หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก - บทที่ 73 แผนการ
หลังเวลาแห่งความสุขสงบผ่านไป เวลาแห่งความ
วุ่นวายก็เริ่มคืบคลานเข้ามา เมื่อผู้ช่วยคนที่สี่ของหลี่ต้าส่ง
จดหมายมาแจ้งว่าทางวังหลวงมีความเคลื่อนไหวแปลกๆ
ขอให้ระมัดระวังตัวด้วย
เป่าเปาที่ได้เห็นข้อความก็ส่งคนออกไปสืบข่าว
รวมทั้งตัวเองก็เตรียมตัวออกไปหาข่าวด้วยเช่นกัน
“ข้าไปด้วยคน”
จิ้นอันเอ่ยขึ้นเมื่อรู้ว่าเป่าเปากำลังจะออกไปสืบข่าว
ในราชวัง ปกติแล้วการสืบข่าวทั่วไปก็มีความอันตรายอยู่
บ้าง แต่การสืบข่าวในพระราชวังนั้นมีความอันตรายอย่าง
มาก มีการเฝ้าระวังที่แน่นหนา ทั้งยังมีองครักษ์ที่มี
ความสามารถอยู่ด้านในอีกด้วย
ที่เป่าเปาต้องไปตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เพราะมี
หลายๆ เรื่องที่เป็นความลับ ที่แม้แต่สายลับในสังกัดโรงน้ำ
ชาก็ไม่มีข้อมูล และนางเองก็เป็นคนที่มีความสามารถ
ลำดับต้นๆทำให้เป่าเปาคือคนที่เหมาะกับภารกิจนี้ที่สุด
“ข้าแค่ไปดูลาดเลาเท่านั้นเอง ใช้เวลาไม่นานหรอก
เจ้าค่ะ”
“แต่ว่า…”
“ยิ่งไปหลายคนจะยิ่งเสี่ยงนะเจ้าคะ พี่จิ้นอันไม่เชื่อ
ในความสามารถของข้าหรือ”
จิ้นอันที่ได้ยินเช่นนี้ก็ได้แต่จนใจ และเอ่ยขึ้นว่า
“ระวังตัวด้วย หากมีสิ่งใดผิดปกติ ขอให้รีบออกมา
ทันที เข้าใจหรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
หลังจากทั้งสองสนทนากันพักหนึ่งก็แยกย้ายไปทำ
ภารกิจของตัวเอง จิ้นอันกลับไปทำงานตรวจสอบฎีกา
เหมือนปกติ เป่าเปาก็เริ่มงานสืบข่าวตามที่ผู้ช่วยคนที่สี่
ของพี่ชายแจ้งมา โดยเริ่มตรวจสอบจากเหล่าเชื้อพระวงศ์
ที่สนิทสนมกับเสนาบดีไป๋ก่อนเป็นอันดับแรก
ข่าวของผู้ช่วยคนที่สี่ของหลี่ต้าค่อนข้างน่าเชื่อถือ
เพราะเขาเป็นคนวงใน สามารถรับรู้ข่าวสารภายในวัง
หลวงได้อย่างรวดเร็วไม่แพ้ฮ่องเต้เลยทีเดียว นอกจากเป่า
เปาที่ออกไปสืบข่าวแล้ว คนในครอบครัวของนางก็ไม่ได้อยู่
เฉย พากันออกไปทำในสิ่งที่ตัวเองทำได้
หลี่ต้าพี่ชายคนโต กับผู้ช่วยทั้งสามของเขา ได้แก่ อี้
กัง จางเหว่ย และเฟยหลงเร่งตรวจสอบข้อมูลการกระทำ
ผิดของเสนาบดีไป๋ ซึ่งการตรวจสอบนี้เป็นการกระทำแบบ
ลับๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว เบื้องหน้าทั้งสี่คนแค่ดูเหมือน
จะทำงานตรวจสอบการทุจริตของเหล่าขุนนางทั่วไปก็จริง
แต่ทุกคนที่ถูกตรวจสอบ ล้วนมีจุดเชื่อมโยงบางอย่างที่
เหมือนกันทำให้ตอนนี้การตรวจหาความผิดของเสนาบดีไป๋
มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก
หลี่เอ้อพี่ชายคนรองที่มาถึงเมืองหลวงได้ไม่นานก็
หยุดพักที่จวนแค่ให้หายเหนื่อย ก่อนจะเริ่มออกไปหาข่าว
จากสหายร่วมศึกที่ย้ายมาประจำการอยู่เมืองหลวง โดย
มีหลี่ซื่อพี่ชายคนที่สี่ตามติดมาด้วย
หลี่ซานพี่ชายคนที่สาม หลังจากถูกน้องสาวรีดไถเงิน
ไปปรับปรุงจวน เขาก็เร่งขยายกิจการเพื่อให้ได้เงินที่
สูญเสียไปกลับคืนมาเป็นเงินทุนสำรองให้ครอบครัว เผื่อว่า
มีการณ์เหตุฉุกเฉินอะไรเกิดขึ้น
ส่วนหลี่ชุนผู้เป็นพ่อพาภรรยาของเขาออกไปเที่ยว
ตลาดในเมืองหลวง รวมทั้งสถานที่สำคัญต่างๆ อย่างเช่น
วัด ภัตตาคารชื่อดัง รวมถึงแหล่งชุมนุมของผู้คน ซึ่งการ
ออกมาเที่ยวของทั้งสองก็ไม่ใช่เป็นการเที่ยวเล่นธรรมดา
แต่เป็นการเก็บข้อมูล ข่าวลือ เรื่องซุบซิบนินทาของเหล่า
ชาวบ้านอีกด้วย
—————
ณ ตำหนักองค์ชายสาม แห่งวังหลวง
“ท่านลุง ข้าได้ข่าวของหยกที่พวกเราตามหาแล้ว
เพียงแต่ข้ายังหาคนที่ถือครองผู้นั้นไม่พบ”
เสียงชายหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจ เขาคือองค์
ชายสาม โอรสของฮ่องเต้ที่มีกับญาติผู้น้องของเสนาบดีไป๋
เขาหนึ่งในโอรสจากจำนวนไม่มากของฮ่องเต้คนปัจจุบัน
“เรื่องนี้องค์ชายสามไม่ต้องเป็นห่วง กระหม่อมได้
หยกทมิฬชิ้นนั้นมาไว้ในมือเรียบร้อยแล้ว”
เสนาบดีไป๋เอ่ยตอบอย่างมั่นใจ ทำให้องค์ชายสามที่
ได้ยินเช่นนั้นเริ่มรู้สึกจิตใจสั่นไหวเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ
ขึ้นอีกครั้งว่า
“ท่านลุงแน่ใจหรือว่า…จะสำเร็จ?”
“ตอนนี้เรามีหน่วยทมิฬอยู่ในมือกระหม่อมเกรงว่า
หากรอนานกว่านี้จะไม่ทันกาล ตอนนี้ตระกูลหลี่เล่นงาน
คนของเราหนักมาก มันอาจจะกระทบเรื่องการแต่งตั้งรัช
ทายาทได้ ท่านควรรีบตัดสินใจทำตามแผนของกระหม่อม”
“ข้าขอเวลาคิดดูก่อน”
“พวกเรามีเวลาไม่มากแล้ว ท่านควรเร่งตัดสินใจ
ตอนนี้”
องค์ชายสามขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะนั่งครุ่นคิด เชื้อ
พระวงศ์ไหนเลยจะไม่มีกองกำลังของตัวเอง ยิ่งเป็นโอรส
ของฮ่องเต้ด้วยแล้วยิ่งต้องมีกองกำลังเพื่อป้องกันตัว
เพียงแต่กองกำลังเหล่านี้ไม่สามารถมีได้อย่างเปิดเผย
เพราะอาจจะโดนกล่าวหาว่าเป็นกบฏ โทษฐานซ่องสุมกอง
กำลัง ดังนั้นการยินยอมให้กองกำลังของตัวเองออกมา
เคลื่อนไหว ย่อมมีความเสี่ยงที่จะถูกกล่าวหา
เมื่ออำนาจมีน้ำหนักมากกว่าความถูกต้อง องค์ชาย
สามที่ได้ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็เอ่ยตอบไปว่า
“ตกลง อีกห้าวันข้าจะส่งคนของข้าให้ท่านลุง”
เสนาบดีไป๋ที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าพอใจในการ
ตัดสินใจของหลานชาย ก่อนจะมีเสียงดังโวยวายดังขึ้นที่
ด้านนอก ทำให้ทั้งสองที่กำลังสนทนากันอยู่ต้องรีบออกมา
ดู
“พวกเจ้ามายืนส่งเสียงดังโวยวายอะไรที่นี่ หากไม่มี
เหตุผลที่ดีพอ ข้าจะสั่งลงโทษพวกเจ้าให้หมด”
“ทูลองค์ชาย เมื่อครู่มีคนพบเห็นเงาประหลาดอยู่บน
หลังคาตำหนัก ตอนแรกคิดว่าเป็นนกที่มาเกาะอยู่ แต่พอ
มองดีๆ กลับพบว่าเป็นคนยืนอยู่ตรงนั้นพ่ะย่ะค่ะ”
“คน? รีบจับตัวให้ได้เร็วเข้า!!”
องค์ชายสามที่ได้ยินว่ามีคนมาแอบฟังเขาและ
เสนาบดีไป๋คุยกันก็รู้สึกร้อนใจ หากคนผู้นั้นนำเรื่องที่ได้ยิน
ไปบอกผู้อื่น เขาจะมีที่ยืนในวังหลวงแห่งนี้ได้อย่างไร
“ท่านลุง เราจะทำอย่างไรกันดี หากคนผู้นั้นไปบอก
เสด็จพ่อ พวกเราจะทำอย่างไร”
“องค์ชายใจเย็นก่อน แม้เขาจะได้ยินพวกเราคุยกัน
แต่ก็ไม่มีหลักฐานเสียหน่อย”
“จริงของท่านลุง
“แต่คนเมื่อครู่เขาได้ยินแผนการของเราแล้ว เราควร
จะเปลี่ยนแผนกันสักหน่อย กระหม่อมว่าเราควรเร่งเวลา
ให้เร็วขึ้นดีหรือไม่?”
“ข้าเห็นด้วยกับความคิดนี้ งั้นอีกสามวันข้าจะส่งคน
ของข้าไปให้ ฝากท่านลุงด้วยก็แล้วกัน”
“วางใจได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”
เสนาบดีไป๋ยิ้มอย่างมีความสุข อีกไม่นานเขาจะมี
หลานเป็นฮ่องเต้ ตัวเขาก็จะได้เลื่อนขึ้นเป็นอัครเสนาบดี ที่
มีอำนาจสูงกว่าเหล่าเสนาบดีทั่วไป เมื่อถึงตอนนั้น เขาจะ
จัดการพวกที่มาขวางทางของเขาให้หมด ตอนนี้นอกจาก
ทหารของหลานชายแล้ว เขายังมีหยกไว้เรียกทหารทมิฬ
ซึ่งเป็นทหารที่ถูกขนานนามว่าแข็งแกร่งที่สุด จนสร้าง
ความหวาดระแวงให้ฮ่องเต้ทุกยุคทุกสมัยอยู่ในมือ
เมื่อสัปดาห์ก่อน สายลับของเขาสืบหาที่อยู่ของ
ทายาทชินอ๋องซึ่งมีหยกทมิฬในมือพบ เขาจึงได้ส่งคนไปชิง
หยกนั้นมาไว้ในครอบครองได้สำเร็จ ทำให้เขาคิดแผนการ
ที่จะก่อกบฎขึ้นมา แต่การจะสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นฮ่องเต้
นั้นทำได้ยาก ทำให้เขาต้องใช้หลานชายของตัวเองเป็นหุ่น
เชิดเพื่อพาเขาไปสู่อำนาจ
องค์ชายสามผู้เป็นหลานชายของเขา แม้จะมีความ
ทะเยอทะยานมาก แต่ความสามารถกลับมีอยู่น้อยนิด
สนใจแต่เรื่องสุราและนารีเป็นหลัก จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
คนหนึ่ง
ทางด้านเป่าเปาที่กำลังใช้วิชาตัวเบาหลบหนีออก
จากตำหนักองค์ชายก็สามารถหลุดรอดออกมาได้อย่าง
ง่ายดาย ด้วยความช่วยเหลือของบุรุษชุดดำ
“เหตุใดท่านถึงมาอยู่ที่นี่”
“มีคนขอให้ข้ามาดูแลเจ้า”
ไม่บอกก็รู้ว่าบุรุษชุดดำผู้นี้คือเฟยหลง และคนที่
ขอให้เขามาช่วยนางต้องเป็นจิ้นอัน ว่าที่คู่หมายของนาง
แน่นอน
แม้จิ้นอันจะมีฝีมืออยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับทั้งสองคน
ที่ต้องผ่านมรสุมชีวิต ทำให้ทั้งสองมีความสามารถด้านการ
ต่อสู้มากกว่าจิ้นอันมาก เขารู้ตัวว่าหากตัวเองตามมาอาจ
เป็นภาระมากกว่าช่วยเหลือ จึงขอให้เฟยหลงที่มี
ความสามารถมาช่วยเป่าเปาแทน
“ยุ่งไม่เข้าเรื่องจริงๆ”
แม้ปากจะบ่นเช่นนั้นแต่นางก็อดไม่ได้ที่เผยยิ้มกว้าง
ออกมา โชคดีของนางจริงๆ ที่ได้ว่าที่สามีที่น่ารักเช่นนี้