หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก - บทที่ 62 แหกคุก
ฮองเฮาที่ได้ยินนางกำนัลเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วเป็นปม
นางมองไปทางเสนาบดีไป๋ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งว่า
“ท่านเสนาบดีไป๋ ท่านแน่ใจหรือว่าบุตรสาวบุญธรรม
ของท่านออกจากวังเพียงเพราะเป็นห่วงน้องชาย ไม่ได้มีสิ่ง
อื่นแอบแฝง?”
เสนาบดีไป๋ที่ได้ยินคำถามก็หยุดชะงักไปนิดหนึ่ง ที่
เขามาช่วยนางเพราะเขาเป็นคนส่งนางเข้าวัง หากมีปัญหา
เกิดขึ้นกับนาง อาจส่งผลกระทบต่อเขาได้ แต่คำถามนี้กลับ
ทำให้เขาต้องคิดใหม่
ก่อนหน้านี้ต้าหนี่ไม่ยอมบอกว่าตัวเองออกไปทำสิ่ง
ใด แต่รับรองว่าไม่ได้ไปพบชายชู้อย่างที่ข่าวลือ ทำให้เขา
เลือกที่จะเก็บสายในวังหลังอย่างนางไว้ แต่คำถามของ
ฮองเฮาทำให้เขาต้องพิจารณาเรื่องนี้ใหม่อีกครั้งความคิดใน
หัวของเขาหมุนวนอย่างรวดเร็ว จนกลั่นกรองเป็นคำตอบที่
ดีที่สุดออกมาว่า
“สนมไป๋รีบเร่งมาที่จวนเพราะบุตรชายของ
กระหม่อมไม่สบายจริงๆ แต่เพราะกระหม่อมเป็นห่วง
บุตรชายมากเช่นกันจึงไม่ได้ไปส่งสนมไป๋กลับวังหลวงด้วย
ตัวเองพ่ะย่ะค่ะ”
ต้าหนี่ที่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายก็เบิกตากว้าง ตาเฒ่า
เจ้าเล่ห์ผู้นี้ไว้ใจไม่ได้จริงๆ ตอนแรกสัญญาเป็นมั่นเป็น
เหมาะว่าจะช่วยนาง แต่กลับเปล่งคำพูดที่มีช่องโหว่เช่นนี้
ออกมา เหอะ หากนางรอดไปได้อย่าหวังว่านางจะช่วยงาน
เขาอีกเลย
ทางฝั่งฮ่องเต้เองก็ได้ทราบเรื่องราวที่ฮองเฮารู้จาก
องครักษ์แล้วเช่นนั้น สีหน้าของเขาดำทะมึนก่อนจะเอ่ยขึ้น
ว่า
“สนมไป๋ หากเจ้ามีอะไรจะสารภาพก็พูดเสียตั้งแต่
ตอนนี้ มิเช่นนั้นเจ้าจะไม่มีโอกาสได้พูดอีก!!”
ต้าหนี่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกตกใจ แต่ไม่แสดงอาการ
ใดๆ ออกมา นางส่งคนไปเก็บชายขายยาผู้นั้นแล้ว เป็นไป
ไม่ได้ที่จะมีคนสาวเรื่องมาถึงนาง ดังนั้นนางจึงมั่นใจ บีบ
น้ำตาออกมาแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“หลายปีที่ผ่านมาหม่อมฉันทำทุกอยู่ในกรอบธรรม
เนียม มีเพียงครั้งนี้ที่เป็นห่วงน้องชายมากเกินไปเท่านั้น ไม่
มีสิ่งใดที่หม่อมฉันจะสารภาพเพคะ”
“เจ้าแน่ใจนะ เช่นนั้นพวกเจ้าไปพาตัวชายคนนั้นเข้า
มา!!”
กล่าวจบ ทหารองครักษ์ก็พาบุรุษผู้หนึ่งเข้ามาด้าน
ใน ต้าหนี่ที่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกตื่นตระหนกแต่ใบหน้ากลับ
สงบนิ่งผิดกับใจที่เต้นระรัว นางสั่งให้คนไปสังหารเขาแล้ว
ชัดๆ เหตุใดถึงจะยังมายืนอยู่ตรงนี้ได้อีก
“สนมไป๋ เจ้าเคยเห็นบุรุษตรงหน้าผู้นี้หรือไม่”
“ไม่เพคะ หม่อมฉันไม่เคยเห็น”
“อื้อ อื้อ อื้อ”
บุรุษผู้นั้นตะโกนออกมาราวกับต้องการโต้แย้ง แต่ไม่
มีเสียงพูดกลับเป็นเสียงอู้อี้แทน ทำให้ต้าหนี่ที่เห็นรอยแผล
ที่คอและได้ยินเสียงที่ไม่เป็นคำรู้สึกสบายใจขึ้นมาก แม้
บุรุษผู้นี้จะยังไม่ตายอย่างน้อยก็ไม่สามารถสื่อสารได้ แต่
นางก็สบายใจได้เพียงพักเดียว เมื่อมีเสียงคนผู้หนึ่งพูดขึ้น
ว่า
“ท่านพ่อของข้าถูกสตรีผู้นี้ทำร้ายจนต้องเป็นแบบนี้
พวกท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับพวกเราด้วยนะเจ้าคะ”
หญิงสาวชาวบ้านผู้หนึ่งเดินตามบิดาที่เป็นใบ้ออกมา
ด้วยน้ำตานองหน้า นางเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่ไม่รู้คำ
ราชาศัพท์ ทำให้นางพูดแบบปกติทั่วไปทั้งที่อยู่ในวัง
“พูดเหลวไหลอะไรของพวกเจ้า ขนาดหน้ายังไม่เคย
พบ ข้าจะไปทำร้ายบิดาของเจ้าได้อย่างไร”
“ไม่เคยพบได้อย่างไร วันนั้นข้าเห็นท่านเอาของจาก
บิดาข้าไปชัดๆ!!”
“นางเอาสิ่งใดจากบิดาของเจ้า”
หญิงสาวส่ายหน้า นางไม่รู้ว่าบิดานำสิ่งใดไปให้คน
ตรงหน้า
“ข้าน้อยไม่รู้จริงๆ รู้แต่สตรีผู้นี้ต้องการฆ่าปิดปาก
บิดาของข้าน้อย ของสิ่งนั้นมันต้องสำคัญมากแน่ๆ”
“สตรีผู้นี้พูดจาเลอะเลือน หม่อมฉันไม่เคยเจอพวก
เขามาก่อน จะส่งคนไปสังหารผู้อื่นทำไมกัน มีคนต้องการ
ใส่ร้ายหม่อมฉันแน่ๆ”
ต้าหนี่น้ำตาคลอ เอ่ยตอบด้วยเสียงสั่นเครือ หรือ
บางทีนางอาจจะถูกใส่ร้ายจริงๆ? ฮ่องเต้และฮองเฮามอง
หน้ากันก่อนจะหันไปถามหญิงชาวบ้านผู้นั้น
“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า จงเล่ามาให้ เราจะให้ความเป็น
ธรรมแก่เจ้าเอง”
เมื่อหญิงชาวบ้านใจเย็นลงและพบว่าบุคคลตรงหน้า
คือใคร ก็ตกใจจนพูดอะไรไม่ออก ฮ่องเต้ไม่ได้ถือสา และ
บอกให้นางเล่าเรื่องทุกอย่างออกมา นางจึงเล่าเรื่องที่
ตนเองรู้ว่า
วันนั้นนางไปตลาดเพื่อซื้อของทำอาหาร บังเอิญเห็น
ทั้งสองที่หน้าร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง แต่ไม่ได้เข้าไปทักเพราะดู
ท่าทางทั้งสองดูแปลกประหลาด หลังจากแยกกับบิดา สตรี
ผู้นี้ก็ซุบซิบกับชายคนหนึ่ง แล้วบุรุษผู้นั้นก็ตามบิดาของ
นางไป เพื่อสังหาร
โชคดีที่มีคนมาช่วยพวกนางไว้ได้ แต่โชคร้ายที่ดาบ
ของคนร้ายฟันเข้าที่ลำคอยาวไปจนถึงหน้าอก ทำให้บิดา
ไม่สามารถเปล่งเสียงพูดได้อีกตลอดชีวิต
เมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมด ฮ่องเต้ก็หันไปทางเสนาบดี
ไป๋แล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ท่านเสนาบดี เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่?”
“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมรับสนมไป๋เป็นบุตรบุญธรรม
เพราะนางมีบุญคุณกับครอบครัว พื้นฐานเชื่อว่านางเป็น
คนจิตใจดี แต่หากนางเป็นคนมีจิตใจโหดร้ายเช่นนั้นจริง
กระหม่อมคงไม่มีสิ่งใดจะพูดอีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ต้าหนี่กัดฟันแน่น พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน
ตอนแรกบอกจะช่วยเป็นพยาน แต่คำพูดเมื่อครู่ดูเหมือน
ผลักความรับผิดชอบให้นางทั้งหมด หาว่านางอาจจะนัด
พบผู้อื่นหลังออกจากจวนของเขา แบบนี้นางไม่ยิ่งแย่
กว่าเดิมหรอกหรือ
ก่อนหน้านี้ที่ได้ยินข่าวลือของตัวเอง นางอุตส่าห์หา
พยานและหลักฐานเท็จเอาไว้แล้ว แต่เมื่อเสนาบดีไป๋เสนอ
ทางรอดให้นางจึงเลือกทางของเขา มาตอนนี้เสนาบดีไป๋
กลับผลักไสนางลงสู่ก้นเหว
“หญิงสาวผู้นี้เอาแต่พูดกล่าวหาแต่ไม่มีหลักฐาน ฝ่า
บาทต้องให้ความเป็นธรรมกับหม่อมฉันด้วยนะเพคะ”
“ใครว่าข้าไม่มีหลักฐาน”
หญิงสาวหยิบต่างหูข้างหนึ่งออกมา ส่งให้ขันทีนำไป
ถวายฮ่องเต้และฮองเฮา ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีก ว่า
“นี่คือสิ่งที่สตรีผู้นี้ทำตกไว้เจ้าค่ะ”
ทั้งสองมองสิ่งที่อยู่ในมือนางกำนัลก่อนจะพิจารณา
ต่างหูคู่นั้น ต้าหนี่ที่เห็นท่าไม่ดีคิดจะชิงหนีออกไปก่อน แต่
ถูกเสนาบดีไป๋ที่อยู่ด้านข้างตะโกนขึ้นว่า
“จับนางเร็วเข้า นางกำลังคิดจะหนี!!”
ดังนั้นต้าหนี่ที่ยังไม่ทันลุกขึ้นยืนเต็มตัวจึงถูกทหาร
ล้อมจับเอาไว้โดยที่นางไม่สามารถหนีออกมาได้ ต้าหนี่เป็น
สตรีที่มีฝีมือผู้หนึ่ง แต่เพราะนางห่างหายจากการฝึกมา
นาน อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามเป็นบุรุษหลายคน ทำให้นางถูกจับ
ได้อย่างง่ายดาย
“ข้าเป็นบุตรสาวของท่านนะ!!”
“บ้านมีกฎบ้าน เมืองมีกฎเมือง เมื่อเจ้ากระทำ
ความผิดร้ายแรงเช่นนี้ ข้าก็ไม่อาจช่วยเจ้าได้”
“หากข้าถูกจับ ท่านก็อย่าคิดว่า….”
“จับนางไปคุกไว้เลย”
เสนาบดีไป๋รีบเอ่ยตัดบทต้าหนี่ ไม่ใช่กลัวว่าจะถูก
นางเปิดโปง เขาเป็นคนรอบคอบไม่เคยทำสิ่งใดมีช่องโหว่
แต่เพราะไม่อยากดูแย่ในสายตาผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ทั้ง
ยังแสดงว่าตัวเองบริสุทธิ์และเป็นกลาง เพื่อสร้างความ
ประทับใจให้อีกฝ่ายอีกด้วย
ฮ่องเต้ไม่ได้เอ่ยห้ามเสนาบดีไป๋ที่สั่งให้จับสนมไป๋ไป
ขัง เขาได้แต่ถอนหายใจออกมาทีหนึ่ง ก่อนจะส่งต่อให้
ฮองเฮาเยียวยาครอบครัวที่ถูกทำร้าย และมอบหน้าที่
สอบสวนให้องครักษ์ข้างกายว่าสิ่งที่ต้าหนี่รับมาคือสิ่งใด
ก่อนจะหันหลังกลับตำหนักทันที
ฮองเฮาไม่ได้ทำให้ผิดหวัง นางมอบเงินจำนวนหนึ่ง
เป็นการชดเชยให้สองพ่อลูกก่อนจะส่งออกนอกวังหลวง
ทั้งสองก้มหัวคารวะอย่างทีาบซึ้งแล้วพากันก้าวออกมา
จังหวะที่ไม่มีใครสังเกตทั้งสองก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
โดยไม่มีใครสงสัย ต่างคนต่างคิดว่าสองพ่อลูกได้ออกจาก
วังไปแล้ว
ต้าหนี่ที่ถูกจับคุมขังอยู่ในคุกใต้ดิน ได้คิดทบทวน
เรื่องราวที่เกิดขึ้น นางเป็นคนรอบคอบมาตลอด เป็นไป
ไม่ได้ที่นางจะใส่ต่างหูคู่นั้นออกไปนอกวัง อีกทั้งนางจำ
ไม่ได้เลยว่าต่างหูของตัวเองเคยหล่นหาย ดังนั้นเรื่องราวที่
เกิดขึ้นมันต้องมีบางอย่างผิดปกติอย่างแน่นอน แต่ไม่รู้ว่า
มันผิดปกติตรงไหน
เวลาล่วงเลยไม่จนยามห้าย ท้องฟ้ามืดสนิท เป็น
เวลาที่เหมาะกับการแหกคุกเป็นที่สุด ที่ต้าหนี่ไม่ได้ทุกข์
ร้อน เพราะนางมั่นใจว่าราชสำนักจะยังไม่มาสอบสวน
นางในวันนี้ และพวกเขาเองก็คิดว่านางเป็นสตรีผู้อ่อนแอ
ต้องมีการป้องกันที่หละหลวมอย่างแน่นอน ดังนั้นนางจึง
นั่งเฉยเพื่อรอเวลานี้
กริ๊ก
นางสะเดาะกุญแจออกอย่างช่ำชอง ก่อนจะดึงโซ่
คล้องประตูค่อยๆ วางลงกับพื้น คุกหลวงไม่ค่อยได้ใช้งาน
บ่อยนัก ทำให้ทหารยามมีเพียงสองนาย พวกเขาถูกต้าหนี่
ตีเข้าที่ท้ายทอยจนสลบโดยไม่ทันรู้ตัว
ต้าหนี่ยิ้มมุมปากก่อนจะก้าวออกมาอย่างสบายใจ
ขณะที่กำลังจะก้าวเท้าออกจากคุก บุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่ง
ก็เดินออกมาจากด้านหลังพุ่มไม้ต้าหนี่ที่เห็นเช่นนั้นก็เผยสี
หน้าประหลาดใจก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ท่านเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร!?!”
“ข้าก็เข้ามาในฐานะผู้ที่ถูกเจ้าทำร้ายน่ะสิ”
ต้าหนี่ขมวดคิ้วครุ่นคิด แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าอาจารย์
ของนางมีความสามารถด้านการปลอมตัวเป็นพิเศษ เพราะ
นางมัวแต่คิดเรื่องอื่นจนลืมสังเกตเรื่องนี้ ทำให้เกิดช่องโหว่
ให้ถูกใส่ร้ายได้
“มีธุระอะไรกับข้าหรือเจ้าคะท่านอาจารย์”
“หึ ยังจำได้ว่าข้าเป็นอาจารย์อีกหรือ?”
“เหตุใดข้าจะจำท่านไม่ได้ เป็นเพราะท่าน ข้าถึงต้อง
เป็นแบบนี้!!”
“เพราะข้า?? เจ้านี่มันละโมบโลภมากไม่เปลี่ยนไป
เลยจริงๆ เสียดายก็แต่ตอนนั้นข้าใจอ่อนเกินไป ปล่อยคน
จิตใจชั่วช้าอย่างเจ้าเอาไว้ ทำให้พี่น้องเราต้องลำบาก”
ต้าหนี่ไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดต่อ นางพุ่งเข้าโจมตีใส่
อาจารย์ของตัวเองทันทีคนหนึ่งที่กำลังฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ
กับอีกหนึ่งคนที่ไม่ค่อยได้ฝึกฝน ทำให้ฝีมือการต่อสู้ของทั้ง
สองสูสีกัน แต่เป็นต้าหนี่ที่เสียหลักถูกซัดล้มลงกับพื้น
“เหตุใดท่านถึงไม่รักข้าเหมือนอย่างที่รักซานซาน
หากท่านไม่ลำเอียง ข้าก็คงไม่เป็นแบบนี้”
ต้าหนี่เอ่ยขึ้นขณะที่ตัวเองล้มลง ทำให้อี้ไท่ยั้งมือไว้
และหยุดยืนกับที่
“เหตุใดถึงบอกว่าข้าลำเอียง?”
“เพราะท่านสนใจสอนแต่นางไม่สอนข้า!!”
“ข้าสอนแต่นางเมื่อไหร่กัน?”
“ทุกเช้าก่อนผู้อื่นตื่น ท่านกับซานซานจะฝึกวิชา
ด้วยกันเสมอ หรือมันไม่จริง?”
อี้ไท่ที่ได้ยินคำพูดนี้ก็นึกย้อนไปถึงตอนนั้น เด็กหญิง
ตัวน้อยที่มีความมุ่งมั่นและขยัน มักจะตื่นก่อน นอนทีหลัง
จนเขาอดไม่ได้ที่จะเข้าไปช่วยนางฝึกวิชา ในขณะที่เด็กคน
อื่นเอาแต่โอดครวญขอพักผ่อน ไม่เว้นแม้แต่ต้าหนี่
จะบอกว่าเขาเอ็นดูซานซานมากที่สุดก็ไม่ผิด แต่เขา
เองก็ช่วยฝึกฝนเด็กคนอื่นๆ อย่างเต็มที่เหมือนกัน ขณะที่อี้
ไท่กำลังคิดถึงเรื่องราวในครั้งอดีตต้าหนี่ใช้จังหวะนี้เอื้อม
มือไปหยิบดาบจากทหารที่นอนอยู่กับพื้น พุ่งเข้าหาหมาย
จะปลิดชีพอาจารย์ของตัวเองในดาบเดียว
เคร๊ง~
ดาบของต้าหนี่ถูกสกัดด้วยดาบของใครบางคนก่อน
จะมีเสียงเอ่ยขึ้นว่า
“พี่สาว ท่านยังชอบลอบกัดไม่เปลี่ยนเลยนะเจ้าคะ”