บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

หมอหญิงระบบเทพ - บทที่ 165 เป็นเพราะโลภรึ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. หมอหญิงระบบเทพ
  4. บทที่ 165 เป็นเพราะโลภรึ
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 165 เป็นเพราะโลภรึ

เคยคิดซะที่ไหนกันว่าการทำลายที่นาของคนอื่นจะเป็นการทำผิดกฎหมายได้

ใช่ ในยุคสมัยที่การเกษตรคืออาชีพสำคัญ การตั้งใจไปเผาหรือทำให้น้ำท่วมที่นาของคนอื่นนั้นเป็นการกระทำผิดกฎหมาย

แน่นอนว่าการประกาศแถลงการณ์ก็ได้เรียกคนตระกูลเว่ยมาเช่นกัน

ในฐานะที่เป็นเจ้าทุกข์ พวกเขาจึงให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

ถ้าพวกเขาไม่ส่งเอ้อจู้จื่อไปขึ้นศาล ถ้างั้นการลงโทษตามกฎหมายก็ต้องหนักกว่านี้แน่นอน ถ้าพวกเขาเลือกที่จะยอมความ ก็จะถูกส่งกลับมาจัดการกันในหมู่บ้าน

เป็นประโยชน์ต่อทั้งเป็นเอ้อจู้จื่อหรือจะชื่อเสียงของหมู่บ้านอีกด้วย

เมื่อถูกเชิญไปที่ห้องโถงบรรพบุรุษ พ่อเว่ยจึงเอ่ยปากถาม “แสดงว่าต้นกล้ามันฝรั่งของบ้านเราไม่มีปัญหาเลยงั้นรึ”

“ใช่ เอ้อจู้จื่อเป็นคนเอาไฟไปเผาต้นกล้าที่เป็นสีเหลืองสีดำพวกนั้น มันเป็นคนเร่ร่อน ไม่รู้ว่าวันๆ มัวแต่คิดอะไรอยู่ถึงได้มาทำลายที่ที่ดินมาหากินแบบนี้”

ผู้นำหมู่บ้านกัดฟันและด่าทอด้วยความเกลียดชัง

ทุกหมู่บ้านต่างก็มีคนเร่ร่อนอยู่สองสามคนอยู่แล้ว แต่แค่คนในหมู่บ้าน คนโลภในหมู่บ้านของพวกเขาทั้งโง่ทั้งไร้สมองและมีกิเลสตัณหามากอีกด้วย

ทั้งที่อยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่อดตายกันแบบนี้ ท่านผู้นำหมู่บ้านไม่รู้จะทำอย่างไรกับเขาแล้วจริงๆ

พอพ่อเว่ยได้ยิน สีหน้าก็ผ่อนคลายลงทันที เขาหยิบยาสูบขึ้นมาสูบอย่างดีใจก่อนจะหรี่ตามอง “ผู้นำหมู่บ้าน เอ้อจู้จื่อนี่มันทำเกินไปแล้ว บ้านเราเสียเงินไปตั้งเท่าไหร่ถึงจะซื้อที่ต้นกล้าพวกนี้มาได้ มันมาเผาที่เราแบบนี้เรานอนไม่หลับกันเลยจริงๆ”

“ใครบอกว่าไม่ใช่ล่ะ เห้อ แต่เรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว ลุงเว่ยดูสิว่าจะจัดการกับไอ้เอ้อจู้จื่อนี่ยังไงดี” ผู้นำลองสอบถามดู

พ่อเว่ยหรี่ตามองแล้วจึงเริ่มสูบใบยาสูบ ครุ่นคิดอยู่นานแล้วค่อยเงยหน้าขึ้น “จะคิดค่าเสียหายในที่ของเราอย่างไรรึ?”

“ให้เอ้อจู้จื่อชดใช้ ใช้มันชดใช้ข้าเสียหายทั้งหมดให้กับท่าน ในหมู่บ้านของเรายังมีที่ดินที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่เหลืออยู่บ้างวันนี้ได้ทำงานปรับหน้าดินกันไปแล้ว ปีหน้าก็คงจะทำนาได้ตามปกติ ท่านลองดูว่าท่านชอบแถวไหนลองเลือกสักแปลงเพื่อเป็นการชดใช้”

เอ้อจู้จื่อมีทรัพย์สินอยู่เท่าไหร่นั้นคนในหมู่บ้านต่างรู้กันดี

ที่ท่านผู้นำพูดแบบนี้ก็เพื่อหวังว่าจะให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็กและทำให้เรื่องเล็กจบไป

พ่อเว่ยได้ยินก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมากแต่ตอนที่เขากำลังจะพยักหน้า ฉินจิ่นกลับเดินเข้ามาซะงั้น

“ท่านผู้นำ ข้ารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีเอ้อจู้จื่อเป็นคนทำเพียงคนเดียว ถ้าต้องรับโทษ ก็รบกวนให้จับคนบงการออกมาให้หมด แล้วเราค่อยมาลงโทษกัน”

ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะลงโทษแค่คนเร่ร่อนคนเดียวแล้วปล่อยให้คนที่คอยบงการอยู่เบื้องหลังลอยนวลอยู่อย่างงั้น

สีหน้าของท่านผู้นำตึงเครียดขึ้นทันที “ยังมีคนบงการอีกรึ?”

ฉินจิ่นพยักหน้า “ใช่ คนตระกูลเว่ยไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันกับเอ้อจู้จื่อ เขาจะมาเปลืองแรงรมควันต้นกล้าของเราไปเพื่ออะไรกันทำไมถึงไม่เผาทิ้งหรือว่าถอนทิ้งไปเลย แต่กลับใช้ควันมาอบแบบนี้ทำให้ดูเหมือนว่าต้นกล้าของเราติดโรค เขาทำไปเพื่ออะไรกันล่ะเจ้าคะ?”

พอท่านผู้นำฟังนางพูดจบก็ขมวดคิ้วแน่นทันที

พอได้ยินความหมายของฉินจิ่นแล้วไม่เพียงแต่ไม่อยากให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็กแต่กลับอยากให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องวุ่นวายไปอีก แบบนี้ท่านผู้นำจะมีความสุขได้อย่างไรล่ะ

เขาขมวดคิ้วพลางมองไปที่กลุ่มคนที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วถามว่า “พวกเจ้าคิดอย่างไรกันบ้าง”

คนที่อยู่รอบๆ ต่างเป็นคนเฒ่าคนแต่ในหมู่บ้าน รวมถึงหลี่เม่าเซิ่งที่เคยมีประเด็นกับฉินจิ่นมาก่อนด้วย

ท่าทางของเขาแน่วแน่สุดๆ และยังเป็นคนที่ออกความเห็นเร็วที่สุดด้วย “คิดทำไมกัน ก็แค่ไอ้คนเร่ร่อนอย่างเอ้อจู้จื่อก่อเรื่อง ไม่รู้ว่าวันๆ ในหัวมันคิดอะไรอยู่ เรื่องนี้นอกจากมันแล้วจะมีใครทำได้อีกล่ะ?”

คำพูดนี้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่เชื่อคำพูดของฉินจิ่น ถึงแม้ว่าไม่ได้พูดตรงๆ แต่ก็แสดงท่าทางออกมาอย่างชัดเจน

ฉินจิ่นไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่รอให้คนอื่นๆ ออกความเห็นกันต่อ

แล้วค่อยถึงตาของเกิงเหลียงที่ออกความเห็นเป็นคนที่สอง “ข้ารู้สึกว่าอาจิ่นพูดถูก เอ้อจู้จื่อเป็นคนยังไงทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจ ถึงมันจะเคยไปทำลายที่นาของชาวบ้านตั้งหลายครั้งแต่มันมานั่งรมควันที่นาตอนเที่ยงคืนทุกๆ วันทำให้คนคิดว่าผลผลิตเป็นโรค มันคิดความคิดแบบนี้ออกมาไม่ได้แน่ๆ อีกอย่างมันก็ไม่เคยทำนา รู้เรื่องการทำนาก็ไม่มากถ้าไม่มีคนคอยบงการมันไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างราบรื่นแน่นอน”

เจตนาทำให้คนอื่นๆ คิดว่าผลผลิตในที่ดินมีปัญหาและไม่คิดว่าเป็นฝีมือของคน

พอได้ยินแบบนี้แล้วหลี่เม่าเซิ่งก็ไม่เห็นด้วยทันที “เจตนาอะไรกัน ก็แค่เป็นเรื่องที่ทำไปโดยไม่ยั้งคิด อีกอย่างก็ใช่ว่าเจ้าจะไม่รู้ว่าเอ้อจู้จื่อมันเป็นยังไง ฉันทำนามาทั้งชีวิตก็ไม่ใช่ไม่รู้ ใครจะมีปัญญามาใช้ไฟอบต้นกล้าของชาวนาแบบนี้จะทำให้ชาวนาสงสัยว่าต้นกล้าเป็นโรคได้”

ปัญหาเริ่มวนกลับไปสู่ต้นเรื่องแล้วท่าทางของฉินจิ่นก็สงบขึ้น

ท่านผู้นำปล่อยให้พวกเขาโต้เถียงกัน ส่วนเขาก็นั่งอยู่ตรงที่นั่งหลักแล้วเริ่มสูบยาสูบขึ้น

อารมณ์และท่าทางไม่ได้ต่างจากพ่อเว่ยมากนัก เพ่งเล็งพลางสูบยาสูบไปด้วย

ฉินจิ่นเดินไปอยู่ข้างหน้าโต๊ะก่อนจะตะโกนเสียงดังจนทั้งห้องเงียบสงัดไปทันที

“อาจิ่น เจ้าคิดจะพูดอะไรรึ?” เกิงเหลียงเอ่ยปากถามขึ้น

ฉินจิ่นกล่าว “เมื่อกี้ข้าก็แค่เดาเท่านั้นไม่ได้มีหลักฐานแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นข้าจึงตัดสินใจส่งเรื่องนี้ให้ท่านผู้พิพากษาตัดสินดีกว่า ในฐานะเจ้าทุกข์ ไม่รู้เหมือนกันว่าข้าพอจะมีสิทธิ์หรือไม่”

พอพูดคำนี้ออกไปแล้วทุกคนที่โหวกเหวกโวยวายกันเมื่อสักครู่นี้ก็เงียบกันไปทันที

ถ้าจะให้ศาลตัดสินแล้วพวกเขาจะพูดต่อรองกันอีกทำไมกัน?

ถึงพูดไปก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี

ท่านผู้นำฟาดถุงยาสูบลงไปบนโต๊ะดัง “ตึง” “ได้ งั้นวันนี้ก็แยกย้ายกันไปก่อน”

ในหมู่บ้านเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ท่านผู้นำจะดูไม่ดี แต่ถ้าปีหน้าเกิดการเลือกตั้งใหม่ไม่แน่อาจจะเปลี่ยนผู้นำคนใหม่ก็เป็นได้

ในใจของเขาจะมีความสุขได้อย่างไรล่ะ?

พอเห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปคนแก่ที่ยืนอยู่แถวนั้นก็พากันขยับเขยื้อนฝีเท้าและหนีไปอย่างรวดเร็ว

พ่อเว่ยไม่เข้าใจการตัดสินใจแบบนี้ของฉินจิ่น สีหน้าของเขาจึงโมโหขึ้นทันที

ค่าชดเชยที่ท่านผู้นำบอกมาเมื่อกี้ก็ได้เกินค่าต้นกล้าพวกนี้ไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะฉินจิ่นตัดสินใจเร็วเกินไปไม่แน่เขาอาจจะยอมแล้วก็ได้

โดยเฉพาะเรื่องที่หมู่บ้านชดเชยที่ดินให้พวกเขาหนึ่งแปลงก็เป็นเรื่องโชคดีที่ฟ้าประทานมาให้แล้ว

แต่มาวันนี้ เพียงแค่คำพูดเดียวของฉินจิ่นก็จบเรื่องไปซะแล้ว

“เหอะๆ!” พ่อเว่ยกระแอมไปสองทีก่อนจะยืนขึ้นแล้วเดินไปอยู่ตรงหน้าของท่านผู้นำ “ตาผู้นำ เด็กๆ ไม่รู้เรื่องจะมาตัดสินใจเรื่องแบบนี้ได้อย่างไรกัน เมื่อก่อนเราคุยกันไว้ดีแล้วไม่ใช่รึว่าบ้านของเราข้าเป็นใหญ่ที่สุด…”

“พ่อ!” เว่ยเหยียนถิงดึงแขนของพ่อเว่ยเอาไว้ห้ามไม่ให้เขาพูดต่อ “พ่อพักผ่อนก่อนเถอะ ให้ลุงผู้นำเขาลองฟังข้อต่อรองของเราคนหนุ่มสาวอย่างเราดู ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องค่อยให้ถึงมือพ่อดีไหม?”

พ่อเว่ยรู้สึกมึนงง ไม่ค่อยจะเข้าใจความหมายของเว่ยเหยียนถิงสักเท่าไหร่

แต่สมองก็แล่นอยู่อย่างงั้นแล้วทันใดนั้นก็เกิดความคิดที่โลภขึ้นมา ถ้าไม่ใช่การชดใช้ก็ยังสามารถคุยต่อรองกันได้หน่อย

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 165 เป็นเพราะโลภรึ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

5b001d114125
เย้ารักท่านอ๋องเผด็จการ
2024-02-04
novelpdf0054
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
2023-12-10
F2LMpZrq
เจ้าวายร้ายทั้งสาม มาให้แม่เลี้ยงอย่างข้ากล่อมเกลาเสียดีๆ
2024-07-08
sg576
องค์ชายสาม หยุดไล่ตามข้าเสียที!
2024-08-08

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน