บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน - บทที่ 9 แค่ใจป้าก็พอแล้ว

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
  4. บทที่ 9 แค่ใจป้าก็พอแล้ว
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ฟู่จื่ออี้ไม่ทันระวังตัว จึงถูกเงินเงินแย่งผ้าเช็ดผมไปต่อหน้าต่อ

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ปฏิกิริยาแรกคือปรารถนาจะแย่งกลับคืนมา

ทันที ด้วยปกติเขาเป็นบุรุษที่ถือสาเรื่องสตรีเข้าประชิดกายเป็นที่สุด

เมื่อคืนวันเข้าหอ เขาต้องกัดฟันข่มกลั้นรอจนเงินเงินหลับใหล

ไปเสียก่อน จึงค่อยปลีกตัวหนีกลับไปพํานักที่ห้องตําราเรือนหน้า

ทว่ายามนี้กลับถูกนางเบียดกายเข้ามาใกล้ ใกล้เสียจนสัมผัสได้ ถึงไออุ่นและลมหายใจแผ่วเบา มิหนําซ้ําเส้นผมของเขายังตกอยู่ในกํา มือของนาง สถานการณ์เช่นนี้ทําให้ฟูคือ รู้สึก “ครั่นเนื้อครั่นตัวไม่สบาย ใจ’ ไปทั่วสรรพางค์กาย

เขาต้องท่องบริกรรมในใจถึงสามจบ… นี่คือภรรยาของข้า มิใช่

สตรีอื่นไกล…

จึงจะพอข่มกลั้นสัญชาตญาณที่จะผลักไสนางออกไปได้ ทว่า กล้ามเนื้อทั่วร่างกลับยังคงเกร็งเขม็งอย่างมิอาจควบคุม

ลูเงินเงินเดิมที่แค่อยากจะขอบคุณ “ป้า” ที่ใจป้าขนาดนี้ นางรู้สึก

ว่าตนควรแสดงฝีมือปรนนิบัติพัดวีเขาให้สมกับค่าตัวเสียหน่อย แต่พอ

ลงมือเช็ดไปได้เพียงสองสามที ถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าบรรยากาศดูจะมี ค่อยเหมาะสมเท่าใดนัก

ฟู่จื่ออี้เกร็งจนเส้นเลือดที่คอปูดโปน ใบหูแดงระเรื่อลามไปถึงลํา คอ ทว่าเจ้าตัวกลับยังคงตีหน้าขรึม แสร้งทําเป็นสงบนิ่งราวกับไม่รู้สึกรู้

สา

เงินเงินพลันนึกขึ้นได้ว่าฟูจือมี “โรคประหลาด” ประจําตัวอยู่ หากคิดจะปล่อยมือเสียดื้อๆ ก็เกรงว่าจะดูจงใจจนเกินไป เกิดไปกระทบ กระเทือน “ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายอันเปราะบาง” ของเขาเข้าจะทําอย่างไร? ช่างเถอะ…. แกล้งทําเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปเสียก็สิ้นเรื่อง อย่างไรเสีย คนที่อึดอัดใจก็ไม่ใช่ตัวนางเสียหน่อย!

หลังจากปลอบใจตัวเองสําเร็จ นางก็เช็ดผมต่อไปเหมือนไม่มี

อะไรเกิดขึ้น เพียงแต่เร่งมือให้เร็วขึ้นนิดเพื่อจบภารกิจนี้ให้ไวที่สุด

ท่ามกลางแสงตะเกียงสลัวราง ความเงียบงันที่ปกคลุมคนทั้งสอง กลับก่อเกิดบรรยากาศคลุมเครือชวนวาบหวามขึ้นมาอย่าง

ประหลาด จู่ๆ ฟูจือ ก็รู้สึกคอแห้งผากขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขา กลืนน้ําลายอึกใหญ่พลางกระแอมไอไล่ความรู้สึกแปลกๆ พยายามหา เรื่องชวนสนทนาเพื่อทําลายความเงียบอันน่ากระอักกระอ่วนนี้

“ในเมื่อให้ตั๋ว

มื่อให้ตั๋วเงินไปแล้ว มีสิ่งใดต้องใช้ก็จงใช้ไปเสีย อย่าได้เอา นิสัยคิดเล็กคิดน้อยเหมือนยามอยู่บ้านสกุลมาใช้ที่นี่ ประเดี๋ยวจะพาล

ขายหน้าคนอื่นเขาเสียเปล่าๆ”

ฟูจือ กล่าวด้วยน้ําเสียงวางอํานาจ

พอพูดจบก็รู้สึกว่าถ้อยคําดูจะไม่เหมาะสมนัก ถึงอย่างไรนางก็

เป็นภรรยาในนาม เป็นสตรีตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ต่อให้เขาเจตนาดีอยากจะ เตือนสติเพียงใด ก็ควรใช้ถ้อยคําที่นุ่มนวลกว่านี้

ในใจอยากปรารถนาจะแก้ตัวสักสองสามประโยค แต่คําพูดมาจ่อ

อยู่ที่ริมฝีปากแล้ว กลับรู้สึกกระดากอาย สุดท้ายจึงกลืนกลับลงท้องไป ได้แต่ลอบชําเลืองมองดูเงินเงินด้วยหางตาเงียบๆ

ทางด้านเงินเงินเมื่อได้ยินเช่นนั้น กลับไม่ได้รู้สึกสะเทือนใจแม้

เพียงกระผีกชิ้น

แจ่มแจ้ง

โถ… บอสก็แค่พูดจาขวานผ่าซาก แต่เจตนาที่หวังดีนั้นชัดเจน

อย่างมากเขาก็แต่บุรุษปากร้ายที่ความฉลาดทางอารมณ์ [1] ต่ํา

เตี้ยเรี่ยดินไปนิดก็เท่านั้น

มีอะไรให้ต้องเสียใจกัน?

ยิ่งไปกว่านั้น นี่มันเงินทั้งห้าร้อยตําลึงเชียวนะ! ตราบใดที่มีตัว

เงินอยู่ในมือ ต่อให้ฟูคือ จะพูดจาระคายหูยิ่งกว่านี้อีกสักหน่อย นางก็

จะไม่เก็บมาใส่ใจให้รกสมองหรอก

ใครจะไปมีเรื่องกับ ‘ป๋า’ ได้ลงคอ?

นางฉีกยิ้มจนตาหยี รับคําอย่างแข็งขัน

“รับทราบเจ้าค่ะ ท่านวางใจได้เลย ข้ารับรองว่าจะใช้เงินนี้ให้คุ้ม ค่าที่สุด จะไม่มีวันไปทําเรื่องให้ท่านต้องอับอายขายหน้าผู้ใดข้างนอก แน่นอนเจ้าค่ะ”

ท่าทีรับคําอย่างว่าง่ายเช่นนี้ ทําให้ฟูจือลอบถอนหายใจออกมา อย่างโล่งอก เขาเบาใจลงไปเปลาะหนึ่ง พลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ…

สมแล้วที่เป็นว่าที่ภรรยาที่เขาเลือกมากับมือ แม้ตัวจริงจะต่าง จากที่คาดการณ์ไว้ตอนแรกไปไกลโข… แต่แบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน!

ทว่า… ความอดทนของเขาก็มาถึงขีดจํากัดจนได้

ปกติเส้นผมของเขา เช็ดแค่สองสามทีก็หมาดแล้ว จากนั้นไปนั่ง

ผิงไฟที่ “กรงรมเครื่องหอม (2) ไม่ทันไรก็แห้งสนิท แต่พอเป็น เงินเงินมาเช็ด นางกลับเช็ดมาตั้งครึ่งค่อนวัน ก็ยังวนเวียนเช็ดอยู่แต่ เส้นผมไม่กี่เส้น กระทั่งดึงหนังหัวเขาจนเจ็บแปลบไปหมดก็ยังไม่ยอม เปลี่ยนที่ ยืนรอให้นางเช็ดจนแห้งทั่วศีรษะ เกรงว่าฟ้าคงสว่างเสียก่อน

เขาแย่งผ้าเช็ดผมกลับมา เช็ดลวกๆ ไปสองสามที แล้วเดินไปนั่ง หน้ากรงรมเครื่องหอม เอ่ยด้วยน้ําเสียงไม่เป็นธรรมชาตินัก

“เจ้าเข้านอนก่อนเถอะ ข้ารอผมแห้งก่อนแล้วค่อยนอน

เงินเงินทําตามอย่างว่าง่าย นาฬิกาชีวิตของเจ้าของร่างเดิมถูก ฝึกมาหลายปี เวลานี้ก็น่าจะเกือบๆ สามทุ่ม นางจึงง่วงจนตาแทบจะปิด

อยู่รอมร่อ

อีกอย่าง นางกับฟูจือ ต่อให้นอนเตียงเดียวกัน ก็แค่นอนจําศีล

ไม่ได้มีกิจกรรมเข้าจังหวะก่อนนอนเสียเมื่อไหร่

ใครนอนก่อนนอนหลังไม่เห็นจะสําคัญตรงไหน

นางพยักหน้า เก็บตั๋วเงินให้เรียบร้อย พลางหาวหวอดใหญ่ ทิ้ง

ท้ายแบบขอไปทีว่า

“เช่นนั้นท่านก็รีบพักผ่อนนะเจ้าคะ”

จากนั้นก็ปีนขึ้นเตียง หัวถึงหมอนไม่ทันไรก็หลับเป็นตาย

ช่างเป็นสตรีไม่ทุกข์ไม่ร้อนจริงๆ

ฟู่จื่ออี้นั่งนิ่งอยู่ข้างกรงรมเครื่องหอม ภายใต้แสงตะเกียงสลัว ใบหน้าของเขาซ่อนอยู่ในเงามืดสลับสว่างจนยากจะคาดเดาความรู้สึก ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังเงินเงินอย่างเหม่อลอยคล้ายครุ่นคิดสิ่งใด

อยู

จนกระทั่งเส้นผมแห้งสนิทเขาจึงลุกขึ้น เห็นเงินเป็นที่นอน

กางแขนกางขาเป็นรูปตัวต้า (A)” ยึดครองพื้นที่เตียงใหญ่ไปจนหมด

เขาถอนหายใจนวดหว่างคิ้วอย่างจนปัญญา ก่อนจะหยิบผ้าห่มอีก

ยืนเดินไปนอนที่ ‘ตั่งยาว” ฝั่งตรงข้ามแทน

ลู่เจินเจินที่ดําดิ่งสู่ห้วงนิทราไปนานแล้วย่อมไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น

ด้วยอานิสงส์จากเงินห้าร้อยตําลึงก่อนนอน คืนนั้นนางจึงนอนหลับฝันดี

เป็นพิเศษ!

นางหลับสนิทตลอดคืนจนฟ้าสาง ไม่ต้องรอให้สาวใช้มาปลุก นาฬิกาชีวิตก็ทําหน้าที่ของมันได้ดีเยี่ยม ข้างกายยามนี้ว่างเปล่าไร้เงา ของฟูจืออี้ ทว่าเงินเงินผู้เพิ่งได้รับ “ลาภลอย” และนอนเต็มอิ่มมาทั้ง คืนย่อมมีอารมณ์แจ่มใสเบิกบานยิ่งนัก

การไม่เห็นฟูจืออี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออารมณ์สุนทรีย์ของนาง

แม้แต่น้อย

พอล้างหน้าแต่งตัวเสร็จเดินออกมา เห็นฟูจืออี้นั่งรออยู่ที่โต๊ะ

อาหาร นางส่งยิ้มหวานประจบประแจง

“อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะท่านสี่

จะว่าไปแล้ว เงินเงินนั้นเดิมทีก็มีรูปโฉมงดงามหมดจด พอ นอนหลับเต็มอิ่ม ผิวพรรณก็ยิ่งดูเปล่งปลั่งมีน้ํามีนวล พวงแก้มขาวผ่อง ซับสีระเรื่อ ริมฝีปากแดงฉ่ําวาว ดวงตาคู่สวยยามแย้มยิ้มโค้งลงดุจ จันทร์เสี้ยว ภายในดวงตาราวกับมีดวงดาราเปล่งประกายระยิบระยับ แม้แต่ฟูจืออี้ที่มั่นใจว่าตนเองเป็นผู้ไม่หวั่นไหวต่ออิสตรี ก็ยัง

เผลอไผลจ้องมองจนเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง

พอได้สติ แววตาฉายความขัดเป็นวูบหนึ่ง แต่สีหน้ายังคงเรียบ เฉย พยักหน้าให้อย่างสํารวม

“สายมากแล้ว รีบกินแล้วไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่าเถอะ” เงินเงินบอกกับตัวเองในใจเงียบ ๆ ว่า…. เอาเถิด แค่บอสกระ เป้าหนักก็ประเสริฐแล้ว จะไปคาดหวังให้เขามีความฉลาดทางอารมณ์สูง

ส่งเห็นทีคงจะยากเกินไป

เนื่องด้วยสะใภ้ใหม่ได้รับการละเว้นไม่ต้องปรนนิบัติผู้อาวุโส ทานอาหารในช่วงสามวันแรก หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จสรรพ ฟูจือก็ทิ้ง

ท้ายไว้เพียงประโยคเดียวว่า “อย่าทําเรื่องให้เขาขายหน้า แล้วก็แยกตัว

ไปจัดการภารกิจของตนทันที

เงินเงินพาสาวใช้และบ่าวอาวุโสขบวนใหญ่ มุ่งหน้าไปยังเรือน

หลัก ‘รุยเซวียน เพื่อทําพิธีคารวะยามเช้า

พอไปถึงเรือนรุยเซวียน ฮูหยินผู้เฒ่ายังล้างหน้าหวีผมอยู่ข้างใน

มีเหล่าสตรีและเด็ก ๆ จากเรือนอื่น นั่งจิบชารอกันอยู่ที่ห้องโถงด้าน

นอกจนครบครัน

นางหันไปมองนาฬิกาตั้งพื้นเรือนใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง โถง เพิ่งจะเลย “ยามเหล่าสี่เค่อ [3] มาหมาดๆ หรือก็คือยังไม่ถึงหกโมง

สิบนาทีด้วยซ้ําา

แค่มาคารวะเช้าต้องแข่งขันกันขนาดนี้เลยเหรอ?

หรือว่านางจําเวลาผิด? นางหันขวับไปมองไม่ถึงทันที

ไห่ถึงมองกลับด้วยสีหน้ามึนงงเช่นกัน ปกติแล้วเวลาคารวะเช้า

ของฮูหยินผู้เฒ่าคือไม่เกิน “ยามเป็นหนึ่งเค่อ [4]

วันนี้เป็นวันแรกหลังพิธียกน้ําชาของสะใภ้สี่ นางยังกําชับเจ้านาย

ให้รีบมาเร็วกว่าปกติแล้วแท้ๆ

แต่ไฉนเพิ่งจะต้นยามเหมา 5 คนถึงมากันครบหมดแล้วเล่า?

ดูจากสีหน้าไม่ถึง เงินเงินก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้มาสาย ในเมื่อไม่ได้มาสาย เงินเงินก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องรู้สึกผิดความ มั่นใจจึงกลับมาเต็มเปี่ยม ยืดอกวางท่าผ่าเผยอย่างสง่างาม

อีกอย่าง…. ฮูหยินผู้เฒ่ายังไม่ออกมาด้วยซ้ํา นางเริ่มต้นด้วยการทําความเคารพฮูหยินทั้งสามท่าน จากนั้นจึง

ทักทายพี่สะใภ้อย่างหูชื่อและคนอื่นๆ ตามลําดับอย่างไม่ขาดตกบก

พร่อง แล้วจึงเดินไปยืนสงบเสงี่ยมเจียมตนอยู่ด้านหลังฮูหยินสาม หลานชื่อ” อย่างรู้กาลเทศะ หลานชื่อลอบสังเกตลูกสะใภ้ เห็นสีหน้าเปล่งปลั่งสดใส ใบหน้า

เจือรอยยิ้มน้อยๆ มองปราดเดียวก็รู้ว่าค่ําคืนที่ผ่านมาคงมีความสุขไม่

ใช่น้อย

เมื่อวานนางเฝ้ากังวลใจมาตลอดทั้งวัน กลัวเหลือเกินว่า เรือนทิ้งเทาจะเกิดเรื่องวุ่นวายมีคาดฝัน กระทั่งดึกดื่นเห็นเหตุการณ์ สงบเรียบร้อยดีถึงได้ยอม “ข่มตาหลับ” ลงได้ วันนี้จึงรีบมารอที่เรือนรุ่ย เซวียนแต่เช้าตรู่ด้วยความร้อนใจ

ยามนี้พอได้เห็นสีหน้าท่าทางของเงินเงิน ในที่สุดก็วางใจลงได้ เสียที ไม่ว่าเจ้าสี่กับลูกสะใภ้จะคุยสิ่งใดกัน ขอเพียงสะใภ้ผู้นี้รู้จักรักษา หน้าตาและเกียรติยศของสามีเอาไว้ได้ นางย่อมพร้อมจะรักใคร่เอ็นดู ประหนึ่งบุตรสาวในไส้

ฉันชื่อที่นั่งอยู่เคียงข้าง รู้ดีว่าหลานชื่อกระสับกระส่ายนั่งไม่ติดที่

มาตั้งแต่เช้า พอเห็นอีกฝ่ายลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก็เตรียม

จะเอ่ยปากเย้าแหย่สักประโยคสองประโยค

ทว่าจู่ๆ ก็มีเสียงเหน็บแนมแกมประชดประชันของสะใภ้สาม จ้าวชื่อ’ ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน

“น้องสะใภ้สี่… นี่เป็นวันคารวะเช้าวันแรกหลังพิธียกน้ําชาของ

เจ้าแท้ๆ ไฉนถึงได้มาช้ากว่าผู้อื่นนักเล่า? หรือว่า…เมื่อคืน “หักโหม” มาก ไปจนเพลียลุกไม่ขึ้นกระมัง?”

เชิงอรรถ

1.

หมายถึงEQ

** กรงรมเครื่องหอม เป็นโครงไม้ลานครอบเตาไฟ ใช้ สําหรับอบเสื้อผ้าให้แห้งและมีกลิ่นหอม หรือใช้ผิงไฟให้ความ

อบอุ่นในฤดูหนาว

* 90% ยามเหล่าเต่อ:

(mdoshi) : เวลา 05.00 –

07.00 น. Ul (si ke) : 4 เค่อ (ประมาณ 1 ชั่วโมงหลังจาก

เริ่มยาม)

4.^ ประมาณ 07.15 น.

05:00-07:00

.

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 9 แค่ใจป้าก็พอแล้ว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

664b210db90bd2001ce76a51
สืบแค้นคุณหนูสวมรอย
2024-12-07
novelpdf-059
แมวน้อยของนายท่าน
2023-03-24
brownieemDAKK
ทะลุมิติพลิกชะตากับครอบครัวคลั่งรักยุค 70
2026-05-19
brownieed892ee5
ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
2025-11-26

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน