หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก - บทที่ 61 บทลงโทษ
หลังตรวจสอบขุนนางในเมืองเฉิงตูเรียบร้อยแล้วทั้ง
สี่ก็เดินทางกลับเมืองหลวงทันที
“พี่เฟย ถ้าท่านรู้ตัวคนที่ทำร้ายครอบครัวแล้วท่าน
จะทำอย่างไรเจ้าคะ”
เฟยหลงมองหน้าเป่าเปาทีหนึ่ง ไม่มีข่าวใดจะเล็ด
ลอดเด็กสาวผู้นี้ไปได้จริงๆ
“เจ้ารู้ตัวคนทำงั้นหรือ?”
“หลักฐานยังไม่พอ แต่คิดว่าเป็นคนๆเดียวกับที่ทำ
ร้ายท่านอาของข้าเจ้าค่ะ”
“มีอะไรบ่งบอกว่าเป็นเขา”
“ในวันเกิดเหตุมีคนพบบุคคลที่มีลักษณะคล้ายบุรุษผู้
นั้น ซึ่งวันนั้นเขาไม่ได้อยู่ที่จวนพอดี แต่ข้ายังไม่มีหลักฐาน
ชี้ชัด”
สาเหตุที่เป่าเปารู้เรื่องราวของเฟยหลงเพราะนางได้
สืบข่าวต่างๆ ที่เกี่ยวกับเสนาบดีไป๋และได้พบเรื่องนี้โดย
บังเอิญ
เพียงเท่านี้เฟยหลงก็พอเดาได้แล้ว ว่าคนผู้นั้นคือใคร
ก่อนหน้าเขาได้รู้เรื่องราวตระกูลหลี่ ทำให้รู้ว่าใครคือคนที่
ทำร้ายพวกเขาจนต้องแอบซ่อนตัวนับสิบปี
“ถ้าข้ารู้ว่าใครคือคนที่ทำร้ายครอบครัวข้า ข้าจะไม่
ปล่อยมันไว้เด็ดขาด!!”
“หากข้ามีหลักฐานแน่ชัดข้าจะมาบอกพี่ทันทีเลยเจ้า
ค่ะ”
เป่าเปาพยักหน้าน้อยๆ นางเข้าใจความรู้สึกของเฟย
หลงเป็นอย่างดี นางกับเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่
คล้ายคลึงกันเพียงแต่นางโชคดีกว่าตรงที่ครอบครัวยังอยู่
แต่ครอบครัวของเฟยหลงเสียชีวิตไปหมดแล้ว
จิ้นอันกับจางเหว่ยมองทั้งสองพูดคุยกันโดยไม่ได้
รบกวน จางเหว่ยเองก็เป็นเหยื่อคนหนึ่งของเสนาบดีไป๋
เช่นกัน แต่เพราะเขาไหวตัวทันจึงไม่เกิดเรื่องร้ายกับ
ครอบครัว
หลังเดินทางกลับถึงเมืองหลวง เป่าเปาไม่ได้หยุดพัก
นางออกไปติดตามเรื่องราวที่ตนเคยปล่อยข่าวลือเอาไว้
“อาจารย์อี้ เรื่องของสนมไป๋เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
อี้ไท่ อาจารย์ของนางเมื่อชาติก่อน เป็นคนรับหน้าที่
จัดการเกี่ยวกับข่าวลือของต้าหนี่ เมื่อเขารู้ว่าเป้าหมายที่
เป่าเปาต้องการเล่นงานเป็นคนคุ้นเคย ทำให้เขาตั้งใจสืบ
ข่าวเรื่องนี้เป็นพิเศษ
“คุณหนูหลี่ ตอนนี้มีคนระแคะระคายเรื่องที่สนมไป๋
ลักลอบออกจากวังแล้ว คาดว่าอีกไม่นานนางน่าจะถูก
สอบสวนอย่างแน่นอน”
“บุรุษผู้ขายยาที่ทำให้เหมือนตั้งครรภ์วันนั้นล่ะเจ้า
คะ”
“ข้าให้คนพาเขาไปหลบซ่อนแล้ว”
เป่าเปาพยักหน้าเห็นด้วยกับวิธีนี้ ด้วยนิสัยเสนาบดี
ไป๋เขาต้องหาทางช่วยต้าหนี่แน่นอน ไม่ใช่เพราะต้องการ
ช่วยต้าหนี่ แต่เพราะต้องการช่วยตัวเองต่างหาก อย่างไรก็
ตามนางอยู่ตรงนี้แล้วอย่าหวังว่าอะไรๆจะง่ายขนาดนั้น
หลังจากนั้นไม่นานนางก็ถามเรื่องอื่นๆ กับอี้ไท่ก่อน
จะแยกตัวไปหาพี่ชายคนโต
ณ ตำหนักฮองเฮา
ขณะที่ฮองเฮากำลังจิบชาอยู่ที่หน้าตำหนัก องครักษ์
ผู้หนึ่งก็เข้ามารายงานความคืบหน้าเรื่องที่นางสั่งให้ไปสืบ
ข่าว
“ทูลฮองเฮา ดูเหมือนวันนั้นสนมไป๋จะไปที่จวน
เสนาบดีไป๋เพราะคุณชายไป๋ไม่สบายพ่ะย่ะค่ะ”
“ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าแอบไปพบบุรุษหรอกหรือ เหตุใด
ถึงกลายเป็นว่าไปที่จวนเสนาบดีไป๋กัน?”
ฮองเฮาเอ่ยถามด้วยความสงสัย ข่าวครั้งก่อนบอก
อย่างหนึ่งตอนนี้บอกอีกอย่างหนึ่ง หรือมีคนจงใจสร้างข่าว
เท็จ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นการออกจากวังโดยไม่ขอ
อนุญาตก็มีความผิดอยู่ดี
ดังนั้นฮองเฮาจึงตัดสินใจหันไปพูดกับนางกำนัลว่า
“ลี่เอ๋อร์ เราไปตำหนักหวงกุ้ยเฟย และไปตำหนัก
สนมไป๋กัน”
“เพคะ”
นางกำนัลรับคำ ก่อนไปเตรียมของจำเป็นเพื่อไป
เยือนตำหนักสนมทั้งสองคน ปกติแล้วการไปเยือนตำหนัก
อื่นมักต้องมีของติดไม้ติดมือไปด้วยเสมอ ยิ่งเป็นฮองเฮาผู้
เป็นใหญ่ในฝ่ายใน ยิ่งต้องวางตัวให้เหมาะสม นางจึงต้อง
ใช้เวลาเตรียมตัวนานเป็นพิเศษ
ฮองเฮาเลือกไปเยือนหวงกุ้ยเฟยก่อน และอยู่พูดคุย
ให้คำแนะนำเรื่องการดูแลครรภ์ ก่อนกลับหวงกุ้ยเฟยยัง
แอบกระซิบถามฮองเฮาขึ้นว่า
“พี่สาว ตกลงเรื่องสนมไป๋แอบหนีออกไปพบบุรุษ
นอกวังเป็นเรื่องจริงหรือเพคะ”
ฮองเฮากับหวงกุ้ยเฟยค่อนข้างสนิทและรักใคร่
ปรองดองกัน ทำให้ทั้งสองเรียกกันอย่างสนิทสนม
“ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”
“ไม่แน่ใจหรือไม่อยากบอกหม่อมฉันกันแน่เพคะ เอา
เถอะ ถ้านางทำผิดจริง พี่สาวต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุดอย่า
ปล่อยนางไว้ในวังหลังเชียวนะเพคะ”
“ถ้านางทำผิดจริงข้าไม่ปล่อยไว้แน่ อย่าไปสนใจเรื่อง
คนอื่นเลย ดูแลตัวเองดีๆ ก่อนเถอะ”
ทั้งสองพูดคุยกันอีกพักหนึ่งก่อนฮองเฮาจะขอตัว
จากมา แล้วมุ่งหน้าตรงไปที่ตำหนักสนมไป๋ เมื่อมาถึงนางก็
ต้องชะงักเล็กน้อยเพราะพบว่าเสนาบดีไป๋เองก็อยู่ที่นี่ด้วย
“ถวายบังคมฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ ขอจงทรงพระเจริญ
พันปีพันๆ ปี”
“ตามสบาย เหตุใดท่านถึงมาอยู่ที่ฝ่ายในได้!?!”
“กระหม่อมได้ขอพระราชทานอนุญาตจากฝ่าบาท
แล้วจึงได้มาอยู่ที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”
ฮองเฮาขมวดคิ้วเล็กน้อย ปกติการที่ใครจะเข้าหรือ
ออกฝ่ายในต้องมีผู้มารายงานนางก่อนเสมอ แล้วเหตุใด
เรื่องที่เสนาบดีไป๋มาที่ตำหนักน้นางถึงไม่รู้เรื่องกัน
ทางต้าหนี่ที่ดูเหมือนจะอ่านความคิดไทเฮาออกก็รีบเอ่ยขึ้น
ว่า
“พอดีท่านพ่อมีเรื่องเร่งด่วนจึงขอพระราชทาน
อนุญาตจากฝ่าบาทหลังว่าราชการเสร็จ ประจวบเหมาะ
กับฮองเฮาไม่อยู่ตำหนักจึงยังไม่ได้แจ้งให้ฮองเฮาทราบ
ก่อนเพคะ”
“เฮอะ ด่วนอะไรกันขนาดนั้นเชียว ถึงไม่ต้องรอข้า
อนุญาตก่อน!!”
ฮองเฮาเริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมาบ้างเล็กน้อย สองพ่อลูกคู่
นี้ชอบทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาของนาง ทำให้นางรู้สึกหัว
เสีย แต่เพราะตระกูลไป๋เป็นตระกูลขุนนางระดับสูงที่มี
อิทธิพลต่อราชสำนัก ทำให้นางเลือกที่จะไม่สนใจพวกเขา
ครั้งนี้ก็เช่นกัน แม้นางจะโมโหแต่ก็เลือกมองผ่าน
หันไปถามเรื่องที่เป็นจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้แทน
“เรื่องด่วนที่ท่านเสนาบดีว่าคือเรื่องอะไรกัน ทำให้
ท่านถึงกับต้องเข้าวังหลังโดยรีบร้อนขนาดนี้”
“ก่อนหน้านี้บุตรชายคนเล็กของกระหม่อมป่วย
อาการไม่ค่อยสู้ดี สนมไป๋เลยตกใจรีบออกไปดูอาการของ
เขา ทำให้นางละเลยกฏของวังหลังไป กระหม่อมจึงมาที่นี่
เพื่อเป็นพยานและพานางไปขออภัยโทษกับฮ่องเต้และ
ฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ”
ฮองเฮาหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างรู้สึกประหลาดใจ โชค
ดีของสนมไป๋จริงๆ ที่มีคนคอยแก้ต่างให้แบบนี้ แม้จะทำ
ผิดแต่กลับเปิดเผยความผิดแล้วมาขออภัยโทษ อีกทั้งเป็น
การกระทำผิดเพราะเป็นห่วงคนในครอบครัวด้วยคงเป็นไป
ไม่ได้ที่จะลงโทษขั้นร้ายแรง แต่นางก็ยังเอ่ยขึ้นว่า
“เหตุใดบุตรสาวท่านถึงต้องรีบไปขนาดนั้น ไม่รอทำ
ตามระเบียบก่อนเล่าท่านเสนาบดีไป๋ นางอยู่ที่นี่มาก็หลาย
ปี แค่กฎระเบียบพื้นฐานยังท่องไม่ได้ หากปล่อยนางไว้โดย
ไม่ลงโทษ ต่อไปข้าจะปกครองผู้คนในวังหลังได้อย่างไร”
“เป็นกระหม่อมที่เลอะเลือนไม่เอ่ยเตือนสั่งสอน หาก
จะลงโทษนางก็ลงโทษกระหม่อมแทนเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
ยังไม่ทันที่ฮองเฮาจะเอ่ยสิ่งใด เสียงขันทีหน้า
ตำหนักก็ดังขึ้น
“ฮ่องเต้เสด็จแล้ว”
“ถวายบังคมฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี
หมื่นๆ ปี”
ทุกคนในตำหนักต่างเอ่ยขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน
ฮ่องเต้ทำเพียงโบกมือไปมาให้ทุกคนลุกขึ้นก่อนจะเอ่ยขึ้น
ว่า
“ฮองเฮา ข้าได้ยินเรื่องทุกอย่างหมดแล้ว ดูเหมือน
บุรุษที่สนมไป๋ไปพบจะเป็นน้องชายบุญธรรมของนาง”
“หม่อมฉันก็เพิ่งได้ยินเรื่องราวนี่แหละเพคะ กำลังคิด
จะไปเชิญพระองค์มาช่วยตัดสินความผิดของนาง”
ต้าหนี่ที่ได้ยินคำพูดของฮองเฮาก็ยิ้มมุมปากแม้อีก
ฝ่ายจะมีใบหน้างดงาม แต่นางสาวกว่า ดูเย้ายวนใจกว่า
และมีความสามารถหลายๆ อย่างมากกว่า อีกทั้งฮ่องเต้ยัง
ทรงโปรดปรานนางมาก นางไม่เชื่อหรอกว่าฮ่องเต้จะไม่
ช่วยพูดให้ตัวเอง แต่การประเมินที่สูงไปของต้าหนี่กลับถูก
ตีให้ตกลง เพราะฮ่องเต้ได้เอ่ยขึ้นว่า
“ข้ามอบให้เจ้าตัดสินใจได้เลย”
ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า นางแต่งงานกับ
บุรุษผู้นี้ตั้งแต่สมัยที่เขาเป็นเพียงองค์ชายธรรมดาก่อนจะ
มาเป็นรัชทายาท จนมาถึงตอนนี้ มีหรือนางจะไม่รู้นิสัย
ของเขา แม้สนมไป๋กับสนมอีกหลายๆ คนจะเป็นที่โปรด
ปรานก็จริง แต่เขาก็ทำไปเพราะขั้วการเมือง
ขณะที่ฮองเฮากำลังจะเอ่ยบทลงโทษของต้าหนี่
องครักษ์คนเดิมก็วิ่งมากระซิบบางอย่างกับนางกำนัล
ก่อนที่นางกำนัลจะนำมาบอกต่อฮองเฮา