บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 219 ดูนั่นสิ!

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  4. ตอนที่ 219 ดูนั่นสิ!
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

“ข้านำบางสิ่งมา ณ ที่นี้ด้วย เชิญใต้เท้าทั้งสองโปรดตรวจสอบ” หยุนเชวี่ยหยิบห่อกระดาษขนาดเล็กออกมาจากอกเสื้อและถือไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง จากนั้นจึงก้าวไปด้านหน้าและยื่นให้กับเจ้าเมือง

“นี่คือสิ่งใด?” เจ้าเมืองรับห่อกระดาษมาเปิดดูด้วยความสงสัย จากนั้นจึงใช้ปลายนิ้วแตะขึ้นมาตรวจดู “นี่เป็นเพียงเกลือธรรมดามิใช่หรอกหรือ?”

บิดาของเจ้าอ้วนเฉียนได้ยินเช่นนั้นจึงใช้ปลายนิ้วแตะขึ้นมาลิ้มรสบ้าง “เค็มเช่นนี้ต้องเป็นเกลืออย่างแน่นอน สาวน้อยเจ้านำสิ่งที่มีทุกครัวเรือนมาให้ข้าเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”

“ถูกแล้วเจ้าค่ะ มันคือเกลือ เป็นสิ่งที่ชาวบ้านทุกครัวเรือนต้องมีและขาดแคลนไม่ได้เลยเชียว”หยุนเชวี่ยจงใจทวนคำแฝงนัย จากนั้นจึงหันไปทางเหอยาโถว

เหอยาโถวเข้าใจทันทีจึงหยิบห่อกระดาษออกมาจากแขนเสื้อและมอบให้แก่เจ้าเมือง “รบกวนใต้เท้าทั้งสองท่านช่วยแยกแยะความแตกต่างระหว่างเกลือทั้งสองถุงนี้ได้หรือไม่?”

เจ้าเมืองเห็นเช่นนั้นจึงเกิดความใคร่รู้มากขึ้น เขาเปรียบเทียบห่อกระดาษบรรจุเกลือในมือตนเองและในมือของบิดาเจ้าอ้วนเฉียนอยู่ครู่ใหญ่ก่อนตัดสินว่า“ทั้งสองห่อเป็นเกลือที่พบได้ทั่วไปตามท้องตลาด หากต้องการถามถึงความแตกต่างเห็นทีคงเป็นความบางของกระดาษห่อกระมัง”

เจ้าอ้วนเฉียนรู้สึกสงสัยไม่น้อย เขาโน้มตัวลงไปพิจารณาโดยละเอียดบ้างก่อนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “จริงด้วยขอรับ ห่อกระดาษชิ้นนี้บางกว่า ทั้งยังสะอาดและโปร่งแสง เชวี่ยเอ๋อ สองสิ่งนี้แตกต่างกันอย่างไรแน่?”

ข้อสังเกตนั้นกระตุ้นความสนใจจากทุกคน หยุนเชวี่ยหันมองหน้าเหอยาโถวพร้อมเผยรอยยิ้มกว้าง จากนั้นจึงอธิบายต่ออย่างใจเย็น“นั่นเป็นเพราะเกลือในห่อของเหอยาโถวซื้อมาจากร้านค้า ส่วนเกลือในห่อกระดาษข้าสกัดมาจากหิน”

เจ้าเมืองตกตะลึงทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น บิดาของเฉียนเสี่ยวปังก็แสดงออกด้วยท่าทีคล้ายกัน ส่วนต้าจี๋และสาวใช้หงหลิงที่ยืนอยู่ไม่ห่างเผยสีหน้าประหลาดใจราวไม่เชื่อหู

“เชวี่ยเอ๋อ เจ้าต้องการบอกว่าเจ้าสามารถสกัดเกลือจากหินได้อย่างนั้นรึ?” เจ้าอ้วนเฉียนเอ่ยถามย้ำให้มั่นใจอีกครั้งด้วยเกรงว่าตนอาจหูฝาดไป

“ใช่ บนภูเขาด้านหลังหมู่บ้านไป๋ซีของเรามีหินชนิดพิเศษอยู่ชนิดหนึ่ง ลักษณะคล้ายคลึงกับแร่ทองที่สามารถถลุงได้ หรือแร่เหล็กซึ่งสามารถหลอมเป็นเหล็กกล้า หินชนิดนี้สามารถผลิตเกลือได้จริง”หยุนเชวี่ยกล่าวอย่างจริงจัง“ใต้เท้าจงและใต้เท้าเฉียนจะเห็นว่าเกลือที่ละเอียดและสะอาดกว่านั้นมาจากหิน เพราะผ่านการตกตะกอนและกลั่นกรองสิ่งสกปรกออกไปก่อนแล้วจึงมีความบริสุทธิ์มากขึ้น”

“นี่…”เจ้าเมืองตะลึงงันเมื่อรู้ว่าสามารถสกัดเกลือจากหินได้ ข่าวนี้ทำลายปรัชญาสารพันที่เคยร่ำเรียนมาในฐานะบัณฑิตไปเสียสิ้น แม้ผ่านไปครู่ใหญ่เขาก็ยังนิ่งเงียบด้วยไม่รู้ว่าควรเอ่ยสิ่งใดดี

เมื่อเปรียบเทียบแล้วแม้ว่าผู้ช่วยนายอำเภอเฉียนจะไม่มีความรู้สูงส่งเท่า ทว่ายังมีความเฉียบแหลมเยี่ยงพ่อค้าเป็นพรสวรรค์แต่กำเนิดจึงรีบเอ่ยถาม“สิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริงหรือ? มีหลักฐานหรือไม่?”

“ใต้เท้าทั้งสอง แม้ว่าหยุนเชวี่ยจะเป็นเพียงเด็กหญิงจากชนบท ทว่าคำพูดที่กล่าวมาล้วนเป็นความจริง ทั้งยังเกี่ยวพันกับราชสำนักและเป็นเรื่องใหญ่ของราษฎร หยุนเชวี่ยไม่บังอาจพูดจาเหลวไหล” หยุนเชวี่ยเอ่ยตอบอย่างถ่อมตนทว่าแฝงไปด้วยความมั่นใจยิ่ง

ระหว่างนั้นเหอยาโถวจึงวางตะกร้าบรรจุหินเกลือที่สะพายมาจากภูเขาหลังหมู่บ้านลงตรงหน้าเจ้าเมืองและผู้ช่วยนายอำเภอเฉียน ทั้งสองก้มหยิบมันขึ้นมาคนละชิ้นโดยไม่ได้นัดหมายก่อนหรี่ตาลงพินิจอย่างถี่ถ้วน

“นี่คือหินเกลือจากถ้ำบนภูเขาหลังหมู่บ้านของพวกเรา ข้าขอเรียกว่าเหมืองเกลือนะเจ้าคะ”หยุนเชวี่ยกล่าว“หากใต้เท้าสงสัยว่าหินเกลือนี้สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเกลือได้อย่างไร โปรดให้ความกรุณาข้าได้ยืมครัวเสียหน่อย และรบกวนเตรียมค้อนเล็กไว้ให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ”

ใต้เท้าจงรีบโบกมือ“ไปจัดการตามที่นางต้องการเสีย”

บริเวณด้านหลังที่ว่าการเจ้าเมือง หยุนเชวี่ยและเหอยาโถวนั่งยอง ๆ บนพื้นปูนและค่อย ๆ ใช้ค้อนทุบเข้าที่หินเกลืออย่างอดทนกระทั่งมันแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

เจ้าเมืองและผู้ช่วยนายอำเภอเฉียนชะเง้อสังเกตการณ์โดยตลอด พวกเขาหันไปกระซิบกระซาบกันอยู่หลายครั้งสลับกับมองความคืบหน้าเป็นครั้งคราว ประเดี๋ยวก็ขมวดคิ้วมุ่น… ประเดี๋ยวกลับเผยสีหน้าพึงใจ

ส่วนเจ้าอ้วนเฉียนไม่อาจระงับความสงสัยได้จึงเดินเข้าไปนั่งยอง ๆ ข้างหยุนเชวี่ยพลางเอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้น“เชวี่ยเอ๋อ… เชวี่ยเอ๋อ หินเหล่านี้สามารถแปรรูปเป็นเกลือได้จริงหรือ? ขอข้างลองบ้างสิ!”

“แม้แต่เจ้าก็ไม่เชื่อคำข้าอย่างนั้นรึ?”หยุนเชวี่ยยื่นค้อนในมือให้เขาและปัดฝุ่นตามฝ่ามือออก

“มิใช่เช่นนั้น เพียงแต่ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนจึงรู้สึกฉงนสนเท่ห์ไม่น้อย!” เจ้าอ้วนเฉียนแสดงท่าทางกระปรี้กระเปร่า“หินกินได้ จะไม่นึกแปลกใจได้อย่างไรกัน?”

“จะเป็นเรื่องน่าประหลาดใจอย่างไรเล่า?”หยุนเชวี่ยหัวเราะ“แม้แต่หมอแผนจีนยังรู้จักสรรหาวัสดุมาฝนเป็นโอสถหลายขนาน ไม่ว่าจะเป็นสงหวง* เปี๋ยเจียะ* หลูกันสือ* ตัวยาเหล่านี้ล้วนสกัดด้วยวิธีการสะตุ* ทั้งสิ้นมิใช่หรือ?”

*สงหวง = คนไทยรู้จักกันในชื่อหรดาลแดง เป็นแร่ชนิดหนึ่งประกอบด้วยกำมะถันและสารหนู นิยมใช้ถอนพิษต่าง ๆ

*เปี๋ยเจียะ = คนไทยเรียกดินเหลือง เป็นสมุนไพรจีนที่ใช้ส่วนกระดองมาทำเป็นยา มีคุณสมบัติลดหยางกำเริบและสลายเนื้องอก

*หลูกันสือ = รู้จักกันดีในชื่อคาลาไมน์ พบในแร่ธาตุจากธรรมชาติ มีคุณสมบัติบรรเทาพิษ สมานแผล และแก้คัน

*การสะตุ = เป็นกรรมวิธีแปรรูปลักษณะแร่วัตถุเช่น เกลือ สารส้ม ให้เป็นผงบริสุทธิ์โดยวิธีทำให้ร้อนจัดด้วยไฟ เพื่อให้สิ่งสกปรกหรือพิษที่ไม่ต้องการสลายไป

“เชวี่ยเอ๋อ เจ้ารู้เรื่องเหล่านี้ด้วยหรือ?!”เจ้าอ้วนเฉียนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง นี่หรือสาวชนบทที่ผู้คนต่างดูถูกว่ามีความรู้ต่ำต้อย!

อาจารย์ที่ตระกูลเฉียนเชิญมาให้สั่งสอนตำราแก่เฉียนเสี่ยวปังนั้นมีความรู้สูงส่ง ลูกศิษย์เช่นเขามีความปราดเปรื่องด้านการศึกษาเป็นยิ่งทั้งยังร่ำรวยไม่น้อย ถึงกระนั้นเขารู้จักแต่เพียงสี่ตำราห้าคัมภีร์เท่านั้น ทว่าหยุนเชวี่ยซึ่งไม่มีโอกาสได้เขียนอ่านทั้งวันกลับรู้กระบวนวิธีสกัดโอสถเก้าชุด รู้ตำรับยาจีน ทั้งยังสามารถแปรธาตุจากหินเป็นเกลือได้อีกด้วย!

“ข้าความจำดีประมาณหนึ่งน่ะ เพียงได้ยินผู้คนพูดคุยกันผ่าน ๆ ข้าก็จดจำได้แล้ว” หยุนเชวี่ยตระหนักว่าลืมตัวจึงอธิบายเลี่ยงไป

เจ้าอ้วนเฉียนได้ยินเช่นนั้นแล้วถึงขั้นตีอกชกหัวตนเองด้วยไม่อยากเชื่อแม้เห็นกับตาได้ยินกับหู นางคือเด็กอัจฉริยะอย่างแท้จริง! กลับกันหากเขามีพรสวรรค์เช่นนี้คงไม่ต้องเป็นกังวลด้านการสอบจอหงวนแต่อย่างใด!

“เชวี่ยเอ๋อ!” เจ้าอ้วนเฉียนถอนหายใจ “หากเจ้าเป็นเด็กชายแล้วละก็คงสามารถศึกษาเล่าเรียนได้ ในอนาคตเจ้าจะต้องมีความสามารถสูงส่ง อย่าว่าแต่เป็นขุนนางทั่วไปเลย… อาจก้าวหน้าถึงขั้นอัครเสนาบดีก็เป็นได้!”

หยุนเชวี่ยรู้สึกไม่พึงใจนักเมื่อได้ยินเช่นนั้น“เหตุใดเล่า? เจ้าคิดว่าสตรีไร้ความสามารถที่จะเขียนอ่านหรือแม้แต่มีอนาคตรุ่งโรจน์กระนั้นรึ?”

“ไม่ใช่ ไม่ใช่! ข้าไม่ได้หมายความว่าเช่นนั้นเสียหน่อย!”เจ้าอ้วนเฉียนตระหนกเมื่อคิดว่าตนอาจกล่าวสิ่งใดผิดพลาด จากนั้นจึงโบกมือพร้อมโคลงศีรษะ “เชวี่ยเอ๋อ ข้าต้องขอโทษที่พลั้งปากไป ทว่าตอนนี้ยังไม่สายไปเสียทีเดียว หากเจ้าใคร่ร่ำเรียนก็จงมาพบข้าที่จวน และให้ท่านอาจารย์สั่งสอนเจ้าพร้อมกับข้า!”

เจ้าอ้วนเฉียนร้อนรนเป็นอย่างยิ่ง ทว่าหยุนเชวี่ยกลับส่ายหน้าโดยไม่เสียเวลาคิดให้มากความ“ข้าไม่เรียนหรอก แม้ร่ำเรียนไปก็ไม่อาจเข้าร่วมการทดสอบใด ๆ ได้ อีกประการหนึ่ง… เจ้ามิได้ขัดสนเรื่องปากท้องเสียหน่อย ข้าต่างหากที่ยังต้องหาเลี้ยงครอบครัว!”

ในฐานะที่หยุนเชวี่ยเคยเป็นหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในแผนกวิศวกรรม สี่ตำราห้าคัมภีร์อันประณีตในยุคนี้เป็นสิ่งที่นางไม่สนใจศึกษาแม้แต่น้อย อีกทั้งการเป็นบัณฑิตผู้เปี่ยมด้วยสง่าราศีไม่อาจส่งเสริมให้หาเงินได้โดยง่าย

นักปราชญ์ต่อให้ไร้ประโยชน์อย่างไรก็ยังคงเป็นนักปราชญ์ หากบัณฑิตไม่อาจสอบรับราชการขุนนางได้แม้สักตำแหน่งอาจถูกขนานนามว่าเป็นบัณฑิตตกยาก ตรงกันข้ามหากบุคคลใดเริ่มต้นความสำเร็จจากการเป็นพ่อค้าเศรษฐี ทั้งยังสามารถเขียนอ่านมีความรู้แตกฉาน คนผู้นั้นจะถูกขนานนามว่า‘เถ้าแก่ขงจื๊อ’

“นั่นก็สมเหตุสมผลเช่นกัน” เจ้าอ้วนเฉียนผ่อนลมหายใจออกอย่างนึกเสียดาย“เจ้าคงไม่รู้ว่าท่านพ่อของข้าน่ะเป็นถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในวงราชการ ข้ามีพี่ชายอยู่สองคน ทว่าพวกเขากลับไม่สนใจด้านการศึกษาเอาเสียเลย ดังนั้นความหวังทั้งชีวิตของท่านจึงตกอยู่กับข้า!”

ครั้นกล่าวจบเขาจึงเผยสีหน้าจนปัญญา

“เจ้าไม่ชมชอบการอ่านเขียนกระนั้นรึ?”หยุนเชวี่ยเอ่ยถาม ตามความเข้าใจของนางที่มีต่อเฉียนเสี่ยวปังแล้ว แม้เจ้าหมอนี่จะมีอุปนิสัยเย่อหยิ่งทั้งยังอวดความมั่งมีอยู่เป็นนิจ แต่เบื้องหลังแล้วกลับได้รับการอบรมสั่งสอนเป็นอย่างดีเยี่ยม ทำให้มีความเป็นสุภาพบุรุษสูงส่ง ทั้งยังมีพรสวรรค์มากล้นตั้งแต่วัยเยาว์

“ไม่เชิงเสียทีเดียว…” เจ้าอ้วนเฉียนส่ายหน้า“บ่อยครั้งที่ข้ารู้สึกเบื่อหน่ายและไม่ต้องการรับราชการเป็นขุนนาง ข้าไม่ต้องการเป็นเหมือนใต้เท้าจงที่ยุ่งอยู่กับกองเอกสารตลอดทั้งวัน มันไม่น่าอภิรมย์เลยสักนิด…”

“หากเจ้าไม่ใคร่เป็นขุนนาง เช่นนั้นในอนาคตเจ้าใคร่ประกอบอาชีพใดล่ะ?” หยุนเชวี่ยตั้งคำถาม “เป็นเช่นเดียวกับบิดาของเจ้างั้นรึ? เศรษฐีใหญ่ผู้มั่งคั่งและมีเมตตา?”

…………………………………………………………..

  

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 219 ดูนั่นสิ!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

browniee.onlinee1811d354
เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นภรรยาคนโปรดของหัวหน้ากองพัน
2026-06-29
137d8w
แม่ปากร้ายยุค​ 80 [八零辣妈飒爆了]
2024-12-29
novelpdf-039
ฝืนชะตาชายาอสูร
2023-03-24
novelpdf-061
หวนคืนชะตาแค้น
2023-11-02

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน