บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน - บทที่ 16 ข้ากําลังยุ่งเรื่องกลับบ้านเดิมอยู่

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
  4. บทที่ 16 ข้ากําลังยุ่งเรื่องกลับบ้านเดิมอยู่
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 16 ข้ากําลังยุ่งเรื่องกลับบ้านเดิมอยู่

ไห่ถังตกใจจนสะดุ้ง ปฏิกิริยาแรกคือรีบเอามือตะครุบปิดปากสาวใช้

ตัวน้อยเอาไว้แน่น

“อยากตายรึไง? แหกปากร้องโวยวายแต่เช้าตรู่ทําไม? เป็นอะไรไป?

หรือว่าพวกป้าๆ ในครัวรังแกเจ้า?”

สาวใช้ตัวน้อยส่ายหน้า ไห่ถังเริ่มร้อนใจ “ตกลงเรื่องมันเป็นอย่างไร

กันแน่ ไหนเล่ามาสิ”

สาวใช้ตัวน้อยได้แต่ปุ๋ยใบ้ชี้ไปที่มือของไห่ถังที่ยังปิดปากนางอยู่

ก็พี่เล่นปิดปากข้าเสียแน่น จะให้พูดได้ยังไงเล่า?

ไห่ถังดึงมือกลับ นางใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดถูนิ้วมือด้วยท่าทีรังเกียจ ก่อน

จะเอ่ยถามเสียงเบ

“เล่ามาให้ละเอียดอย่าได้ตกหล่น ห้ามเติมน้ํามันใส่น้ําส้ม [1] เด็ดขาด! ถ้าโรงครัวกล้าเล่นลูกไม้ก่อเรื่องวุ่นวายล่ะก็ คอยดูเถิด ข้าจะพาคนไปทุบ หม้อข้าวพวกนางให้แตกกระจาย!”

สาวใช้ตัวน้อยรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่ใช่โรงครัวรังแกข้าเจ้าค่ะ! แต่…. แต่เป็นเพราะทุกคนกําลังลือเลื่อง เรื่องสะใภ้สี่กันหนาหู พูดจาว่าร้ายน่าเกลียดมากเจ้าค่ะ!”

“พวกนางนินทาว่าสะใภ้สื่อกตัญญูต่อผู้ใหญ่ ไม่เคารพยําเกรงพี่ สะใภ้ อาศัยว่าตนรูปโฉมงดงามใช้มารยายั่วยวนให้ท่านสี่หลงใหลจนต้อง ออกโรงปกป้อง…

สาวใช้ตัวน้อยยังเด็กนัก พอพูดถึงตรงนี้หน้าก็แดงก่ําขึ้นมา

ไห่ถังเกิดโทสะพุ่ง “เจ้านี่มันท่อนไม้ริ? พวกนางว่าร้ายสะใภ้สี่ ก็เท่า กับตบหน้าเรือนทิ้งเทาของพวกเรา เจ้าไม่รู้จักเถียงหรือด่าพวกนางกลับไป

ลักหน่อยรึ?”

สาวใช้ตัวน้อยหน้ามุ่ยด้วยความน้อยใจ “ข้าแก้ต่างแทนสะใภ้สี่แล้วเจ้า

คะ! ย้าบอกว่านางไม่ใช่คนแบบนั้น! แต่พวกนั้นคนเยอะกว่า ข้าเถียงสู้ไม่ได้! พอข้าเถียงแทนมากเข้า ก็ถูกรุมด่ากลับ หาว่าข้าหน้าด้านไร้ยางอายไม่ต่าง จากเจ้านาย ฮือๆๆ …

เดิมทีไห่ถังเป็นคนใจร้อนอยู่แล้ว ได้ยินดังนั้นก็โกรธจนลมออกหู นางถลกแขนเสื้อเตรียมจะพุ่งไปจัดการคนทางโรงครัว

“นังเด็กไม่ได้ความ! พวกนางกล้านินทาเจ้านายลับหลัง เจ้าก็สมควร ไปฟ้องมามาผู้ดูแลให้ลงโทษเสีย กลับทําตัวขี้ขลาดวิ่งร้องไห้กลับมา ช่างยาย ขี้หน้าเรือนทิงเทาเสียจริง คอยดูเถอะ ข้าจะไปจัดการพวกนางเอง”

เท้าเพิ่งจะขยับ ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง ทําเอาไห่ถังและสาว ใช้ตัวน้อยตัวแข็งทื่อไปตามๆ กัน

“ไห่ถัง… นั่นเจ้ากําลังจะไปจัดการใครหรือ?”

ลู่เจินเจินชะโงกหน้าออกมาจากบานหน้าต่างครึ่งตัว เอ่ยถามด้วย

ความอยากรู้อยากเห็น

ให้ถังและสาวใช้ตัวน้อยค่อยๆ หันกลับมาอย่างเชื่องช้าฝืนฉีกยิ้ม

แห้งๆ ส่งให้

“สะใภ้สี่…บ่าว…. พวกบ่าวจะไปจัดการของขวัญเยี่ยมบ้านของท่าน จะ

ไปตรวจสอบรอบสุดท้ายไม่ให้ขาดตกบกพร่องเจ้าค่ะ…” ลู่เจินเจินทําท่าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ “อ๋อ งั้นพวกเจ้าไปเถอะ รีบไปรีบ

มาล่ะ…”

ให้ถึงรีบพยักหน้ารับคํา แล้วลากตัวสาวใช้ตัวน้อยให้เดินจากไปโดย เร็ว ภายในห้องชั้นใน ติงเชียงที่ได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดโกรธจนหน้าดํา หน้าแดง นางร้อนรนจนเผลอหลุดปากเรียกเจ้านายด้วยความเคยชิน

ๆ

“คุณหนูเจ้าคะ พวกนางทําเกินไปแล้วนะเจ้าคะพูดจาพล่อย ๆ เช่นนี้ กับท่านได้อย่างไร? นี่ตั้งใจจะทําลายชื่อเสียงของคุณหนูชัดๆ พวกเราไปเอา เรื่องพวกนางกันเถอะเจ้าค่ะ”

ต่างหาก!”

ลู่เจินเจินค่อยๆ หันกายกลับมาอย่างเชื่องช้า

“พวกนางทําเกินไปตรงไหน? เห็นชัดๆ ว่าพวกนางกําลังชื่นชมข้าอยู่

“ชื่นชม?” ฟู่จืออี้และติงเชียงอุทานออกมาพร้อมกัน

ลู่เจินเจิน ดอกตอบอย่างมั่นใจ “พวกนางชมว่าข้าหน้าตางดงาม แล้วยังชมว่าท่านสี่คอยปกป้องข้า! แบบนี้ไม่เรียกว่าคําชมแล้วจะเรียกว่า

อะไร?”

สมองของติงเชียงไม่ซับซ้อน นางฟังแล้วคล้อยตาม รู้สึกว่าคําพูดของ ลู่เจินเจินฟังดูมีเหตุผล “สะใภ้สี่กล่าวได้ถูกต้องเจ้าค่ะ ถือเป็นคําชมจริงๆ

ด้วย”

ดี!”

ฟู่จื่ออี้ยกมือกุมขมับ….? นี่เรียกคําชมตรงไหน?

เจินเจินยี้มาให้ยิงเสียงด้วยความภาคภูมิใจ

“ดูท่าบ่าวไพร่ในจวนโหวพวกนี้จะ “ตาถึง” ไม่เบา ที่ดูออกว่าข้าหน้าตา

ยังจะมายิ้มหน้าระรื่นอีก

ฟูจิอ ทนดูต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ เขาส่งสายตาให้รุ่ยเสียงที่ยืน ปรนนิบัติอยู่ข้างๆ รุ่ยเชียงรับรู้ความนัย จึงเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

“สะใภ้สี่เจ้าคะ แต่คําพูดพวกนั้น ฟังอย่างไรก็ไม่ดี 8 ท่านจะไม่สนใจ จริงๆ หรือ? จะปล่อยให้คนพวกนั้นนินทาว่าร้ายต่อไปหรือเจ้าคะ?”

ลู่เจินเจินกางสองแขนออกแล้วยักไหล่

“ข้าวุ่นอยู่กับการเตรียมตัวกลับบ้านเดิมนะ จะไปมีเวลาว่างจัดการ เรื่องหยุมหยิมพวกนี้ได้อย่างไร….อีกอย่าง ต่อให้ข้าว่าง เรื่องนี้ก็ไม่ใช่กงการ อะไรของข้า บ่าวไพร่นินทาเจ้านาย เห็นได้ชัดว่าขาดการอบรมสั่งสอน คนที่ ดูแลจัดการบ้านคือพี่สะใภ้ใหญ่ หน้าที่จัดการเรื่องนี้ย่อมต้องเป็นนางไม่ใช่

หรือ?”

พูดจบก็แสร้งถอนหายใจยาวเหยียด

“ได้ยินเขาร่ําลือกันนักหนาว่าพี่สะใภ้ใหญ่ดูแลบ้านช่องเก่งกาจ ตัวข้า

เพิ่งตบแต่งเข้ามาได้เพียงสองสามวัน ไฉนจึงเกิดเรื่องงามหน้าขึ้นตั้ง

มาย หากรู้ไปถึงหูคนนอกเข้าล่ะก็…. เฮ้อ….”

นางทําสีหน้า เป็นห่วงเป็นใยอย่างสุดซึ้ง” ก่อนจะสั่งความกับรุ่ยเชียง

“พี่รุ่ยเซียง รบกวนเจ้าช่วยไปหาพี่สะใภ้ใหญ่สักเที่ยวเถิด เอาเรื่องนี้ ไปบอกนาง เล่าสิ่งที่ข้าพูดและความกังวลใจของข้าให้นางฟังให้หมดทุกคํา บอกให้นางวางใจเถิด ถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน มีเรื่องงาม

หน้าเกิดขึ้นย่อมต้อง ปิดประตูจัดการกันเองภายใน ข้าจะไม่มีทาง… ย้ํานะ ว่าไม่มีทาง… เอาเรื่องนี้ไปฟ้องคนบ้านเดิมตอนกลับไปเยี่ยมบ้านเป็นอันขาด” รุ่ยเซียงลอบค่อนยอดในใจ…. หากนําความไปบอกเช่นนี้ เกรงว่าสะใภ้ ใหญ่คงจะ “วางใจไม่ลง เสียมากกว่า

ทว่าสีหน้านางกลับไม่แสดงอาการใดๆ นางแอบชําเลืองมอง ฟู่จืออี้แวบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้คัดค้าน จึงรับคําสั่งแล้วเดินออกไป พอรุ่ยเสียงออกไป ลู่เจินเจินก็เร่งฟูจิอ ให้รีบจัดการมื้อเช้าให้เสร็จ

โดยไว

จากนั้นก็รีบกุลีกุจอไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่าไปและหลานชื่อ เพื่อขอตัว

ลา ‘กลับไปเยี่ยมบ้านเดิม’ ตามธรรมเนียม

ไป๋ชื่อยังคงมีท่าทีเมตตาเหมือนสองวันที่ผ่านมา นางยิ้มแย้มต้อนรับ

สองสามีภรรยา กําชับความไม่กี่ประโยคก็อนุญาตให้ทั้งคู่เดินทางออกไปได้

อย่างง่ายดาย ดูเหมือนจะไม่ระแคะระคายเรื่องข่าวลือที่กําลังแพร่สะพัดไป ทั่วจวนเลยแม้แต่น้อย

ผิดกับหลานชื่อที่มีท่าทีอึกอัก “คล้ายมีเรื่องอยากพูด” อยู่ถึงสองครั้ง

คาดว่าคงอยากจะเอ่ยเตือนเรื่องข่าวลือ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันมงคล ที่ลูกสะใภ้ต้องกลับบ้านเดิม เกรงว่าพูดไปจะไปทําลายบรรยากาศเปล่าๆ สุดท้ายเลยเลือกที่จะเงียบ และกําชับให้ดูแลกันดีๆ ก่อนจะปล่อยทั้ง

คู่ไป

กว่าหูซื่อจะรีบเร่งรุดมาถึง ทั้งสองคนก็ขึ้นรถม้าและเคลื่อนขบวน

ออกจากประตูใหญ่ไปไกลแล้ว

หูชื่อได้แต่คับแค้นใจยิ่งนัก ผ้าเช็ดหน้าในมือถูกบิดจนกลายเป็น

เกลียวแทบขาด นางจ้องมองประตูชั้นสองอยู่ครึ่งค่อนวัน

จวบจนสาวใช้คนสนิทเกลี้ยกล่อมอยู่นาน นางถึงยอมกระทืบเท้าหัน

หลังกลับอย่างอึดอัด

ทว่าเดินไปได้เพียงสองก้าว ปลายเท้าพลันเปลี่ยนทิศ มุ่งหน้าไปยัง “

เรือนรุ่ยเชวียน’ แทน

อีกด้านหนึ่ง รถม้าโคลงเคลงออกจากประตูใหญ่จวนโหว มุ่งหน้าไป

ทางทิศตะวันออก

ละแวกจวนหนิงผิงโหวเป็นย่านที่พํานักของขุนนางตระกูลสูงศักดิ์ จึง

ไม่ค่อยเห็นผู้คนพลุกพล่านนัก สองข้างทางล้วนเป็นกําแพงสูงตระหง่านของ คฤหาสน์ใหญ่โตที่เงียบสงบ รถม้าวิ่งไปได้หลายลี้ บรรยากาศรอบข้างจึงเริ่ม เปลี่ยนไป ร้านรวงและบ้านเรือนชาวบ้านเริ่มหนาตาขึ้น บรรยากาศเริ่มคึก

คักมีชีวิตชีวา

ลู่เจินเจินยังไม่เคยเห็นทิวทัศน์ถนนหนทางในยุคโบราณมาก่อน รู้สึก

ว่าช่างเต็มไปด้วยสีสันและมีชีวิตชีวา ต่างจากความเคร่งขรึมในจวนโหวอย่าง

สิ้นเชิง

นางอดใจไม่ไหวต้องแง้มม่านหน้าต่างรถม้าออกเล็กน้อย เอาใบหน้า

แนบยอบหน้าต่าง จ้องมองตาไม่กะพริบ

ฟู่จืออี้นั่งตัวตรงอยู่ด้านข้าง หลับตาพักผ่อน ปล่อยให้ลู่เจินเจินส่ง

เสียงร้องอุทานสลับหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว โดยไม่มีท่าทีรําคาญแม้แต่

น้อย

รถม้ามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้อยู่ราวครึ่งชั่วยาม สภาพ

แวดล้อมรอบด้านก็กลับมาเงียบสงบลงอีกครั้ง

ในเมืองหลวงมีคํากล่าวว่า “ตะวันออกยากจน ตะวันตกมั่งคั่ง ทิศใต้

สูงศักดิ์ ทิศเหนือต่ําต้อย” [2]

จวนของเหล่าขุนนางชั้นสูงมักจะอยู่กันทางทิศใต้ของเมือง

แต่จวนสกุลลู่อยู่ค่อนไปทางมุมตะวันออกเฉียงใต้ แม้บรรพบุรุษจะ รับราชการมาหลายรุ่น แต่ก็เป็นเพียงขุนนางระดับล่างกั้นห้าขั้นหก เก็บเงิน มาหลายชั่วคนกว่าจะซื้อบ้านหลังเล็กๆ ในมุมเปลี่ยวแถบตะวันออกเฉียงใต้

ม

ได้

บริเวณแถบนี้ส่วนใหญ่เป็นที่พักของขุนนางเล็กๆ ระดับขั้นห้าขั้นหก

บรรยากาศจึงค่อนข้างเงียบสงบ

เพราะรู้ว่าวันนี้ลู่เจินเจินจะกลับมาเยี่ยมบ้าน สกุลลู่จึงเปิดประตูใหญ่

รอไว้แต่เช้า

บริเวณหน้าประตูถูกกวาดถูทําความสะอาดหลายรอบ ซ้ํายังพรมน้ํา

สะอาดเพื่อกันฝุ่นฟุ้งกระจาย

ทุกชั่วอึดใจ จะมีคนเฝ้าประตูวิ่งออกมาชะเง้อคอมองที่ปากตรอก ดู ว่ารถม้าของจวนโหวมาถึงหรือยัง

ไม่รู้ว่าวิ่งออกมาดูกี่รอบแล้ว ในที่สุดก็มองเห็นรถม้าตราจวนโหว ปรากฏขึ้น คนเฝ้าประตูดีใจจนเนื้อเต้น รีบ วิ่งหน้าตื่น กลับเข้าไปรายงาน

เจ้านายในบ้านทันที

เชิงอรรถ

หมายถึงการเล่าเรื่องที่เกินจริง เติมแต่งราย ละเอียดลงไปเพื่อให้เรื่องราวดูตื่นเต้นหรือรุนแรงกว่าความเป็น จริง ตรงกับสํานวนไทยว่า “ใส่สีตีไข่” 2.^AZZIE #JB #สํานวนแบ่งโซนเมืองหลวง ทิศตะวันออก (ยากจน) : ย่านโกดัง ท่าเรือ และชาวบ้าน ทิศตะวันตก (มั่งคั่ง) :

ย่านคฤหบดี พ่อค้า เศรษฐี ทิศใต้ (สูงศักดิ์) : ย่านขุนนาง เชื้อ พระวงศ์ (ใกล้พระราชวัง) ทิศเหนือ (ต่ําต้อย) : ย่านกรรมกร

หรือคนใช้แรงงาน

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 16 ข้ากําลังยุ่งเรื่องกลับบ้านเดิมอยู่"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

61dbab1aVw5UqpWl
เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค
2024-02-25
1c2e587e
อัจฉริยะหญิงเทพสมุนไพร
2024-11-26
61d5850drMG2fe58
ศิษย์พี่ของข้าจะมั่นคงเกินไปแล้ว
2024-02-26
624a6657xxcqS7hT
ข้าก็แค่กลั่นลมปราณ 3,000 ปี [炼气练了三千年]
2024-01-10

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน