเช่นเดิม ทันทีที่พบนางทั้งสองจึงส่งยิ้มต้อนรับนางจนตาหยี และรีบเดินนำนางไปยังห้องตำราของนายน้อยเฉียนทันที

เมื่อวานนี้หยุนเชวี่ยนัดหมายกับเฉียนเสี่ยวปังไว้ว่าจะมาพบ ดังนั้นเขาจึงรอคอยการมาของนางอย่างจดจ่อตั้งแต่เช้าตรู่ ใจหนึ่งนึกอยากไปยืนต้อนรับนางที่หน้าประตูจวนด้วยซ้ำ แต่ขณะที่กำลังจะก้าวเท้าข้ามธรณีออกไปกลับฉุกคิดบางสิ่งขึ้นก่อน

หากเขาไปรอนางที่หน้าประตู แล้วหยุนเชวี่ยไม่มาพบเขาตามที่นัดหมายไว้เล่า?

คิดแล้วเจ้าอ้วนเฉียนจึงหมุนกายกลับเข้าไปในห้องตำราและตั้งใจอ่านหนังสือเฉกเช่นทุกครั้ง แม่ครัวทำขนมหวานและของว่างหลายชิ้นที่ทำการตกแต่งจานอย่างประณีตยกเข้ามาวาง พร้อมกับบรรจงรินชาร้อนกลิ่นหอมกรุ่น จมูกของเจ้าอ้วนเฉียนได้รับกลิ่น ดวงตามองเห็นทุกการเคลื่อนไหว ทว่าหัวใจกลับล่องลอยออกไปจนไม่อาจจับใจความได้แม้แต่สามบรรทัด

ในที่สุด หลังจากเจ้าอ้วนเฉียนชะเง้อมองออกไปนอกบานประตูห้องตำราหลายหนภายในเวลาชั่วหนึ่งก้านธูป ต้าจี๋ซึ่งคอยสังเกตท่าทีนายน้อยของตนมาโดยตลอดจึงเผยรอยยิ้มอย่างรู้เท่าทันพร้อมขยิบตา “นายน้อย ข้าอาสาออกไปรอต้อนรับนางเองขอรับ”

เจ้าอ้วนเฉียนพยักหน้าให้อนุญาตทันที ไม่ทันขาดคำทั้งสองจึงได้ยินเสียงฝีเท้ากระทบพื้นหญ้าดังใกล้เข้ามาจากระยะไกล ครั้นหันกลับไปมองตามเสียงจึงเห็นเป็นเด็กรับใช้ อีกฝ่ายรีบกล่าวรายงาน “นายน้อยขอรับ แขกพิเศษของท่านมาถึงที่นี่แล้ว!”

หยุนเชวี่ยที่เพิ่งถูกมอบตำแหน่งแขกคนพิเศษเงยหน้าขึ้น นางพบว่าเจ้าอ้วนเฉียนลุกพรวดและรีบเดินพาร่างอวบอ้วนออกมาจากห้องตำราแทบจะในทันที เขาส่งยิ้มให้นางจนดวงตาหรี่ลงเหลือเพียงขีดเล็ก ๆ อย่างเบิกบานใจเสียเต็มประดา “เชวี่ยเอ๋อ เจ้ามาจริงด้วย!”

ห้องตำราส่วนตัวของเจ้าอ้วนเฉียนมีขนาดกว้างขวางมากทีเดียว

ภายในห้องนอกจากจะมีโต๊ะที่วางพู่กัน หมึก กระดาษ และจานฝนหมึกอย่างดี รวมถึงหนังสือวิชาการโบราณหลายเล่ม ยังมีตู้ไม้แกะสลักตั้งเรียงรายชิดผนังห้อง ของเล่นหายากหลากหลายประเภทที่ทำขึ้นจากไม้แกะสลักเป็นรูปต่าง ๆ ทั้งรูปรถม้า ตำหนัก อาวุธสงคราม ดูแล้วคล้ายเป็นห้องโถงจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม

บนโต๊ะขนาดเล็กที่อยู่ด้านข้างหน้าต่างห้องมีของว่าง ขนมหวาน และกาน้ำชาวางอยู่ เจ้าอ้วนดันถ้วยชากระเบื้องเคลือบสีขาวไปไว้ตรงหน้าหยุนเชวี่ย จากนั้นจึงหยิบสารพันอาวุธสะสมทั้งดาบ หอก ง้าว ตะขอเกี่ยว และตรีศูลแบบย่อส่วนให้นางชื่นชมอย่างภาคภูมิราวพวกมันเป็นสมบัติล้ำค่า

หยุนเชวี่ยประคองถ้วยชาไว้ด้วยสองมือ นิ่งฟังเขาสาธยายที่มาที่ไปของอาวุธของเล่นเหล่านั้นอย่างตั้งใจ จากนั้นจึงยกชาขึ้นจิบอึกหนึ่งก่อนวกกลับเข้าสู่จุดประสงค์ของการมาพบเขาในวันนี้อย่างตรงไปตรงมา “เอ่อ… ข้ามีเรื่องต้องการบอกเจ้า”

เจ้าอ้วนเฉียนเอียงคอรอฟังพลางจ้องมองหยุนเชวี่ยด้วยรอยยิ้ม

หยุนเชวี่ยรีบวางถ้วยชาลง จากนั้นจึงแบมือที่ว่างเปล่าออก “เมื่อวานนี้ข้ารับปากเจ้าไว้เป็นอย่างดีว่าจะนำสิ่งของทั้งหมดกลับมาคืนให้แก่เจ้า แต่เกรงว่าอาจจะล่าช้าไปหลายวันสักหน่อย หรือบางทีอาจจะ… ส่งคืนให้เจ้าไม่ได้อีกแล้ว”

เจ้าอ้วนเฉียน…

เขาหลงลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท

หยุนเชวี่ยหยุดชะงักไปครู่หนึ่งและรู้สึกว่าตนควรอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจเพิ่มเติมอีกสักสองถึงสามประโยค เมื่อเรียบเรียงคำกล่าวได้แล้วจึงเอ่ยต่อไป “เมื่อวานนี้โจรบุกเข้ามาปล้นบ้านของข้า สมบัติเหล่านั้นถูกขโมยไป ข้าไม่อาจรับปากว่าจะสามารถตามหาพวกมันกลับคืนมาได้หรือไม่ หากไม่พบจริง…”

เจ้าอ้วนเฉียนซึ่งชะงักงันไปพักหนึ่งได้สติกลับคืนมา หยุนเชวี่ยยังไม่ทันกล่าวจบเขาก็รีบกล่าวขัดจังหวะขึ้นทันทีด้วยความตระหนก “โจรปล้นบ้านของเจ้างั้นรึ?! เกิดขึ้นได้อย่างไร?! ได้ร้องเรียนเรื่องดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่แล้วหรือยัง?”

หยุนเชวี่ยส่ายหน้าโดยไม่ปริปากเอ่ยคำใด นางครุ่นคิดอยู่หลายตลบ แต่แล้วก็ตัดสินใจว่าไม่ควรเปิดเผยเรื่องที่ว่าหัวขโมยผู้นั้นอาจเป็น ‘โจรในบ้าน’ ให้ครอบครัวของตนเสื่อมเสีย “บ่ายวานนี้ผู้อาวุโสในหมู่บ้านได้ช่วยเหลือจัดการเรื่องดังกล่าวแล้ว และผลสรุปอันเป็นเอกฉันท์ของครอบครัวข้า คือพวกเขาไม่ต้องการให้ข้าร้องเรียนเรื่องนี้…”

  

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 271 ข่าวลือแพร่สะพัด"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

6243dd31fo9In45P
ข้าอาศัยทำนาให้ร่ำรวยมหาศาล
2023-03-18
browniee.online3df157c
ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา
2026-06-25
250616browniee
ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
2026-03-28
browniee.onlinea7172f5c (1)
เมื่อฉันขายตัวให้แฟนเก่า
2026-06-25

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน