บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน - บทที่ 10 อย่าบอกนะว่าท่าน ถือสาคําพูดหยอกเย้า

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
  4. บทที่ 10 อย่าบอกนะว่าท่าน ถือสาคําพูดหยอกเย้า
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 10 อย่าบอกนะว่าท่าน ถือสาคําพูดหยอกเย้า

พูดจบ จ้าวชื่อก็ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นป้องปาก ส่งเสียงหัวเราะคิกคัก ชอบอกชอบใจ

หากเป็นสะใภ้ใหม่ทั่วไปที่เพิ่งตบแต่งเข้าบ้านได้ยินวาจาสองแง่ สองง่ามเช่นนี้เข้า คงจะอับอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปแล้ว

แต่ลู่เจินเจินเป็นคนประเภทไหนกัน?

นางสวนกลับทันควัน “พี่สะใภ้สามรู้ได้อย่างไรว่าข้าเหนื่อยเจ้า

คะ? หรือว่าเมื่อคืน…ท่านส่งคนมาแอบดูพวกเราที่เรือนทิ้งเทาหรือ?”

จนตัวสั่น

ครั้นเจอประโยคสวนกลับเข้าไป จ้าวชื่อถึงกับหน้าซีดเผือด โกรธ

“น้องสะใภ้สี่ เจ้าหมายความว่าอย่างไร? ใครจะว่างไปแอบดู เรือนทิ้งเทาของพวกเจ้ากัน! เจ้านี่นะ…. ข้าก็แค่ล้อเล่นเท่านั้น เจ้า… เจ้า กลับใส่ร้ายป้ายสีข้าได้อย่างไร?”

ลู่เจินเจินเลิกคิ้ว

“พี่สะใภ้สาม ข้าก็แค่ล้อท่านเล่นเหมือนกัน ทําไมท่านถึงได้ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟไปได้ล่ะ? ไม่ใช่ ไม่ใช่สิ อย่าบอกนะว่าท่านว่า

ท่าน “ถือสา” คําพูดหยอกเย้าของข้าเข้าจริงๆ”

เจอประโยคตอกหน้า ทําเอาจ้าวชื่ออ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกได้ แต่ชี้หน้าเงินเงินด้วยมือที่ถือผ้าเช็ดหน้าจนสั่นระริก สี หน้าเดี๋ยวเขียวเดี่ยวขาวสลับกันไปมา ดูแล้วน่าขบขันยิ่งนัก

หูชื่อเห็นท่าไม่ดี แม้ในใจจะดูแคลนว่าจ้าวชื่อช่างไร้กระบวนท่า เป็นถึงพี่สะใภ้กลับกําราบสะใภ้ใหม่มีอยู่

แต่ถึงอย่างไรจ้าวชื่อก็นับเป็นคนของบ้านใหญ่ นาง ต้องออก

หน้าไกล่เกลี่ยให้

นางจึงหัวเราะพลางเอ่ยแก้ต่างว่า “น้องสะใภ้สี่อย่าได้เก็บไปคิด

มากจนขุ่นเคืองเลย พี่สะใภ้สามของเจ้าเป็นคนพูดจาไม่เก่ง เดิมทีนางก็ หวังดีแท้ๆ แต่กลับสื่อสารจนเจ้าเข้าใจผิดไปเสียได้ นางมิได้มีเจตนาอื่น ไดหรอก เพียงแค่ “อิจฉา” ที่เมื่อวานเจ้าได้รับของรับไหว้ไปมากมาย ก็ เลยเกรงว่า เจ้าจะมัวแต่นั่งนับสมบัติจนตื่นเต้นนอนไม่หลับเสียมาก

กว่า”

อย่างปิด

พูดไปพูดมา น้ําเสียงตอนท้ายของหูชื่อกลับเรือแววริษยาออกมา

เงินเงินเข้าใจแจ่มแจ้ง ที่แท้พวกนางก็ตาร้อนผ่าวเพราะของรับ ขวัญที่นางกวาดมาเมื่อวานนี่เอง

นางจึงโปรยยิ้มบางๆ “พี่สะใภ้ใหญ่วางใจเถิด ข้ามิได้เก็บมาใส่ใจ ให้ขุ่นมัวหรอก คนกันเองทั้งสิ้น ล้อเล่นกันบ้างจะเป็นไรไป ข้าย่อมรับ ได้อยู่แล้ว! เพียงแต่ข้าเพิ่งทราบยามนี้เองว่า ที่แท้พี่สะใภ้ทั้งหลายในคืน วันยกน้ําชา ก็ล้วนแต่นั่งนับของรับไหว้อย่างเบิกบานจนนอนไม่หลับ เหมือนกันหรือเจ้าคะ?”

พูดจบก็ปรายตามองจ้าวชื่อและหูชื่ออย่างมีเลศนัย

นางย่อมไม่โกรธอยู่แล้ว ก็ในเมื่อนางเป็นฝ่ายเถียงชนะนี่นะ!

คนที่น่าจะโกรธจนอกแตกตายน่าจะเป็นจ้าวชื่อเสียมากกว่า นาง

นั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ตรงนั้น กระดกน้ําชาเข้าปากอีกใหญ่ จนสาวใช้ที่อยู่ด้าน หลังต้องคอยลูบหน้าอกให้ไม่หยุด เห็นได้ชัดว่าโกรธจนลมออกหู

ส่วนหูซื่อถูกตอกกลับนิ่มๆ จนน้ําท่วมปาก สีหน้าดูไม่สู้ดีนัก แต่ นางเป็นคนเจนสนาม เพียงอึดใจก็ปรับสีหน้าได้ แสร้งทําที่เป็นเอ็นดู พลางยื่นมือหมายจะบิดปากเงินเงิน

“ดูปากน้องสะใภ้สี่สี ช่างเจรจาพาทีนัก เมื่อก่อนข้าหลงนึกว่าข้า ปากคอเราะรายแล้ว วันนี้ถึงได้รู้ว่า “เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน โดยแท้! ทําเอาบ้าใบ้กินไปชั่วขณะเลยทีเดียว มาให้พี่สะใภ้ดูหน่อยซิ ปากเล็กๆ ของเจ้านี่มันโตมาอย่างไรกัน?”

เข้ามา…

ยิ้มละไม

เล็บที่ไว้ยาวแหลมคม ย้อมสีแดงสดจากดอกเทียนของหูชื่อที่ยื่น

เจินเจินเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียน ใบหน้ายังคงประดับรอย

“พี่สะใภ้ใหญ่ล้อข้าเล่นแล้ว! ตัวข้านั้นเป็นคนซื่อ ปากหนัก ซ้ํายัง หัวอ่อนนัก ใครเอ่ยสิ่งใดข้าก็หลงเชื่อไปเสียหมด อย่างเมื่อครูที่พี่สะใภ้ สามนําหนิว่าบ้ามาช้า ข้าจึงนึกสงสัย…

“ไม่ใช่ว่ากฎของจวนโหวคือให้มาคารวะฮูหยินผู้เฒ่าก่อน

ยาม ‘เฉิน”หรอกหรือ? ยามนี้ยังมีถึงเวลาเสียด้วยซ้ํา ไฉนข้าจึงกลาย เป็นคนไร้กาลเทศะมาช้ากว่าผู้อื่นไปได้เล่า?”

“หรือว่าจวนเราเปลี่ยนกฎเวลาคารวะใหม่แล้ว? เหตุใดพี่สะใภ้ ใหญ่ผู้ดูแลเรือนหลังถึงมีแจ้งข้าสักคํา? หากข้าพลาดเวลาคารวะฮูหยินผู้

เฒ่าไป มีกลายเป็นความผิดมหันต์ของข้าหรอกหรือเจ้าคะ?”

หูชื่อคาดมีถึงเลยว่าเงินเงินจะเป็นพวก “ขวานผ่าซาก มีอย่างที่ ไหนกล้าตั้งคําถามฉีกหน้ากันโต้ง ๆ เช่นนี้ ปกติผู้ดีตระกูลใหญ่ล้วนถือ ธรรมเนียม “บัวมิให้ซ้ํา น้ํามิให้ขุน” ต่างฝ่ายต่างต้องรักษาหน้ากัน ทว่า นางกลับเจอคนประเภทที่กล้าฟังมารยาทจอมปลอมทิ้งในพริบตา!

แล้ว…”

คนปากเก่งอย่างนางถึงกับหน้าแดงก่ํา “น้องสะใภ้สี่เข้าใจผิด

นางได้แต่อึกอัก ๆ อึ้งๆ ไม่รู้จะหาข้ออ้างใดมาอธิบายได้ สี

หน้าฮูหยินสาม ‘หลานชื่อ” เริ่มดําทะมึน

ฮูหยินใหญ่ “จินซื่อ’ขมวดคิ้ว มองหูชื่อที่ถูกต้อนจนจนมุมอย่าง

เสียไม่ได้ นางกระแทกถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดัง ปัง!

“สะใภ้ใหญ่ ตกลงเรื่องมันเป็นมาอย่างไรกันแน่?”

หูชื่อหน้าเผือด เตรียมจะคุกเข่าขอขมา ทว่าฮูหยินรองฉันชื่อรีบ หัวเราะเข้ามาไกล่เกลี่ยทันที

“ไอ้หย่า… คนกันเองคุยเล่นกัน ลิ้นกับฟันกระทบกันเป็นเรื่อง ธรรมดา จะต้องถึงกับขอขมากันเชียวรึ? แต่พวกเด็กๆ เมื่อวานได้เจอ สะใภ้สี่ แล้วร่ําลือกันว่าอาสะใภ้คนใหม่เป็นยอดพธูที่หาตัวจับยาก จึงพา

กันงอแงอยากรีบตื่นมาดูคนงาม พวกเราก็เลยพลอยมากันแต่เช้าตรู่เท่า

นั่นเอง สะใภ้สี่จึงเข้าใจผิดคิดเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา” “ฮูหยินผู้เฒ่าจวนจะออกมาแล้ว อย่าให้เรื่องขี้ผงแค่นี้ไประคายหู

ท่านให้เป็นบาปกรรมเสียเปล่าเลย”

พอสิ้นคําตัดบทนี้ จินชื่อก็นิ่งเงียบไปถือว่ายอมพับเรื่องนี้เก็บไป

ตามมารยาท

ฉันชื่อจึงหันมาเอ่ย ทับกับเงินเงินอีกแรง “สะใภ้สี่ เจ้าเองก็ อย่าคิดมาก! พี่สะใภ้ของเจ้าแม้นิสัยจะต่างกันไปบ้าง แต่ล้วนคบหาง่าย นัก อยู่ไปนาน ๆ เจ้าก็จะรู้เอง ล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน อย่างไรก็ ต้องปรองดองกันไว้ ดูอย่างก่อนหน้านี้สิ พี่สะใภ้ทั้งสามของเจ้าก็รักใคร่ กลมเกลียวกันดียิ่ง

ลู่เจินเจินหวนนึกถึงคําบอกเล่าของไร่ถังที่ว่า หูชื่อเป็นหลานสาว ของฉันชื่อ ยามนี้ได้เห็นกับตาแล้วว่าฉันชื่อออกโรงกางปีกปกป้องหูชื่อ อย่างชัดเจน จนทําให้จินซื่อที่เป็นแม่สามีแท้ ๆ กลับดูเย็นชาไกลห่างไป

ถนัดตา

เงินเงินกําลังจะอ้าปากต่อคํา แต่ฮูหยินผู้เฒ่า “ไปชื่อ’ ได้เดิน ออกมาจากห้องชั้นในพอดี

นอบน้อม

ทุกคนต่างหุบปากเงียบสนิท ก้าวเข้าไปคารวะไปชื่อด้วยความ

เริ่มจากฮูหยินทั้งสามท่าน จากนั้นจึงค่อยเวียนมาถึงรุ่นหลาน

สะใภ้อย่างเป็นระเบียบ

สมัยที่ลู่เจินเจินยังเป็นทาสบริษัทในชาติก่อน เคยมีผู้หลักผู้ใหญ่ สั่งสอนนางไว้ว่า…. ทุกวันที่ก้าวเท้าเข้าที่ทํางาน โดยเฉพาะยามต้อง เผชิญหน้ากับเจ้านาย จะต้องทําหน้าตาให้สดใสเบิกบานดุจสายลม วสันต์ และดูมีพลังกระปรี้กระเปร่าอยู่เป็นนิจ

การกระทําเช่นนี้ไม่เพียงแต่เจ้านายเห็นแล้วจะรู้สึกสบายใจ แม้

แต่ตัวเราเองก็จะพลอยมีใจฮึกเหิมตามไปด้วย

หากมัวแต่ทําหน้าตาประหนึ่งแบกโลกไว้ทั้งใบหรือเหมือนไปงาน

ศพทุกเมื่อเชื่อวัน ใครเห็นก็พลอยหดหูไปด้วยจริงไหม?

หากสามารถทําให้เจ้านายพึงใจ ทิ้งความประทับใจอันดีงามไว้

ได้ ไม่แน่ว่าวันหน้าสิ่งนี้อาจกลายเป็น “ยันต์คุ้มภัย” สําคัญในยามคับขัน

ก็เป็นได้!

“ทาสบริษัท” อย่างเงินเงินยังไม่ทันได้รอให้ถึงวันนั้นในชาติ

ก่อน แต่กลับนํานิสัยความเคยชินนี้ติดตัวข้ามภพมาด้วย นางมองว่าการคารวะฮูหยินผู้เฒ่าก็คืองานอย่างหนึ่ง จึงเผยรอย ยิ้มที่ดูจริงใจซึ่งผ่านการฝึกฝนมาอย่างช่ําชองให้ดู “จริงใจ” เป็นธรรม ชาติ น้ําเสียงที่ใช้คารวะจึงดังกังวานใสเสนาะหูเป็นพิเศษ

ฮูหยินผู้เฒ่าแม้จะแก่ชราแต่หาได้หูตาฝ้าฟาง

แม้ตัวจะอยู่ข้างใน แต่เรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้นด้านนอกเมื่อครู

นางล้วนสดับฟังจนหมดสิ้น

เหตุผลที่นางเลือกปรากฏตัวออกมาในจังหวะนี้ ก็เพื่อขัดจังหวะ

การแผลงฤทธิ์ของเงินเงิน ด้วยเกรงว่าแม่ตัวดีจะเอ่ยวาจาขวานผ่าซาก จนคนอื่นหาทางลงมิได้อีกน่ะสิ

ยามนี้นางนั่งอยู่บนตําแหน่งประธาน กวาดตามองหลานสะใภ้ทั้ง สี่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมองคนเก่าๆ จนจําเจแล้ว หรือเป็นเพราะสะใภ้สี่เป็น

ยอดพธูงามกันแน่

ในบรรดาสี่นางนี้ เงินเงินในชุดกระโปรงป้ายสีแดงกุหลาบยิ่ง ขับเน้นให้นางดูงดงามสง่าผ่าเผย จนกลบรัศมีพี่สะใภ้อีกสามคนเสียจน

หมอง

โดยเฉพาะรูปร่างของนางที่สูงโปร่งที่สุดในบรรดาหลานสะใภ้รุ่น

เดียวกัน ทรวดทรงอรชรอ้อนแอ้น สีหน้าท่าทางเปล่งปลั่งเปล่งปลั่งมีน้ํา

มีนวล มองแล้วช่างเป็นเด็กสาวที่น่าเอ็นดูยิ่งนัก ใจของฮูหยินผู้เฒ่าอดมิ

ได้ที่จะเอนเอียงไปหาหลานสะใภ้คนใหม่นี้หลายส่วน ความคิดของนางในยามนี้มิได้ต่างจากหลานชื่อ พวกนางต่างล่วง

รู้ถึง “ปมปัญหา” ของปู่จื่ออี้ และตระหนักดีว่าเรื่องนี้คงสร้างความน้อย เนื้อต่ําใจให้แก่เงินเงินไม่น้อย

ถ้าหากวันนี้เงินเงินแบกหน้าอมทุกข์มาคารวะ พวกนางคงไม่ สบอารมณ์เป็นแน่ และคงจะนึกตําหนิว่าเป็นเงินไม่รู้จักดีชั่ว

ต่อให้สามี “ไร้ความสามารถ” ในบางเรื่อง บุตรสาวอนุขุนนางชั้น ห้าได้แต่งเข้าจวนโหว ก็นับว่าจุดธูปสั่งสมบุญมาแปดชาติ หรือมิเช่น นั่น… “หลุมศพบรรพบุรุษก็คงมีควันเขียวพวยพุ่ง [1] แล้ว วันหน้ามีกินมีใช้ เสพสุขกับลาภยศสรรเสริญ มีดีกว่าแต่งเข้า ตระกูลต่ําต้อยทั้งร้อยเท่าพันทวีหรอกหรือ? ยิ่งได้ประจักษ์ว่าลู่เจินเจินเบิกบานสําราญใจ สีหน้าเปล่งปลั่งมีน้ํา มีนวล พลังชีวิตเปี่ยมล้นประหนึ่งต้นกล้ายามรับน้ําค้าง แม้แต่เสียง

คารวะก็ยังดังกังวานมีพลังยิ่งกว่าผู้ใด ฮูหยินผู้เฒ่าไปซื้อยิ่งมองก็ยิ่งถูกชะตา…. ธรรมดาคนเราเมื่อล่วง เข้าสู่ปัจฉิมวัย ก็มักจะชอบมองเด็ก ๆ ที่ร่าเริงสดใสและเต็มไปด้วยชีวิต ชีวาเช่นนี้เป็นธรรมดา

นางกวักมือเรียกเงินเงินให้ขยับเข้าไปใกล้ พินิจมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง

“สะใภ้สี่ยังอายุน้อย สวมใส่สีแดงแล้วดูขึ้นยิ่ง มิใช่เพียงอาภรณ์

ส่งเสริมคน ทว่ากลับเป็นคนส่งเสริมให้อาภรณ์ดูงดงามโดดเด่นขึ้นม

ถนัดตา”

ว่าแล้วก็หันไปสั่งสาวใช้คนสนิทนามว่า “เงินจู “ไปเปิดหีบของข้า แล้วเอาผ้าไหมสีแดงดอกไม่ถึงสองพับนั้น ออกมามอบให้สะใภ้สี่ เอาไปตัดชุดสวมใส่เล่นสักสองสามชุดเถิด หาก ทิ้งไว้เฉย ๆ มิทันได้ใช้งานเห็นทีจะเสียของเปล่า”

ๆ

สิ้นคํากล่าวนี้… สีหน้าของทุกคนในห้องพลันเปลี่ยนไปโดย

พร้อมเพรียงกัน

เชิงอรรถ

^ #HREE เป็นสํานวนจีนที่หมายถึง บรรพบุรุษคุมครอง จนเกิดเรื่องดีๆ ที่คาดไม่ถึง หรือมีโชคลาภวาสนาสูงส่ง

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 10 อย่าบอกนะว่าท่าน ถือสาคําพูดหยอกเย้า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

633e76f8SBWScIIi
เก้าพี่น้องเลี้ยงซาลาเปาสุดแสบ [九个哥哥团宠小甜包]
2023-11-08
novelpdf003
หม่ามี๊ตัวร้ายกับเสนาบดีตื๊อรัก
2024-08-14
aileen0084
เดิมพันเสน่หา
2023-03-04
62789bebSaP1P9fk
บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
2024-02-24

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน