หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก - บทที่ 17 ผู้ช่วย
วันนี้เป็นวันไปเรียนวันแรกของเป่าเปา นี่เป็นครั้ง
แรกที่นางจะได้ไปเรียนหนังสือกับอาจารย์ฮุ่ย ทำให้นาง
รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก นอกจากเจ้าตัวที่รู้สึกตื่นเต้นแล้ว
คนในครอบครัวก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
“เจ้ารอง เอาน้ำใส่กระบอกแล้วหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วขอรับท่านพ่อ”
“เจ้าสี่ ซาวปิ่งห่อกระดาษใส่ตะกร้าหรือยัง”
“กำลังห่ออยู่พี่ใหญ่”
“ท่านแม่ๆ อุปกรณ์การเรียนของน้องเล็กครบแล้วใช่
หรือไม่ขอรับ”
“น่าจะครบแล้วนะ”
เป่าเปามองภาพตรงหน้าอย่างมีความสุขจน
ความรู้สึกตื่นเต้นจางลง นางหยิบของที่แม่และพี่ๆ เตรียม
ให้มาถือเอาไว้ก่อนจะเดินทางไปบ้านอาจารย์ฮุ่ยโดยมีหลี่
ซื่อพี่ชายคนที่สี่เดินไปส่งและยังมีองครักษ์ประจำตัว
อย่างหนิวหนิวตามติดไปด้วยอีกหนึ่งตัว
หลังส่งน้องสาวเรียบร้อย หลี่ซื่อก็ตามไปสมทบกับ
พี่ชายที่ชายป่า เมื่อคืนนี้มีฝนตกประปราย ทำให้เช้านี้
เหมาะที่จะออกหาของป่าโดยเฉพาะเห็ดภูเขา ดังนั้นพวก
เขาจึงนัดกันออกไปหาของป่าในวันนี้
ส่วนด้านเป่าเปา เมื่อมาถึงบ้านอาจารย์นางก็ทำ
ความเคารพอาจารย์และศิษย์พี่ ก่อนจะนั่งประจำที่ที่ถูก
จัดเตรียมไว้ให้
เนื่องจากฮุ่ยซิ่วมีศิษย์ที่มาเรียนพร้อมกันสองคน แต่
ทั้งสองคนมีพื้นฐานมาไม่เท่ากัน ทำให้เขาต้องเตรียมการ
สอนเป็นสองแบบ
โชคดีที่จิ้นอันอาศัยอยู่กับเขาตั้งแต่มาถึง ทำให้เขา
พอจะวัดระดับและจัดตารางการเรียนให้ได้ ส่วนเป่าเปา
เขาได้เตรียมแบบพื้นฐานเริ่มอ่านเขียนไว้ให้ เพราะนางยัง
เป็นเด็กตัวเล็กและไม่เคยเรียนที่ไหนมาก่อน
เพื่อไม่ให้ทั้งสองเสียสมาธิ จิ้นอันและเป่าเปาถูกจัด
ให้นั่งเรียนคนละมุมแต่ไม่ห่างกันมากนัก
หลังจากสั่งงานศิษย์คนโตเสร็จ ฮุ่ยซิ่วก็หันมาเริ่ม
สอนศิษย์ตัวน้อยอย่างเป่าเปา
“การเริ่มเรียนช่วงแรกๆ อาจจะยากไปสักหน่อย
ขอให้เจ้าอดทนและฝึกฝนเป็นประจำแล้วเจ้าจะทำได้เอง
เข้าใจหรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
“งั้นเรามาเริ่มเรียนกัน”
ฮุ่ยซิ่วไม่ได้นำตำรามาสอนเป่าเปา เพราะเขาตั้งใจ
จะสอนตั้งแต่พื้นฐานเรื่องการลากเส้นและการออกเสียง
อ่านตัวหนังสือ แต่เมื่อเขาเริ่มสอน เป่าเปากลับอ่านและ
ท่องตามได้ทั้งหมด จนฮุ่ยซิ่วถึงกับประหลาดใจ นี่เขาได้ลูก
ศิษย์อัจฉริยะมาจากที่ใดกันล่ะเนี่ย
เป่าเปาเองไม่ได้บอกไปตรงๆ ว่าตัวเองอ่านออก
เขียนได้แล้ว เพราะนางไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องนี้ได้อย่างไร
จึงได้แต่เริ่มอ่านและเขียนตามอาจารย์สอน แม้จะเป็น
อย่างนั้นนางก็ไม่แกล้งทำผิด แต่ทำทุกอย่างให้ถูกทั้งหมด
เพื่อให้อาจารย์เข้าใจว่านางเก่ง และให้นางผ่านไปเรียน
บทเรียนต่อไป
ฮุ่ยซิ่วทดสอบเป่าเปาอยู่หลายอย่างจนต้องตกใจ
มากขึ้นไปอีก เมื่อนางสามารถจดจำตำราขั้นต้นระดับต้น
ถึงระดับกลางได้ด้วยการอ่านเพียงครั้งเดียว
จริงๆ แล้วส่วนนี้เป่าเปาเคยเรียนมาเมื่อครั้งยังเป็น
ซานซานทำให้นางจดจำตำราขั้นต้นระดับกลางได้ทั้งหมด
แต่เมื่อเริ่มขึ้นตำราขั้นต้นระดับปลายนางต้องเริ่มเรียนรู้
ใหม่และไม่สามารถตอบคำถามได้ทำให้ฮุ่ยซิ่วตั้งใจจะสอน
เป่าเปาด้วยตำราเล่มนี้
จิ้นอันเริ่มที่ตำราขั้นกลางระดับปลาย ซึ่งห่างจาก
เป่าเปาสองระดับเท่านั้น ถึงจิ้นอันจะไม่ชอบการเรียน
หนังสือเท่าไหร่ แต่ระดับความรู้ของเขาถือว่าสูงกว่าคนใน
วัยเดียวกันพอสมควร เป็นเป่าเปาต่างหากที่อัจฉริยะ
เกินไป
บางทีอีกไม่นานเขาอาจจะสอนทั้งคู่ไปพร้อมกันได้ก็
เป็นได้ ฮุ่ยซิ่วได้แต่คิดกับตัวเองในใจ บอกไปใครจะเชื่อ
เด็กหญิงในชนบทอายุย่างห้าขวบ กลับสามารถเรียนรู้ได้ถึง
ระดับนี้ หึหึ
จิ้นอันที่เห็นความสามารถของเป่าเปาก็ตกตะลึง เขา
พยายามตั้งใจเรียนให้มากขึ้นเพราะกลัวจะถูกเด็กน้อย
อย่างเป่าเปาตามทัน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้สนใจเรื่อง
เรียนมากนัก จนภายหลังเมื่อคนในตระกูลจิ้นทดสอบ
ลูกหลานของตัวเอง ก็พบว่าพวกเขาคิดไม่ผิดที่ส่งจิ้นอันมา
เรียนกับอาจารย์ฮุ่ยจริงๆ
———
หลายวันผ่านไป เป่าเปาขอติดตามพี่ๆ ของนางไป
ตลาดเพื่อขายของอีกครั้ง แม้หลี่หลิงผู้เป็นแม่จะรู้สึกกังวล
แต่นางรู้สึกว่าบุตรสาวดูมีชีวิตชีวาและเชื่อฟังมาก การ
กระทำบางครั้งของบุตรสาว ทำให้นางคิดว่าบุตรสาวเป็น
เด็กโตเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นนางจึงยอมให้เป่าเปาได้ไปตลาด
กับพี่ๆ ของนางในวันนี้
หลังจากที่ความทรงจำกลับมา นอกจากจะวางแผน
ฝึกฝนตนเอง และฝึกทักษะของคนในบ้านแล้ว นางยัง
วางแผนหาเงินเพื่อใช้จ่ายในครอบครัวด้วย
แม้เป่าเปาจะมีความสามารถและความทรงจำจาก
ชาติก่อน แต่นางยังเป็นเพียงเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง
ดังนั้นนางต้องหาคนที่คอยช่วยเหลือ ทั้งคนในครอบครัว
และคนนอก แต่จะเลือกใครเป็นผู้ช่วยดีล่ะ
“พี่สาม พี่สนใจจะทำการค้าร่วมกับเพื่อนของข้า
หรือไม่เจ้าคะ?”
เป่าเปาเอ่ยกับพี่ชายคนที่สามขณะที่อยู่ตามลำพัง
วันนี้นางมาพร้อมกับหลี่ต้าพี่ชายคนโตและหลี่ซื่อพี่ชายคน
ที่สาม ซึ่งหลี่เอ้อพี่ชายคนรองได้ไปช่วยงานที่บ้านเพื่อน
บ้านในวันนี้
หลี่ต้าพี่ชายคนโตปีนี้อายุสิบเจ็ดปี ซึ่งถือว่าเป็น
ผู้ใหญ่ มีความคิดความอ่านการที่นางจะชวนเขาทำอะไร
แบบนี้อาจทำให้เขาเกิดความสงสัย อีกทั้งมีโอกาสถูก
ปฏิเสธสูงมาก
แต่กับหลี่ซานพี่ชายสามนั้นแตกต่างออกไป อายุที่
ยังไม่มากบวกกับมีนิสัยเจ้าแผนการ ทำให้เป่าเปาคิดว่า
การจูงใจพี่ชายคนนี้น่าจะสำเร็จมากที่สุด ดังนั้นนางจึงเริ่ม
แผนการของตัวเองทันที
“น้องเล็ก เจ้ามีเพื่อนในเมืองด้วยหรือ??”
หลี่ซานพี่ชายสามหลี่ตามองน้องสาวคนเล็กด้วย
ความสงสัย แม้เขานะเข้าเมืองมาไม่บ่อยนัก แต่ก็บ่อยกว่า
น้องสาวคนเล็กเสียอีก เหตุใดเขาถึงยังไม่มีเพื่อน แต่นาง
กลับมี?
“เอาน่า ข้ามีก็แล้วกัน ท่านจะสนใจเรื่องเพื่อนของข้า
ทำไม ข้าอยากรู้ว่าท่านสนใจจะทำการค้าร่วมกับข้าหรือ
เปล่าเท่านั้นเอง”
“บอกก่อนนะ ข้าไม่มีเงินไปลงทุนให้เจ้าหรอก”
“ไม่ได้ใช้เงินเสียหน่อย เพียงแต่ใช้สมองนิดหน่อยเท่า
นั้นเองพี่มีแต่ได้ไม่มีเสียเลยนะ ทั้งยังอาจมีเงินเก็บมากกว่า
ที่พี่แอบซ่อนเอาไว้เยอะเลย”
หลี่ซานพี่ชายสามสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยค
สุดท้ายของน้องสาวคนเล็ก ก่อนจะยืนนิ่งเหมือนไม่มีอะไร
เกิดขึ้น
“น้องเล็ก เจ้าอย่าปรักปรำพี่ชายอย่างข้านะ แอบ
ซ่อนอะไรกัน ไม่มี๊ ไม่มี”
“เอาเป็นว่าหากพี่ไม่ช่วยข้า ข้าจะฟ้องท่านแม่ ทั้งยัง
จะบอกที่ซ่อนเงินพี่ให้ท่านแม่ยึดให้หมดเลย”
“เฮ้ย ไม่ได้นะ!!”
“นั่นไง พี่แอบซ่อนเงินไว้จริงๆ ด้วย!”
หลี่ซานพี่ชายสาม ผู้ถูกจี้ตรงจุดได้แต่หยุดชะงักก่อน
จะยอมร่วมมือกับน้องสาวโดยไม่สามารถขัดขืนได้ มี
บางครั้งที่เขาทำงานในไร่ใกล้ชายป่าแล้วพบของป่า เขาก็
มักจะเก็บสะสมแอบเอาไว้ แล้วนำมันไปขายให้กับ
ชาวบ้านแลกเป็นค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ แค่นิดหน่อยเท่านั้น
ไม่คิดว่าน้องเล็กตัวแสบจะแอบรู้ความลับนี้ได้
แม้เงินที่สะสมมาจะมีเพียงไม่กี่เหวิน แต่มันก็คือเงิน
เก็บของเขา หากต้องถูกท่านแม่ยึดไป เขาต้องทำใจยอมรับ
มันไม่ได้แน่ๆ ดังนั้นหลี่ซานพี่ชายสามจึงตกปากรับคำช่วย
น้องเล็กของเขา แต่ก็ยังอดขอคำยืนยันขึ้นอีกครั้งไม่ได้ว่า
“เจ้าจะไม่บอกท่านแม่แน่ๆ นะ?”
“สัญญาลูกผู้ชายเลย”
สัญญาลูกผู้ชายอะไรกัน เจ้าเป็นเด็กผู้หญิงชัดๆ เฮ้อ
…แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยคำพูดนี้ออกไป เพราะกลัวน้องสาวคน
เล็กจะนำความไปบอกท่านแม่
หลังเกี่ยวก้อยสัญญากันแล้ว เป่าเปาก็เริ่มบอก
แผนการของตัวเอง แผนการของนางไม่ได้ซับซ้อนอะไร
มากมาย เพียงแค่บอกหลี่ต้าพี่ชายคนโตว่าตัวเองปวดท้อง
เข้าห้องน้ำ และขอให้หลี่ซื่อพี่ชายสามเป็นคนพาออกมา
จากนั้นก็ให้พี่ชายสามพานางไปตามสถานที่ที่นางบอก
ชาติก่อนนางเคยได้รับการฝึกฝนและออกทำภารกิจ
ที่นอกค่ายอยู่บ่อยครั้งและนางได้ไปทำภารกิจมาแล้วเกือบ
ทุกเมือง
ด้วยความรอบคอบของตัวเอง ทำให้นางชอบเอา
ของมีค่าที่ได้รับมาจากภารกิจ ซ่อนเอาไว้ในบ้านร้างหรือ
ศาลเจ้าร้าง เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งในเมืองทังโจวนี้ก็มี
เครื่องประดับมีค่าที่นางแอบไว้อยู่บ้างเช่นกัน
แต่จะเอาเงินนั้นมาใช้ยังไงดีล่ะ หากเอาของมีค่านั่น
ไปขายแล้วเอาเงินกลับบ้านไปทั้งอย่างนี้ แล้วบอกว่าเก็บ
ได้ คนตรงไปตรงมาอย่างท่านแม่กับพี่ใหญ่ต้องให้นำ
กลับไปให้ทางการเพื่อตามหาเจ้าของแน่นอน แต่เอาเถอะ
ได้ของก่อนค่อยว่ากัน
ขณะที่เป่าเปาพาพี่ชายสามมุ่งหน้าไปหาสัญลักษณ์ที่
ตัวเองฝังของมีค่าเอาไว้ กลับพบคนผู้หนึ่งอยู่เบื้องหน้าโดย
บังเอิญ โอ้ว นี่แหละคนที่เหมาะจะเป็นตัวช่วยของนาง
เป่าเปารีบประมวลผลในหัวอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินตรง
เข้าไปหาคนผู้นั้นทันที