แม่ปากร้ายยุค 80 [八零辣妈飒爆了] - ตอนที่ 1197 ตอนพิเศษบทที่ 3 อุบัติเหตุทางรถยนต์
- Home
- All Mangas
- แม่ปากร้ายยุค 80 [八零辣妈飒爆了]
- ตอนที่ 1197 ตอนพิเศษบทที่ 3 อุบัติเหตุทางรถยนต์
ตอนที่ 1197 ตอนพิเศษบทที่ 3 อุบัติเหตุทางรถยนต์
แม้ว่าพ่อแม่ของเขาจะมีความสุข แต่ในฐานะผู้ชายแล้ว อู๋เสี่ยวเจี๋ยนก็ยังคงไม่มีความสุขเล็กน้อยหลังจากรู้ว่าภรรยามีชู้
หลินเพ่ยในสายตาของอู๋จินกุ้ยและภรรยาตอนนี้คือเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งที่จะฉุดรั้งครอบครัวขึ้นจากความยากจน
แล้วลูกชายโง่เขลาของพวกเขากล้าดีอย่างไรถึงแสดงสีหน้าเศร้าหมองต่อหน้าหญิงสาว?
หลินเพ่ยไม่ใช่หลินม่าย
หลินม่ายหญิงโง่นั่นรู้เพียงว่าต้องดีกับลูกชายอย่างไร แต่หลินเพ่ยรู้วิธีหลอกใช้ลูกชายของพวกเขา
ตอนนี้หลินเพ่ยเต็มใจกลับมาหาตระกูลอู๋ หากไม่ใช่เพราะอายุมากขึ้นและต้องการบ้านซุกหัวนอน คนอย่างหล่อนจะกลับมาหาอู๋เสี่ยวเจี๋ยนได้อย่างไร?
ลูกชายของพวกเขากำลังแสดงสีหน้าไม่พอใจ หากหลินเพ่ยโกรธและจากไปพร้อมกับหลานชายอีกครั้งจะทำอย่างไร?
หล่อนมีเงินในกำมือ ทำไมหล่อนต้องกลัวที่จะหาผู้ชายดี ๆ สักคนไว้พึ่งพา? แต่กลับยืนกรานที่จะอยู่กับลูกชายพิการของพวกเขา
อู๋จินกุ้ยและเหยาชุ่ยฮวาดุด่าลูกชายเนรคุณและพยายามให้เหตุผลกับเขา จากนั้นอู๋เสี่ยวเจี๋ยนจึงยกอคติออกไปและเริ่มเข้าใจมากขึ้น
ในฐานะผู้ชาย ตราบใดที่คุณเปิดใจกว้าง ก็ไม่สำคัญว่าคุณจะเป็นสามีที่ภรรยามีชู้ใช่ไหม?
ไม่กี่วันต่อมา หลินเพ่ยบอกว่าหล่อนกำลังจะกลับกวางตุ้ง ที่หล่อนกลับมาครั้งนี้เพราะต้องการจ่ายเงินคืนและขอขมาอู๋จินกุ้ยกับเหยาชุ่ยฮวา
อย่างที่สองคือให้เสี่ยวเจี๋ยนไปที่กวางตุ้งกับหล่อน เขาจะทำงานเป็นพนักงานในบริษัทของชายชราที่สนับสนุนหล่อน และรับส่วนแบ่งเงินเดือนของหล่อน
หล่อนต้องการพาครอบครัวตระกูลอู๋ไปยังโรงพยาบาลผู่จี้ในเมืองเพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อนออกเดินทาง หล่อนอยากมั่นใจว่าทุกคนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี จากนั้นจะพาอู๋เสี่ยวเจี๋ยนไปกวางตุ้งโดยไม่ต้องกังวล
อู๋จินกุ้ยและภรรยาค่อนข้างประทับใจ ไม่มีลูกคนไหนสนใจพวกเขาเท่ากับหลินเพ่ยแล้ว นั่นแสดงให้เห็นว่าหล่อนเปลี่ยนแนวคิดและไม่ใช่ผู้หญิงขี้แพ้อีกต่อไป
แต่น้องสาวอู๋เสี่ยวเจี๋ยนสับสนเล็กน้อย
หลินเพ่ยอยากให้พ่อแม่ตรวจร่างกายย่อมไม่แปลก แต่มันไม่สมเหตุสมผลเลยที่หล่อนจะอยากให้พวกเขาประทับใจ เพราะอย่างไรหล่อนก็เป็นลูกสะใภ้ที่แท้จริงของครอบครัว
หล่อนไม่จำเป็นต้องเอาใจพวกเขา!
แต่ทุกคนในตระกูลอู๋เป็นประเภทที่จะไม่พลาดผลประโยชน์จากข้อเสนอที่ดี แม้จะมีข้อสงสัยบางประการ แต่พวกเขาก็ไปตรวจสุขภาพด้วยกันอย่างพร้อมเพรียง
เดิมทีตกลงกันไว้ว่าหลินเพ่ยจะพาอู๋เสี่ยวเจี๋ยนไปกวางตุ้งคนเดียว แต่เมื่อผลการตรวจสุขภาพออกมา หล่อนก็เสนอให้พาอู๋เสี่ยวเถาไปด้วยเพื่อหางานผ่านชายชราผู้มั่งคั่ง
อู๋เสี่ยวเถารู้สึกอิจฉาอย่างมากเมื่อเห็นหลินเพ่ยถูกชายชรารับเลี้ยงดู
หล่อนอายุน้อยกว่าหลินเพ่ยและยังสวยกว่า หากหลินเพ่ยสามารถรับการสนับสนุนจากคนอื่น เช่นนั้นหล่อนก็มีโอกาสยิ่งกว่าเมื่อไปถึงกวางตุ้ง
ดังนั้นแม้ครอบครัวจะต่อต้านอย่างรุนแรง หล่อนก็ยืนกรานที่จะติดตาม “พี่ชายและพี่สะใภ้” ไปที่กวางตุ้งเพื่อดูว่าจะหาคนมาอุปถัมภ์ได้เช่นกันหรือไม่
หลินเพ่ยรักษาคำพูดของหล่อนตามที่คาดการณ์ไว้ หลังจากกลับไปกวางตุ้งและพูดคำหวานใส่ชายชราผู้มั่งคั่ง เขาก็ตอบตกลงที่จะให้อู๋เสี่ยวเจี๋ยนและน้องสาวทำงานที่บริษัทของเขา อย่างไรก็ตามพวกเขาจำเป็นต้องเซ็นสัญญาก่อนเริ่มทำงาน
สัญญานี้หนามาก อู๋เสี่ยวเจี๋ยนกับน้องสาวมีการศึกษาต่ำ พวกเขาถึงกับเวียนหัวหลังจากอ่านไปเพียงไม่กี่หน้าและไม่เข้าใจสิ่งใดเลย
เมื่อเห็นเช่นนี้เลขาก็พูดว่า “ถ้าไม่อยากอ่านหนังสือสัญญา ก็แค่เซ็นแล้วพิมพ์ลายนิ้วมือได้เลย”
อู๋เสี่ยวเจี๋ยนเห็นว่าบุคคลก่อนหน้าพวกเขาไม่ได้อ่านหนังสือสัญญามากนัก พวกเขาจึงลงนามและประทับลายนิ้วมือทันที
สัญญาคงจะเหมือนกันทั้งหมด หากผู้อื่นสามารถลงนามและประทับลายนิ้วมือได้ พวกเขาก็ทำได้เช่นกัน
และงานนี้ก็ได้รับการแนะนำจากหลินเพ่ย
หลินเพ่ยหลงใหลเงินมากที่สุด และงานที่หล่อนแนะนำมาคงจะไม่ทำให้เขาเสียเวลาเปล่า
แต่อู๋เสี่ยวเจี๋ยนยังคงกังวลอย่างอธิบายไม่ได้ และถามหลินเพ่ยด้านข้างว่า “สัญญานี้มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
หลินเพ่ยตอบ “ฉันเคยเห็นมันมาแล้ว มันไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่คุณควรอ่านด้วยตัวเองดีกว่า ไม่อย่างนั้นคุณจะตำหนิฉันหากมีปัญหาใด ๆ ในอนาคต”
“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง!” อู๋เสี่ยวเจี๋ยนรู้สึกโล่งใจเมื่อได้ยินสิ่งที่หล่อนพูด เขาพลิกสัญญาไปหน้าสุดท้ายโดยไม่ได้อ่านก่อนที่จะลงนามและประทับลายนิ้วมือ
อู๋เสี่ยวเถาเห็นอู๋เสี่ยวเจี๋ยนลงนามและประทับลายนิ้วมือ ถึงจึงปฏิบัติตาม
หลังจากลงนามในสัญญา ชายชราผู้มั่งคั่งที่สนับสนุนหลินเพ่ยซึ่งเป็นประธานบริษัทก็เชิญอู๋เสี่ยวเจี๋ยนและน้องสาวรับประทานอาหารกลางวัน โดยมีหลินเพ่ยร่วมด้วย
นอกเหนือจากผิวที่ซีดเซียวและจิตใจที่กระสับกระส่าย ชายชราคนนี้ยังคงทำได้ดีในทุกด้าน
เขายังใจดีอย่างมาก โดยมอบสมาร์ทโฟนยี่ห้อผลไม้รุ่นล่าสุดให้กับอู๋เสี่ยวเจี๋ยน และมอบสร้อยข้อมือทองคำหนักกว่าห้าสิบกรัมให้อู๋เสี่ยวเถาเป็นของขวัญที่พบกันครั้งแรก
ทั้งพี่น้องต่างมีความสุขมาก
หลังอาหารเย็น อู๋เสี่ยวเจี๋ยนแสดงความกังวลเกี่ยวกับเจ้านายที่อยู่ตรงหน้าหลินเพ่ย “เจ้านายดูเหมือนจะมีสุขภาพไม่ดี ในช่วงนี้… เจ้านายไม่ควรหักโหมเกินไป…”
หลินเพ่ยไม่ได้รู้สึกเขินอายหรือละอายใจ แต่กลับโกรธเขาอย่างมาก “คุณกู่มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ คุณอย่ามาพูดเรื่องไร้สาระแบบนี้อีก! ถ้าคุณกู่ได้ยินและไล่คุณออกจากบริษัท ฉันคงช่วยคุณไม่ได้!”
อู๋เสี่ยวเจี๋ยนตกใจมากจนยกมือปิดปากแน่นราวกับหอยกาบ
สองวันต่อมาพี่ชายและน้องสาวก็เข้ารับหน้าที่
สุดท้ายแล้ว การมีหลินเพ่ยเป็นคนกลางสนับสนุนนั้นมีอิทธิพลอย่างมาก พี่น้องที่มีเพียงระดับการศึกษามัธยมต้นต่างก็ได้รับตำแหน่งเป็นเสมียนในบริษัท
หัวหน้างานรู้ว่าหลินเพ่ยเป็นคนรักของประธานบริษัท เขาจึงไม่กล้าสั่งงานแก่สองพี่น้อง
สองพี่น้องแทบไม่ได้ทำอะไรในบริษัท และเพียงเล่นมือถือในเวลางาน
อู๋เสี่ยวเจี๋ยนรู้สึกว่าการเป็นอภิสิทธิ์ชนนั้นไม่ได้เลวร้ายเลย
ในโลกนี้มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถใช้ชีวิตอย่างง่ายดายและน่าพึงพอใจเหมือนเขา!
สี่เดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในช่วงสี่เดือนที่ผ่านมา อู๋เสี่ยวเถาเรียนรู้การขับรถ
หลินเพ่ยรู้ดังนั้นจึงซื้อรถมือสองราคา 20,000 หยวนให้อีกฝ่าย และให้หล่อนใช้รถคันนั้นราวครึ่งปี
หลังจากผ่านไปครึ่งปี เมื่อเทคโนโลยีเติบโตเต็มที่ หล่อนจะซื้อรถคันใหม่มูลค่ากว่า 100,000 หยวนให้
อู๋เสี่ยวเถารู้สึกตื่นเต้นมากจนคิดว่าพี่สะใภ้คนใหม่เป็นคนดีมาก ถึงขนาดริเริ่มซื้อรถให้หล่อน
แต่พวกเขาลืมไปโดยสิ้นเชิงว่าขณะที่หลินม่ายมีชีวิตอยู่ เธอเองก็พยายามเพื่อทำให้พวกเขาพึงพอใจ รวมถึงตระกูลอู๋ทั้งหมด
แต่ก่อนที่รถใหม่ของหลินเพ่ยจะมาถึง อู๋เสี่ยวเถาก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
ตอนนั้นหลินเพ่ยขับรถผ่านไปโดยบังเอิญ เมื่อเห็นอุบัติเหตุ หล่อนรีบโทรหาเบอร์ 120
ผู้สัญจรผ่านไปมาเห็นเหตุการณ์นี้จึงทำท่าจะโทรไปที่ 120 เพื่อเรียกบริการฉุกเฉินเช่นกัน แต่หลินเพ่ยบอกพวกเขาว่าหลอนโทรไปเบอร์ 120 แล้ว
หล่อนขอให้พวกเขาหยุดโทร เพราะเกรงว่าจะมีรถฉุกเฉินเข้ามาซ้ำซ้อนเกินไป และเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรสาธารณะ
ทันทีที่ผู้สัญจรผ่านไปมาได้ยิน พวกเขาก็หยุดคิดโทรแจ้ง 120 เพื่อขอความช่วยเหลือ
อู๋เสี่ยวเถาพยายามดิ้นรนเพื่ออดทน แต่เนื่องจากหล่อนเสียเลือดมากเกินไป จึงทำให้รู้สึกง่วงนอน
หล่อนถามอย่างแผ่วเบา “หลินเพ่ย ทำไมรถพยาบาลยังไม่มาอีก?”
หลินเพ่ยพูดด้วยสีหน้าดุร้าย “ก็เพราะฉันไม่ได้โทรหาหมายเลขฉุกเฉินเลยยังไงล่ะ!”
เมื่ออู๋เสี่ยวเถาได้ยินสิ่งนี้ คล้ายกับภาพฉากในอดีตย้อนกลับมา หล่อนถามออกด้วยความหวาดกลัว “ทำไมเธอถึงทำแบบนี้?”
หลินเพ่ยตอบกลับ “ใครบอกให้หล่อนเกลี้ยกล่อมชายชราของฉันล่ะ แล้วจะมาตำหนิใครได้ที่เธอรนหาที่ตายเอง?”
อู๋เสี่ยวเถาร้องไห้อย่างขมขื่น “ฉันไม่กล้าทำอีกแล้ว ยกโทษให้ฉันเถอะนะ ช่วยโทรแจ้ง 120 ให้ฉันที”
หลินเพ่ยพูดอย่างเย็นชา “สายไปแล้ว!”
สีหน้าของอู๋เสี่ยวเถาซีดเซียวขณะพยายามพาร่างตัวเองออกจากซากรถ
หล่อนพยายามอย่างยิ่งที่จะดึงมือที่ติดอยู่เพื่อค้นหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าและเรียกรถพยาบาลด้วยตัวเอง แต่หล่อนก็ทำไม่ได้
หล่อนต้องการขอความช่วยเหลือ แต่เสียงของหล่อนกลับเบามาก และเนื่องจากยังคงติดอยู่ในรถ ผู้คนที่เดินผ่านไปมาจึงไม่สามารถอ่านปากของหล่อนได้
ขณะที่อู๋เสี่ยวเถาคิดว่าตัวเองคงจะตายแน่แล้ว หล่อนเห็นหลินเพ่ยหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาและโทรคุยกับเบอร์ 120
อู๋เสี่ยวเถามีความหวังริบหรี่ โดยหวังว่าหลินเพ่ยจะไม่เสแสร้งแกล้งทำในครั้งนี้
หลังจากนั้นไม่นาน รถพยาบาล ตำรวจ และนักดับเพลิงก็มาถึง แต่อู๋เสี่ยวเถากำลังจะหมดลมหายใจ
เมื่อได้รับการช่วยเหลือลงจากรถและถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาล หล่อนก็หายใจไม่ออก และเข้าสู่สภาวะกึ่งรู้สึกตัวในไม่ช้า
แม้ว่าจะอยู่ในสภาวะกึ่งรู้สึกตัว แต่จิตสำนึกของอู๋เสี่ยวเถายังคงอยู่ และได้ยินเสียงจากรอบข้าง
เมื่อรถพยาบาลมาถึงโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์คนหนึ่งบอกกับเพื่อนร่วมงานว่า “เราไม่สามารถปลูกถ่ายไตได้ในขณะที่บุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่”
หลังจากนั้นอู๋เสี่ยวเถาก็ตระหนักว่า หลินเพ่ยทำให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้เพื่อจะขโมยไตของหล่อน
ไม่น่าแปลกใจที่หล่อนต้องการตรวจร่างกายทุกคนในครอบครัวตระกูลอู๋ หล่อนคงอยากรู้ว่าใครในครอบครัวมีไตที่ตรงกับผู้ป่วยที่ต้องการปลูกถ่ายไต
และไตของหล่อนก็เข้ากันได้กับผู้ป่วยโดยสมบูรณ์
หล่อนรู้ว่าหลินเพ่ยผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนดีมาแต่ไหนแต่ไร กระนั้นกลับยังถูกหล่อนหลอกใช้ด้วยคำพูดขายฝัน
อู๋เสี่ยวเถาทั้งตกใจทั้งโกรธเคือง
หล่อนได้ยินเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่อยู่ศีรษะพูดว่า “อย่าห่วง หล่อนลุกจากโต๊ะผ่าตัดไม่ได้แล้ว เราชำแหละไตของหล่อนออกมาได้เลย”
อู๋เสี่ยวเถาหลั่งน้ำตาด้วยความกลัว แต่ไม่มีใครสนใจ
เมื่อหล่อนถูกผลักไปที่ห้องฉุกเฉินโดยไม่มีโอกาสได้ขัดขืน หล่อนก็เห็นอู๋เสี่ยวเจี๋ยนตามเข้ามาหลังได้รับข่าว
ราวกับเห็นฟางเส้นสุดท้าย หล่อนพยายามขยิบตาให้เขา
น่าเสียดายที่อู๋เสี่ยวเจี๋ยนเมินเฉย
ตั้งแต่อู๋เสี่ยวเจี๋ยนพิการ ไม่มีใครในครอบครัวทำตัวดีกับเขาเลย ทำให้เขาเกลียดญาติทางสายเลือดตัวเองทุกคน
หลินเพ่ยโทรหาเขาเพื่อบอกว่าอู๋เสี่ยวเถาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขาไม่ได้รู้สึกกังวล แต่กลับเต็มไปด้วยความปีติยินดี โดยคิดว่าผลกรรมของอู๋เสี่ยวเถาได้มาตามสนองแล้ว
เมื่อเห็นสิ่งนี้ อู๋เสี่ยวเถาก็หลับตาลงอย่างสิ้นหวัง และปล่อยให้นางพยาบาลผลักเตียงของหล่อนเข้าไปในห้องฉุกเฉิน
ก่อนที่จะเสียชีวิต คำพูดสุดท้ายที่หล่อนได้ยินคือ “คนไข้กำลังจะเสียชีวิต รีบเตรียมขั้นตอนการปลูกถ่ายไตทันที”
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
ผลของการปล่อยให้นังเพ่ยมาเป็นใหญ่ได้มันก็เป็นแบบนี้แหละ แถมยังไม่อ่านสัญญาให้ดีๆ ก่อนเซ็นด้วย โดนบังคับให้เซ็นยอมรับการบริจาคไตทางอ้อมแหละมั้ง
ไหหม่า(海馬)