สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน - บทที่ 17 วาสนาพรรค์นี้ ยกให้พวกเจ้าเอาหรือไม่
- Home
- All Mangas
- สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
- บทที่ 17 วาสนาพรรค์นี้ ยกให้พวกเจ้าเอาหรือไม่
บทที่ 17 วาสนาพรรค์นี้… ยกให้พวกเจ้าเอาหรือไม่?
เมื่อรถม้าจอดลงที่หน้าจวนประตูสกุลลู่ ก็เห็นประตูใหญ่เปิดกว้างรอ
คนสกุลลู่ออกมายืนต้อนรับกันอย่างนอบน้อมที่หน้าประตู
ผู้ที่ยืนน่าหน้าสุดในขบวนต้อนรับคือบิดาของลู่เจินเจิน ชื่อเจี้ย’ ถัด
ไปด้านข้างคือฮูหยินเอกของเขาอย่าง “หวังซื่อ
เบื้องหลังทั้งสองคน บุคคลที่สะดุดตาที่สุดย่อมหนีไม่พ้นบุตรชายคน โตสายตรงนาม ‘ลู่หู’ รูปร่างของเขาอ้วนฉุ ใบหน้าเต็มไปด้วยไขมันดูดุดัน
ดวงตาเล็กหยีราวกับถั่วเขียวกลอกกลิ้งไปมา สวมชุดคลุมยาวสีแดง
ชาด หากใครไม่รู้คงนึกว่าเขาเป็นเจ้าบ่าวในวันนี้กระมัง
ทันทีที่ฟู่จียอี้และลู่เจินเจินก้าวลงจากรถม้า ใบหน้าของคนทั้งครอบ ครัวก็ฉาบไปด้วยรอยยิ้มประจบสอพลอ พร้อมรีบก้าวเข้ามาต้อนรับอย่าง
กุลีกุจอ
โดยเฉพาะลู่ชื่อเจี้ยผู้เป็นบิดา เขาไม่กล้าวางมาดพ่อตาแม้แต่น้อย ใบ หน้าเหี่ยวย่นนั้นยิ้มกว้างจนแทบจะฉีกถึงใบหู
“ลูกเขยคนดีมาถึงแล้ว! เดินทางมาไหลคงจะเหนื่อยล้าแย่ รีบ… รีบ เชิญเข้ามาพักผ่อนด้านในก่อนเถิด…”
ลู่หู่รีบเสนอหน้าเข้ามาประจบพลางถูมือไปมาด้วยท่าทางกระเหี้ยน
กระหือรือ “ใช่แล้ว ๆ น้องเขยรีบเข้าบ้านเถิด พวกเรารอพวกเจ้ามาตั้งแต่ฟ้า ยังไม่สางเชียวละ!”
ทั้งสองคนเอาแต่รุมล้อมเชื้อเชิญฟูจืออี้เข้าไป ทิ้งให้ลู่เจินเจินที่เดิน ตามลงมาทีหลังถูกเมินเฉยราวกับเป็นอากาศธาตุ
จวบจนฟู่จื่ออี้เหลียวหลังกลับมามอง พวกเขาถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า… ยัง
มีคนติดตามมาด้วยอีกคน
หวัง รับ มกลบเกลื่อน “พวกบุรุษไปสนทนาระสาคัญกันที่เรือน หน้าเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะพาเจินเจินไปที่เรือนหลัง มีเหล่าพี่น้องหญิงของนาง คอยอยู่เป็นเพื่อน ตั้งมากมาย ท่านเขยโปรดวางใจได้เลย”
บรรดาคุณหนูสกุลลู่หลายคนที่แต่งกายสวยสดล่อตา ต่างพากันย่อ เย่าคารวะฟู่จืออี้ด้วยท่าทางนอบน้อมเอียงอายปากก็เรียกขานเสียงหวาน
หยด “พี่เยย…”
ปาก
ฟูจือ ขมวดคิ้ว ไม่สนใจคนสกุลลู่ เอาแต่จ้องมองลู่เจินเจินโดยไม่ปริ
นางรู้ดีว่าเขาเริ่มรําคาญใจแล้ว และรู้ว่าเขายังจําสัญญาที่มีต่อกันได้ ว่าเมื่อมาถึงบ้านตระกูลลู่เขาจะเชื่อฟังนาง และพยายามพูดให้น้อยที่สุด
โดยธรรมเนียมปฏิบัติยามบุตรสาวกลับมาเยี่ยมบ้านเดิม ย่อมต้อง
พิจารณาว่าบ้านเดิมจัดเตรียมการต้อนรับอย่างไร
ดีแน่
ยิ่งเห็นท่าทีของลู่ชื่อเจี้ยและลู่หู่ ก็รู้แล้วว่าสองพ่อลูกคู่นี้ไม่ได้ประสงค์
ยังมีหวัง อและพวกคุณหนูสกุลลู่อีกหลายคน ที่ดูถูกนางมาตลอด ประเดี๋ยวพอฟู่จืออี้ไม่อยู่ คงไม่มีคําพูดดีๆ หลุด ออกจากปากแน่นอน
แต่ในเมื่อคนสกุลรอ่านมีความคิดเช่นนี้ หากวัน ไม่ลับฝันพวกเยา ให้มอดลง วันหน้าเกรงว่าจะยิ่งก่อปัญหาตามมาไม่จบสิ้น
สู้แสร้งยอมตามน้ําไปก่อนดีกว่า จะได้รู้ให้เห็นกับตาว่า…. แท้จริงแล้ว คนพวกนี้ต้องการจะทําอะไรกันแน่
ลู่เจินเจินพยักหน้า เมื่อเห็นดังนั้น ฟู่จืออี้ถึงได้ส่งสัญญาณให้ลู่
ชื่อเจี้ยนําทางไป
ผู้อื่นอาจไม่ทันสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กน้อยนี้ แต่ฮูหยินตระกูลลู่ อย่างหวัง อกลับเห็นเหตุการณ์เต็มสองตา อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะกิดใจขึ้นมา รอจนฟูจืออี้และคนอื่นๆ เดินไปไกลแล้ว หวังซื่อถึงค่อยแสแสร้ง
แกล้งยิ้ม
“คุณหนูรองกลับมาเยี่ยมบ้านเดิมวันนี้ นับเป็นแขกคนสําคัญเชียว นะ! ให้พี่น้องของเจ้าอยู่คุยเป็นเพื่อนเถิด เจ้าเพิ่งแต่งออกไปไม่กี่วัน แต่พอ ที่บ้านยาดคนไปสักคน ก็พลอยเงียบเหงาว่างเปล่าชอบกล พวกเราล้วนคิด ถึงเจ้าแทบแย่”
คุณหนูใหญ่ ‘สู่ผิงผิง’ผู้ถนัดการทําดีแต่เปลือกนอกที่สุด เดินเข้ามา ประชิดตัว แล้วยื่นมือมาคล้องแขนลู่เจินเจินอย่างสนิทสนม “น้องรอง รีบ เล่าให้พวกเราฟังหน่อยเถิด ว่าการได้แต่งงานสูงศักดิ์เข้าจวนโหวเป็นยังไง
บ้าง? ดูเสื้อผ้าที่เจ้าสวมใส่และเครื่องประดับพวกนี้สิ อย่างน้องรองนี่เรียกว่า ก้าวเดียวขึ้นสวรรค์ บินขึ้นยอดไม้กลายเป็นพญาหงส์ ไปแล้วกระมัง?”
ผสมโรง
จวนโหว”
คุณหนูสาม ลู่เหลียนเหลียน’ และคุณหนูสี่ ‘ลู่เจียวเจียว’ พลอยรีบ
“นั่นสิเจ้าคะ พี่รองนี่ถือว่ามีวาสนาใหญ่หลวงเชียวนะที่ได้ตบแต่งเข้า
ลู่เจินเจินรู้อยู่เต็มอกว่าพี่น้อง ในนาม” เหล่านี้ ไม่มีใครหวังดีกับนาง
ด้วยใจจริงสักคน
พวกนางทั้งอยากรู้อยากเห็นว่าชีวิตในจวนโหวหรูหราเพียงใด แต่ใน
ใจลึกๆ กลับสาปแช่งไม่อยากให้นางได้ดีมีความสุข
หากพวกนางห่วงใยตนจริงๆ นางคงจะบอกไปตามตรงแล้วว่าชีวิตใน
จวนโหวนั้นแสนจะสําราญใจเพียงใด
ทว่าเพื่อตัดปัญหาความวุ่นวายในภายหน้า ลู่เจินเจินจึงหยิบผ้าเช็ด หน้าชุบน้ําขิงที่เตรียมไว้ขึ้นมาป้ายที่หางตา พริบตาเดียวขอบตาก็แดงก่ํา น้ํา
ตาร่วงพรูไหลพรากลงมาราวกับทํานบกั้นน้ําพังทลาย
แม่งเอ๊ยยย! พลาดแล้ว! ติงเซียงยัยเด็กโง่ ใส่น้ํายิงใส่มาเสียเยอะ
แสบตาชะมัด!
ลู่เจินเจินแสบตาจนสะอื้น “ครั้งนั้นรู้อยู่เต็มอกว่าการตบแต่งเข้าจวน สูงศักดิ์นี้มีเบื้องหลังไม่ชอบมาพากล พวกเจ้าต่างเกี่ยงงอนไม่มีใครอยากได้ จนต้องผลักไสมาให้ข้า! มาบัดนี้กลับมาพูดจาเหน็บแนมว่านี่คือวาสนา…. วาสนาพรรค์นี้… ยกให้พวกเจ้าเอาหรือไม่เล่า!”
สามพี่น้องสกุลลู่หุบปากเงียบกริบพูดไม่ออก ทุกคนไม่ใช่คนโง่ ตอน ที่รู้ข่าวว่าจะได้ดองกับจวนโหว พวกนางล้วนใจหวั่นไหว อยากจะเป็นผู้ที่ได้ ตบแต่ง ออกไปทั้งสิ้น แต่พอหวังซื่อและอี๋เหนียงของพวกนาง แจกแจงให้ ฟังอย่างละเอียด พวกนางถึงรู้ว่างานแต่งนี้แค่ดูดีแต่เปลือกนอก ไส้ในเกรง ว่ายมเสียยิ่งกว่าหวงเหลียน [1] เสียอีก
มิเช่นนั้น…. วาสนาการแต่งงานนี้จะตกมาถึงมือลู่เจินเจิน ได้อย่างไร?
แต่ยามนี้เมื่อได้เห็นนางหลังออกเรือน สวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรา ผิวพรรณผุดผ่องมีราศีเลียยิ่งกว่าตอนอยู่สกุลลู่เสียด้วยซ้ํา แม้แต่บรรดา สาวใช้ที่คอยปรนนิบัติข้างกาย ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายหรือกิริยาท่าทาง ก็ดู
สง่างามไม่ด้อยไปกว่าพวกนางที่เป็นคุณหนูในห้องหอเลยแม้แต่น้อย
ความอิจฉาริษยาพลันปะทุขึ้นในใจ… ลู่เจินเจินที่เป็นเพียงลูก
อนุภรรยาที่ไม่ได้รับความโปรดปรานของสกุลลู่ คู่ควรกับการสวมทองใส่
หยก และมีสาวใช้รุมล้อมหน้าหลังมากมายเพียงนี้เชียวหรือ?
หวังชื่อฟังวาจาตัดพ้อของลู่เจินเจินแล้วรู้สึกทะแม่งๆ อีกทั้งยัง เหลือบไปเห็นสาวใช้หน้าตาไม่คุ้นเคย ที่ยืนอยู่เบื้องหลัง มองปราดเดียวก็รู้ ว่าเป็นคนของจวนโหว นางใจหายวาบ หากคําพูดเหล่านี้แพร่งพราย ไปถึงหู เจ้านายในจวนโหว ลู่เจินเจินจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรนางไม่สน แต่หากจวน
โหวเกิดเข้าใจผิดพาลโกรธเคืองสกุลลู่ขึ้นมา นั่นสิเรื่องใหญ่!
นางรีบฉีกยิ้มประจบ กุลีกุจอสั่งให้คนเชิญสาวใช้แปลกหน้าเหล่านั้น ออกไปพักผ่อนด้านนอก ทั้งยังสั่งให้ตั้งโต๊ะเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี โดยส่งบ่าว
คนสนิทของตนไปคอยประกบเพื่อหลอกถามข่าวคราวในจวนโหว
พวกไห่ถังได้รับคําสั่งจากลู่เจินเจินมาก่อนแล้ว พอเห็นหวังซื่อจัดแจง เช่นนี้ จึงแกล้งทําเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว เดินตามออกไปอย่างว่าง่าย โดยไม่หัน มาแม้แต่จะขออนุญาตลู่เจินเจินสักคํา
หวัง อและพี่น้องตระกูลลู่เห็นดังนั้น ในใจพลันกระหยิ่มยิ้มย่อง… ดู เอาเถิด แม้แต่สาวใช้จวนโหวจะไปจะมายังไม่บอกกล่าวเจ้านายสักคํา ตัดสิน ใจเองได้เสร็จสรรพ เห็นได้ชัดว่าชีวิตของลู่เจินเจินในจวนโหวคงยากเข็ญมิใช่
น้อย
เมื่อคิดได้เช่นนี้ และเห็นว่าไม่มีคนนอกแล้ว หวังชื่อก็คร้านจะปั้นหน้า ยิ้มจอมปลอมอีกต่อไป นางกลอกตามองบนที่หนึ่งแล้วเอ่ยเสียงกระด้าง
“คุณหนูรอง เจ้าพูดเช่นนี้ก็ไม่ถูกนะ โบราณว่าไว้ การแต่งงานของ บุตรธิดาล้วนขึ้นอยู่กับบิดามารดาเป็นผู้กําหนด พวกเราเมตตาเอ็นดูเจ้า ถึง ได้เฟ้นหาการแต่งงานที่ดีเช่นนี้ให้ มิเช่นนั้นลําพังฐานะอย่างเจ้า จะมีวาสนา ได้แต่งเข้าไปเป็นสะใภ้จวนโหวเชียวหรือ ได้ดิบได้ดีถึงเพียงนี้แล้ว เจ้ายังไม่รู้
จักพออีกหรือไร?”
[2]
“ดูเสื้อผ้าเครื่องประดับบนตัวเจ้าสิ เทียบกับพี่น้องของเจ้าแล้ว ดีกว่า เป็นสิบเท่าร้อยเท่า เจ้าไม่ลองตรองดูบ้างล่ะว่า จะมีแม่ใหญ่ (2) บ้านไหนใจ กว้างเท่าข้า การแต่งงานดีๆ เช่นนี้ ถ้าไม่เก็บไว้ให้ลูกในไส้ แต่กลับยกให้เจ้า เจ้าไม่สํานึกบุญคุณก็แล้วไปเถิด แต่นี่ยังมาตัดพ้อต่อว่าอีก… มันใช้ได้ที่ไหน
กัน”
ลู่เจินเจินนํ้าตาไหลพรากไม่หยุด พูดไม่ออกแม้แต่ครึ่งศา ในใจสบถด่าไม่หยุด ฤทธิ์น้ําขิงนี่มันแรงจริง เล่นเอาแสบตาจนนาง
หมดอารมณ์จะพูดแล้ว
หวังชื่อเห็นลู่เจินเจินเอาแต่ร้องให้ไม่พูดไม่จา ในใจยิ่งนักดูแคลนมาก
ขึ้น นางหวนนึกถึงแผนการที่วางไว้ จึงเอ่ยปากตะล่อมว่า
“การแต่งงานที่ประเสริฐปานนี้ย้ายกให้เจ้าไปแล้ว ยามนี้เจ้าก็ได้เสวย สุขสมใจ… แต่หันกลับมาดูที่บ้านเดิมบ้างเถิด พี่น้องของเจ้ายังไม่มีใครได้ ออกเรือนเป็นฝั่งเป็นฝาเลยสักคน ในเมื่อเจ้าได้ดีมีวาสนาในจวนโหวแล้ว คง ไม่ใจจืดใจดํา ทนดูตาย” ปล่อยให้พี่น้องต้องแต่งงานออกไปอย่าง “ต่ําต้อยไร้
เกียรติ’ หรอกกระมัง?” “มิเช่นนั้นยามอยู่ในจวนโหว บรรดาสะใภ้คนอื่นล้วนมีชาติตระกูลสูง ส่ง หากบ้านเดิมของเจ้ามีเพียงญาติพี่น้องที่ไม่ได้ความ เจ้าเองก็จะไร้สง่า
ราศีไม่มีหน้าไปสู้ใครเขาได้หรอก”
“เจ้ากับสกุลลู่นับว่าลงเรือลําเดียวกัน ยามรุ่งเรืองก็รุ่งเรืองด้วยกัน ยามตกต่ําก็ตกต่ําด้วยกัน เมื่อเจ้ากลับไปแล้ว จงหมั่นเอาอกเอาใจฮูหยินผู้
เฒ่า แม่สามีและเหล่านายหญิงคนอื่น ๆ ให้ดี คอยเลียบเคียงดูว่ามีบุตร หลานบ้านใดที่มีฐานะและชื่อเสียงดีงามบ้าง แล้วช่วยหาลู่ทางให้พี่น้องหญิง ยองเจ้าได้มีโอกาสไปให้เขาดูตัวเสียหน่อยเถิด”
“หากทําสําเร็จ ประการแรกพี่น้องหญิงของเจ้าจะได้แต่งเข้าตระกูลที่ ดี ครึ่งชีวิตหลังจะได้มีที่พึ่งพิง ประการที่สอง พวกเจ้ายังจะได้คอยช่วยเหลือ
เกื้อกูลกัน ต่างฝ่ายต่างดูแลกันไม่ดีหรอกหรือ?”
“คุณหนูรอง เจ้าว่าที่ข้าพูดมามีเหตุผลหรือไม่? ยามนี้เจ้าตัวคนเดียว ในจวนโหวไร้พวกพ้องกําลังน้อย [3] แต่หากพี่น้องของเจ้าได้คู่ครองที่ดี เจ้าก็ จะมีแรงหนุน และมีหน้ามีตาในจวนโหวขึ้นมาด้วยนะ”
เชิงอรรถ
#สมุนไพรจีนที่มีรสขมจัด
คําเรียกภรรยาเอกของพ่อ ซึ่งมีอํานาจปกครองดูแลลูกทุก คนในบ้าน รวมถึงลูกที่เกิดจากอนุภรรยาด้วย ตามธรรมเนียม ลูกอนุภรรยาต้องเคารพแม่ใหญ่เสมือนแม่แท้ๆ 3. ### สํานวนเปรียบเปรยคนที่ต้องต่อสู้เพียงลําพัง ไม่มี พรรคพวก ไม่มีอิทธิพลหนุนหลัง คล้ายสํานวนไทยว่า หัวเดียว กระเทียมลีบ