บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 259 ร่ำเรียนอย่างตั้งใจ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  4. ตอนที่ 259 ร่ำเรียนอย่างตั้งใจ
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

จวนตระกูลเฉียนคงเป็นสถานที่ซึ่งสามารถเสาะหาได้ง่ายที่สุดในเขตเมืองอันผิงแล้ว นอกจากศาลาว่าการอำเภอ เมื่อถามไถ่จากผู้คนตามท้องถนน พวกเขาย่อมรู้จักและช่วยชี้นำทางไปยังถนนทิศเหนือของเมืองซึ่งมีจวนหลังงามตั้งตระหง่านอยู่

หยุนเชวี่ยเดินเร่ขายของอยู่ในเมืองเป็นเวลานานพอสมควร ทั้งยังเดินผ่านจวนของใต้เท้าจงผู้เป็นเจ้าเมืองประมาณสองถึงสามครั้ง ทว่าจวนตระกูลเฉียนแห่งนี้นางเคยเห็นจากระยะไกลเพียงผ่านตา ไม่เคยเฉียดเข้าใกล้เลยสักหน

สถาปัตยกรรมของจวนตระกูลเฉียนแสดงถึงความร่ำรวยและเปี่ยมอำนาจบารมีอย่างสมฐานะ เหนือประตูจวนสีแดงชาดมีป้ายสลักตัวอักษรสีทองตัดกับพื้นสีดำอ่านว่า ‘จวนตระกูลเฉียน’ ส่องแสงสีทองวาววับอร่ามล้อแสงอาทิตย์

บันไดซึ่งก่อขึ้นจากหินอ่อนสีเขียวด้านหน้ามีความกว้างหลายจั้ง* ด้านซ้ายและขวาขนาบด้วยรูปปั้นหินสิงโตหมอบขนาดความสูงประมาณเท่าศีรษะคน ต้นไม้ใหญ่สีเขียวชอุ่มแผ่กิ่งก้านสาขาลามมาจากด้านในรั้วกำแพง ประตูจวนเปิดออกเพียงครึ่ง คนสองคนซึ่งแต่งกายตามแบบฉบับของคนรับใช้กำลังยืนกวาดใบไม้ที่ร่วงหล่นออกมานอกประตู

*จั้ง = เป็นหน่วยมาตราวัดความยาวจีนโบราณ 1 จั้งมีค่าเท่ากับ 10 ฉื่อ หรือประมาณ 2.5 เมตร

“พี่ชาย” หยุนเชวี่ยเดินเข้าไปประสานมือคารวะคนรับใช้ทั้งสองซึ่งดูแล้วน่าจะมีอายุมากกว่าตนไม่มากนัก จากนั้นจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ที่นี่ใช่จวนของใต้เท้าเฉียนหรือไม่?”

เด็กรับใช้คนหนึ่งซึ่งแต่งกายสะอาดสะอ้านเงยหน้ามองผู้มาทักทายแวบหนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวตอบอย่างภาคภูมิใจ “เป็นจวนของใต้เท้าเฉียนจริง จวนแห่งนี้เป็นที่รู้จักทั่วไปในเมือง ทั้งยังเป็นจวนที่ใหญ่โตโอ่อ่าที่สุดทางฝั่งทิศตะวันออก”

ใต้เท้าเฉียนร่ำรวยทรัพย์สินเหลือกินเหลือใช้ บ้านเรือนหรือก็ใหญ่โตสมฐานะ แม้แต่บรรดาสาวใช้และคนงานในบ้านต่างก็รู้สึกว่าตนมีความเป็นอยู่ที่เหนือกว่า ดูจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ยังดูพิเศษกว่าคนธรรมดาสามัญ ค่าแรงที่ได้รับก็สูงกว่าการทำงานอื่นเป็นไหน ๆ

“พี่ชาย ข้าเป็นสหายของนายน้อยเฉียนของพวกท่าน เวลานี้เขาอยู่ด้านในหรือไม่?” หยุนเชวี่ยเอ่ยถาม

“เจ้าเป็นสหายของนายน้อยของข้ากระนั้นรึ?” เด็กรับใช้คนเดิมถามทวนพลางสำรวจหยุนเชวี่ยอย่างนึกสงสัย “นายน้อยเฉียนอยู่ด้านใน ทว่าทุกเช้าเขาต้องร่ำเรียนอ่านตำรา ไม่อนุญาตให้ผู้ใดรบกวนทั้งสิ้น เจ้ามีธุระใดหรือ?”

‘เจ้าอ้วนเคยบอกว่าตัวเขาเบื่อหน่ายการร่ำเรียนตำรายิ่ง อยากเป็นแม่ทัพใหญ่สังหารพวกศัตรูเสียมากกว่า แท้จริงแล้วเขาก็ยังมีความกตัญญูหมายทำความหวังของผู้เป็นพ่อให้สำเร็จสินะ’ หยุนเชวี่ยนึกในใจ จากนั้นจึงเอ่ยกับเด็กรับใช้ต่อไปว่า “เช่นนั้นรบกวนพี่ชายทั้งสองช่วยนำความไปบอกนายน้อยเฉียนทีเถิด…”

“เอ๊ะ?! เจ้าคือ… สหายของนายน้อยในภัตตาคารหลงชิงใช่หรือไม่?” เด็กรับใช้อีกคนซึ่งถือไม้กวาดอยู่ไม่ไกลนักจำหน้าของหยุนเชวี่ยได้ จึงรีบพูดขึ้น “ข้าว่าแล้วเชียว เหตุใดจึงรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเจ้านัก แม่นาง รอตรงนี้ประเดี๋ยวเถิด ข้าจะรีบไปเรียนนายน้อยให้”

หยุนเชวี่ยเคยชินกับการถูกเรียกว่าสาวน้อยมาโดยตลอดจนเคยชินเสียแล้ว ครั้นได้ยินอีกฝ่ายเรียกขานด้วยคำว่า ‘แม่นาง’ อย่างสุภาพจึงรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ถึงกระนั้นแผ่นหลังกลับยืดตรงขึ้นกว่าเก่าอย่างไม่รู้ตัว

เด็กรับใช้อีกคนหันมามองหยุนเชวี่ยอีกครั้งและเผยรอยยิ้มเป็นมิตรตอบกลับ เขาไม่เห็นความโดดเด่นในตัวนางเลยแม้แต่น้อย เครื่องแต่งกายทอขึ้นจากผ้าฝ้ายเนื้อหยาบ เส้นผมถูกมวยเก็บขึ้นไปอย่างเรียบร้อยทั้งยังไม่ได้ตกแต่งอย่างประณีต ทำให้ดูคล้ายผู้ชายเสียมากกว่า

หยุนเชวี่ยไม่ขัดความตั้งใจของอีกฝ่าย นางถอยกลับไปยืนอยู่ด้านข้างและหันหน้าไปทางประตูจวนตระกูลเฉียนเพื่อรอคอยอย่างเงียบเชียบ

ไม่นานนักจึงเป็นต้าจี๋ที่ก้าวข้ามธรณีประตูจวนออกมา ยังไม่ทันเดินออกมาเต็มก้าวเขากลับกวักมือร้องเรียกนางอย่างคุ้นเคย “โอ้ แม่นางหยุนเชวี่ยมาถึงที่นี่ตั้งแต่เช้าตรู่เชียว! นับแขกพิเศษของเราเลยนะ!”

“พี่ต้าจี๋” หยุนเชวี่ยเดินไปข้างหน้าสองก้าวพลางส่งยิ้มให้กระทั่งสองข้างแก้มบุ๋มลึกลงเป็นรอยลักยิ้ม “ข้ามาหาเจ้าอ้วน… เอ่อ… นายน้อยเฉียน ได้ยินว่าเขากำลังร่ำเรียนตำราอยู่ เช่นนั้นคงไม่รบกวนและฝากความให้พี่ต้าจี๋ช่วยนำไปแจ้งแก่เขาด้วยเถิด”

“นายน้อยของข้าสั่งไม่ให้ผู้ใดรบกวนตอนเรียนก็จริง ทว่าแม่นางเชวี่ยเอ๋อจะนับว่าเป็นคนอื่นคนไกลได้อย่างไร? หากนายน้อยรู้เข้าว่าเจ้าถูกขวางไม่ให้เข้าไปด้านในแล้วละก็ เห็นดีคงถูกตำหนิจนหูชาเป็นแน่” ต้าจี๋เบี่ยงกายไปด้านข้างเพื่อเปิดทางให้หยุนเชวี่ยพลางผายมือเป็นทำนองเชื้อเชิญ

หยุนเชวี่ยเกิดความลังเลเล็กน้อย

เด็กรับใช้ที่อาสาไปเรียนให้นายน้อยของเขาทราบรีบก้มหน้าลงและกวาดใบไม้ข้างกำแพงอย่างแข็งขัน

“อันที่จริงแล้วก็ไม่ได้มีเรื่องใดสำคัญนักหรอก…” หยุนเชวี่ยเงยหน้ามองประตูจวนตระกูลเฉียน นึกวิตกว่าหากตนเข้าไปเป็นแขกอาจทำให้ฮูหยินเฉียนเกิดรีบร้อนตื่นตระหนกขึ้นมาอีก รายนั้นเพียงได้พบเจอตนก็เกิดความกระตือรือร้นจนเกินเหตุโดยที่นางไม่สามารถปฏิเสธได้

ต้าจี๋เติบโตขึ้นมาพร้อมกับเจ้าอ้วนเฉียน จึงได้รับทักษะความฉลาดเฉลียวและอ่านใจคนออกด้วยการใช้สายตา “นายท่านเดินทางไปยังศาลาว่าการแต่เช้าแล้ว ส่วนฮูหยินใหญ่และนายน้อยใหญ่ออกไปดูกิจการที่ร้านค้าตั้งแต่เช้าตรู่ ส่วนนายน้อยเฉียนชอบเรียนตำราท่ามกลางความสงบจึงอาศัยพื้นที่บริเวณเรือนน้อยในสวนหลังจวน ข้าอาสาพาแม่นางไปยังทางลัดนั้นเอง”

เป็นครั้งแรกที่หยุนเชวี่ยใช้ทางลัดเพื่อเดินลัดเลาะผ่านลานกว้างหน้าจวนเข้าไปยังสวนหลังเรือน นางเดินตามต้าจี๋ไปเรื่อย ๆ จากนั้นจึงอ้อมไปยังด้านหลังของลานข้างเรือนเล็กที่เจ้าอ้วนเฉียนเรียนอยู่

เมื่อเทียบกับจวนกว้างขวางด้านหน้าแล้ว เรือนเล็กแห่งนี้ดูเงียบสงบกว่ามากทีเดียว นอกจากต้าจี๋ที่คอยรับใช้เจ้าอ้วนเฉียนแล้วยังมีเด็กรับใช้อีกประปรายที่กำลังทำงานในสวนดอกไม้อย่างขะมักเขม้น

“นายน้อยของท่านฝึกวิทยายุทธ์ด้วยอย่างนั้นหรือ?” หยุนเชวี่ยเอ่ยถามพลางชี้ไปยังเสาไม้ซึ่งปักอยู่มุมสวนหย่อม

“นายน้อยชื่นชอบกิจกรรมดังกล่าวมาตั้งแต่ยังเยาว์ สองปีก่อนยังคิดใคร่เชิญปรมาจารย์ให้มาฝึกสอน ทว่านายท่าน…” ต้าจี๋ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา “นายท่านหวังให้ลูกชายของตระกูลเป็นบัณฑิตผู้มีความรู้มากกว่ามีทักษะวิทยายุทธ์ แม่นางเชวี่ยเอ๋อ สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นห้องตำราไปเสียแล้ว”

หยุนเชวี่ยพยักหน้าและหยุดชะงักฝีเท้าลง

ต้าจี๋ก้าวไปเคาะประตูสองครั้งก่อนร้องเรียกเสียงแผ่วเบา “นายน้อย นายน้อยขอรับ แม่นางเชวี่ยเอ๋อมาถึงแล้ว”

จะว่าไปแล้วความคิดของเจ้าอ้วนเฉียนในช่วงแรกก็ถือว่าเป็นเรื่องนอกรีตสำหรับตระกูลใหญ่ และยากนักที่บิดาจะอุตส่าห์เลี้ยงดูฟูมฟักและแบ่งมรดกไว้ให้ ทว่าเจ้าอ้วนเฉียนกลับไม่แสดงออกถึงความเสเพลเมื่อความฝันที่วาดหวังไว้นั้นไม่เป็นดั่งใจ ดังนั้นแม้จะคิดว่าการร่ำเรียนนั้นน่าเบื่อหน่าย แต่ยังมีความหมั่นเพียรที่จะศึกษา

นั่นไม่ได้เป็นเพราะเขาเชื่อฟังคำของผู้เป็นพ่ออย่างเคร่งครัด เพราะความจริงแล้วใต้เท้าเฉียนก็ไม่ได้บังคับขู่เข็ญลูกชายของตนถึงเพียงนั้น แต่เป็นเพราะค่านิยมที่ถูกสืบทอดภายในตระกูลจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นเพราะความกตัญญูส่วนตนที่ทำให้เขาจำต้องตระหนักเสมอและต้อง ‘เป็นที่เชิดหน้าชูตาแก่วงศ์ตระกูล’ ให้จงได้

ภายใต้การถูกปลูกฝังเช่นนั้น ทำให้ตำราที่หนาเตอะแม้จะชวนให้เบื่อหน่ายสักเพียงใดแต่เขายังอุตสาหะร่ำเรียนวิชาจากมันได้อย่างคล่องแคล่ว โดยปกติแล้วเจ้าอ้วนเฉียนไม่ได้เกิดมาพร้อมพรสวรรค์หรือความปราดเปรื่องแต่ต้น แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งทำให้เขามีความอดทนสูง ทั้งยังมีโอกาสติดตามผู้เป็นอาจารย์มาหลายปี ในที่สุดเขาก็สามารถสอบเป็นนักเรียนบัณฑิตได้ และก้าวขาข้างหนึ่งเข้าสู่ขอบเขตของ ‘บัณฑิต’ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เขาสามารถสอบผ่านเกณฑ์เป็นนักเรียนบัณฑิตได้เมื่ออายุครบสิบสามปี เป็นลูกหลานคนแรกในรอบรุ่นที่สี่ของตระกูลเฉียนซึ่งถูกขนานนามว่าเก่งการค้าแต่ไม่มีหัวด้านการศึกษา สิ่งนี้ทำให้ผู้นำตระกูลพลันจุดประกายความหวังขึ้นอีกครั้ง หลังทราบเรื่องก็ได้ทำงานจัดงานเลี้ยงฉลองติดต่อกันถึงสามวันสามคืน ทุกครั้งที่เจ้าอ้วนเฉียนมองไปยังบรรดาผู้มาร่วมงานก็รู้สึกว่าตนแบกความหวังไว้จนสองไหล่หนักอึ้ง

ทว่าเจ้าอ้วนเฉียนไม่เคยบอกเล่าความในใจเหล่านี้แก่ผู้ใด แม้แต่พี่เฉียนจู่อวี้ที่เขาสนิทด้วยมากที่สุดก็ยังไม่ทราบว่าน้องชายผู้ร่าเริงอยู่เป็นนิจคนนี้มีความรู้สึกใดเก็บงำซ่อนอยู่

เวลานี้เจ้าอ้วนเฉียนกำลังเพ่งสมาธิอ่านเนื้อหาในตำราอย่างจดจ่อ แน่นอนว่าเขาปฏิบัติตามแนวทางในการเล่าเรียนมาจากอาจารย์เหวินที่มีความรู้โชกโชน บนหน้ากระดาษจึงเต็มไปด้วยบันทึกย่อ และสรุปความตามความเข้าใจของตน

ขณะที่กำลังตั้งใจอ่านตำรา เสียงของต้าจี๋พลันดังเข้ามาผ่านช่องประตู “นายน้อย นายน้อยขอรับ แม่นางเชวี่ยเอ๋อมาถึงแล้ว”

มือของเจ้าอ้วนเฉียนที่กำลังจะเอื้อมหยิบปากกาหยุดชะงักไปชั่วคราว ยังไม่ทันที่สมองจะคิดใคร่ครวญอย่างดี ร่างกายกลับลุกพรวดและแล่นออกไปทางประตูเสียแล้ว “เอี๊ยด…” ประตูห้องตำราถูกเปิดออกจากด้านใน

หยุนเชวี่ยเห็นใบหน้าที่อิ่มเอิบด้วยรัศมีคนมีอันจะกินบานเฉ่งราวกับอ่างเงิน ดวงตาเบิกกว้างขึ้น ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มคล้ายตุ๊กตาแป๊ะยิ้มนำโชคที่เห็นดาษดื่นในงานวันตรุษ เขาเอ่ยขึ้นอย่างปีติยินดี “เชวี่ยเอ๋อ เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”

“รบกวนเวลาร่ำเรียนของเจ้างั้นรึ? ต้องขอโทษเจ้าด้วยที่ไม่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า” เมื่อหยุนเชวี่ยเห็นท่าทางร่าเริงของอีกฝ่ายแล้วจึงอดหัวเราะออกมาไม่ได้ อารมณ์ประหม่าพลันเบาบางลงโดยไม่รู้ตัว

……………………………………………………………

  

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 259 ร่ำเรียนอย่างตั้งใจ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

5f9f77d25aRgV0N8
ไหปีศาจ
2024-02-25
6350e8
เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90
2025-08-29
165727b
ระบบแหวนสุดโกงสร้างตำนานในสองโลก
2025-10-19
browniee.online49d76ba
หย่ารักประธานฉี
2026-06-26

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน