หมอหญิงระบบเทพ - บทที่ 164 ไม่คุ้มค่า
บทที่ 164 ไม่คุ้มค่า
สีหน้าของเว่ยเหยียนถิงไม่ค่อยดีนักพลางยืนมองเอ้อจู้จื่อที่ถูกมัดเอาไว้
เขาโค้งตัวลงไปสบตากับเขาก่อนจะพูดเสียงเบาว่า “ใครสั่งให้เจ้าทำแบบนี้?”
“ทำอะไร ข้าทำอะไรรึ? !” เอ้อจู้จื่อเอ่ยปากอย่างใจนักเลงโดยไม่ได้มองหน้าเว่ยเหยียนถิงเลยสักนิด จากนั้นก็นั่งลงกับพื้น
เดิมทีเขาก็เป็นคนเร่ร่อนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ยังไงก็ถือเป็นแค่วันๆ เดียวเท่านั้นไม่ได้สนอยู่แล้วว่าจะโดนมัดหรือโดนขังยังไง ทำท่าทางว่าอยากจะทำอะไรก็ทำ
ทันทีที่เจอเขา ฉินจิ่นก็รู้เลยว่าคนคนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
เป็นคนเร่ร่อนที่ไม่ได้มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรมาก ใช้ชีวิตแบบเรื่อยๆ ดึกๆ ดื่นๆ ไม่รู้จะทำอะไรก็ไปย่างไก่กินในป่า ถ้าพูดออกไปก็คงไม่มีใครสงสัยอะไร
แต่มานั่งอยู่ในที่นาของคนอื่นแบบนี้ ย่างไก่ไปด้วยแล้วยังรมควันที่ดินของคนอื่นอีกด้วย แบบนี้มันเกินไปมากจริงๆ
ถ้าจะบอกว่าไม่มีคนบงการเขาล่ะก็ ฉินจิ่นไม่มีทางเชื่อแน่นอน
เว่ยเหยียนถิงอยากจะถามต่ออีก แต่ฉินจิ่นกลับเดินเข้าไปลากแขนของเขาซะก่อน
“พี่ถิง เราไปดูที่นาของเราก่อนดีกว่าจ้ะ”
เว่ยเหยียนถิงเงยหน้าขึ้นมาสบตานางก่อนจะพยักหน้า “จ้ะ”
พอเอ้อจู้จื่อได้ยินฉินจิ่นพูดแล้วก็อดที่จะเชิดหน้ามองดูหน้าของนางไม่ได้ พอดูเสร็จก็หัวเราะลั่นออกมา
“พ่อรองตระกูลเว่ย เจ้าต้องขอบคุณข้า ได้ยินมาว่าสีบนหัวของนายกับต้นกล้าน่ะเขียวเหมือนกันเลยนะ ตอนนี้ข้ากำลังรมควันให้มันเหลืองหน่อย ก็เป็นการช่วยเจ้าไม่ใช่รึไง”
พูดจบเขาก็เหล่มองฉินจิ่นอยู่ตลอดเวลาด้วยสายตาที่เจ้าเล่ห์และมีเลศนัย
“ตึง!”
ตัวของเอ้อจู้จื่อถึงกับปลิวออกไปข้างนอก
เว่ยเหยียนถิงโมโหจนระเบิดอารมณ์ออกมาทำให้ทุกคนต่างตกใจกันไปหมด เอ้อจู้จื่อยังพูดไม่ทันจบ เขาก็เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเตะเอ้อจู้จื่ออย่างเต็มแรง แต่แค่นี้ยังไม่เพียงพอ เว่ยเหยียนถิงยังเดินเข้าไปบีบคอของเขาอีกด้วย
“แกลองพูดอีกคำดูสิ? !”
ดวงตาที่แดงก่ำแสดงให้เห็นถึงความโมโหคนที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่ได้แปลกใจแต่อย่างใด ถ้าเอ้อจู้จื่อยังกล้าอ้าปากอีก เว่ยเหยียนถิงได้บีบคอเขาจนตายจริงๆ แน่
“แค่ก……แค่กๆ แก ปล่อยข้า……”
สีหน้าของเอ้อจู้จื่อแดงไปหมดเขาถูกบีบคอแบบนั้น แน่นอนว่าต้องหายใจไม่ออกแน่นอน เส้นเลือดบนหน้าผากปูดขึ้นมาเป็นเส้นๆ แววตาที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ยเมื่อกี้ ตอนนี้กลับหายไปจนมองไม่เห็นแล้ว
“พ่อเว่ย รีบๆ ปล่อยเถอะ ถ้ายังไม่ปล่อยไอ้เลวนี่คงได้ตายจริงๆ แน่……”
คนที่พูดคือชาวประมงในหมู่บ้าน เขาเดินเข้ามาดึงแขนของเว่ยเหยียนถิงให้เขาปล่อยมือ
เอ้อจู้จื่อสมควรตายจริงๆ แต่ไม่ควรตายด้วยน้ำมือของเว่ยเหยียนถิง
แต่ตอนนั้นเว่ยเหยียนถิงกำลังโมโหหนัก ลงมือหนักจนทำให้คนตกใจเขาใช้แรงเท่าไหร่ก็ดึงมือของเว่ยเหยียนถิงออกมาไม่ได้สักที
“พวกเจ้ามัวยืนอึ้งกันอยู่ทำไง รีบมาดึงเขาออกไป!” ชายหาปลาร้อนรน แล้วมองคนที่ดูอยู่รอบๆ ด้วยความโมโห
ฉินจิ่นคุกเข่าอยู่ข้างๆ เว่ยเหยียนถิง มองเห็นท่าทางที่เสียสติของเขาอย่างชัดเจน
ช่วงนี้คนในหมู่บ้านต่างนินทากันปากต่อปาก ทำให้นางลำบากไปช่วงหนึ่งเลยทีเดียว คนในบ้านรวมถึงเว่ยเหยียนถิงก็ถูกรวมเข้าด้วย ต่างถูกโดนลอบทำร้ายกันทั้งหมด
โดยเฉพาะเว่ยเหยียนถิงที่พอเห็นฉินจิ่นขมวดคิ้ว ในใจของเขาก็รู้สึกผิดและสงสารนางขึ้นทันที
ความโมโหที่อัดอั้นอยู่ในใจไม่เคยระบายออกมา ตอนนี้เอ้อจู้จื่อก็เหมือนรังแตนและถังดินปืน แล้วความโมโหทั้งหมดถูกระเบิดไปที่เขาอย่างไม่มีเหลือ
“พี่ถิง ปล่อยได้แล้ว สร้างบาปกรรมให้ตัวเองเพราะคนแบบนี้ มันไม่คุ้มค่าหรอก”
มือที่นุ่มนวลสัมผัสไปบนมือที่แข็งทื่อของเว่ยเหยียนถิง แล้วไฟร้อนของความโมโหก็ไหลไปเหมือนน้ำ จากนั้นเขาก็ปล่อยมือออกทันที
แววตาที่แดงก่ำค่อยๆ สว่างขึ้นจากนั้นเว่ยเหยียนถิงก็ค่อยๆ ปล่อยมือออก
“แค่กๆๆ ……”
เอ้อจู้จื่อกุมไปที่หน้าอกของตัวเอง หายใจหอบเฮือกใหญ่ หายใจไปด้วยพลางไอไปด้วย วินาทีเมื่อกี้เขานึกว่าตัวเองจะไม่รอดซะแล้ว
แรงและอารมณ์ของเว่ยเหยียนถิงนั้นแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าตั้งใจจะเอาชีวิตเขาให้ได้
ข้าก็แค่ทำตามคำสั่ง บอกว่าแค่เผาต้นกล้าไม่กี่เรื่องจะไม่เป็นไรไม่ใช่รึไง
ทำไมถึงขั้นเกือบต้องเอาชีวิตไปแลกแล้วล่ะ
ชีวิตของเขาไม่ค่อยประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะอยากตายสักหน่อย
เอ้อจู้จื่อคิดได้ตอนเกือบจะตายว่าผู้หญิงพวกนั้นต่างหลอกใช้เขาและกลัวว่าเขาจะพูดมั่วออกไป เพราะฉะนั้นถึงได้ตั้งใจหาข้ออ้างมากำจัดเขาออกไปแบบนี้สินะ
ยิ่งคิดก็ยิ่งมีความเป็นไปได้ มีเชือกมัดอยู่ด้านหลังของเอ้อจู้จื่อแน่นไปหมด
ตอนนั้นเขาครุ่นคิดอยู่นานว่าจะกำจัดผู้หญิงชั่วๆ พวกนั้นออกไปได้อย่างไร หรือว่าเขาต้องหาโอกาสไปเจอกับพวกนางสักหน่อย ไม่งั้นตัวเองอาจจะตายโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้
ตั้งใจมองไปที่เว่ยเหยียนถิงและฉินจิ่นและสบตาของฉินจิ่นอย่างไม่ระวัง ทำเอาเอ้อจู้จื่อตัวสั่นไปทั้งตัว
แววตาของฉินจิ่นกลับไม่ได้มีความดุร้ายเลยสักนิด แต่กลับกันยังมีความอ่อนโยนที่หาที่ไหนไม่ได้อีกด้วยอีกทั้งยังยิ้มให้กับเขาอีกด้วย
แต่แววตาแบบนี้กลับทำให้เอ้อจู้จื่อรู้สึกทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่
หรือว่านางจะเป็นเซียนกระโดด(เปรียบเหมือนผู้เฒ่าเต่าในการ์ตูนที่มีความสามารถทำได้ทุกอย่าง)กัน
ไม่ เป็นไปไม่ได้ ผู้หญิงพวกนั้นต่างอยากจะทำร้ายฉินจิ่นมาตลอด
ครุ่นคิดเปลี่ยนใจไปมาอยู่หลายครั้ง สุดท้ายแล้วเอ้อจู้จื่อก็ยังคิดไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ฉินจิ่นดึงเว่ยเหยียนถิงขึ้นมา ชายหาปลาถึงจะโล่งใจไปทีจากนั้นจึงเดินเข้าไปตบเข้าที่ไหล่ของเว่ยเหยียนถิง “คนหนุ่มสาวช่างใจร้อนจริงๆ ฮ่าๆๆ ใช้ได้ๆ”
ตั้งแต่เทศกาลหาปลาประจำปีที่ผ่านมาเกิงเหลียงก็ได้ชื่นชมเว่ยเหยียนถิงว่าทักษะและฝีมือดีอยู่แล้ว พอเห็นเลือดผู้กล้าของเขา ในใจจึงยิ่งชื่นชมและสรรเสริญเขามากขึ้นไปอีก
ตอนนั้นเขากำลังคิดว่าบางทีต่อไปเขาอาจจะถ่ายทอดวิชานักหาปลาให้กับเว่ยเหยียนถิง ความแน่วแน่ของเด็กคนนี้นั้นใช้ได้ ปกติแล้วก็ไม่ใช่คนที่พูดมากแต่อย่างใด ไม่ว่าดูยังไงก็รู้สึกว่าเหมาะสมทั้งนั้น
เว่ยเหยียนถิงรู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง และรู้ว่าเมื่อกี้เกิงเหลียงกำลังช่วยตัวเขาเองอยู่
ตาของเขาแดงก่ำ “ขอโทษด้วยจ้ะ ลุงเกิง”
ทำเรื่องเดือดร้อนให้คนอื่นไปแล้วเขาก็ควรจะกล่าวขอโทษ แต่เว่ยเหยียนถิงก็ไม่เคยรู้สึกว่าคิดผิด ถึงเขาจะฆ่าคนเลวอย่างเอ้อจู้จื่อจริงๆ เขาก็ไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด
“ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไรไม่เป็นไร ตอนยังหนุ่มก็เลือดร้อนแบบนี้แหละ ถ้ารอให้อายุมากแล้วก็คงจะใจร้อนแบบนี้ไม่ได้แล้วล่ะ แต่การที่ไปสร้างบาปกรรมของตัวเอง แบบนั้นมันก็ไม่คุ้มค่าจริงๆ เจ้าอย่าไปสนใจมันเลย ต่อไปเดี๋ยวมันก็ได้รับบาปกรรมเองแหละ”
แล้วเขาก็ปลอบใจเว่ยเหยียนถิงอีกครั้ง และตอนนี้เกิงเหลียงถึงจะเดินกลับไปพร้อมกับทุกๆ คน
ตอนที่ฉินจิ่นลากเว่ยเหยียนถิงกลับมาถึงบ้าน พระอาทิตย์ก็ค่อยๆ โผล่หัวออกมาบ้างแล้ว
ในตอนที่พระอาทิตย์ขึ้นมาเต็มดวงแล้ว ผู้นำหมู่บ้านก็ได้ป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ถึงเรื่องที่เอ้อจู้จื่อได้กระทำความชั่วเอาไว้ และอยากจะสืบหาคนบงการออกมาให้ได้
การเพาะปลูกเป็นเรื่องปากท้องของทุกคน ในหมู่บ้านนี้ ไม่ว่าใครหน้าไหนถ้าตั้งใจทำลายที่ดินทำกินของชาวไร่ชาวนา ต่างก็เป็นเรื่องใหญ่โตทั้งนั้น
เอ้อจู้จื่อเป็นคนเร่ร่อน ไม่มีทางรู้แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่โตแค่ไหน
ปกติแล้วเขาก็ชอบขโมยข้าวโพดของชาวบ้านอยู่แล้ว และบางทีก็ยังเหยียบต้นข้าวของชาวบ้านอยู่เหมือนกัน
แต่ก็ไม่เคยมีใครถือโทษเขามาก่อน