ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 244 สัตว์เลือกนาย
ตอนที่ 244 สัตว์เลือกนาย
เด็กทั้งสองที่นั่งอยู่หน้าเกวียนแทบหัวคะมำหน้าทิ่มก้นล่ออีกหน พวงหางที่แกว่งไกวไปมาของล่อปัดผ่านใบหน้าของพวกเขา ขนบางส่วนปลิวเข้าจมูกจนเกือบสำลัก
“ใช่ ใช่ ใช่ โอ้ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ดีแล้ว…” หยูซื่อรีบกระตุกบังเหียนอีกครั้งและรีบหยิบผ้าขึ้นปัดฝุ่นเส้นขนบริเวณบั้นท้ายของมัน “นี่ นี่ นี่มัน เป็น เป็น เป็นสัตว์ สัตว์ สัตว์ บางครั้ง บางครั้ง บางครั้งมันก็ไม่ ไม่ ไม่ค่อย เข้าใจ เข้าใจ ภาษาคนนัก”
กะโหลกศีรษะของมันค่อนข้างใหญ่และเป็นทรงแบน ทั้งยังตั้งอยู่บนร่างกายที่มีสรีระกว้างผายและเตี้ยล่ำ รูปลักษณ์ภายนอกยิ่งมองยิ่งคล้ายคลึงกับหัวเผือกใหญ่ที่มีชีวิต หยุนเชวี่ยคาดเดาว่าแท้จริงแล้วมันควรจะมีรูปร่างสูงประมาณเจ็ดฉื่อ* แต่เนื่องจากสภาพการเจริญพันธุ์ที่ไม่สมบูรณ์ทำให้มีความสูงเพียงแค่ห้าฉื่อเท่านั้น
*ฉื่อ = หน่วยมาตราวัดของจีน โดย 1 ฉื่อเทียบเท่ากับ 23.1 เซนติเมตร หรือ 10 นิ้วจีน บางสำนักเรียกแทนเป็นหน่วยฟุตไปเลย
หลังทั้งสองจัดที่ทางให้สามารถนั่งได้อย่างสะดวกดังเดิมแล้ว หยูซื่อจึงเปล่งเสียงหัวเราะเจื่อนก่อนกระตุกบังเหียนให้ล่อเดินหน้าต่อไปด้วยความเร็วคงที่ จากนั้นจึงกล่าวต่อจากประโยคที่ค้างไว้เมื่อครู่ “ต้องการ ต้องการ ต้องการ…”
เหอยาโถวเกรงว่าเขาจะทำให้ล่อตื่นตูมอีกจึงรีบกล่าวสรุปเชื่อมโยงคำพูดให้โดยเร็ว “ท่านหมายความว่านางต้องการแต่งงานกับเศรษฐีเพื่อให้มีฐานะทัดเทียมกับตระกูลของนางมากกว่า ถูกหรือไม่?”
“ใช่ ใช่ ใช่แล้ว นี่ นี่ นี่ นี่นับเป็น อีกหนึ่ง หนึ่ง หนึ่งเหตุผล…” หยูซื่อพยักหน้ารับหลายต่อหลายครั้งและไม่ลืมที่จะกล่าวชมเชยเหอยาโถว “น้อง น้อง น้องชาย ตัว ตัว ตัวน้อย ช่าง ช่าง ช่างเข้า เข้า เข้าใจข้า ข้า ข้า เสียจริง!”
เหอยาโถวเบือนหน้าหนีก่อนหันไปกระซิบข้างหูหยุนเชวี่ย “ข้าก็เพียงคาดเดาได้ แต่เขากลับยกย่องเป็นความประทับใจใหญ่หลวงเสียอย่างนั้น…”
หยุนเชวี่ยพาดขาทั้งสองข้างลงบนรอยต่อเกวียนและพบว่าค่อนข้างสบายกว่าท่านั่งเมื่อครู่เล็กน้อย นางไม่ปริปากตอบคำใดกับเหอยาโถว สายตาจับจ้องไปยังท้ายทอยกลมมนของหยูซื่อด้วยรู้สึกเห็นใจสงสารขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เวลาเที่ยงวันคืบคลานเข้ามาเต็มที พระอาทิตย์ค่อย ๆ เคลื่อนมาอยู่เหนือศีรษะ แม้ผ่านช่วงที่อากาศอบอ้าวที่สุดไปแล้วแต่หยูซื่อซึ่งทำหน้าที่สารถีกลับมีเหงื่อไหลโซมกาย เสื้อผ้าสภาพกลางใหม่กลางเก่าเปียกโชกไปทั่วแผ่นหลัง
ถึงกระนั้นตลอดทางเขาก็ยังพล่ามไม่หยุดแม้ผ่านมาไกลเกือบครึ่งทางแล้ว เหอยาโถวนิ่งฟังและนึกลุ้นตามจนแทบกลั้นหายใจ นานครั้งจึงใช้มือลูบหน้าอกทำท่าทางคล้ายจะสำลักเพราะขาดอากาศหายใจไปชั่วขณะ
นิสัยดังกล่าวทำให้หยุนเชวี่ยตระหนักว่าเขาไม่ได้มีทักษะการฟังที่ดีเลิศเกินพิกัดและไม่ได้ยินสิ่งที่นางและเหอยาโถวพูดคุยกันด้วยเสียงกระซิบ เขาเพียงปากไม่มีหูรูดและเมื่อนึกสิ่งใดขึ้นได้ก็จะพูดพล่ามขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ในที่สุดเกวียนล่อบรรทุกสินค้าก็ผ่านเข้าไปในหมู่บ้านไป๋ซีโดยสวัสดิภาพ หยูซื่อซึ่งเอาแต่ตัดพ้อโชคชะตาอันน่าเศร้าของตนซึ่งถูกว่าที่เจ้าสาวถอนหมั้น รวมถึงวิสัยทัศน์ส่วนตัวในการเลือกคู่ครองในอนาคตพลันระงับคำพูดของตนไว้ชั่วคราว จากนั้นจึงหันมาถามลูกค้าตัวน้อยทั้งสองว่า “ให้ ให้ ให้ไป ส่ง ส่ง ส่งที่ไหน ที่ไหน ที่ไหน…”
“เดินหน้าตรงตามทางไปเรื่อย ๆ ก่อนเถิด หากถึงแล้วข้าจะชี้ให้ท่านทราบเอง” เหอยาโถวโบกมือพลางผ่อนลมหายใจยาว
“กุบกับ… กุบกับ…” เท้าทั้งสี่ของล่อเหยียบย่ำไปตามถนนลูกรังแคบ ๆ ในหมู่บ้านแถบชนบทจนเกิดเป็นฝุ่นควันตลบคลุ้งขึ้นมาเป็นระลอกไปตลอดทาง ผ่านไปครู่หนึ่งหยูซื่อจึงโพล่งขึ้นอีกครั้ง “นั่น นั่น นั่นไง นั่น บ้านของภรรยา ภรรยา ไม่สิ อดีตว่าที่ภรรยา…”
เหอยาโถวเพิ่งมีโอกาสได้พักหายใจได้ทั่วท้อง เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งเขาจึงรีบโบกไม้โบกมือเรียกให้หยูซื่อหยุดเกวียนทันที “เฮ้ เฮ้! หยุดเกวียนได้แล้ว ถึงแล้ว! นี่แหละบ้านของข้า!”
ล่อตัวนั้นไม่สนใจฟังคำสั่งของผู้อื่นที่ไม่ใช่นายตนแต่อย่างใด มันยังวิ่งเหยาะ ๆ เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง กระทั่งหยูซื่อส่งเสียงในลำคอหลายหนติดต่อกัน “ฮืม… ฮืม… ฮืม… ฮืม!” มันจึงชะลอความเร็วลงและหยุดชะงักฝีเท้า จากนั้นจึงพ่นลมออกจากจมูกเป็นเสียงฮึดฮัด
ดีจริง สัตว์ยังแสนรู้และเชื่อฟังเพียงนายของตนเท่านั้น
พวกเขากระโดดลงจากเกวียนบรรทุก ท่อนขาลามไปถึงฝ่าเท้าชาวาบเพราะนั่งในท่าเดิมเป็นเวลานานมาตลอดทาง หยูซื่อก้าวลงเหยียบพื้นดินพร้อมเหยียดยืดลำคอมองเข้าไปผ่านประตูบ้านของตระกูลเหอ ก่อนมองกลับไปยังตำแหน่งของบ้านตระกูลหยุน
“อ๊ะ อ๊ะ!” เหอยาโถวยื่นมือโบกไปมาตรงหน้าหยูซื่อ “อย่าเพิ่งทำอยากรู้อยากเห็นสิ ช่วยข้าคลายปมเชือกเหล่านี้ออกก่อน!”
“ได้ ได้ ได้ ได้…” หยูซื่อละสายตากลับมาโดยไม่ทิ้งความอาวรณ์ เขายิ้มกว้างขณะคลายเชือกที่มัดไหใบใหญ่ไว้อย่างแน่นหนา จากนั้นจึงช่วยยกไหลงจากเกวียนลงวางเรียงลงหน้าบ้านทีละใบ
“ให้ ให้ ให้ ให้ข้า ข้า ข้า ข้าช่วย ขน ขน ขนย้าย มัน มัน เข้าไป ไป ไปในบ้าน!” เขากล่าวพร้อมแยกเขี้ยวที่เป็นสีเหลืองขุ่นพร้อมพยักพเยิดไปทางบ้านตระกูลเหอ
ขณะนั้นท่านแม่ของเหอยาโถวได้เดินออกมาจากตัวบ้านพอดิบพอดี ครั้นเดินมากลางลานบ้านและพบว่ามีไหดินเผาใบใหญ่วางเรียงรายเต็มไปหมดจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตะลึงงัน ยิ่งเห็นบุรุษคนหนึ่งซึ่งไม่เคยรู้จักมักจี่แสยะยิ้มให้จึงนึกหวาดกลัวและก้าวเท้าถอยลงทันใด
ครั้นเพ่งมองดี ๆ จึงพบว่าลูกชายของตนและหยุนเชวี่ยกำลังเดินตามเข้ามาในบ้าน ท่านป้าเหอจึงตบหน้าอกผางด้วยความโล่งใจ “โอ้! ข้าเกือบร้องตะโกนเรียกหาบรรพบุรุษแล้วอย่างไรล่ะ! พวกเจ้าไปขนเอาไหเหล่านี้มาจากที่ใดมากมายรึ? ใช้สำหรับทำสิ่งใดกัน?”
“แน่นอนว่าข้าต้องซื้อมันมาสิขอรับท่านแม่” เหอยาโถวกล่าวพลางโบกมือให้อนุญาตกับหยูซื่อเพื่อให้อีกฝ่ายทยอยแบกไหย้ายเข้าไปวางในบริเวณลานบ้าน
ไหผักดองจะว่าหนักก็ไม่ถึงขั้นสองคนหาม แต่จะว่าเบาก็ไม่เชิงเสียทีเดียวเช่นกัน หยูซื่อไม่พูดพร่ำทำเพลงและเริ่มทำงานอย่างคล่องแคล่วอีกครั้ง มือข้างหนึ่งสามารถยกไหขึ้นมาได้หนึ่งไหและค่อย ๆ ขนย้ายเข้าไปวางในบ้าน
ท่านป้าเหอเป็นผู้ใหญ่ใจดีและไม่นิ่งดูดาย ครั้นเห็นว่ามีคนกำลังทำงานใช้กำลังจึงไม่คิดถามไถ่เหตุผลต่อ ทว่ารีบเข้าบ้านไปยกน้ำชามาต้อนรับเพื่อให้อีกฝ่ายดับกระหาย เมื่อไหอีกสี่ใบถูกขนย้ายเข้ามาครบแล้วท่านป้าเหอจึงยื่นให้อีกฝ่ายแทนการขอบคุณ
“ให้ ให้ ให้ ข้า ข้า ข้า และให้มัน มัน มัน…” หยูซื่อไม่เกรงใจและรับถ้วยน้ำชาขึ้นจิบสองสามอึก จากนั้นจึงชี้ไปยังล่อตัวโตพลางพูดอย่างติดอ่างเช่นเคย
ท่านป้าเหอยังคงนิ่งเงียบเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่หยูซื่อต้องการสื่อสาร
“ข้าเข้าใจแล้ว” เหอยาโถวรีบยกมือขึ้นเป็นเชิงบอกให้หยูซื่อหยุดพูดเสียก่อน ด้วยกลัวว่าผู้เป็นแม่จะกลั้นหายใจฟังเช่นเดียวกับที่ตนทำ จากนั้นจึงรีบสรุปอย่างรวบรัด “ท่านหมายความว่าต้องการให้มันได้กินน้ำสักหน่อยอย่างนั้นรึ?”
หยูซื่อพยักหน้ารับถี่รัวอีกครั้งก่อนยื่นมือออกไปเรียกให้ล่อเดินเข้ามาหา ก่อนตบสีข้างของมันสองครั้งพร้อมกล่าวยิ้ม ๆ “นี่ นี่ นี่ ใช่ ใช่แล้ว มัน มัน มันคือ น้อง น้อง น้องชาย น้องชายของข้าเอง…”
เหอยาโถวและแม่ของเขาเห็นชายร่างกำยำนับญาติกับล่อเทียมเกวียนว่าเป็นน้องชายของตนเองจึงนึกประหลาดใจและไม่พูดอะไรอีก ท่านป้าเหอหมุนตัวกลับเข้าไปในบ้านและหากระถางต้นไม้ใบใหญ่ซึ่งไม่ได้ใช้งานแล้วเพื่อทดแทนอ่างน้ำ จากนั้นจึงเทน้ำสะอาดลงไปพร้อมยกไปวางตรงหน้า ‘น้องชาย’ ของหยูซื่อ
‘น้องชาย’ ต่างสายพันธุ์ก้มหัวลงและกินน้ำในอ่างด้วยความกระหาย น้ำพ่นออกมาจากจมูกหลายหนจนเกิดเป็นฟองอากาศ หยูซื่อหรี่ตาลงและยิ้มกว้างอย่างเบิกบานใจ
“ท่านจะส่งไหอีกสิบใบที่เหลือมาที่นี่อีกครั้งเมื่อไรรึ?” หยุนเชวี่ยเอ่ยถาม
“ตอนนี้ นี้ นี้ อากาศ อากาศร้อน ร้อน ร้อน ข้า ข้า ข้าต้องพัก พัก พักกินข้าว กินข้าว กินข้าวก่อน…” หยูซื่อพยายามพูดต่อไป และคาดเดาได้อย่างไม่ยากเย็นว่าเขาต้องกล่าวคำซ้ำ ๆ ต่อไปอีกประมาณสามถึงสี่ประโยคเป็นแน่
ท่านป้าเหอเห็นอีกฝ่ายเพียรพยายามเอื้อนเอ่ยอย่างสุดความสามารถแล้วจึงนึกสงสารและรู้สึกริมฝีปากแห้งผากแทนอีกฝ่ายขึ้นมาฉับพลัน นางจึงรินน้ำชาเพิ่มให้หยูซื่ออีกถ้วยด้วยความหวังดี
“กินข้าวก่อน แล้ว แล้ว หลังมื้ออาหาร มื้ออาหาร มื้อถัดไป หลังช่วงเที่ยง เที่ยง เที่ยง ข้า ข้า ข้าจะกลับ กลับมา กลับมาส่งให้ ให้ ให้ อีก อีกครั้ง…” หยูซื่อยืนกรานจะพูดจนจบประโยคเพื่อให้ใจความครบถ้วน จากนั้นจึงก้มหน้าไปจิบชาอีกครั้งจนหมดถ้วยภายในอึกเดียว
………………………………………………………………