หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก - บทที่ 70 บ้านใกล้เรือนเคียง
ณ จวนอ๋องจวนอ๋องสาม
สตรีสองนางกำลังนั่งคุยกันอยู่ในห้องส่วนตัว
“หรูเอ๋อร์ คุณชายหลี่ผู้นั้นดูเข้าทีอยู่นะ เข้ากับท่าน
พ่อของเจ้าได้ดีด้วย”
“ลูกก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ท่านพ่อบอกให้รอดู
ท่าทีของเขาอีกสักพักเจ้าค่ะ”
“แล้วเมื่อไหร่จะตกลงสัญญาหมั้นหมายกันสักทีล่ะ
เนี่ย”
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้คุยสิ่งใดกันต่อ สาวใช้ก็เดิน
เข้ามาแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“คุณหนูเจ้าคะ คุณชายหลี่ซานมาเจ้าค่ะ ตอนนี้กำลัง
พูดคุยกับท่านอ๋องอยู่ในสวน”
“ท่านแม่จะไปที่สวนด้วยกันหรือไม่เจ้าคะ?”
“ไปเถอะ แม่ขอกลับไปพักที่ห้องดีกว่า”
เมื่อจบบทสนทนาทั้งสองก็แยกย้ายกัน ชายาอ๋อง
สามกลับไปที่พัก ส่วนเลี่ยงหรูเดินไปที่สวนรับรองแขก
“นี่เจ้าไม่เบื่อหรืออย่างไร มาที่นี่ได้ทุกวี่ทุกวัน”
“ไม่เบื่อเลยขอรับ”
“แต่ข้าเบื่อ!!”
บทสนทนาที่ไม่ต่างจากเดิมดังขึ้น ทำให้เลี่ยงหรูที่
กำลังเดินเข้ามาอมยิ้มเล็กน้อย ถึงปากท่านพ่อจะเอ่ย
ออกไปแบบนั้น แต่นางก็รู้สึกได้ว่าเขาเองก็รู้สึกดีที่อีกฝ่าย
มาเป็นเพื่อนคุยทุกวัน
ทางหลี่ซานก็ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยเปลี่ยนไปเป็น
เรื่องอื่นแทน
“ท่านพ่อ เอ๊ย ท่านอ๋อง น้องสี่ของข้าได้ฤกษ์หมั้น
หมายกับฤกษ์แต่งงานแล้ว ท่านไม่รู้สึกว่าข้าน่าสงสารบ้าง
หรือขอรับ”
อ๋องสามเงยหน้ามองหลี่ซานนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น
ว่า
“น้องเจ้าจะแต่งงาน เหตุใดข้าต้องไปสงสารเจ้าด้วย”
“ท่านอ๋องลองคิดดูนะขอรับ หากน้องชายของข้า
แต่งงานไป ไม่นานเขาก็จะมีลูกชายหรือลูกสาวตัวน้อยๆ
กำเนิดออกมา ในขณะที่ข้ายังไม่แม้แต่จะสามารถแต่งงาน
กับสตรีที่ดีพร้อมอย่างเลี่ยงหรูได้เลย มันไม่น่าสงสารไป
หน่อยหรือขอรับ”
ยังไม่ทันที่อ๋องสามจะตอบกลับ บุรุษผู้หนึ่งก็เอ่ย
ทักทายขึ้นว่า
“ท่านพ่อ ข้าพาซูซ่านกลับมาเยี่ยมขอรับ”
“คารวะท่านปู่ ข้ากับท่านพ่อมาเยี่ยมขอรับ”
เสียงของเด็กชายเอ่ยขึ้น ทำให้อ๋องสามเลิกสนใจหลี่
ซาน หันไปสนใจผู้มาเยือนใหม่แทน เซียวซู บุตรชายคนโต
ของอ๋องสาม รับหน้าที่เป็นเจ้าเมืองอยู่ที่หัวเมืองอื่น ทำให้
เขาไม่ได้อยู่ที่จวนอ๋องแห่งนี้ เพราะต้องไปอยู่เมืองที่ตน
ทำงานแทน
“หลานปู่ เหตุใดจะมาหาถึงไม่แจ้งข่าวล่วงหน้าก่อน
เล่า ปู่จะได้เตรียมอาหารอร่อยๆ ไว้ให้”
“ท่านพ่อมาทำธุระด่วน ข้าจึงขอติดตามมาด้วย
ขอรับ”
“งั้นรึ มาๆ ปู่จะพาเจ้าไปเที่ยวเล่นดีหรือไม่”
น้ำเสียงอ่อนโยนของอ๋องสาม ทำให้หลี่ซานที่ได้ยิน
เป็นครั้งแรกถึงกับไม่เชื่อหูตัวเอง ปกติแล้วอ๋องสามจะใช้
น้ำเสียงดุดันเย็นชาตลอดเวลา จนเขาคิดว่าอีกฝ่ายไม่
สามารถมีด้านที่อ่อนโยนได้ แต่เมื่อได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกปวดใจ
ราวกับถูกสตรีที่ตามเกี้ยวมาแรมปีหักอกก็ไม่ปาน เขาจึง
อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นว่า
“ข้าก็อยู่ตรงนี้นะขอรับ หากจะไปเที่ยวเล่นกันก็ต้อง
ชวนข้าไปด้วยถึงจะถูก”
“บุรุษผู้นี้คือ?”
“ข้าคือว่าที่น้องเขยของท่านขอรับ”
หลี่ซานตอบกลับอย่างมั่นใจจนอ๋องสามที่ได้ยิน
เช่นนั้นคิดอยากจะหันกลับมาทุบตีเขาสักทีสองที แต่ติดอยู่
ที่หลานชายตัวน้อยกำลังมองดูอยู่ จึงได้แค่เอ่ยกลับไปด้วย
น้ำเสียงเย็นชาว่า
“ก็แค่คนมาตามเกี้ยวน้องเจ้าเท่านั้น ไม่ได้เป็นว่าที่
น้องเขยอะไรนั่นหรอก คนที่ดีกว่าเจ้านี่มีอีกมากมาย ข้าไม่
คิดจะให้น้องเจ้าแต่งกับคนแบบนี้หรอก เฮอะ”
“ท่านอ๋อง นี่ท่านหมายความว่าอย่างไรขอรับ!!”
“ฟังภาษาคนไม่เข้าใจหรืออย่างไร ข้าหมายความ
ตามที่พูด”
“ตกลงที่ผ่านมา ท่านไม่เคยเห็นข้าอยู่ในสายตาของ
ท่านเลยใช่หรือไม่ เช่นนั้นก็ได้ ต่อไป ข้าจะไม่มายุ่งวุ่นวาย
อะไรกับท่านอีก ข้าขอลาก่อน”
กล่าวจบหลี่ซานก็เดินจากไปด้วยความรู้สึกเสียใจ
และผิดหวังจนไม่ได้ยินเสียงเลี่ยงหรูที่เอ่ยรั้งเขาไว้
“เฮอะ ไปได้เสียก็ดี คนอะไรน่ารำคาญชะมัด”
บุตรชายคนโตได้มองซ้ายทีขวาทีด้วยความงุนงง
ชายหนุ่มคนนั้นจะมาเกี้ยวน้องสาวหรือเกี้ยวบิดาของเขา
กันแน่นะ เขาได้แต่คิดในใจ
“ท่านพ่อ เหตุใดถึงไล่คุณชายหลี่ไปแบบนั้นล่ะเจ้า
คะ!!”
“ก็เจ้านั่นมันน่ารำคาญ จะมารบกวนเวลาของข้ากับ
หลานชายน่ะสิ”
“หากต่อไปเขาไม่สนใจข้าแล้วจะทำอย่างไร!!”
“หากไม่สนใจก็ปล่อยไป บุรุษดีๆ มีอีกเยอะแยะ อีก
อย่าง คนหน้าหนาอย่างเจ้านั่นก็แค่พูดเท่านั้น เดี๋ยวพรุ่งนี้
ก็มาใหม่แล้วเชื่อเถอะ”
“หากเขาไม่มาอีกล่ะเจ้าคะ ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าจะเลิก
คุยกับท่านพ่อชั่วชีวิตเลย”
“หากไม่มา พ่อจะไปตามมาเอง!!”
อ๋องสามเอ่ยอย่างมั่นใจ ตลอดเวลาหลายเดือนที่
ผ่านมา หลี่ซานแวะมาที่จวนอ๋องทุกวันไม่มีขาด แม้จะมี
ธุระด่วนแค่ไหนก็ต้องแวะมา เขาไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าหนุ่ม
นั่นจะยอมแพ้แค่คำพูดธรรมดาแบบวันนี้
และแล้วความคิดของเขาก็ผิดถนัด เมื่อวันต่อมาไม่มี
แม้แต่เงาของหลี่ซานปรากฏขึ้นที่จวนอ๋อง
“วันนี้ มีคนมาหาข้าบ้างหรือไม่”
“ไม่มีขอรับ”
หนึ่งเค่อผ่านไป…
“นี่พวกเจ้า มีคนมาขอพบข้าบ้างหรือไม่”
“ไม่มีขอรับ”
หนึ่งชั่วยามผ่านไป…
“พวกเจ้า…”
“ท่านอ๋อง มีคนมาขอพบขอรับ”
“นั่นไง ในที่สุดก็มา”
ยังไม่ทันที่บ่าวรับใช้จะพูดจบ อ๋องสามก็ก้าวเท้าไปที่
ห้องโถงรับรองอย่างรวดเร็ว พร้อมคิดคำพูดที่จะพูดกับหลี่
ซานต่างๆนานา อย่างเช่นว่า ‘ไหนว่าจะไม่มาแล้ว?’ ‘ข้าเบื่อ
หน้าเจ้าจริงๆ’
เมื่อถึงห้องโถง อ๋องสามที่กำลังจะเอ่ยก็หยุดชะงัก
เพราะบุคคลตรงหน้าไม่ใช่คนที่ตนคิดเอาไว้
“คารวะท่านอ๋อง วันนี้ข้าน้อยมีสินค้าจะมาเสนอขาย
ขอรับ”
ฝ่ายตรงข้ามที่เห็นอ๋องสามกระตือรือร้นเดินมาหา
ตัวเองก็รู้สึกดีใจ จึงรีบเอ่ยเชิญชวนให้ดูสินค้าที่ตนนำมา
เสนอขาย ทันที
“ข้าไม่เอาอะไรทั้งนั้น กลับไปซะ”
กล่าวจบเขาก็หมุนตัวกลับห้องตัวเองด้วยความ
หงุดหงิดทันที ตอนนี้ล่วงเข้าสู่ยามเซินแล้ว…หลี่ซานมักจะ
แวะมาช่วงเวลายามเซินในวันที่เขาติดธุระ… ยังไงก็รอไป
ก่อนก็แล้วกัน…
อ๋องสามมีบุตรสาวเพียงคนเดียวคือเลี่ยงหรู ทำให้
เขารักและหวงนางมากจนไม่อยากให้ใครพานางไป แม้หลี่
ซานจะดูเข้าที แต่เขาก็ทำใจไม่ได้ที่จะตอบตกลงให้เลี่ยงหรู
แต่งงานออกไป
เมื่อล่วงเข้าสู่ยามโหย่ว ทำให้ความหวังว่าหลี่ซานจะ
มาที่จวนหมดลง หรือเมื่อวานเขาพูดแรงไป? หรือเจ้าหนุ่ม
คนนั้นไม่สนใจบุตรสาวของเขาแล้ว? ไม่สนใจก็ดี หรูเอ๋อร์
จะได้อยู่กับเขาไปอีกนานๆ
สองวันผ่านไป
“หรูเอ๋อร์ เจ้าหนุ่มนั่นไม่มาแล้ว เจ้าก็เลิกสนใจเถอะ”
สองวันที่ผ่านมาบุตรสาวไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา ไม่
เพียงแต่บุตรสาวเท่านั้น ขนาดภรรยาเองยังขลุกตัวอยู่ที่
ห้องบุตรสาว ทำให้เขาไม่มีโอกาสขอให้นางช่วยพูดให้ จน
ตอนนี้เขารู้สึกกังวลใจจนบอกไม่ถูก
เลี่ยงหรูเพียงมองหน้าบิดาแต่ไม่เอ่ยสิ่งใด เมื่อกิน
ข้าวเสร็จนางก็ตรงกลับห้องทันที
“เมียรัก คือว่า…”
“เรื่องที่ท่านผูก ท่านก็ควรแก้เองนะเจ้าคะ”
อ๋องสามที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับร้อนใจ ต้องมีอะไร
ผิดพลาดตรงไหน ไม่เข้าใจเลยสักครั้ง ที่เจ้าหนุ่มนั่นทำเป็น
ประจำ ประจำ กลับไม่เห็นสักครั้ง …. เอ่อ…สุดท้ายเขาจึง
ตัดสินไปที่ตระกูลหลี่อย่างที่บอกกับบุตรสาวไว้เลี่ยงหรูที่รู้
ว่าบิดาจะไปตระกูลหลี่ก็รู้สึกไม่วางใจ รีบแต่งตัวแอบตาม
ออกไปห่างๆ
พ่อบ้านนำทางพาอ๋องสามมาจนถึงหน้าจวน
ตระกูลหลี่อย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาไม่ถึงครึ่งเค่อ
“ท่านอ๋องขอรับ ที่นี่คือจวนตระกูลหลี่ขอรับ”
“ถึงแล้วงั้นหรือ?”
“ขอรับ”
มิน่าล่ะ เจ้านั่นถึงมาได้ทุกวี่ทุกวัน เพราะมันอยู่ใกล้
กันแบบนี้นี่เอง อ๋องสามที่มองไปหน้าจวนเห็นว่าจวนแห่ง
นี้มีขนาดเล็กกว่าจวนเขาเท่าตัวก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย จวน
เล็กแบบนี้บุตรสาวของเขาจะมาอยู่ได้อย่างไรกัน
อ๋องสามที่กำลังเปลี่ยนใจคิดจะกลับจวนของตัวเองก็
ได้ยินเสียงเปิดประตูจวนพอดิบพอดี
“คารวะท่านอ๋อง ท่านมาหาพี่สามหรือเจ้าคะ?”
อ๋องสามที่เห็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักเอ่ยถามก็ขมวด
คิ้วเล็กน้อย ก่อนจะถามกลับไปว่า
“เจ้าเป็นใคร แล้วรู้จักข้าได้อย่างไร?”
“ข้าคือหลี่เป่า เป็นบุตรสาวคนเล็กของตระกูลหลี่เจ้า
ค่ะ ท่านอ๋องสามงามสง่าไม่ต่างจากคำบอกเล่าของพี่สาม
ดังนั้นข้าจึงมั่นใจว่าท่านต้องเป็นท่านอ๋องสามแน่นอน”
หากเป็นคำเยินยอของผู้อื่น อ๋องสามอาจไม่สนใจ
แต่หน้าตาที่น่ารัก บวกกับดวงตาใสซื่อขณะที่เป่าเปาพูด
ออกมา ทำให้อ๋องสามรู้สึกถูกชะตากับเด็กสาวคนนี้
“ข้ามาหาหลี่ซาน เขาอยู่ที่จวนหรือไม่”
“อยู่เจ้าค่ะ เชิญด้านในก่อนนะเจ้าคะ”
อ๋องสามพยักหน้าก่อนจะเดินตามเป่าเปาไปเมื่อก้าว
เข้ามาด้านในจวน อ๋องสามถึงกับตกตะลึงกับการตกแต่ง
ของตระกูลหลี่ สวนถูกจัดให้ดูสบายตา ไม่ใหญ่ไปจนดูโอ้
อวดและไม่เล็กไปจนดูคับแคบ เครื่องเรือนแต่ละชิ้นล้วน
เข้ากัน บ่งบอกถึงความเอาใจใส่ของผู้เลือกเป็นอย่างดี จน
เขาอดไม่ได้ที่จะมองดูเครื่องเรือนเหล่านั้น
เป่าเปาที่เห็นสีหน้าของก็อีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้นว่า
“เครื่องเรือนเหล่านี้เป็นพี่สามที่จัดหามา ข้ารู้สึกว่า
มันสวยมากเลยเจ้าค่ะ แต่คงสู้จวนท่านอ๋องไม่ได้”
“เจ้านั่น เอ่อ… หลี่ซานเป็นหาทั้งหมดเลยหรือ?”
“เจ้าค่ะ”
เป่าเปาพยักหน้าอย่างจริงจัง พี่สามเป็นคนหามา
ทั้งหมดจริงๆ เพียงแต่เขาหามาตามที่นางบอกเท่านั้น
แหละ
อ๋องสามที่ไม่รู้ถึงข้อความในใจเป่าเปาก็รู้สึกชื่นชมห
ลี่ซานขึ้นมาเล็กน้อย เจ้าหนุ่มนั่นก็มีดีอยู่เหมือนกัน
ระหว่างรอคนไปตามหลี่ซาน ทั้งสองก็นั่งสนทนากันไป
เรื่อยๆ จนกระทั่ง
“เจ้ามีคู่หมายแล้วหรือ?”
“มีแล้วเจ้าค่ะ ข้ากำลังจะหมั้นหมายกับบุตรชาย
ตระกูลจิ้น โชคดีจริงๆ ที่จวนของเขาอยู่ไม่ไกลจากที่นี่
หากข้าออกเรือนไปแล้วละก็ข้าจะสามารถกลับจวนแห่งนี้
เพื่อพบปะกับคนในตระกูลเมื่อไหร่ก็ได้”
อ๋องสามที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกเห็นด้วย ก่อนจะคิดไป
ถึงบุตรสาวของตัวเอง หากได้แต่งงานกับคนที่จวนอยู่ใกล้
กันก็คงดีไม่น้อย นางจะได้กลับมาหาเขาบ่อยๆ แล้วเขาก็
นึกได้ว่าจวนแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากจวนของเขา หากแต่งเข้า
ตระกูลหลี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน
ขณะที่เขากำลังคิดเรื่องต่างๆ อยู่นั้น หลี่ซานก็
ปรากฏตัวที่หน้าห้องโถงก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“คารวะท่านอ๋องขอรับ”
อ๋องสามมองไปตามเสียง พบกับหลี่ซานที่กำลังนั่ง
รถเข็นก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นว่า
“เจ้าเป็นอะไรไป?”
“เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับข้านิดหน่อยขอรับ ข้าไม่อยาก
ให้ท่านเป็นห่วงเลยไม่ได้ไปหาที่จวนขอรับ”
“ใครเป็นห่วงเจ้ากัน”
“ท่านอ๋องอย่างไรเล่าขอรับ”
หลี่ซานฉีกยิ้มกว้างตั้งแต่ที่รู้ว่าอ๋องสามมาหา อย่าง
น้อยความพยายามหลายเดือนของเขาก็ไม่ได้สูญเปล่า
“เฮอะ สภาพเช่นนี้จะจัดงานหมั้นหมายได้อย่างไร
รีบๆ รักษาตัวแล้วพาผู้ใหญ่ไปหาข้าที่จวนก็แล้วกัน”
กล่าวจบเขาก็ลุกขึ้น สะบัดชายเสื้อเดินออกจากจวน
ไปทันที หนึ่งที่เขาไม่อยากให้บุตรสาวแต่งงานกับหลี่ซาน
เพราะเขายังไม่อยากให้บุตรสาวจากจวนไป สองคือหลี่
ซานผู้นี้แม้จะดูเข้าทีแต่ดูภายนอกกลับเหมือนคนไม่จริงจัง
กับชีวิต จึงทำให้เขาไม่แน่ใจว่าจะดูแลเลี่ยงหรูได้ดีหรือไม่
แต่เมื่อได้พบน้องสาวของหลี่ซานก็พบว่านางเป็นคน
ที่ฉลาดและมีไหวพริบ คนเป็นพี่อย่างหลี่ซานก็คงได้
ความสามารถของน้องสาวมาไม่มากก็น้อย อีกอย่างที่เป่า
เปาบอกว่าจวนของเราอยู่ใกล้กัน ทำให้อ๋องสามตัดสินใจ
ยอมให้หลี่ซานหมั้นหมายกับบุตรสาว ดีกว่าให้นางแต่ง
ออกไปไกลๆ
สุดท้ายหลี่ซานก็ได้หมั้นหมายและแต่งงานกับหญิง
สาวที่หมายปองด้วยคำพูดของเป่าเปาเพียงคำเดียว รู้งี้เขา
พานางไปจวนอ๋องด้วยตั้งนานแล้ว เฮ้อ…