หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก - บทที่ 15 รับศิษย์
วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่อากาศแจ่มใส เป่าเปาถูกปลุก
ขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้าตรู่ วันนี้นางไม่ได้ตื่นขึ้นมา
ออกกำลังกายตอนเช้า เพราะความอ่อนล้า ทำให้หลับยาว
จนมารดาของนางต้องมาปลุก
เป่าเปาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี นางลุกขึ้นมาล้าง
หน้าแปรงฟัน แต่งตัวในชุดที่มารดาเตรียมไว้ให้ นางจำได้
ว่าวันนี้นางต้องไปบ้านท่านอาจารย์ฮุ่ยเพื่อขอให้อาจารย์
เปลี่ยนใจรับนางเข้าเป็นศิษย์
หลี่หลิงผู้เป็นแม่ยุ่งอยู่กับการจัดเตรียมสิ่งของ
สำหรับวันนี้ และไม่รู้ถึงความคิดบุตรสาว จึงไม่ได้บอกกับ
เป่าเปาว่ากำลังจะพานางไปคารวะอาจารย์ฮุ่ยเนื่องใน
โอกาสที่เขารับนางเป็นศิษย์ไม่ใช่ไปเพื่อขอให้เขาเปลี่ยนใจ
รับนางเป็นศิษย์
ชีวิตก่อนตอนเป็นซานซาน นางได้มีโอกาสเรียน
หนังสืออยู่บ้าง แต่เพื่อให้อ่านออกเขียนได้เท่านั้น ดังนั้น
ชาตินี้เมื่อมีโอกาสพัฒนาตัวเอง นางก็ต้องไขว่คว้าเอาไว้ให้
ได้ เผื่ออนาคตนางจะสามารถนำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนติดตัว
มาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและครอบครัวดังนั้นเป่า
เปาจึงคิดแผนสำหรับการทำให้อาจารย์ฮุ่ยเปลี่ยนใจ
มากมายไว้ในหัว
วันนี้นอกจากเป่าเปากับหลี่หลิงผู้เป็นแม่แล้ว ยังมีห
ลี่ชุนผู้เป็นพ่ออีกคนที่ติดตามไปด้วย จะให้เขาพลาดวัน
สำคัญของลูกสาวได้อย่างไร พี่ๆ ทั้งสี่ก็รบเร้าอยากขอไป
ด้วยคน เพราะพวกเขาเองก็ไม่อยากพลาดวันสำคัญของ
น้องสาว ทำให้ทั้งครอบครัวพากันไปที่บ้านอาจารย์ฮุ่ย ไม่
เว้นแม้แต่หลี่กังผู้เป็นอาที่ตามไปด้วยเช่นกัน
บุรุษทั้งห้าผู้ท้าชิงคำพูดแรกของเป่าเปา ต่าง
พยายามชวนเป่าเปาคุยแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะเป่าเปาไม่ได้
เอ่ยปากคุยกับใครยกเว้นมารดา เมื่อวานนี้นางได้ยินทุก
อย่างที่บรรดาพี่ชายและบิดาของนางตกลงกัน ทำให้นาง
เลือกที่จะยังไม่พูดกับใคร
เดินทางเพียงไม่ถึงครึ่งเค่อ ครอบครัวตระกูลหลี่ทั้ง
แปดก็มาหยุดยืนอยู่หน้าทางเข้าบ้านอาจารย์ฮุ่ย
ฮุ่ยซิ่วที่เห็นผู้คนมากมายอยู่หน้าบ้านก็หยุดชะงัก
ด้วยความประหลาดใจครู่หนึ่งก่อนจะเชิญผู้คนเข้ามา นอก
จากฮุ่ยซิ่วที่อยู่ที่บ้านแล้ว ยังมีเด็กชายอายุราวๆ สิบปีกับ
ชายหนุ่มอายุราวๆ สิบแปดปีอีกคนหนึ่งอยู่ในบ้าน
“เชิญพวกท่านเข้ามาด้านในก่อน”
“ขอบคุณท่านอาจารย์ ต้องขอรบกวนด้วยขอรับ”
หลี่ชุนเป็นตัวแทนครอบครัวตอบรับคำเชิญของเจ้า
บ้านอย่างสุภาพ ก่อนจะพาทุกคนเดินเข้าไปด้านใน
เป่าเปาที่กำลังเดินตามมาก็ก้มหน้าน้ำตาหยดลงบน
พื้นจนหลี่หลิงผู้เป็นแม่สังเกตเห็นอดอุทานออกมาด้วย
ความตกใจไม่ได้
“เป่าเปา เป็นอะไรหรือเปล่าลูก”
เป่าเปาไม่ได้ตอบคำถามมารดา แต่วิ่งไปคุกเข่าอยู่
ตรงหน้าบุรุษวัยกลางคนก่อนจะโขกศีรษะกับพื้นพร้อมกับ
พูดขึ้นว่า
“ท่านอาจารย์โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วยนะเจ้าคะ จะ
ให้ข้าปัดกวาดเช็ดถูหรือช่วยทำอาหารข้าก็ทำได้ ขอท่าน
อย่าไล่ข้าไปไหนเลยเจ้าค่ะ”
ฮุ่ยซิ่วที่เห็นเช่นนั้นก็ตกใจเล็กน้อย ก่อนจะรีบพยุง
เป่าเปาให้ลุกขึ้น แต่เป่าเปาที่กลัวไม่ได้เรียนหนังสือกลับ
เอ่ยขึ้นว่า
“หากท่านไม่รับข้าเป็นศิษย์ ข้าจะไม่ยอมลุกขึ้น
เด็ดขาด!!”
“แล้วใครบอกว่าข้าไม่รับเจ้าเป็นศิษย์?”
“เอ๋ ก็…”
เป่าเปากำลังจะเอ่ยตอบ แต่เมื่อคิดถึงคำพูดของ
มารดาตอนนั้นก็เอ่อ…มารดานางแค่บอกให้เตรียมตัวไป
บ้านอาจารย์ฮุ่ยแต่ไม่ได้บอกว่าอาจารย์ฮุ่ยเปลี่ยนใจไม่ได้
รับนางเป็นศิษย์ ทำให้เป่าเปาถึงกับหน้าแดงแปร๊ด ลุกขึ้น
วิ่งไปหลบที่หลังมารดาของนาง ท่ามกลางเสียงหัวเราะ
อย่างเอ็นดูของผู้คน
จิ้นอันที่นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ด้วย ก็อดยิ้ม
ออกมาไม่ได้เช่นกัน ศิษย์น้องผู้นี้ของเขาเป็นคนตลกดี
จริงๆ
หลังจากนั้นเป่าเปาก็ได้รับดอกไม้กับขนมที่มารดา
เตรียมมาในตะกร้า ยื่นให้อาจารย์ของนาง ก่อนจะคุกเข่า
คารวะอาจารย์อย่างเป็นทางการอีกครั้งและถือเป็นอัน
เสร็จสิ้นพิธี ด้านฮุ่ยซิ่วเองได้ยื่นของขวัญเป็นชุดหมึกกับ
พู่กันใช้รับขวัญศิษย์ส่งคืนให้เป่าเปาดังนั้นตอนนี้นางจึงได้
เป็นศิษย์ของอาจารย์ฮุ่ยอย่างเป็นทางการ
ฮุ่ยซิ่วที่เห็นการกระทำสงบนิ่งราวกับเด็กโตของเป่า
เปาก็พยักหน้าทีหนึ่งอย่างพึงพอใจ เขาตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ
ที่รับเด็กหญิงตัวน้อยเป็นศิษย์ เด็กคนนี้ต้องมีอนาคตไกล
อย่างแน่นอน
เมื่อทุกอย่างจบลง ฮุ่ยซิ่วได้แนะนำจิ้นอันศิษย์อีกคน
หนึ่งที่เขาเพิ่งรับมาเมื่อไม่นานมานี้ให้ได้รู้จักกันกับเป่าเปา
“เป่าเปา นี่คือศิษย์พี่ของเจ้า มีนามว่าจิ้นอัน สนิท
สนมกันเอาไว้นะ”
“คารวะศิษย์พี่เจ้าค่ะ ข้าน้อยชื่อหลี่เป่า แต่ท่าน
สามารถเรียกข้าว่าเป่าเปาได้นะเจ้าคะ”
“อืมน้องเป่าเปา ข้าคือจิ้นอัน จะมาอาศัยอยู่ที่นี่
ชั่วคราวยินดีที่ได้รู้จัก”
เป่าเปาทักทายจิ้นอันตามมารยาท แต่ห้าพ่อลูก
ตระกูลหลี่กลับตากระตุก มองไปทางเด็กชายแปลกหน้า
ด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร ก่อนหน้านี้นางพูดกับอาจารย์ฮุ่ยถือ
ว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะวันนี้นางมาคารวะเขาเป็นอาจารย์
แต่การที่เป่าเปาพูดกับผู้อื่นก่อน ทำให้คนทั้งห้ารู้สึกไม่
ยินยอม และเป็นปรปักษ์กับจิ้นอันทันที
แต่ยังไม่ทันที่ทั้งห้าจะเอ่ยขัดคอขึ้น เสียงเห่าของ
สุนัขตัวหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังเด็กหนุ่ม
โฮ่งๆ~
เจ้าเมี่ยนเปา สุนัขขนฟูตัวน้อย วิ่งเข้ามากลางวง
พบว่ามีผู้คนมากมายอยู่ที่นั่นมันมองซ้ายมองขวาก่อนจะ
วิ่งไปหาคนที่ตัวเล็กในกลุ่มอย่างเป่าเปาเพื่อชวนเล่น
โฮ่งๆ~
“เอ๊ะน่ารักจังเลย เจ้าหมาน้อย เจ้าชื่ออะไรเนี่ย ”
“มันชื่อเมี่ยนเปาน่ะ เจ้าชอบมันหรือ?”
“ชอบเจ้าค่ะ”
“ศิษย์พี่ยกให้เจ้าเป็นของขวัญพบหน้าดีหรือไม่?”
“คุณชาย!!”
นี่คือสุนัขที่ฮูหยินใหญ่จิ้นให้บุตรชายพามาด้วยแก้
เหงา หากคุณชายยกให้ผู้อื่นไป แล้วบ่าวอย่างเขาจะตอบ
คำถามของฮูหยินใหญ่ได้อย่างไร
“ท่านให้ข้าจริงๆ หรือเจ้าคะ?”
เป่าเปาถามขึ้นอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ จากปฏิกิริยา
ของชายที่อยู่ข้างกายจิ้นอัน ดูเหมือนเจ้าสุนัขตัวนี้มี
ความสำคัญไม่มากก็น้อยเป็นแน่ แต่จิ้นอันยังคงยืนยัน
หนักแน่น เขารู้สึกถูกชะตากับศิษย์น้องผู้นี้มากและไม่ได้
เตรียมของขวัญพบหน้ามาไว้ก่อน ดังนั้นเมื่อเห็นนางชอบ
เจ้าเมี่ยนเปา เขาจึงต้องการยกมันให้นางเป็นของขวัญ
“ให้จริงๆ สิข้าจะล้อเล่นกับเจ้าทำไมกัน”
“เช่นนั้นข้าขอรับไว้นะเจ้าคะ”
หลี่ชุนผู้เป็นพ่อที่เห็นเหมือนจะมีชายมาเกี้ยว
บุตรสาวสุดที่รักก็รู้สึกยอมไม่ได้ เขาตั้งใจจะเข้าไปขัดขวาง
แต่ถูกภรรยาผู้รู้ใจสามีเป็นอย่างดีส่งสายตาห้ามปรามชนิด
ที่ว่า ‘ถ้ากล้า…ได้เจอกัน’ ไปให้ ทำให้หลี่ชุนหยุดชะงัก
เบือนหน้าไปทางอื่นอย่างช่วยไม่ได้
ใครจะยอมทนเห็นบุรุษมาเกี้ยวบุตรสาวต่อหน้าต่อ
ตาได้บ้างกันล่ะ เขาคนหนึ่งที่ยอมไม่ได้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เช่นกัน รอภรรยาของข้าเผลอค่อยเจอกัน หึหึ
ทางพี่ชายสี่คนที่เห็นเหตุการณ์ก็เบือนหน้าหนีไป
ทางอื่นเช่นกัน แม้แต่บิดายังมิอาจต่อกรกับมารดาได้ พวก
เขาจะทำได้อย่างไรดังนั้นทั้งสี่จึงมีความคิดไม่ต่างกับหลี่ชุน
ผู้เป็นบิดาว่า ‘จะเกี้ยวน้องสาวของข้ารึ หึหึต้องผ่านพวกข้า
ไปให้ได้ก่อน’
ฝั่งจิ้นอันไม่ได้รู้ถึงสถานการณ์ด้านนี้ เขายังคงพูดคุย
กับเป่าเปาอย่างสนุกสนาน เป่าเปาเองก็อารมณ์ดีขึ้นมากอ
ย่างเห็นได้ชัด
สมัยที่นางยังฝึกฝนอยู่ในค่าย เคยช่วยสุนัขตัวหนึ่ง
เอาไว้ แต่ระเบียบในค่ายไม่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ นางจึงจำ
ใจพาเจ้าสุนัขตัวนั้นไปหาเจ้าของและได้คนรับเลี้ยงในที่สุด
แม้สุนัขตัวนั้นจะมีคนรับเลี้ยงไปแล้วก็จริง แต่นางไม่รู้เลย
ว่าเขาจะสามารถดูแลมันได้ดีขนาดไหน ดังนั้น เมื่อนางได้
พบเจอสุนัขอีกครั้งและศิษย์พี่ยังยกมันให้แก่นาง นางจึง
รู้สึกดีใจและมีความสุขมาก
“ข้าจะดูแลมันเป็นอย่างดี แต่ข้าเปลี่ยนชื่อมันได้
หรือไม่เจ้าคะ”
“เหตุใดเจ้าถึงต้องการเปลี่ยนชื่อมันล่ะ?”
“เพราะใครๆ ก็เรียกข้าว่าเป่าเปา เจ้าตัวนี้ชื่อเมี่ยน
เปา เรียกไปเรียกมาต้องสับสนระหว่างชื่อข้ากับชื่อสุนัข
แน่ๆ”
“ฮ่าๆๆ ตามใจเจ้าสิข้ายกมันให้เจ้าแล้ว”