ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 250 ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อ
ตอนที่ 250 ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อ
ภายในห้องโถง
เฉียนจินชานและหยุนลี่จงต่างคุยโวโอ้อวดกันไปมาหลายต่อหลายครั้ง แต่กลับไม่ได้สาระจากบทสนทนาเหล่านั้นแม้แต่น้อย ในขณะที่เด็กรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลังต่างมือสั่นระริกเพราะน้ำหนักของกล่องไม้
“แค่ก ๆ” เฉียนจู่อวี้ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากไว้ครึ่งหนึ่งพลางส่งสายตาให้เฉียนจินชาน
ก่อนที่เสียงภายในห้องโถงจะเงียบลง หยุนชิ่วเอ๋อก็เดินเข้ามาพร้อมส่งสายตามองไปที่เฉียนจินชานอย่างรวดเร็วก่อนก้มศีรษะลงพลางเม้มปากอย่างเขินอาย
เฉียนจู่อวี้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยพร้อมมองสำรวจอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า มุมปากของนางยกโค้งขึ้นขณะลอบกลอกตาอย่างเงียบ ๆ เพื่อรักษาท่าทีของคุณหนูจากตระกูลขุนนาง
ผู้เฒ่าหยุนยังไม่ทันฟังจุดประสงค์ของผู้มาเยือน เขาก็เห็นหยุนชิ่วเอ๋อเดินถือชุดน้ำชาเข้ามาในห้องโถงด้วยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับผีเสื้อพบเจอดอกไม้ ผู้เฒ่าหยุนจึงขมวดคิ้วพร้อมถลึงตาใส่นางอย่างไม่รู้ตัว
การที่คุณหนูใหญ่ออกจากห้องนอนและปรากฏตัวต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติโดยที่พ่อแม่หรือพี่ชายไม่ได้เรียกออกมานั้นนับเป็นเรื่องที่ไม่สมควรยิ่ง
แต่หยุนชิ่วเอ๋อไม่สนใจสีหน้าของผู้เฒ่าหยุน นางก้าวเท้าดอกบัวเดินไปตรงหน้าเฉียนจินชานพลางกล่าวด้วยความเขินอาย “คุณชาย ได้โปรดดื่มชาเถิดเจ้าค่ะ”
เฉียนจินชานสังเกตเห็นว่าคนที่ยกชุดน้ำชาเข้ามาคือหญิงสาวพราวเสน่ห์ เขามองสำรวจเครื่องหน้าของนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนละสายตาพลางพยักหน้าด้วยความสุภาพจากนั้นยิ้มอย่างอ่อนโยน
เมื่อหลายปีก่อนคุณชายใหญ่ตระกูลเฉียนใช้ชีวิตเป็นคุณชายเสเพลผู้ชอบไปฟังเพลงที่หอบุปผาเป็นประจำ เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มไร้เดียงสา ดังนั้นการเสแสร้งทำตัวเป็นสุภาพบุรุษจึงไม่ใช่เรื่องยาก
ขงจื๊อกล่าวว่าผิดจริยาอย่าดู ผิดจริยาอย่าพูด ผิดจริยาอย่าฟัง ดังนั้นเฉียนจินชานผู้เจ้าเล่ห์จึงตั้งปณิธานว่าหากต้องการเป็นจ่าฝูงของหมาป่าต้องทำเป็นตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ และเมินเฉย
ก่อนที่หยุนชิ่วเอ๋อจะหลบสายตา นางก็พบว่าชายตรงหน้าเบนสายตาไปทางอื่นแล้วจึงทำให้รู้สึกไม่พอใจอยู่หลายส่วน จากนั้นหันไปรินน้ำชาให้หยุนลี่จงอย่างเย็นชา
“นางคือน้องสาวคนสุดท้องของข้า” หยุนลี่จงกังวลว่าจะไม่สามารถหาเรื่องคุยโวได้จึงฉวยโอกาสสร้างความสัมพันธ์โดยการแนะนำตัวหยุนชิ่วเอ๋อ “ชิ่วเอ๋อ ทักทายคุณชายและคุณหนูตระกูลเฉียนเสียสิ”
คุณชายและคุณหนู?
ทั้งสองเป็นคนแซ่เฉียนรึ?
แม้จะรู้สึกสับสน ทว่าหยุนชิ่วเอ๋อก็ตอบสนองทันที นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม ทว่ารอยยิ้มครั้งนี้อ่อนโยนกว่าตอนที่เดินเข้ามาในห้องมากโข “คารวะคุณชายเฉียน คารวะคุณหนูเฉียน”
“น้องหญิงเป็นคนรอบรู้ มีเหตุผล อ่อนโยน และใจกว้างสมกับที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี” เฉียนจู่อวี้จิบชาเล็กน้อย เมื่อดื่มเข้าไป นางก็พบว่ารสชาติของชานั้นแปลกประหลาดจึงเพ่งมองอย่างพินิจ เมื่อพบว่าในถ้วยชามีใบไผ่หลายใบลอยอยู่จึงวางถ้วยชาลงโดยไม่แสดงสีหน้าใดพลางระบายยิ้มอ่อน
ในฐานะสุภาพบุรุษผู้สง่างาม เฉียนจินชานไม่อาจเอ่ยชมสตรีจึงทำได้เพียงหยักหน้าอย่างสงวนท่าทีและพับแขนเสื้อท่อนล่างอย่างเบามือ
หยุนชิ่วเอ๋อเผยสีหน้าพึงพอใจหลังจากเห็นทุกคนยกชาขึ้นดื่ม โดยปกติแล้วการที่นางเข้ามารบกวนในห้องโถงใหญ่นั้นไม่ใช่เรื่องดีงาม เมื่อความปรารถนาลุล่วง นางจึงเตรียมตัวออกจากห้อง ทว่าในขณะที่นางกำลังจะเดินออกไป เฉียนจินชานก็เอ่ยถามทันที “สาวน้อยเชวี่ยเอ๋ออยู่ที่ไหนหรือ? เหตุใดข้าถึงไม่เห็นนางเลย?”
ร่างกายของหยุนชิ่วเอ๋อพลันแข็งทื่อจนเกือบสะดุดเข้ากับธรณีประตู
ใบหน้าของหยุนลี่จงชะงักค้างทันที สิ่งที่กำลังจะเอื้อนเอ่ยติดอยู่ภายในลำคอ ปากอ้าพะงาบ ๆ ทว่าไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ทันใดนั้นเขาพลันรู้สึกแน่นหน้าอกและไม่กล้าเงยหน้าสบตากับผู้มาเยือน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชายชรา หัวใจของเขาจมดิ่งลงไปสู่ก้นเหวอย่างฉับพลัน เป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่าใบหน้าของเขาไม่ปรากฏอารมณ์แม้แต่น้อย ในขณะที่ดวงตาขุ่นมัวเริ่มมืดลง
จนกระทั่งถึงตอนนี้เฉียนจินชานผู้ที่คุยโม้กับหยุนลี่จงอยู่ครู่ใหญ่สังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาจึงเอ่ยถามหยุนลี่จงอย่างหยั่งเชิงว่า “สาวน้อยเชวี่ยเอ๋อผู้นั้น… ไม่ใช่คนในตระกูลนี้หรือ?”
ใบหน้าของหยุนลี่จงเปลี่ยนเป็นสีเขียว เขาพลันสัมผัสได้ถึงความโกลาหลครั้งใหญ่ที่ถูกสาดซัดมาจากทะเล ขณะนี้เสียงระเบิดดังกึกก้องอยู่ข้างหูของเขาทำให้ทุกคนต่างตกตะลึง หยุนลี่จงตกอยู่ในภวังค์ชั่วครู่ก่อนกัดฟันเอ่ยตอบ “ข้าคือลุงใหญ่… ของนาง”
ที่แท้ก็ก่อเรื่องวุ่นวายนี่เอง
เฉียนจินชานและเฉียนจู่อวี้กวาดสายตามองใบหน้าของทุกคนภายในห้องโถงอย่างแยบยลด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ใบหน้าของเฉียนจินชานยังคงเปื้อนยิ้มไม่เปลี่ยนแปลง จากนั้นประสานมือทำความเคารพหยุนลี่จงพร้อมกล่าว “ขออภัยด้วย ข้าเสียมารยาทแล้ว…”
“ไม่เชิงหรอก” เฉียนจู่อวี้โพล่งขึ้นก่อนกล่าวหยอกล้อ “อย่างน้อยเราก็มาถูกตระกูล ที่แท้พวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกัน เรื่องนี้ตลกไม่น้อย”
ร่างกายของหยุนลี่จงนิ่งค้าง ลิ้นแข็งกระด้าง ภายในใจร้องโอดครวญไม่หยุดหย่อน ขำขันกันพอหรือยัง? เขาเสียเวลาพูดคุยและแย้มยิ้มอย่างเป็นมิตรโดยเปล่าประโยชน์มาครึ่งค่อนวัน นางกำลังทำให้เขากลายเป็นตัวตลกที่ถูกผู้คนหัวเราะเยาะ!
แม้ความโศกเศร้าและความโกรธจะจุกแน่นอยู่ที่หน้าอกจนแทบกระอักเลือด แต่ขณะนี้หยุนลี่จงไม่สามารถแสดงอาการเหล่านี้ผ่านทางสีหน้าได้ เพราะจะทำให้เสียชื่อเสียง ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงระบายยิ้มอย่างใจกว้าง
หยุนลี่จงถอนหายใจเฮือกใหญ่ จอนผมที่เคยถูกจัดทรงอย่างประณีตกลับชุ่มไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าของแต่ละคนภายในห้องนี้ช่างกระอักกระอ่วนนัก เพราะฉะนั้นพี่น้องตระกูลเฉียนจึงแสร้ง ‘ตาบอด’ ราวกับไม่รู้ไม่เห็นสิ่งใด
ทันใดนั้นชายชราพลันเอ่ยถามด้วยความงุนงง “ท่านทั้งสองมาหาเด็กน้อยเชวี่ยเอ๋อโดยเฉพาะหรือ?”
“ข้าบอกไม่ได้เจ้าค่ะ” เฉียนจู่อวี้กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ข้าเพียงรู้จักนางโดยบังเอิญ เพราะนางค่อนข้างโดนเด่นกว่าผู้อื่น ครานี้ข้าออกมาทำธุระกับพี่ชายและผ่านมาทางเรือนอันสูงส่งพอดีจึงแวะมาเยี่ยมเยียนโดยไม่ได้รับเชิญ เราล่วงเกินพวกท่านแล้ว”
ผู้เฒ่าหยุนส่งเสียง ‘อ้อ’ ออกมาสองครั้ง ขณะนี้เขาเข้าใจแล้วว่าตนเองนั้นแสดงความโง่ออกมาให้ผู้เยือนทั้งสองได้เห็นจึงลุกยืนขึ้นเรียกซานหลางที่กำลังนั่งเล่นอยู่ข้างนอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไปเรียกลุงรองของเจ้ากลับมา เร็วเข้า บอกเขาว่า…”
ริมฝีปากของผู้เฒ่าหยุนขยับสั่งการอยู่สองรอบ ซานหลางได้ยินมาว่าพวกเด็ก ๆ ที่นำทางแขกทั้งสองคนมาที่บ้านล้วนได้รับเงินรางวัลทุกคน ดังนั้นเขาจึงวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวกับลมกระโชกแรงโดยไม่รอให้ท่านปู่พูดจบ…
“หืม? ไม่ใช่ว่าคนพวกนั้นเป็นขุนนางที่พี่ใหญ่คบค้าด้วยหรอกหรือ? เหตุใดจึงต้องไปเรียกพี่รองกลับมา? เขาแยกครอบครัวของไปแล้วนี่? ต้องการให้พวกเขาย้ายเข้าไปในเมืองเพื่อใช้ชีวิตสุขสบายด้วยหรืออย่างไร?” แม่นางเฉินผู้ที่ไม่รู้เรื่องราวรู้สึกประหลาดใจ เป็นไปได้หรือไม่ว่าพี่ใหญ่จะกลับตัวกลับใจและต้องการเชื่อมความสัมพันธ์กับน้องชายอีกครั้ง?
หยุนชิ่วเอ๋อเดินชนไหล่อันหยาบกร้านของแม่นางเฉินพลางถลึงตาใส่นางก่อนเดินเข้าไปในห้องนอนของตน
แม้แม่นางจ้าวไม่ได้นั่งอยู่ในห้องโถง แต่นางก็ได้ยินเสียงของผู้เฒ่าหยุนที่ตะโกนสั่งการซานหลางอย่างชัดเจน นางไม่เข้าใจคำว่า ‘ไปเรียกลุงรองของเจ้ากลับมา’ ยิ่งนัก แต่ขณะที่กำลังจะเอ่ยถามนั้น นางเหลือบไปเห็นสีหน้าโกรธเคืองของหยุนชิ่วเอ๋อเสียก่อนจึงกลืนคำพูดเหล่านั้นลงไป
หยุนลี่เต๋อและแม่นางเหลียนกำลังทำงานอยู่ในทุ่งนา ทั้งสองได้ยินซานหลางตะโกนมาจากระยะไกล “ท่านลุงรอง ๆ มีเศรษฐีมาที่บ้านของเรา!”