หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก - บทที่ 79 เหล้ามงคล
หลังเรื่องราวทุกอย่างจบลงก็ถึงเวลางานมงคลของ
บ้านตระกูลหลี่ ในความเป็นจริงคู่ที่ตกลงหมั้นหมายกัน
เป็นคู่แรกคือคู่ของหลี่ซื่อลูกชายคนที่สี่กับเนี่ยนเจิน แต่
เพราะธรรมเนียมปฏิบัติของยุคสมัยนี้มีอยู่ว่าหากจะมีงาน
มงคลของพี่น้องในเวลาใกล้เคียงกัน สมควรต้องจัดงาน
ของผู้เป็นพี่ก่อนทำให้หลี่ซานเป็นพี่ชายคนที่สาม ที่แม้จะ
ตกลงหมั้นหมายกับเลี่ยงหรูภายหลัง ต้องจัดงานมงคลขึ้น
ก่อน เลี่ยงหรูเป็นบุตรของอ๋องสาม พื้นเพเดิมเป็นคนเมือง
หลวง ดังนั้นทั้งสองคนจึงตัดสินใจแต่งงานกันที่เมืองหลวง
หลี่ซื่อกับเนี่ยนเจินเป็นคนเมืองทังโจว ทั้งสองจึงจัด
งานแต่งงานที่เมืองทังโจว ทำให้เวลาจัดงานแต่งของพวก
เขาต้องจัดหลังงานของหลี่ซานประมาณสองสัปดาห์ แล้ว
หลังจากนั้นจะมีงานมงคลที่เมืองหลวงอีกงานหนึ่งซึ่งก็คือ
งานของเป่าเปากับจิ้นอัน
“ไม่รู้เจ้าบ่าวเป็นคนยังไงกัน ถึงเอาชนะใจอ๋องสาม
จนสามารถขอบุตรสาวของเขามาได้”
“นี่เจ้าไม่รู้จักนายท่านหลี่ซานรึ”
“นายท่านหลี่ซาน??”
“ก็ใช่น่ะสิในหมู่พ่อค้ามีใครไม่รู้จักกันบ้าง นายท่านห
ลี่ซานเป็นพ่อค้าใหญ่แห่งเมืองทังโจว ทั้งยังมีกิจการ
มากมายในเมืองหลวง แต่แทนที่นายท่านหลี่จะยุ่งจนไม่มี
เวลาว่าง กลับกลายเป็นว่าเขามีเวลาไปอยู่ที่จวนอ๋องสาม
ทุกวัน จนได้หญิงงามมาครอบครอง”
“แล้วกิจการของนายท่านหลี่ไม่มีปัญหาหรือ? หรือมี
คนในครอบครัวช่วยบริหารกิจการ”
“ก็นี่แหละที่ทำให้ไม่มีใครไม่รู้จักนายท่านหลี่ เพราะ
เขาดูแลกิจการมากมายในมือตามลำพัง และใช้เวลาส่วน
ใหญ่พิชิตใจหญิงสาวจวนอ๋อง แต่กิจการที่มีกลับไม่มี
กิจการใดที่มีปัญหาใดเลย ซ้ำยังมีกำไรมากขึ้นเรื่อยๆ อีก
ด้วยน่ะสิ”
“โอ้ นายท่านผู้นั้นทำได้อย่างไรกัน ข้าคงต้องไปขอ
คำชี้แนะเสียแล้ว ไปเร็วก่อนคนอื่นจะตัดหน้าเรา”
เหล่าชาวบ้านพูดคุยถึงเรื่องราวเหล่าบุตรชายทั้งสี่
ของตระกูลหลี่ ไม่ว่าจะเป็นลูกชายคนโตที่เป็นขุนนาง ลูก
ชายคนรองที่เป็นทหาร ลูกชายคนที่สามที่เป็นคหบดีและ
ลูกชายคนที่สี่ที่เป็นหมอ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้คนนำไปพูด
กันกลับไม่มีเรื่องร้ายแม้แต่เรื่องเดียว ทุกเรื่องล้วนมีแต่
เรื่องดีๆ
อย่างเช่นหลี่ต้าเป็นขุนนางตรวจทุจริต ที่จับขุนนาง
มือสกปรกได้มากมาย หลี่เอ้อคือทหารกล้าผู้พาเมืองรอด
พ้นจากสงคราม หลี่ซานเป็นคหบดีใหญ่แห่งเมืองทังโจว ที่
เป็นผู้จัดการเงินทุนในการรับแลกเงินทังโจว หลี่ซื่อเองก็มี
ชื่อเสียงไม่น้อยไปกว่าเหล่าพี่ชายของเขา เพราะไม่ว่าคนไข้
จะบาดเจ็บสาหัสหรือป่วยด้วยโรคร้ายแรงเพียงใด หาก
ได้รับการรักษาจากหมอหลี่ล้วนแต่รอดชีวิตราวปาฏิหาริย์
นี่คือสิ่งที่เหล่าผู้คนนำไปพูดคุยกัน
ทางด้านตระกูลหลี่ที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นหัวข้อการ
สนทนาของผู้คน ก็กำลังตรวจความเรียบร้อยต่างๆ ของ
งานที่จวน
“พี่สาม วันนี้พี่หล่อจังเลยเจ้าค่ะ”
เป่าเปาเอ่ยชมขึ้น ขณะหลี่ซานพี่ชายคนสามเดินเข้า
มาในลานบ้าน
“ข้าว่าข้าหล่อทุกวันนะ ไม่ใช่แค่วันนี้ เจ้าว่าจริง
หรือไม่ น้องสี่”
“…”
หลี่ซื่อมองไปทางพี่ชายของเขา ก่อนจะหันไปสนใจ
สิ่งที่อยู่ในมือของตัวเองต่อ
“เฮ้ วันนี้วันมงคลข้านะ ชมข้านิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่ได้
เชียวหรือ”
“พี่สามหล่อทุกวันขอรับ”
หลี่ซื่อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่หลี่ซานไม่ได้
สนใจน้องชาย ทั้งยังยิ้มหน้าระรื่นกล่าวขึ้นว่า
“ข้าจะถือเป็นคำชมก็แล้วกัน”
กล่าวจบ เขาก็เดินออกไปด้วยความร่าเริง เพราะ
วันนี้หลี่ซานกำลังจะเป็นเจ้าบ่าวจึงทำให้เขาอารมณ์ดีเป็น
พิเศษ
“เป่าเปา พี่สามสุดหล่อของเจ้าไปรับเจ้าสาวก่อนนะ”
หลี่ซานเอ่ยขึ้นก่อนออกจากบ้านไปพร้อมกับพี่ชาย
น้องชายทั้งหมดของเขา ตามธรรมเนียมของที่นี่ เจ้าบ่าวมี
หน้าที่ต้องไปพาเจ้าสาวมาที่บ้าน เพื่อเริ่มพิธีการแต่งงาน
ยิ่งมีขบวนแห่ไปรับยิ่งใหญ่เท่าไหร่ยิ่งมีหน้ามีตามากเท่านั้น
ดังนั้นคนจากตระกูลหลี่ทั้งหมดยกเว้นเป่าเปาที่ทำ
หน้าที่รับรองแขกทางด้านนี้ พากันแห่ขบวนไปรับเจ้าสาวที่
จวนอ๋องสามกันอย่างยิ่งใหญ่
“เป่าเปา เจ้าไม่ไปรับเจ้าสาวกับพี่ๆ ของเจ้าหรือ?”
จิ้นอันที่เห็นเป่าเปากำลังยืนอยู่เดินเข้ามาทักทาย
“ไม่เจ้าค่ะ ข้าต้องคอยรับรองแขก ว่าแต่ พี่จิ้นอันไม่
ไปกับพวกพี่สามหรือเจ้าคะ”
“ข้าจะไปในฐานะอะไรล่ะ ข้ายังไม่แต่งเข้ามาเสีย
หน่อย เอ๊ะ เจ้าอยากเลื่อนงานแต่งให้เร็วขึ้นหรือไม่?”
“พูดอะไรของท่าน ข้าไปดูแลแขกก่อนแล้ว”
กล่าวจบเป่าเปาก็กลับหลังหัน ด้วยความเขินอาย
ทำให้นางเดินจ้ำออกไปอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ ใครจะแต่งงานเร็วขึ้นรึ”
จิ้นฝูที่มาร่วมเป็นแขกในงานมงคลเอ่ยถามขึ้น เขา
ชอบงานมงคลเป็นที่สุด ไม่มีงานใดที่จะมีสุราดีๆ ให้ดื่มไม่
อั้นอย่างงานมงคลอีกแล้ว
“ท่านปู่หูแว่วไปหรือเปล่าขอรับ หลานขอตัวไปหา
สหายทางนั้นก่อนนะขอรับ”
ไม่ทันที่ปู่ของเขาจะได้ตอบกลับ จิ้นอันรีบจากไปหา
สหายทันที ขืนอยู่คุยกับปู่ของเขาตอนนี้ เห็นทีคงได้มีข่าว
ลือเรื่องการเลื่อนงานแต่งของเขากับเป่าเปาออกไปแน่นอน
เขาเพียงแค่หยอกเย้าคู่หมั้นของตัวเองเท่านั้น ไม่ได้คิดจะ
ทำจริงๆ เสียหน่อย
“บร๊ะ เจ้าหลานชายคนนี้นี่ ช่างเถอะ ข้าไปดื่มสุรา
ต่อดีกว่า นานๆ ทีจะมีอิสระแบบนี้ ฮ่าๆๆๆ”
แล้วสุราเกินกว่าครึ่งก็ถูกดื่มหมดไปโดยชายชราผู้รัก
อิสระ จนทำให้เขานอนหลับไปหนึ่งวันเต็มๆ ก่อนจะตื่น
ขึ้นมาพบว่าตัวเองถูกงดเข้าร่วมงานแต่งของหลี่ซื่อ ลูกชาย
คนที่สี่ของบ้านตระกูลหลี่ที่จัดขึ้นที่เมืองทังโจว ในขณะที่
คนอื่นๆ เดินทางไปเข้าร่วมในตอนที่เขากำลังหลับนั่นเอง
ม่ายยยยยยย~
——-
ณ เมืองทังโจว
หลังงานแต่งของหลี่ซานลูกชายคนที่สาม ผู้คนใน
ตระกูลหลี่ บรรดาสหายสนิทจากเมืองหลวง รวมทั้งคน
จากตระกูลจิ้นและจวนอ๋องสามต่างก็เดินทางมาที่เมือง
ทังโจวเพื่อร่วมงานมงคลของหลี่ซื่อลูกชายคนที่สี่
“น่าเสียดายที่ท่านปู่ไม่ได้มาด้วยนะขอรับ สุราดีๆ มี
ตลอดการเดินทางเลย”
“นั่นสินะ เหตุใดท่านย่าของพี่จิ้นอันไม่ยอมให้ใครไป
ปลุกท่านผู้เฒ่าจิ้นล่ะเจ้าคะ?”
“ไม่ใช่ไม่ปลุก แต่ท่านปู่ไม่ยอมลุกขึ้นมาต่างหาก
แถมท่านย่ายังได้ยินท่านปู่ละเมอชื่อสตรีขึ้นมา เลยปล่อย
ให้เฝ้าบ้านคนเดียวเสียเลย ฮ่าๆๆ”
เป่าเปาพูดคุยกับจิ้นอันขณะเดินทางไปเมืองทังโจว
คณะเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างใหญ่ ขนาดต้องเหมาโรงเตี๊ยม
ถึงสองแห่ง มีอาหารและสุราตลอดการเดินทางแต่ถึงอย่าง
นั้นการเดินทางกลับไม่ได้ล่าช้า สามารถมาถึงเมืองทังโจว
ได้ตามกำหนดการ
ก่อนหน้าจะออกเดินทางเป่าเปาได้ส่งข่าวให้คนมา
เตรียมที่พักสำหรับแขกทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ตระกูลหลี่
เป็นถึงคหบดีอันดับหนึ่งของเมืองทังโจว เรื่องที่พักในเมือง
ทังโจวย่อมสามารถจัดการได้อย่างสบายๆ
“ที่นี่คือบ้านท่านพี่หรือเจ้าคะ?”
“ใช่ เป็นไงบ้าง สวยมากเลยใช่หรือไม่?”
“สวยจริงๆ เจ้าค่ะ ช่างคนไหนเป็นคนออกแบบกัน
ข้าอยากจ้างไปดูสวนที่จวนอ๋องบ้าง”
เลี่ยงหรูเอ่ยถามหลี่ซานเมื่อถึงที่บ้านตระกูลหลี่ใน
เมืองทังโจว ก่อนหน้านี้ตอนไปที่จวนตระกูลหลี่ในเมือง
หลวงนางก็รู้สึกว่าสวนที่นั่นมีการตกแต่งเป็นเอกลักษณ์
แต่เมื่อมาเห็นสวนที่บ้านหลังนี้กลับรู้สึกว่ามันสวยเกินกว่า
สวนในวังหลวงเสียอีก
หลี่ซานที่ได้ยินคำถามของภรรยาก็หัวเราะออกมา
ดังๆ ก่อนจะตะโกนเรียกเป่าเปา แล้วเอ่ยขึ้นว่า
“เป่าเปา พี่สะใภ้อยากจ้างเจ้าไปทำสวนแหน่ะ สนใจ
หรือไม่?”
“ค่าตัวข้าแพงนะเจ้าคะ บอกไว้ก่อน”
“นี่น้องเป่าเปาเป็นคนออกแบบทั้งหมดเองเลยงั้น
หรือ!!”
“ใช่ ทั้งหมดน้องเล็กเป็นคนออกแบบทั้งหมดเลย”
“มีความสามารถแบบนี้ มิน่าเล่าตระกูลจิ้นถึงได้รีบ
มาสู่ขอ”
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องแต่งงาน หน้าของเป่าเปาก็แดงระเรื่อ
นางรีบขอตัวไปดูความเรียบร้อยของแขกที่มาพักที่บ้าน
ก่อนจะถูกพี่สะใภ้สามทำให้นางเขินอายไปมากกว่านี้
หลังทุกคนได้พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ ก็เริ่มช่วยกัน
จัดการงานแต่งของหลี่ซื่อลูกชายคนที่สี่
สามวันต่อมา งานแต่งก็เริ่มต้นขึ้น ความยิ่งใหญ่ไม่
แพ้หลี่ซานพี่ชายคนที่สามของเขา เพราะที่นี่คือเมือง
ทังโจวที่เป็นบ้านเกิดของพวกเขาการจัดงานแต่งจึงต้องจัด
ให้สมฐานะครอบครัวที่เป็นคหบดีอันดับหนึ่ง
บิดามารดาของเนี่ยนเจินต่างดีใจจนพูดไม่ออก หลัง
ผ่านเคราะห์ร้ายจากอดีตคู่หมายที่เสียชีวิตและถูก
ครอบครัวระรานกลับได้พบคนดีๆ อย่างหลี่ซื่อที่ไม่ได้มี
เพียงความร่ำรวย เขายังมีความสม่ำเสมอและเอาใจใส่ จน
เนี่ยนเจินเองยังไม่เคยคิดว่าตนจะได้พบคนที่ดีแบบนี้
งานดำเนินไปด้วยความราบรื่น เมื่อส่งตัวบ่าวสาว
เข้าห้องหอ แขกเหรื่อต่างพากันมาฉลองกันที่ลานจัดเลี้ยง
ขณะผู้คนกำลังฉลองอย่างสนุกสนาน กลับมีเสียง
หนึ่งดังขึ้นที่หน้าบ้าน
“พวกเจ้าหยุดนะ!!”
ทุกคนหันไปมองตามเสียง พบว่ามีบุรุษผู้หนึ่งที่เนื้อ
ตัวมอมแมมยืนอยู่ที่ด้านหน้า เมื่อเพ่งมองดีๆ ก็พบว่าเป็น
คนที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
“ท่านปู่!!”
ผู้คนที่ได้ยินต่างตกตะลึง หากไม่ใช่จิ้นอันตะโกน
เรียกปู่ของเขาออกมา สาบานได้เลยว่ามีเพียงไม่กี่คน
เท่านั้นที่จำจิ้นฝูผู้นี้ได้
“ท่านปู่ เหตุใดท่านถึงอยู่ในสภาพเช่นนี้เล่าขอรับ!!?”
“ยังจะมีหน้ามาถามอีก พวกเจ้าทิ้งข้าแล้วมาเมือง
ทังโจว เงินซักแดงก็ไม่ทิ้งไว้ให้ หากไม่ใช่เพราะอาจูให้ข้า
ยืมเงินมา ข้าคงไม่มีชีวิตรอดจนถึงที่นี่หรอก โชคดีจริงๆ
ที่มาทันดื่มฉลองพอดี”
ฮูหยินผู้เฒ่าจิ้นขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น
อย่างสุภาพว่า
“เงินเก็บของท่านพี่หายไปไหนเล่า?”
“ข้าก็…ใช้จ่าย….ใช้กินข้าวไปหมดแล้วน่ะสิช่าง
เหอะๆ เรามาดื่มฉลองงานมงคลของเจ้าหนุ่มหลี่ซื่อกัน
ดีกว่า”
กล่าวจบจิ้นฝูคิดจะเข้าไปร่วมวง แต่ถูกภรรยาของ
เขาห้ามเอาไว้
“หากท่านจะดื่มสุราก็ควรทำความสะอาดร่างกาย
ก่อน มานั่งทั้งๆแบบนี้ ใครจะกล้านั่งกับท่านกัน”
“อืม…ก็จริงของเจ้า เช่นนั้นใครก็ได้พาข้าไปหาที่
อาบน้ำหน่อย”
หลังจากการเดินทางอันแสนเหน็ดเหนื่อย เมื่อได้
อาบน้ำจนสบายตัว จิ้นฝูก็ผล็อยหลับไป และตื่นขึ้นมาอีก
ครั้งเมื่อภรรยาของเขาปลุก
“ท่านพี่ตื่นได้แล้ว”
“ขอนอนต่ออีกหน่อยน่า”
“ลุกขึ้นมาได้แล้วเจ้าค่ะ ทุกคนกำลังรออยู่”
จิ้นฝูผู้ถูกรบกวนค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เมื่อพบว่า
ภรรยาของเขากำลังยืนอยู่ข้างเตียง ทำให้เขาตกใจ ลุก
ขึ้นมาทันที
“ตอนนี้ยามใดแล้ว”
“ยามอู่แล้ว”
“อ้อ โชคดีที่ข้าหลับไปไม่นาน ไปกันๆ พวกเราไปดื่ม
ฉลองกันต่อเถอะ”
“ดื่มฉลองอะไรกัน นี่มันยามอู่ของอีกวันแล้วพวกเรา
จะกลับเมืองหลวงกันแล้วนะเจ้าคะ”
“อะไรนะ!! แล้วสุราของข้าล่ะ!!”
“แขกเหรื่อมากมาย จะเหลือได้อย่างไรกันเล่า”
และแล้วจิ้นฝูผู้น่าสงสาร ก็เดินคอตกกลับบ้านด้วย
ความเศร้า เขาตั้งใจเดินทางเพื่อมาดื่มเหล้ามงคล แต่กลับ
หลับจนตื่นขึ้นมาในอีกวัน สงสัยเขาคงดวงไม่สมพงศ์กับ
เหล้ามงคลแน่ๆแบบนี้คงต้องแอบเก็บเงินไปดื่มสุราที่หอ
โคมเขียวเหมือนเดิมดีกว่า…