ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 229 พ่อหนุ่มเนื้อหอมแห่งหมู่บ้านไป๋ซี
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
- ตอนที่ 229 พ่อหนุ่มเนื้อหอมแห่งหมู่บ้านไป๋ซี
เหอยาโถวถอนหายใจ สีหน้าฉายชัดถึงความเอือมระอาและหมดหนทาง
หยุนเชวี่ยเลิกคิ้ว ดูตนเองตั้งคำถามสิ มีแม่สื่อมาถึงที่บ้านจะเป็นอื่นใดไปได้นอกเสียจากเจรจาเรื่องการสู่ขอ? พี่สาวคนโตและพี่สาวคนรองของเหอยาโถวออกเรือนไปแล้ว ส่วนพี่สาวคนที่สามทำการหมั้นหมายไว้แล้วเหลือเพียงเข้าพิธีคำนับฟ้าดิน เช่นนั้นคงเหลือเพียง…
“ยายซุนมาทาบทามการแต่งงานให้เจ้าอย่างนั้นหรือ?” หยุนเชวี่ยประหลาดใจยิ่ง ทั้งยังไม่ทันตั้งตัวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นฉับพลันเช่นนี้ เขาเป็นมิตรสหายต่างเพศที่ดีต่อนางมาโดยตลอด ผ่านไปเพียงพริบตาเจ้านี่กลับจะแต่งภรรยาเสียแล้ว
“อืม”
“นางเสนอสตรีบ้านใดบ้างล่ะ?”
“พี่ไคเฉียวจากหมู่บ้านเรา ยังมีฉวนชิ่ง เอ้อเหลียน หวังต้ายา สองพี่น้องตงเหมยและชิวจื๋อ ยังมีหญิงสาวจากหมู่บ้านอื่นอีกหลายคนเช่นกันแต่ข้าจำชื่อพวกนางไม่ได้แล้ว” เหอยาโถวเผยสีหน้าบึ้งตึง
หยุนชิ่วเอ๋อที่เพิ่งยกถ้วยชาขึ้นจิบเกือบสำลักพรวดออกมา “มากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือนี่?! เจ้าช่างเป็นชายที่โชคดีเสียจริง! แต่งงานคราแรกในชีวิตก็เจริญรอยตามองค์จักรพรรดิเสียแล้ว หากเป็นข้าจะฉวยโอกาสเปิดฮาเร็มเสียเลย!”
“หยุดพูดจาประชดประชันเสียทีเถอะน่า” เหอยาโถวเกาศีรษะอย่างกลัดกลุ้ม “ข้ากังวลจะตายอยู่แล้ว!”
“มัวกังวลไปไยกัน?” หยุนเชวี่ยเอียงศีรษะและยังส่งยิ้มอย่างยินดีให้เขา “ข้าคิดว่าพี่ไคเฉียวและสองพี่น้องตงเหมย ชิวจื๋อนั้นสะสวยไม่น้อยทีเดียว หากได้แต่งงานจริงนับว่าเป็นพรของเจ้าแล้ว”
“เหตุใดจึงบอกว่าเป็นพรของข้า ตัวข้าเองใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่เสียหน่อย” เหอยาโถวเสยผม “ต่อให้ข้ารูปงาม จะให้ข้าแต่งภรรยาเข้าบ้านพร้อมกันหลายคนได้อย่างไร?”
“เหตุใดจะทำเช่นนั้นไม่ได้เล่า? ดูอย่างนายท่านตระกูลหลิวสิ เขาสามารถแต่งภรรยาถึงหกคนให้ช่วยกันดูแลงานบ้านงานเรือนเลยเชียว” หยุนเชวี่ยยิ้มกว้างพลางตบไหล่เหอยาโถวอย่างจริงจัง “เจ้าเองก็ทำเช่นนั้นได้!”
“ข้าโมโหเจ้าแล้ว!” เหอยาโถวสะบัดไหล่หนี “หากเรื่องยุ่งยากไม่ร่วงหล่นทับหัวบ้าง เจ้าคงไม่เข้าใจหรอกว่ามันน่ากลัดกลุ้มเพียงใด! ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะอาสะใภ้สามของเจ้าทั้งนั้น…”
“คนเช่นเจ้าคงเป็นบุรุษอิ่มทิพย์ไม่รู้จักความหิวโหย สตรีงามเกือบทั้งหมู่บ้านต่างหมายปองในตัวเจ้า ทำให้เล่าชายโสดในหมู่บ้านต้องผิดหวังกันเป็นแถบ!”
คำพูดของหยุนเชวี่ยเป็นความจริง หมู่บ้านไป๋ซีมีบุรุษและสตรีวัยแรกรุ่นเพียงไม่กี่คน ยิ่งผู้ที่อายุไล่เลี่ยกับพวกเขายิ่งมีน้อยนัก ในบรรดาบ้านที่มีบุตรสาวหน้าตาหมดจดงดงามและเพียบพร้อมล้วนต้องการแต่งงานกับตระกูลที่ดีทั้งสิ้น ดังนั้นคนหนุ่มสาวเหล่านั้นที่มีฐานะปานกลางเมื่อถึงวัยแต่งงานจึงทำได้เพียงส่งคนไปเจรจาสู่ขอ หากมีฐานะยากจนเกรงว่าทั้งชีวิตคงไม่อาจแต่งภรรยาได้
ในหมู่บ้านของพวกเขามีครอบครัวอยู่ประมาณสามถึงสี่บ้านที่มีลูกชายอายุสิบเจ็ดย่างสิบแปดปีซึ่งยังไม่แต่งงาน ทั้งยังมีน้องสาวอีกหนึ่งคน พ่อและแม่ของเขากําลังวางแผนขายลูกสาวอายุที่มีเพียงแปดขวบให้ไปเป็นลูกสะใภ้ของอีกบ้านหนึ่ง จากนั้นค่อยนำเงินค่าสินสอดไปสู่ขอสตรีจากหมู่บ้านอื่นมาเป็นสะใภ้ให้ลูกชาย เมื่อหยุนเชวี่ยได้ยินเรื่องนี้ก็รู้สึกตระหนกยิ่ง… มาถึงจุดที่ต้องขายลูกสาวแลกลูกสะใภ้กันแล้วหรือ!
“ผู้ใดต้องการกัน!” เหอยาโถวฟุบหน้าลงกับโต๊ะราวไร้กระดูกสันหลัง “หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรข้าก็ไม่แต่งภรรยา! ต่อให้คนผู้นั้นเป็นเจ้าข้าก็ไม่แต่ง! ข้าจะทุบเจ้าให้ตายตกไปเสีย!”
“ตระกูลเหอมีเจ้าเป็นลูกชายเพียงคนเดียว ถึงเวลานั้นแม้เจ้าไม่ยินยอม เกรงว่าพ่อแม่ของเจ้าก็คงจับเจ้ามัดไว้และโยนเข้าไปห้องหอจนได้ ฮ่าฮ่าฮ่า!” หยุนเชวี่ยเห็นใบหน้านิ่วคิ้วขมวดของเหอยาโถวจึงหัวเราะขบขัน
เหอยาโถวยกมือกุมศีรษะก่อนโขกเข้ากับโต๊ะและกลิ้งถูไถไปมา แม้อยากร้องไห้เพียงใดทว่าน้ำตากลับไม่ไหลลงแม้แต่หยดเดียว ผ่านไปครู่ใหญ่จึงเงยหน้าขึ้นสบตาหยุนเชวี่ยอย่างน่าสงสาร “เชวี่ยเอ๋อ ข้าวานเจ้าไปส่องจากทางประตูบ้านให้ทีเถิดว่ายายแก่แร้งทึ้งผู้นั้นจากไปแล้วหรือยัง”
“ดูคำพูดคำจาของเจ้าสิ!” หยุนเชวี่ยเหลือบมองค้อนขณะตำหนิอย่างไม่จริงจัง “นางไม่ได้มากินตับของเจ้าเสียหน่อย”
“รีบไปเถอะ ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นี่…” เหอยาโถวรีบผลักหยุนเชวี่ยออกไปทางประตู
ผ่านไปเพียงชั่วครึ่งก้านธูป หยุนเชวี่ยจึงเดินย้อนกลับมา
“เป็นอย่างไรบ้าง? นางกลับไปแล้วใช่หรือไม่?”
หยุนเชวี่ยส่ายหน้า
“ยายเฒ่านี่รับเงินจากบ้านอื่นมาไม่รู้ตั้งเท่าไรแล้ว ยังโลภหวังเรี่ยไรเอาจากครอบครัวของข้าอีก! นางพูดพล่ามยาวจนน้ำลายแตกฟองเช่นนี้คงไม่เหนื่อยหรอก ท่านแม่และท่านย่าต่างหากที่เหนื่อยจะฟัง!” เหอยาโถวทุบกำปั้นลงบนโต๊ะ
“ไม่ใช่เช่นนั้นเสียหน่อย ข้าเห็นรอยยิ้มกระทั่งรอยตีนกาบนใบหน้าท่านย่าของเจ้า ทั้งยังเจรจากันอย่างออกรสทีเดียวเชียว!” หยุนเชวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“จริงรึ?”
“ข้าจะโกหกเจ้าได้อย่างไร แม้แต่ท่านป้าเหอและพี่เซียงเอ๋อยังดูยินดีไม่น้อย”
เหอยาโถวรู้สึกหมดอาลัยตายอยากขึ้นมาทันที “จบแล้ว! จบสิ้นแล้ว! หากพวกเขาจับข้าแต่งงานจริงหรือ เชวี่ยเอ๋อ… เจ้าคิดว่าข้าควรทำอย่างไรดี?!”
“นั่นไม่ใช่เรื่องยากเสียหน่อย หากเจ้าไม่ต้องการแต่งงานจริงก็จงบอกท่านป้าเหอไปตามตรงว่าเจ้าไม่พึงใจผู้ใดทั้งนั้น และไม่ประสงค์จะแต่งงานกับพวกนางอย่างเด็ดขาด” หยุนเชวี่ยเสนอ “อีกอย่างเจ้าไม่ใช่สตรีเสียหน่อย จะกังวลไปด้วยเหตุใดกัน?”
“เช่นนั้น หากท่านแม่ย้อนถามว่าข้าต้องการภรรยาเช่นไร ข้าควรตอบท่านอย่างไรดี?” เหอยาโถวแลบลิ้นฝีปากขณะเอ่ยถามหยุนเชวี่ย
“แล้วเจ้าชอบคนเช่นไรล่ะ?” หยุนเชวี่ยถามกลับ
เหอยาโถวหลุบเปลือกตาลง เขานิ่งเงียบไปพักใหญ่ สองมือประสานกันและใช้นิ้วหัวแม่มือลูบวนไปมาเป็นวงกลมด้วยความประหม่าเล็กน้อย ฟันบนเคลื่อนไปขบริมฝีปากล่าง ไม่นานจึงเผยอออกราวต้องการพูดบางสิ่งทว่าหยุดชะงักไว้ได้ทัน
หยุนเชวี่ยเอียงคอสังเกตท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของอีกฝ่าย จากนั้นจึงเอ่ยหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง “เจ้าหมายความว่า…”
“เชวี่ยเอ๋อ ข้า…”
ทั้งสองกล่าวออกแทบจะพร้อมกัน หยุนเชวี่ยหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง “เจ้าพูดก่อน”
เหอยาโถวลุกขึ้นไปงับบานหน้าต่างปิดก่อนเดินไปลงกลอนประตูอย่างแน่นหนาและกลับมานั่งที่เดิมอีกครั้ง คราวนี้เขากดเสียงลงต่ำจนเบาหวิว นิ้วมือกำเข้าหากันแน่นแสดงถึงความวิตกเป็นอย่างยิ่ง “เชวี่ยเอ๋อ หากข้าบอกเจ้าแล้ว เจ้าห้ามนำไปเล่าให้ผู้อื่นฟังเด็ดขาด…”
หยุนเชวี่ยพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“ข้า…” เหอยาโถวกลืนน้ำลายด้วยความประหม่า จากนั้นจึงเริ่มกล่าวอย่างติดขัด “ขะ… ข้า… ความจริงแล้วข้าชอบ… ชอบ… พี่สือยวิน” ‘พี่สือยวิน’ ซึ่งเป็นคำสุดท้ายแผ่วเสียจนเกือบไม่ได้ยิน กล่าวจบแล้วใบหน้าของเหอยาโถวพลันแปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำจนถึงโคนหู เขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นด้วยซ้ำ
หยุนเชวี่ยไม่ปริปากเอ่ยคำใด นางไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องผิดแปลกเพราะเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่อาจหักห้าม ทว่านางไม่เคยพานพบปัญหาหัวใจที่ซับซ้อนเช่นนี้มาก่อน จึงไม่รู้ว่าควรให้คำแนะนำอีกฝ่ายอย่างไรดี
ทั้งสองนั่งนิ่งไม่สนทนากันอยู่เป็นเวลานาน
ผ่านไปครู่ใหญ่เหอยาโถวก็เริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป ใบหน้าของเขาแดงก่ำราวทำเรื่องที่ผิดพลาดร้ายแรงลงไป สายตาที่ชำเลืองมองหยุนเชวี่ยอ่อนระโหยโรยแรง “เชวี่ยเอ๋อ เจ้าจะไม่พูดสิ่งใดหน่อยหรือ?”
“ข้า…” หยุนเชวี่ยขยับริมฝีปาก “ข้าต้องพูดอะไรล่ะ?”
สีหน้าเหอยาโถวยิ่งลนลานขึ้นกว่าเก่าหลายเท่า “เชวี่ยเอ๋อ เจ้าว่าข้าผิดปกติหรือไม่? บุรุษทุกคนล้วนต้องการแต่งภรรยาทว่าข้ากลับไม่ต้องการ ข้าไม่พึงใจในตัวสตรีงามเหล่านั้นแม้แต่น้อย แต่ข้า…”
มือทั้งสองของเขาขยำชายเสื้อแน่นจนข้อต่อกระดูกแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวด้วยไม่มีความกล้าพอจะพูดประโยคนั้นออกมาอีก เขาเติบโตมาในหมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่เคยร่ำเรียนวิชา หนังสือหรือก็อ่านไม่ออกแม้แต่ตัวเดียว หากเดินทางสถานที่ที่ไกลที่สุดเป็นเพียงมณฑลใกล้เคียง ถึงกระนั้นเขาย่อมรู้แก่ใจว่าความรู้สึกนี้ผิดจากสามัญ ทั้งยังเป็นเรื่องพินาศในสายตาคนทั่วไป ดังนั้นเขาจึงรอคอยคำตอบจากหยุนเชวี่ยด้วยความกระตือรือร้นเป็นพิเศษ
“เหออวี้…” หยุนเชวี่ยรีบเอื้อมมือไปลูบหลังเหอยาโถวเพื่อปลอบประโลม “อย่าคิดเหลวไหลไปเลย เจ้าไม่ได้ผิดปกติอย่างไรเสียหน่อย ข้าเข้าใจเจ้าดี ส่วนเรื่องที่ไม่ต้องการแต่งภรรยา… อันที่จริงแล้วปีนี้เจ้าเพิ่งอายุเพียงสิบสี่ปีไม่ควรรีบร้อนนัก รอดูต่อไปอีกสักหน่อย ไม่แน่ว่าประมาณสองหรือสามปีข้างหน้าเจ้าอาจเปลี่ยนใจอยากแต่งงานขึ้นมาอีกหน จริงหรือไม่?”
………………………………………………………..