หย่ารักประธานฉี - บทที่ 182 ถูกวางยา
บทที่ 182 ถูกวางยา
ฉีส่าวฉิงเม้มริมฝีปากเบา ๆ ยกข้อมือที่สวมนาฬิกาขึ้น จากนั้นวางแก้วไวน์ที่ดื่มหมดแล้วลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นยืนแล้วหันหลังเดินออกไปพลางพูดเสียงทุ้มว่า “ก่อนที่จวินถิงจะบรรลุนิติภาวะ ฉันไม่อยากให้เธอปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีก”
เพิ่งเดินมาถึงประตูบ้าน จู่ ๆ ก็มีมือคู่หนึ่งโอบรอบเอวเขา เซี่ยงหว่านใช้แรงเกือบทั้งหมดที่มี “ส่าวฉิง ฉันรักคุณจริง ๆ นะ”
ฉีส่าวฉิงไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะยังตามรบเร้า สีหน้าเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง ยื่นมือไปดึงมือที่พันรอบเอวตัวเอง แต่เมื่อก้มหน้าลงก็พบว่าสิ่งตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน
สีหน้าพลันเคร่งขรึม “เธอใส่อะไรลงไปในไวน์!”
“คุณก็เห็นอยู่นี่ว่าขวดไวน์ยังไม่ได้เปิด จะใส่อะไรลงไปได้ยังไง”
เซี่ยงหว่านแนบใบหน้าแน่นกับแผ่นหลังของชายหนุ่ม ร่างกายแนบชิดไม่เว้นช่องว่างแม้แต่น้อย ท้องน้อยของฉีส่าวฉิงร้อนวูบ สีหน้าสลับไปมา
น่าโมโห ผู้หญิงคนนี้กล้าใส่ยาแบบนั้นลงในแก้วไวน์!
เซี่ยงหว่านกอดแน่นไม่ยอมปล่อย รอจนร่างกายเขาค่อย ๆ ร้อนขึ้น จึงพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่างจากปกติ “ฉีส่าวฉิง มองฉันสิ ดูว่าฉันเป็นใคร”
ตัวของชายหนุ่มร้อนรุ่มไปทั่วร่าง ทว่าเมื่อเทียบกับร่างกายที่ร้อนผ่าวแล้ว สติของเขาก็เริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเช่นกัน พลางกัดริมฝีปากพยายามรวบรวมสติ “เธอคือเซี่ยงหว่าน!”
“ไม่ใช่ ฉันคือลู่จั่นเหยียน มองฉันสิ เราเพิ่งคบกันเมื่อไม่กี่วันก่อน คุณลืมแล้วเหรอ?”
เซี่ยงหว่านเลียนแบบน้ำเสียงของลู่จั่นเหยียน ปล่อยมือจากเอวเขา แล้วประคองใบหน้าของฉีส่าวฉิง ริมฝีปากเริ่มประกบกัน
ฉีส่าวฉิงอยากจะผลักออก แต่กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากร่างของลู่จั่นเหยียนกลับลอยเข้าจมูกเขา สายตาพร่าเลือนตามมา จากนั้นก็เห็นใบหน้าของลู่จั่นเหยียนปรากฏขึ้น เขาจ้องมองอย่างประหลาดใจ “จั่นเหยียน?”
“ฉันเอง ฉีส่าวฉิง เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่นะ ลืมเรื่องในอดีตทั้งหมด ต่อไปอย่าให้ใครมาแยกเราจากกันอีก ดีไหม?”
“ได้ ผมจะไม่ปล่อยมือคุณอีกแล้ว จะไม่เสียคุณไปอีก จั่นเหยียน ผมรักคุณ”
เขาคว้ามือประคองแก้มไว้ ใบหน้าแดงก่ำมีรอยยิ้มตามมา
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่สีหน้าของเซี่ยงหว่านกลับย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิม หลายปีมานี้ เธอไม่เคยได้ยินฉีส่าวฉิงพูดคำนี้เลย แม้แต่ตอนที่ใส่ยาปลุกเซ็กส์และยาหลอนประสาทลงในแก้วไวน์ให้เขา สิ่งที่ได้ยินก็ยังเป็น ‘จั่นเหยียน ผมรักคุณ’
แม้จะเกลียดแทบตาย เธอก็ยังเขย่งเท้าขึ้น ประกบริมฝีปากบางเข้ากับของเขา ‘ลู่จั่นเหยียน ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ เธอก็อย่าหวังจะได้ส่าวฉิงไปเลย’
ฤทธิ์ยาสองชนิดทำให้เขารวบรวมสมาธิไม่ได้ ความร้อนในร่างกายถูกจุดขึ้นด้วยรสจูบของเซี่ยงหว่าน ยิ่งควบคุมไม่ได้ “จั่นเหยียน”
……
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉีส่าวฉิงลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นโคมไฟแขวนอยู่เหนือศีรษะ ดวงตาของเขาพลันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาหันไปมองหญิงสาวที่ยังคงหลับใหลอยู่ข้างกายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาต
เซี่ยงหว่านตื่นเร็วกว่า แต่แกล้งทำเป็นหลับ เมื่อแสร้งลืมตาขึ้นมา ก็พบว่าชายหนุ่มข้างกายกำลังจ้องมาที่ตัวเอง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความหวัง “ส่าวฉิง”
ฉีส่าวฉิงมองรอยจูบมากมายที่ปรากฏบนหน้าอกของเธอที่โผล่พ้นชุดนอนของเธอ สายตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นน่ากลัวฉับพลัน ทั้งร่างราวกับยมทูตที่ก้าวย่างออกมาจากขุมนรก “เก็บข้าวของแล้วไสหัวไปซะ!”
“ไม่! ฉันไม่ไป เมื่อวานคุณสัญญาว่าจะเริ่มต้นใหม่กับฉันนะ ส่าวฉิง ยกโทษให้ฉันเถอะนะ”
เซี่ยงหว่านโผเข้าไปในอ้อมกอดของเขา แต่กลับถูกเหวี่ยงลงพื้นอย่างแรง ริมฝีปากบางราวกับคมมีดของเขาเผยออกมาพร้อมกับความโกรธแค้น “เซี่ยงหว่าน เธอคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเมื่อคืนในไวน์มีอะไรอยู่ข้างใน ฉันขอเตือนนะ อย่าบังคับให้ฉันต้องฆ่าเธอ!”
การฆ่าเซี่ยงหว่าน เขามีวิธีหลบเลี่ยงกฎหมายได้ร้อยวิธี แต่เพราะเห็นแก่จวินถิง เขาถึงไม่ได้ทำอะไรโหดร้ายขนาดนั้น ไม่คิดว่าเธอจะกล้าท้าทายขีดจำกัดของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงขั้นกล้าวางยาเขา!
“ไม่ต้องให้คุณฆ่าฉันหรอก ฉันจะฆ่าตัวตายเอง!”
เซี่ยงหว่านไร้ข้อแก้ตัว เธอลุกขึ้นจากพื้นแล้วเปิดหน้าต่างห้องนอน กระโดดลงไปทันที
“คุณแม่!”
เสียงของฉีจวินถิง ดังขึ้นอย่างปวดร้าวจากทางประตู ใบหน้าของฉีส่าวฉิงก็เต็มไปด้วยความตกใจอย่างคาดไม่ถึง
เซี่ยงหว่านกระโดดลงไปจริง ๆ
“คุณแม่ครับ!”
ฉีจวินถิงวิ่งลงบันไดด้วยเท้าเปล่า เซี่ยงหว่านหมดสติไปแล้ว ฉีส่าวฉิงขมวดคิ้วแน่นและรีบโทรเรียกรถพยาบาลทันที
เซี่ยงหว่านถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉิน ข่าวการฆ่าตัวตายของเธอก็แพร่สะพัดไปทั่วอินเทอร์เน็ต ลู่จั่นเหยียนจ้องมองข่าวบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ สายตาของเธอเปลี่ยนจากความตกใจในตอนแรกเป็นความซับซ้อน
เซี่ยงหว่านกระโดดหน้าต่างฆ่าตัวตายที่บ้าน!
“ผู้หญิงคนนี้มีวิธีการมากจริง ๆ ถึงขั้นใช้วิธีฆ่าตัวตาย กับอีแค่ห้องนอนชั้นสองจะตายได้ยังไง!”
เจียงจิ้งโกรธจนต้องทุบโต๊ะด้วยกำปั้นเล็ก ๆ นี่มันไม่ใช่การฆ่าตัวตาย แต่เป็นการแสร้งทำ ถ้าอยากฆ่าตัวตายจริง ๆ ก็หาตึกสูงกระโดดลงมาสิจะได้จบเรื่องไปเลย ความสูงแค่สองชั้นจะไปหลอกใครกัน
ลินดาใช้นิ้วแตะเบา ๆ ที่หลังของเธอ เป็นสัญญาณให้พูดน้อยลง เจียงจิ้งส่งเสียงฮึดฮัดอย่างหงุดหงิดแล้วหันไปนั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ
พูดหรือไม่พูด เซี่ยงหว่านก็ไม่ได้ฆ่าตัวตายจริง
เรื่องที่เจียงจิ้งรู้ ลู่จั่นเหยียนจะไม่รู้ได้อย่างไร การฆ่าตัวตายของเซี่ยงหว่าน เป็นเรื่องหลอกลวง สิ่งที่เธอต้องการคือการอยู่ข้างกายฉีส่าวฉิงโดยไม่สนว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“ท่านประธาน คุณโอเคไหมคะ?”
ลินดารู้สึกกังวลเล็กน้อย เมื่อสองวันก่อนท่านประธานและคุณชายฉีเริ่มมีท่าทีจะปรับความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น แต่พอเรื่องนี้เกิดขึ้น ทุกอย่างคงจะกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง
“ฉันไม่เป็นไร ให้คนไปติดตามข่าวเถอะ”
“ยังจะติดตามข่าวอีกเหรอ?”
เจียงจิ้งอดทนมาครึ่งวันแล้วไม่พูดอะไร แต่พอได้ยินว่าเธอจะให้สื่อในเครือไปติดตามข่าว ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เซี่ยงหว่านกำลังใช้กลยุทธ์ชัด ๆ ถ้าช่วยเธอปั่นข่าว แล้วฉีส่าวฉิงล่ะ…
แม้ว่าเธอจะเกลียดฉีส่าวฉิง แต่จั่นเหยียนรักเขา แน่นอนว่าเธอไม่อยากให้เซี่ยงหว่านเข้ามายุ่งเกี่ยวอีก
“เป็นสื่อ ข่าวที่มีประโยชน์ก็ต้องติดตาม”
ลู่จั่นเหยียนปิดคอมพิวเตอร์ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเย็นชา
“งั้นฉันจะไปแจ้งฝ่ายสื่อให้รีบไปโรงพยาบาล” ลินดาพูดจบก็ดึงเจียงจิ้งที่นั่งอยู่บนโซฟาให้ลุกขึ้น แล้วลากออกไปจากห้อง
เหลือเพียงลู่จั่นเหยียนคนเดียว เธอเอามือยันหน้าผาก ก้าวต่อไปของเธอกับฉีส่าวฉิงคงจะก้าวข้ามไปไม่ได้แล้ว
……
ที่โรงพยาบาล เซี่ยงหว่านผ่านการช่วยชีวิตและถูกพยาบาลเข็นออกมา “คุณชายฉี คุณเซี่ยงหว่านกระดูกขาหักสามจุด ไม่ควรเคลื่อนไหวภายในสามเดือนครับ”
“ผมรู้แล้ว”
ดวงตาของฉีส่าวฉิงไม่เคยมีความกังวลแม้แต่น้อย เซี่ยงหว่านไม่ได้อยากตายจริง ๆ มาตั้งแต่แรก เธอแค่ใช้วิธีนี้บีบให้เขายอมจำนน!
ฉีจวินถิงยืนอยู่ข้าง ๆ มองดูเซี่ยงหว่านที่ยังคงหมดสติอยู่บนเตียง พลางกำมือแน่น
เขาพยายามทำให้เมื่อวานกลายเป็นความทรงจำที่สวยงามที่สุด แต่แท้ที่จริง คุณแม่กลับเริ่มใช้ประโยชน์จากเขาอีกครั้ง