หย่ารักประธานฉี - บทที่ 183 แผนร้าย
บทที่ 183 แผนร้าย
“คุณพ่อจะส่งคุณแม่ไปจริง ๆ เหรอครับ?”
ฉีจวินถิงคลายกำปั้น แล้วก้มหน้าลง ขนตายาวบดบังนัยน์ตา ทว่าไม่อาจซ่อนความเศร้าจากภายในได้ น้ำตาหยดลงบนรองเท้าสีขาวสะอาด เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่นปากถามอย่างช้า ๆ “รอให้ขาของคุณแม่หายดีก่อนแล้วค่อยส่งไปได้ไหมครับ?”
พร้อมกับถามด้วยเสียงแผ่วเบา ก่อนจะคุกเข่าลงต่อหน้าฉีส่าวฉิง
ฉีส่าวฉิงตั้งใจจะยื่นมือไปปลอบโยน แต่ไม่คิดว่าลูกชายจะทำแบบนี้ มือจึงค้างอยู่กลางอากาศ จ้องมองลูกชายที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า ยิ่งเด็กเก็บตัวก็ยิ่งอ่อนไหวและโตเร็ว ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่น ในใจทั้งตกใจทั้งเจ็บปวด
“จวินถิง ลูกรู้หรือเปล่าว่ากำลังพูดอะไร”
“ผมอยากเห็นขาของคุณแม่หายดี”
ฉีส่าวฉิงหรี่ตาลง กล้ามเนื้อทุกส่วนบนใบหน้าเกร็ง ริมฝีปากบางคมดั่งมีดเม้มเป็นเส้นตรง ทำเอาทั้งหมอและพยาบาลตกใจจนไม่กล้าหายใจเสียงดัง กลัวว่าเขาจะโกรธขึ้นมา แต่สุดท้ายก็เพียงเอ่ยเสียงเย็น “อีกสามเดือน ต่อให้เธอกระโดดตึกอีกก็ต้องไป”
“ขอบคุณครับคุณพ่อ”
ฉีจวินถิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าไร้แววยินดี ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาจับจ้องใบหน้าของเซี่ยงหว่านที่หมดสติ
‘คุณแม่ใช้ประโยชน์จากผมอีกแล้ว ผมไม่โกรธคุณแม่หรอก แต่นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะช่วยคุณแม่ ครั้งสุดท้ายที่ผมจะทำตามที่คุณแม่ต้องการ’
เมื่อเห็นเช่นนั้น หมอจึงรีบให้พยาบาลเข็นเซี่ยงหว่านเข้าห้องพักผู้ป่วย
ประตูลิฟต์เปิดออก กลุ่มนักข่าวพุ่งออกมา เบียดเสียดกันเข้ามาแล้วหยุดอยู่ตรงหน้าฉีส่าวฉิง
“คุณฉีคะ อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเซี่ยงพยายามฆ่าตัวตายคะ?”
“มีข่าวลือว่าคุณตั้งใจจะส่งคุณเซี่ยงไปต่างประเทศและแยกจากลูก เป็นเพราะเรื่องนี้ใช่ไหมครับ?”
…
คำถามมากมายถาโถมมาจากนักข่าว แต่ไม่มีใครถามถึงอาการของเซี่ยงหว่านแม้แต่คนเดียว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเป็นมืออาชีพต่างรู้ดีว่าการฆ่าตัวตายครั้งนี้เป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้น
“แล้วคุณนายฉีทราบเรื่องนี้แล้วหรือยังครับ?”
มีนักข่าวพูดถึงลู่จั่นเหยียน สีหน้าของฉีส่าวฉิงค่อย ๆ หม่นลง หางตาเหลือบขึ้นอย่างอันตราย
สื่อในเครือผานไห่มีนับไม่ถ้วน เธอคงได้รับข่าวแล้ว เขาตั้งใจจะส่งเซี่ยงหว่านไปเพื่อเริ่มต้นใหม่กับจั่นเหยียน แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
หลังจากได้รับข่าว หลีเซี่ยนก็รีบตามมาที่โรงพยาบาล เมื่อเห็นสีหน้าของเจ้านายดูไม่ดีและมีนักข่าวล้อมรอบ เขาก็รีบแทรกเข้าไปในฝูงชนทันที
“เจ้านาย คุณโอเคไหมครับ?”
“จัดการคนพวกนี้ให้เรียบร้อย”
ฉีส่าวฉิงกวาดตามองรอบ ๆ แล้วสั่งเขาประโยคหนึ่ง ก่อนจะก้าวขาไปทางลิฟต์
ทุกคนหลีกทางให้ทันที ไม่มีใครกล้าขัดขวาง พอเห็นประตูลิฟต์ปิดและตัวเลขเริ่มลดลง พวกเขาถึงได้สติกลับมา
“คุณเซี่ยงกระโดดหน้าต่างฆ่าตัวตายแบบนี้ คุณชายฉีใจร้ายจริง ๆ”
“ใช่ อย่างน้อยก็เป็นแม่แท้ ๆ ของลูกชายนะ”
เมื่อเห็นนักข่าวเริ่มปั่นกระแส หลีเซี่ยนก็รีบกระแอมเบา ๆ “ผมจำเป็นต้องเตือนพวกคุณนักข่าวอีกครั้งไหมว่าคุณเซี่ยงเคยทำอะไรมาบ้าง? ผมจำได้ว่าก่อนหน้านี้พวกคุณหลายคนเคยเขียนบทความชื่อ ‘คนน่าสงสารย่อมมีเหตุให้น่าเกลียดชัง’ แต่ทำไมแค่ไม่กี่วันก็เปลี่ยนจุดยืนกันแล้ว?”
พอหลีเซี่ยนพูดจบ นักข่าวที่เพิ่งพูดไปก็รีบหลบสายตากันหมด ให้ตายเถอะ สมัยนี้หาเงินง่ายนักหรือไง โดนตบหน้ารัว ๆ แบบนี้
ฉีส่าวฉิงออกจากโรงพยาบาลแล้วขับรถตรงไปที่บริษัทลู่ แต่พอจอดรถใต้ตึกของบริษัทลู่แล้วเปิดประตู ขาของเขากลับไม่รู้จะก้าวออกไปอย่างไร
การที่เซี่ยงหว่านกระโดดหน้าต่างฆ่าตัวตายไม่ใช่เรื่องยากที่จะจัดการ แต่สิ่งที่ยากคือเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ถึงแม้เซี่ยงหว่านจะวางยาเขา แต่ผลลัพธ์สุดท้ายก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง
มือใหญ่กำพวงมาลัยแน่น เขาพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะแก้ไขความผิดพลาด แต่กลับยิ่งผิดซ้ำซ้อน
เพราะออกแรงมากเกินไป เส้นเลือดที่หลังมือจึงปูดขึ้นมา เขาถึงได้คลายมือออก ปิดประตูรถอีกครั้ง แล้วเอนตัวพิงพนักเบาะอย่างเหนื่อยล้า
‘จั่นเหยียน นี่เป็นเพราะผมทำผิดครั้งเดียว สวรรค์ก็จะไม่ให้โอกาสผมอีกแล้วจริง ๆ หรือ?’
ข่าวการฆ่าตัวตายของเซี่ยงหว่านถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ที่โรงพยาบาลคนที่เกี่ยวข้องก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว เธอขยับตัวเล็กน้อยและพบว่ามีเพียงขาขวาท่อนล่างที่ถูกเข้าเฝือก จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เกือบไป!
ตอนที่กระโดดลงมา เธอกลัวจริง ๆ ว่าจะตกลงมาพิการครึ่งตัว ดีที่บาดเจ็บแค่ขาท่อนล่าง
มุมปากบนใบหน้าซีดเซียวยกขึ้นเล็กน้อย เธอทุ่มเทให้กับฉีส่าวฉิงมาหลายปี แม้เขาจะไม่รักเธอ แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางความเข้าใจที่เธอมีต่อเขา
เธอตั้งใจใช้ไวน์แดงที่ยังไม่เคยเปิดขวดเพื่อขจัดความสงสัยของเขา แต่ใส่ยาลงในแก้วไวน์ไว้ก่อนแล้ว
รู้ว่ายาปลุกเซ็กส์อย่างเดียวอาจไม่สามารถเอาชนะเขาได้ จึงตั้งใจผสมยาหลอนประสาทลงไปด้วยในปริมาณที่เหมาะสม แถมยังจงใจฉีดน้ำหอมที่ลู่จั่นเหยียนใช้เป็นประจำลงบนปลายนิ้วตอนหยิบไวน์แดง ใช้กลิ่นหอมเข้มข้นของไวน์แดงกลบกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ไว้อย่างสมบูรณ์ แต่พอเธอประคองใบหน้าของฉีส่าวฉิง กลิ่นก็ลอยเข้าจมูกเขาอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เขาเกิดภาพหลอนว่าเธอคือลู่จั่นเหยียน
แต่น่าเสียดายที่…
เมื่อนึกถึงเรื่องที่ทำให้โกรธ ใบหน้าซีดเซียวของเซี่ยงหว่านจึงเพิ่มความดุร้ายและน่ากลัวขึ้นมา ‘ฉีส่าวฉิง ไม่ว่าคุณจะรักใคร คุณต้องเป็นของฉันเท่านั้น!’
ประตูห้องผู้ป่วยถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน เธอรีบเก็บความเกลียดชังและความโกรธในดวงตาทันที แต่เมื่อเห็นชัดว่าคนที่มาคือใคร สีหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วก็ยิ่งซีดลงไปอีก
“ทำไมนายถึงมาโรงพยาบาลล่ะ! ถ้าถูกจับได้จะทำยังไง!”
วิลเลียมถอดหมวกบนศีรษะออก รอยแผลเป็นบนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มอันน่าขนลุก “จะกลัวอะไร ตอนนี้ฉีส่าวฉิงอยากฆ่าเธอให้ตายเพื่อระบายความแค้น เขาไม่อยากจะมองหน้าเธอด้วยซ้ำ ส่วนพวกนักข่าวนั่น ก็จ่ายเงินซื้อมา ใช่ว่าพวกเขาสมัครใจมารายงานข่าวเธอซะเมื่อไหร่ เธอคิดว่าพวกเขาจะอดข้าวอดน้ำมาเฝ้าอยู่หน้าห้องผู้ป่วยเหรอ?”
น้ำเสียงเยาะเย้ยถากถางทำให้เซี่ยงหว่านกัดริมฝีปาก เขาพูดถูก ตอนนี้ฉีส่าวฉิงคงอยากฆ่าเธอให้ตาย แล้วจะมาอยู่เฝ้าที่โรงพยาบาลได้อย่างไร
เมื่อเห็นมือที่วางอยู่ข้างกายกำลังกำหมัดแน่น เสียงหัวเราะต่ำ ๆ อันน่าขนลุกของวิลเลียมก็ดังขึ้น “ดูเหมือนว่าพวกเราจะมีโอกาสแค่ครั้งเดียวแล้ว”
“นายหมายความว่ายังไง?”
เซี่ยงหว่านคลายหมัด มองใบหน้าชั่วร้ายน่ากลัวของวิลเลียมอย่างระแวง
“ช่วงที่เธอตกไข่คือไม่กี่วันนี้ น่าเสียดายนะ ถ้าเธอเอาเชื้อของฉีส่าวฉิงไม่ได้ ก็ต้องอาศัยฉันหว่านเมล็ดหลาย ๆ ครั้งแทนแล้วล่ะ”
พูดจบ มือใหญ่ของเขาก็เอื้อมมาคว้าหน้าอกของเธอ
“ไม่นะ นี่มันโรงพยาบาลนะ!”
เซี่ยงหว่านเข้าใจความหมายของเขา ร่างกายจึงเริ่มต่อต้านทันทีโดยหลบไปด้านหลัง แต่ก็ถูกจับไว้อีกครั้ง “นังหญิงชั่ว ถ้าพลาดช่วงนี้ไป อีกไม่นานเธอก็จะถูกส่งไปต่างประเทศ พอไปถึงต่างประเทศแล้วจะกลับมาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แล้วนะ คิดให้ดี ๆ!”
ร่างกายที่กำลังต่อต้านชะงักเพราะคำเตือนของเขา ริมฝีปากระริกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยปาก “นายให้มันกับฉัน ฉันจะทำเอง”
“ไม่ได้หรอก ของพวกนี้ต้องสด ๆ ถึงจะได้ผล ถ้าอยากได้ก็มาเอาเองสิ”
วิลเลียมหัวเราะ แล้วโน้มตัวเข้าใกล้ใบหน้าของเธอ