หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก - บทที่ 72 ร่ำสุรา
ณ จวนตระกูลหลี่
วันนี้เป็นวันที่คนในครอบครัวตระกูลหลี่จากเมือง
ทังโจวจะเดินทางมาถึงเมืองหลวง เป่าเปาตื่นนอนตั้งแต่
เช้าเพราะความตื่นเต้น นางเดินดูความเรียบร้อยตามจุด
ต่างๆๆ อีกครั้ง และบังเอิญพบเข้ากับหลี่กังที่กำลังเดินดู
ความเรียบร้อยเช่นกัน
“ท่านอาตื่นเช้าจังเลยเจ้าค่ะ”
“ข้ามาเดินดูความเรียบร้อย แล้วเจ้าล่ะ เหตุใดถึงตื่น
เช้า”
“ข้าเองก็มาเดินดูความเรียบร้อยเช่นกันเจ้าค่ะ”
ทั้งสองยิ้มให้แก่กัน ก่อนจะเดินตรวจดูความ
เรียบร้อยไปพร้อมกัน
“อีกไม่นานเจ้าก็ต้องแต่งออกไปแล้วสินะ ข้ายังไม่ได้
เอ่ยคำยินดีกับเจ้าเลย”
หลี่กังพูดลอยๆ พร้อมเงยหน้ามองฟ้า เป่าเปา
เปรียบเสมือนบุตรสาวแท้ๆ ของเขา ทำให้เขาอดใจหาย
ไม่ได้ที่นางจะแต่งออก
“ข้าจะกลับมาที่นี่ทุกวันเลยเจ้าค่ะ”
เป่าเปาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แต่หลี่กังไม่คิดว่านาง
จะทำได้อย่างที่พูด เพราะตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงมีธรรม
เนียมปฏิบัติมากมาย แม้บ้านเดิมจะใกล้กัน ก็ต้องได้รับ
อนุญาตจากบ้านสามีก่อนถึงจะกลับได้
ส่วนใหญ่การกลับบ้านเดิมบ่อยๆ จะทำให้ถูกซุบซิบ
นินทาว่าบ้านสามีไม่ดีพอ หรือไม่ก็สะใภ้ที่แต่งเข้ามามี
ปัญหา ทำให้ต้องกลับบ้านตัวเองบ่อยๆ ดังนั้นตระกูล
ใหญ่ๆ จึงมักจะอนุญาตให้สะใภ้กลับบ้านเดิมได้แค่เดือน
ละหนึ่งถึงสองครั้งเท่านั้น
“ข้าจะเป็นคนพานางกลับมาเองขอรับ”
จิ้นอันที่เดินเข้ามาได้ยินเข้าก็เอ่ยยืนยันด้วยอีกคน
หนึ่ง
“เป็นไปได้หรือ?”
“ท่านอาไม่รู้อะไร ตอนท่านแม่แต่งกับท่านพ่อใหม่ๆ
นางได้กลับจวนแทบทุกวัน
“แล้วไม่ถูกผู้อื่นนินทาแย่เลยหรือ?”
“พวกเราไม่สนใจคำพูดของผู้อื่นหรอกขอรับ”
หลี่กังที่ได้ยินเช่นนั้นก็สบายใจ เป็นเป่าเปาที่ขมวด
คิ้ว แล้วเอ่ยถามขึ้นว่า
“ว่าแต่ พี่จิ้นอัน เหตุใดถึงมาอยู่ในจวนตอนนี้ได้”
“ข้าตื่นเต้นที่จะได้เจอพ่อกับแม่ของเจ้า เลยล่วงหน้า
มาที่จวนก่อน แต่เพราะมันยังเช้าเกินไปเลยไม่อยากกวน
ผู้อื่น”
“ไม่กวนผู้อื่นด้วยการปีนเข้ามาเนี่ยนะเจ้าคะ?”
จิ้นอันได้แต่เอามือเกาศีรษะแก้เขิน โชคดีที่จิ้นอัน
สนิทสนมกับเจ้าหนิวหนิว สุนัขแสนรู้ของบ้านตระกูลหลี่
หากเป็นผู้อื่นปีนเข้ามาล่ะก็ ได้ถูกคมเขี้ยวอันแหลมคมฝัง
ลงไปในคอเป็นแน่
หลี่กังมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะค่อยๆ
ปลีกตัวออกไป ปล่อยให้ทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว
ช่วงสาย จิ้นฝูกับฮูหยินผู้เฒ่าจิ้นตามมาสมทบกับจิ้น
อันเพื่อสานสัมพันธ์กับตระกูลหลี่ให้แน่นแฟ้น โดยที่จิ้นฝู
ถือสุรามาด้วยสองไห พร้อมกับรีบเอ่ยขึ้นว่า
“สองไหนี้ไม่ได้นำมาเป็นของฝากนะ ข้าเตรียมมาดื่ม
กับพวกเจ้า ของฝากคือขนมสองกล่องนี้”
หลี่ต้ากับหลี่ซานมองหน้ากันยิ้มๆ ทำให้จิ้นฝูรู้สึก
หวาดระแวง เขาจึงเอ่ยสำทับขึ้นอีก ว่า
“ข้านำมาดื่มกับพวกเจ้าวันนี้เท่านั้นนะ”
“นายท่านจิ้นสามารถดื่มได้เต็มที่เลยขอรับ พวกเรามี
สุราของเราอยู่แล้ว”
จิ้นฝูที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า เป็นแบบนี้ก็ดีสุราที่
นำมาก็ไม่ใช่ของที่หาได้ทั่วไป เขาจะได้ดื่มคนเดียวให้สบาย
ใจไปเลย
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม กลุ่มคนจากเมืองทังโจวก็
เดินทางมาถึง เป่าเปารีบวิ่งไปที่หน้าจวนด้วยความดีใจ หลี่
ชุนผู้เป็นบิดาอ้าแขนรอบุตรสาวสุดที่รักวิ่งเข้าสู่อ้อมกอด
แต่กลับเป็นหลี่หลิงผู้เป็นมารดาที่เป่าเปาวิ่งเข้าไปหาแทน
หลี่ซานที่เห็นบิดาอ้าแขนไว้ ก็เข้าใจว่าบิดาคิดถึงเขา
มากจนต้องการสวมกอด เขาก็เลยเข้าไปสวมกอดบิดา
เอาไว้ ภาพสตรีสองนางกอดกัน กับภาพบุรุษสองคนกอด
กัน ช่างให้ความรู้สึกแตกต่างเหลือเกิน
“เจ้าสาม จู่ๆ มากอดข้าทำไม”
“ไม่ใช่ว่าท่านพ่อคิดถึงข้าจนอ้าแขนรอข้าอยู่หรือ
ขอรับ”
“ใครจะไปคิดถึงเจ้ากัน ข้าคิดถึงลูกสาวสุดที่รักของ
ข้าต่างหาก มาเถอะมาให้พ่อกอดให้หายคิดถึงหน่อย”
กล่าวจบหลี่ชุนก็อ้าแขนเดินไปทางเป่าเปากับหลี่ห
ลิง แต่ถูกหลี่หลิงผู้เป็นภรรยาเอ่ยห้ามเอาไว้
“น้อยๆ หน่อย เป่าเปาโตป่านนี้แล้ว เจ้าจะมากอด
นางได้อย่างไร”
“ข้าเป็นพ่อของนาง เหตุใดถึงกอดไม่ได้ แต่ก่อนตอน
เด็กๆ ข้ากอดนางออกจะบ่อยไป”
“นั่นมันตอนเด็กๆ ตอนนี้นางมีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว ทั้ง
ยังยืนอยู่ตรงนี้ด้วย ทำอะไรก็คิดถึงลูกของพวกเราบ้าง”
หลี่ชุนที่เอ่ยออกมาด้วยความคับข้องใจกลับถูก
ภรรยากล่าวแทงใจดำ จนเขาต้องหันไปจ้องจิ้นอันเขม็ง
ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อ หันหลังกลับไปสั่งบ่าวขนของของ
ตัวเองไปที่ห้องพัก และหายไปแอบน้ำตาซึมด้วยความ
น้อยใจ
“อย่าไปสนใจพ่อเจ้าเลย นี่ก็ใกล้เวลาอาหารกลางวัน
แล้ว เราไปกินข้าวกันเถอะ เชิญพวกท่านทานอาหาร
กลางวันด้วยกันนะเจ้าคะ”
ตระกูลจิ้นไม่ได้ปฏิเสธ ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงไป
รวมตัวกันอยู่ที่ห้องอาหาร ยกเว้นหลี่ชุนผู้เป็นพ่อที่อยู่ใน
ห้องของตัวเอง
ทั้งสองตระกูลเคยเจอกันมาก่อนตอนไปรับจิ้นอันที่
เมืองทังโจว ทำให้พวกเขารู้จักกันอยู่แล้ว จึงไม่ได้รู้สึกเขิน
อายที่จะนั่งร่วมโต๊ะอาหารกัน
อาหารวันนี้เป่าเปาตั้งใจจัดเตรียมให้ทุกคนเป็น
พิเศษ มีทั้งอาหารพื้นบ้านของทังโจว และอาหารขึ้นชื่อ
ของเมืองหลวง ด้ยความรอบคอบ นางได้เตรียมไว้เผื่อแขก
จากตระกูลจิ้นแล้วอีกด้วย
หลังทานอาหารกันเสร็จ หลี่ซานก็ขอตัวไปพาเลี่ยง
หรู ว่าที่เจ้าสาวของเขามาแนะนำให้บิดามารดารู้จัก เป่า
เปาคอยหยอกเล่นกับหลานที่เพิ่งพบหน้ากันเป็นครั้งแรก
อย่างหลี่เฉิน โดยมีหลานๆ ของนางอีกสองคนชะโงกดู
น้องชายคนใหม่เป็นระยะๆ หลี่หลิงผู้เป็นมารดา พี่สะใภ้
ใหญ่และพี่สะใภ้รองนั่งคุยกันอยู่ด้านข้าง ส่วนเหล่าบุรุษ
ล้อมวงเตรียมร่ำสุรา โดยมีจิ้นฝูเป็นตัวตั้งตัวตีในการตั้งวง
ครั้งนี้
หลี่ชุนที่ได้ยินว่าจะมีการดื่มฉลองการมาของพวกเขา
ก็ลืมความน้อยใจทั้งหมดก่อนหน้านี้ กระโดดลงจากเตียง
วิ่งเข้ามาร่วมวงทันที ตระกูลจิ้นเป็นตระกูลใหญ่ จะต้องมี
สุราดีๆ มาฉลองแน่นอน และก็ไม่ผิดไปจากคาด สุราที่จิ้น
ฝูถือมา เป็นสุราขึ้นชื่อชนิดหนึ่งของเมืองหลวง ทำให้หลี่
ชุนตาลุกวาว
แต่ก่อนที่เขาจะได้ดื่มสุราไหนั้นกลับเป็นหลี่ต้าลูก
ชายคนโตที่เอ่ยขึ้นก่อนว่า
“ท่านพ่อขอรับ สุราชนิดนี้มีไม่มาก และนายท่านจิ้น
เป็นผู้นำมาข้าว่าเราควรดื่มสุราของเราเองกันก่อนเถอะนะ
ขอรับ”
“เอ๊ะ ได้ยังไงกัน นำมาดื่มก็ต้องดื่มด้วยกันสิถึงจะ
อร่อย จริงหรือไม่ขอรับ”
“ใช่ๆ เจ้ามาดื่มกับข้าเถอะ คนอื่นไม่ดื่มก็ช่างเขา”
“ข้าจะดื่มสองไหนี้เป็นเพื่อนท่านเอง ไม่หมดไม่เลิก”
“ดี ใครเลิกดื่มก่อนคนนั้นคือสุนัข”
“ได้ ใครเลิกดื่มสองไหนี้ก่อนคนนั้นเป็นสุนัข ฮ่าๆๆ”
หลี่ต้าไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใด ก็ถูกบิดาไล่ออกไปจากตรง
นั้น ทำให้เขาได้แต่ส่ายหน้า เขาบอกแล้วนะไม่ใช่ไม่บอก
อย่ามาว่าเขาทีหลังก็แล้วกัน
หลี่เอ้อน้องชายคนรองกับหลี่ซื่อน้องชายคนที่สี่เห็น
สองผู้เฒ่าเริ่มร่ำสุราสองไหนั้นก็ไม่ได้เข้าไปร่วมวง แต่
กลับไปช่วยพี่ชายหยิบสุราไหใหม่ออกมาแทน พวกเขาไม่
อยากแย่งความสุขไปจากสองผู้เฒ่า ดังนั้นจึงคิดเหมือนกัน
ว่าจะดื่มสุราที่พี่ชายคนโตเก็บไว้แทน
หลี่ซานน้องชายคนที่สามเองก็กลับมาแล้ว หลังจาก
พาเลี่ยงหรูไปแนะนำให้มารดารู้จักก็ฝากนางไว้ให้เป่าเปา
ช่วยดูแล และมาร่วมวงกับพี่ชายทั้งสาม
เมื่อยกสุราสองไหออกมาวางและเปิดฝาออก กลิ่น
หอมอบอวลของสุราก็แพร่กระจายออกมา จนสองชายชรา
หยุดกระดกสุราในมือ
“นี่ท่านว่ายิ่งดื่ม สุรายิ่งหอมขึ้นหรือไม่ขอรับ”
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน”
แต่แล้วพวกเขาก็ได้รู้ว่าความคิดพวกเขาผิดถนัด
เมื่อหลี่ต้าเอ่ยขึ้นว่า
“สุราอะไรกันพี่ใหญ่ เหตุใดถึงหอมอร่อยเช่นนี้”
“นี่เป็นสุราหายากจากเจียงหนาน ที่นายท่านจิ้นเอา
มาฝากเมื่อคราวก่อน ข้าคิดว่าเราควรอยู่พร้อมหน้ากัน
ก่อนค่อยเปิด”
“!!”
จิ้นฝูที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกตกใจ เขาไม่คิดว่าตระกูลห
ลี่จะเก็บสุราชั้นดีสองไหนั้นเอาไว้จนถึงตอนนี้ จึงคิดจะเอ่ย
เปลี่ยนไปกินสุราเหล่านั้นแทน แต่เมื่อนึกคำพูดที่ตนพูด
ออกไปก่อนหน้านี้ ก็ได้แต่กลืนคำพูดนั้นลงคอแล้วเอ่ยกับ
อีกฝ่ายขึ้นว่า
“ท่านหลี่ ข้าว่าเรารีบดื่มสุรากันเถอะ จะได้ไปร่วมวง
สนุกกับพวกนั้น”
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้นขอรับนายท่านจิ้น”
และแล้วทั้งสองก็เร่งดื่มสุราสองไหจนหมด แล้วคิด
จะไปร่วมดื่มสุราหายากจากเจียงหนาน แต่ไหนเลยสอง
ชายชราจะดื่มเร็วสู้คนหนุ่มทั้งสี่ได้
“ไหนล่ะสุราหายากจากเจียงหนาน?”
“หมดไปตั้งนานแล้วขอรับ”
“!!”
ด้วยความตกใจบวกกับดื่มสุราเร็วเกินไป สองชาย
ชราก็ล้มพับหลับไปพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เดือดร้อน
ภรรยาของพวกเขาต้องพากลับไปนอนที่ห้องรับรอง ปกติ
ดื่มได้กันทั้งวันทั้งคืน เหตุใดวันนี้ยังไม่ถึงสองชั่วยามก็หลับ
ไปแล้วล่ะเนี่ย สงสัยต้องให้ลดการดื่มสุราแล้วกระมัง
ภรรยาของทั้งสองได้แต่คิดในใจเหมือนกัน