สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน - บทที่ 6 บ่าวไพร่สามหาวเยี่ยงนี้
- Home
- All Mangas
- สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
- บทที่ 6 บ่าวไพร่สามหาวเยี่ยงนี้
ไห่ถัง โม่ลี่ และรุ่ยเซียง ต่างไม่เข้าใจเจตนาแฝงในคําถามของ เงินเงิน พวกนางหันมองหน้ากันไปมาอย่างเลิ่กลั่ก สุดท้ายไห่ถังจึง
รวบรวมความกล้าเอ่ยตอบเสียงเบา
“เรียนสะใภ้สี่ แม่นมของท่านสี่เกิดเรื่องตั้งแต่ท่านยังเยาว์ จึง ถูกส่งตัวออกจากจวนไปนานแล้วเจ้าค่ะ ส่วนหูมามานั้น ภายหลังฮูหยิน สามเห็นว่า เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต จึงส่งตัวมาให้คอยดูแลความเรียบร้อย ที่เรือนทิงเทาเจ้าค่ะ”
หูมามายืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “ถึงข้าจะมิใช่แม่นมแท้ๆ ของ ท่านสี่ แต่ข้าก็ฟูมฟักทะนุถนอม ท่านมาจนเติบใหญ่ สายใยความผูก พันย่อมมีด้อยไปกว่าแม่นมตัวจริงหรอกเจ้าค่ะ…”
เยอะ!
เงินเงินยิ้มมุมปาก ไม่ใช่แม่นมงั้นรึ? เช่นนั้นก็จัดการง่ายขึ้น
“หากฟังจากน้ําคําของหูมามา… นอกจากมิได้อุ้มท้อง และมิได้ ให้น้ํานมแก่ท่าน จากอกตนแล้ว การที่ท่านได้ดิบได้ดีมีหน้ามีตาปาน นี้ ล้วนเป็นความดีความชอบ ของหมามาแต่เพียงผู้เดียวสินะ?” เพียงประโยคเดียว แรงกดดันมหาศาลที่คุ้นเคยพลันแผ่ซ่าน ไห่ ถังและสาวใช้อีกสองนาง ตัวสั่นเทาด้วยความพรั่นพรึง แทบอยากจะวิ่ง หนีออกไปเสียเดี่ยวนั้น
ฝ่ายหูมามา มิรู้ว่าฤทธิ์สุราเมื่อคืนยังตกค้างอยู่หรือไม่ ถึงได้
เขลาจนฟังมีออกว่า ประโยคนั้นซ่อนคมดาบเอาไว้ นางยังหลงคิดว่า เงินเงินกําลังยกยอความสําคัญ ของตนเสียด้วยซ้ํา แน่นอนว่านางยัง พอมีสติหลงเหลือ จึงแสร้งถ่อมตัวไปประโยคหนึ่ง
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะ…. ท่านที่มีวันนี้ได้ ก็เพราะท่านสี่ ของเรามีพรสวรรค์ เป็น “เทพเหวิน” [1] จุติลงมาเกิด….”
“หุบปาก!” เจินเจินตบโต๊ะดัง ปัง!
“เจ้าบังอาจพูดจาเช่นนี้ มีเจตนาแอบแฝงอันใด! เจ้าเอาท่านไป ไว้ที่ใด? เอาท่านโหวผู้เฒ่า ฮูหยินผู้เฒ่า นายท่านและฮูหยินผู้เป็น บุพการีไปไว้ที่ใด ต่อให้ท่านสี่จะมีพรสวรรค์เพียงใด แต่กว่าจะมีวันนี้ ได้ มิใช่อาศัยการอบรมเลี้ยงดูอย่างทุ่มเทจากผู้หลักผู้ใหญ่ในจวนหรอก หรือ! แต่ในปากบ่าวสามหาวเยี่ยงเจ้า… กลับกลายเป็นความดีความชอบ
ของเจ้าไปเสียอย่างนั้น!”
“ข้าเพิ่งรู้แจ้งวันนี้เองว่า บ่าวไพร่ชั้นต่ําเช่นเจ้าแอบอ้างความดี ความชอบได้เก่งกาจถึงเพียงนี้ ทั้งครอบครัวเจ้าอาศัยใบบุญจวนโหวถึง มีกินมีใช้ไม่อดอยาก ซ้ํายังมีหน้ามีตาอยู่ในจวน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นพระ คุณที่จวนโหวและฮูหยินเมตตามอบให้!”
“เจ้าไม่เพียงไม่สํานึกในบุญคุณ ยังบังอาจเอาความไว้วางใจที่เจ้า นายมอบให้มาอวดอ้าง เป็นทุนรอน ถึงขั้นกล้าทวงความดีความชอบกับ จวนโหวเชียวรึ?”
“หากไร้ซึ่งจวนโหว จะมีเจ้าในวันนี้ได้หรือ? เจ้าปรนนิบัติดูแล ท่านสี่… ฮูหยินและจวนโหว ไม่ได้จ่ายเบี้ยหวัดให้เจ้ากินใช้หรอกหรือ? การดูแลเจ้านายเป็นหน้าที่อันพึงกระทําของบ่าว ทําได้ดีถือเป็นเรื่อง ปกติ ทําได้ไม่ดีก็สมควรถูกลงโทษ!”
“ตั้งแต่เมื่อใดกันที่ “การทําตามหน้าที่ กลายเป็น “ความดีความ ชอบ” ไปเสียได้? หรือเจ้าหลงระเริงคิดว่าจวนโหวแห่งนี้จะหาบ่าวอาวุโส
คนอื่นมาทํางานแทนเจ้ามิได้แล้วกระนั้นหรือ? ท่านสี่เห็นแก่ที่เจ้าเป็น
คนเก่าแก่จึงให้ความไว้วางใจ ทว่าเจ้ากลับตอบแทนน้ําใจท่านสี่ และฮูหยินด้วยความโอหังเช่นนี้!”
“บ่าวไพร่สามหาวเยี่ยงเจ้า ยังมีหน้ามาทวงความดีความชอบอีก ข้าจะนําเรื่องนี้ ไปเรียนท่านสี่ และฮูหยินให้ทราบ เรือนทิ้งเท่าของข้าไม่ อาจเลี้ยงบ่าวเนรคุณที่ไม่รู้จักที่ต่ําที่สูง วันๆ จ้องแต่จะเอาหน้าที่มาบัง หน้าเพื่อข่มขวัญเจ้านายเช่นนี้!”
คําพูดแต่ละคําหนักแน่นทรงพลังดั่งปาก้อนหินกระทบพื้น หูมา
มาถึงกับหน้าถอดสี ต่อให้นางจะเลอะเลือนเพียงใด ก็ย่อมตระหนักได้ ว่าหากเรื่องนี้ถึงฮูหยินสามจริงๆ ชีวิตของนางคงหาไม่แล้ว
ร่างกายพลันอ่อนยวบ หมามาทรุดฮวบลงคุกเข่าอย่างหมด สภาพ ปากก็พร่าอ้อนวอนด้วยเสียงสั่นระริก
“สะใภ้สี่! สะใภ้สี่เจ้าขา บ่าวชราผู้รู้ซึ้งถึงความผิดแล้วเจ้าค่ะ เป็นบ่าวที่เลอะเลือนหน้ามืดตามัว อาศัยว่าเคยดูแลท่านมาไม่กี่วัน ก็ หลงลืมฐานะตนเองจนมิรู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ํา บ่าวสมควรตายเจ้าค่ะ!”
พูดจบ นางก็ลงมือ ตบซ้ายตบขวา ฟาดหน้าตนเองฉาดใหญ่ติด
ต่อกันหลายที
“ขอสะใภ้สี่โปรดเมตตา ละเว้นบ่าวชราผู้นี้สักครั้งเถิดเจ้าค่ะ! วัน
หน้าบ่าวไม่กล้าอีกแล้ว! สามีของบ่าวตายจากไปเร็วนัก ที่บ้านมีทั้งคน
เฒ่าคนแก่และเด็กเล็ก ต้องอาศัยแรงบ่าวหาเลี้ยงปากท้องอยู่เพียงลํา ฟัง…. หากเรื่องนี้รูไปถึงหูของนายหญิงเข้าจริงๆ เกรงว่าคนทั้งครอบครัว
ของบ่าวคงหมดหนทางรอด ขอสะใภ้สี่ผู้มีจิตใจกว้างขวางเมตตายก โทษให้บ่าวสักครั้งเถิดเจ้าค่ะ”
แม้เงินเงินจะรู้ดีว่า ท่าที่ฟูมฟายของหมามาในยามนี้ ส่วนใหญ่ ก็เป็นเพียงการเล่นละครตบตาให้นางดูเท่านั้น
อย่างไรเสียก็บรรลุจุดประสงค์แล้ว นางเพียงต้องการกําราบ ความคิดกําเริบเสิบสาน ของบ่าวไพร่พวกนี้ให้สงบลงก็พอ มิได้
ปรารถนาจะบีบคั้นใครให้จนตรอกถึงแก่ความตายจริงๆ
นางแสร้งวางท่าเคร่งขรึมอยู่อีกครู่หนึ่ง รอจนหูมามากลัวจน
ขวัญหนีดีฝ่อ และบ่าวไพร่ทั้งลานต่างใจสั่นขวัญแขวนกันได้ที่แล้ว นาง
จึงค่อยปริปาก
“เอาเถิด… เห็นแก่ที่เจ้าตรากตรําปรนนิบัติท่านมาหลายปี ต่อ ให้ไม่มีความดีความชอบ แต่ก็นับว่ามีความเหนื่อยยาก ข้าจะทําทัณฑ์ บนความผิดครั้งนี้ไว้ก่อน นับจากนี้จงตั้งใจทํางานให้ดี หากเกิดเรื่องผิด พลาดหรือคิดก่อเรื่องวุ่นวายสิ่งใดขึ้นมาอีก ข้าจะคิดบัญชีทบต้นทบดอก
ในคราเดียว”
เย็น
หมามารอดตายมาได้อย่างฉิวเฉียด แผ่นหลังชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ
ท่าทีกร่างวางอํานาจเมื่อครูหายวับไปจนสิ้น นางรีบแก้กุญแจและ ป้ายคําสั่งจากเอวส่งมอบให้เงินเงินอย่างนอบน้อม
เงินเงินพยักหน้าให้ตึงเซียงรับกุญแจและป้ายคําสั่งมา แล้วถาม
ต่อ “มีแค่กุญแจกับป้ายคําสั่งหรือ? ไม่มีสมุดบัญชีหรือ?”
หูมามารีบตอบ “เรียนสะใภ้สี่ ห้องคลังและสมุดบัญชีของ เรือนทิ้งเทาอยู่ที่เรือนหน้าทั้งหมดเจ้าค่ะ บ่าวมีหน้าที่ดูแลแค่การจ่าย เบี้ยหวัดรายเดือนของบ่าวไพร่ในเรือนหลัง กับดูแลปัดกวาดข้าวของ
เครื่องใช้เท่านั้น สมุดบัญชีรายการทรัพย์สินทั้งหมดก็อยู่ที่เรือนหน้า ทุกสิ้นปี “ต้าหม่าน” จากเรือนหน้าจะนําคนมาตรวจนับตามรายการปีละ ครั้งเจ้าค่ะ”
เงินเงินพูดไม่ออก… สรุปว่าหูมามาก็แค่คุมบ่าวไพร่สิบกว่า ชีวิต คอยจ่ายเงินเดือน ดูแลความสะอาด แล้วก็คอยรับเบี้ยหวัด…. เท่านี้
เองหรือ?
อํานาจมีเพียงหยิบมือเดียว ยังบังอาจวางก้ามเช็ดหน้าจนรูจมูกชี้
ฟ้า… ใครมีรูคงนึกว่านางกุมอํานาจบริหารเรือนทิ้งเทาทั้งหมดกระมัง
เสียแรงเปล่าโดยแท้! อุตส่าห์ลงมือสั่งสอนไปเสียยกใหญ่ช่างไม่
กุมเอาเสียเลย!
นางอดค่อนขอดในใจไม่ได้ สมแล้วที่เป็นว่าที่ขุนนางขั้นหนึ่งผู้ ยิ่งใหญ่ในอนาคต ช่างเป็นคนเจ้าแผนการ ขี้ระแวง และหวงอํานาจเป็น
ทีสุด
เบ็ดเสร็จ
เรือนทิ้งเทาแห่งนี้ แท้จริงแล้วตกอยู่ในกํามือของฟูจืออย่าง
ยังจะมาแสร้งทําเป็นใจกว้างบอกว่าจะยกอํานาจดูแลเรือนหลังให้
นางอีก ให้ดูแลอะไรกัน?
หน้าที่แต่ละเดือนก็เป็นแค่พนักงานบนเงินเดือน ไปเบิกเงินจาก
บัญชีกลางของจวนโหว แล้วเอามาแจกจ่ายต่อเนี่ยนะ?
งานพรรค์นี้แค่ดีดนิ้วสั่งสาวใช้สักคนไปทําก็จบแล้วมิใช่รึ? นี่มันดูถูกกันชัดๆ! แต่พอลองคิดดูอีกที…. นี่มันก็ดีไม่ใช่หรือ?
เงินเยอะ งานน้อย! นี่มันงานในฝันของ “ทาสบริษัท [2] ชัดๆ!
สงสัยเพิ่งทะลุมิติมา จิตวิญญาณยังปรับตัวไม่ทัน ถึงได้คิดจะทํา
งานหนัก น่าตีจริงเชียว!
นางท่องในใจสามจบ “ข้าคือปลาเค็ม [3] ที่นอนรอกิน
ตําแหน่งฮูหยินตราตั้งชั้นหนึ่ง! ข้าคือปลาเค็มที่นอนรอกิน ตําแหน่งฮูหยินตราตั้งขั้นหนึ่ง! ข้าคือปลาเค็มที่นอนรอกิน ตําแหน่งฮูหยินตราตั้งชั้นหนึ่ง
ได้สําเร็จ
ในที่สุดก็สามารถดับ “ไฟในการทํางาน” ที่กําลังลุกโชนให้มอดลง
โบราณว่าไว้ ขุนนางใหม่รับตําแหน่งต้องจุดไฟสามกอง 14 เพื่อ แสดงบารมี! แต่นางเพิ่งจะรับตําแหน่งก็จุดไปแล้วตั้งสองกอง เช่น นั้น…ถึงเวลาทิ้งตัวลงนอนแผ่ [5] ได้แล้วกระมัง
นางโบกมือไล่หมามาและบ่าวไพร่ทั้งหมดออกไป จากนั้นก็รีบ มุดเข้าในห้องนอน กอดกองของรับขวัญบนโต๊ะ ลูบคลําชิ้นนั้นที่ชิ้นนี้ที บางครั้งก็หยิบขึ้นมาจูบฟอดใหญ่เป็นพักๆ ในใจช่างเบิกบานสําราญยิ่ง
นัก
ณ เรือนหน้า
พี่ซื้อไปยังศาลบรรพชน จรดพู่กันเขียนชื่อของเงินเงินลงใน
ผังตระกูล ต่อท้ายชื่อของเขา ชั่วขณะที่จ้องมองชื่อสองชื่อเคียงคู่กัน เขาเผลอใจลอยไปครู หนึ่ง หากไม่มีเหตุพลิกผันอันใด สตรีที่ชื่อเงินเงินผู้นี้ คงจะเป็นคนที่ อยู่เคียงข้างเขาไปตลอดชีวิตสินะ?
ท่านโหวผู้เฒ่าฟูหงหลินตบไหล่หลานชายเบาๆ
“ในเมื่อแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว ก็ใช้ชีวิตคู่ให้ดีเถิด!”
ฟูจือพยักหน้ารับ
เมื่อออกจากศาลบรรพชน ระหว่างทางกลับเรือนทิ้งเทา เขาก็ได้
รับฟังรายงานจาก “ต้าหม่าน เกี่ยวกับวีรกรรมที่เกิดขึ้นในเรือนหลัง
อย่างละเอียด
หัวคิ้วของเขากระตุกวูบ “สะใภ้สี่พูดเช่นนั้นจริงๆ หรือ?”
ต้าหม่านพยักหน้า ลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยเตือน “เรื่องเอิกเกริกที่ สะใภ้สี่ก่อขึ้นในวันนี้ เกรงว่าจะปิดคนในจวนไม่มิดนะขอรับ….” ฟู่จื่ออี้แค่นหัวเราะเย็นชา “มีอันใดต้องปิดบัง? ไม่เพียงไม่ต้อง ปิด ใครอยากรู้ก็บอกไปให้หมด! แล้วก็ไปหาคน ปากสว่าง” ที่เก็บความ ลับไม่อยู่สักสองสามคน ช่วยไปป่าวประกาศกิตติศัพท์ ของสะใภ้สี่ใน จวนโหวให้ทั่วด้วย…”
เชิงอรรถ
^x เทพเจ้าแห่งดาววรรณกรรม/ปัญญา ใช้เปรียบเปรย คนที่ฉลาดหลักแหลม สอบได้จอหงวน
หมายถึงมนุษย์เงินเดือน
3.
я
^ ศัพท์สแลงจีนยอดฮิต: หมายถึงคนที่ “ขี้เกียจ” “ไม่มีความ
ทะเยอทะยาน, หรือคนที่แค่อยากนอนเฉยๆ ไม่ทําอะไร ( เหมือนปลาเค็มตากแห้ง)
เป็นสํานวนจีนที่เปรียบเปรยถึงเวลาที่ใครคนหนึ่งได้รับ ตําแหน่งใหม่ มักจะแสดงฝีมือ หรือออกคําสั่งที่เข้มงวดรุน แรงเพื่อแสดงอํานาจและบารมีให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชายําเกรง
ในช่วงเริ่มต้น
** หมายถึง การปฏิเสธการแข่งขันในสังคมและเลือกใช้ ชีวิตแบบเรียบง่าย ไม่ดิ้นรน