สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน - บทที่ 11 สติหลุด
บทที่ 11 สติหลุด
ผ้าไหมสีแดงดอกไห่ถึงสองพับนั้นถือเป็นของล้ําค่ายิ่งนัก
เป็นของขวัญวันเทศกาลที่ท่านอาหญิงซึ่งแต่งเข้าวังสู่ องในฐานะ พระชายา ส่งมากํานัลแด่ฮูหยินผู้เฒ่าโดยเฉพาะ ว่ากันว่าเป็นผ้าทอแบบใหม่ ที่ ‘กรมทอผ้าหลวง’ เพิ่งจะส่งเข้าวังในปีนี้เอง พระชายาสู่อ๋องได้รับพระราช ทานมาเพียงสี่พับ ก็ทรงแบ่งครึ่งหนึ่งส่งมาให้ฮูหยินผู้เฒ่าด้วยความกตัญญู
ในวันที่ผ้าไหมถูกส่งมาถึงจวน บรรดาสตรีในจวนล้วนได้เห็นกับตา…
เนื้อผ้าละเอียดประณีตสีสันเปล่งประกายระยิบระยับล้อแสงตะวัน ต่อให้
พวกนางจะเคยผ่านหูผ่านตาของดีมานับมิถ้วน ทว่าก็ยังอดมิได้ที่จะร้อง
อุทานชมเชยด้วยความตื่นตา
เนื่องจากผ้ามีจํานวนจํากัดนัก จะมอบให้ผู้ใดก็เกรงว่าจะไม่เหมาะ
สม ฮูหยินผู้เฒ่าจึงเก็บรักษาไว้ในหีบส่วนตัวตลอดมา
ใครเลยจะคาดคิดเล่าว่า…. วันนี้ท่านจะยกให้ลู่เจินเจินไปง่ายๆ เช่นนี้? ไม่ต้องพูดถึงฮูหยินทั้งสามท่าน แม้แต่เหล่าสะใภ้ทั้งสามคนก็ยังมีสี
หน้าไม่สู้ดีนัก
หูชื่อตั้งสติได้ก่อนใคร นางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะฉาบใบหน้าด้วย รอยยิ้ม ทว่ารอยยิ้มกลับไปไม่ถึงดวงตา
สะใภ้รอง ซุนชื่อ’ นั้นถือตัวเย่อหยิ่งที่สุด แม้ในใจจะขุ่นเคือง แต่ก็ถือ ว่าตนเองมีชาติกําเนิดสูงส่ง ผ้าไหมสีแดงให้ถังนั้นต่อให้เลิศเลอเพียงใดก็เป็น เพียงของนอกกาย เหตุใดนางต้อง “ลดตัว” ลงไปยื้อแย่งกับลู่เจินเจินที่เป็น เพียงบุตรสาวอนุยุนนาง น าให้เสียเกียรติด้วยเล่า?
นางเพียงแค่นเสียง หี เย็นชา แล้วสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น แต่คนที่ ร้อนรนจนทนไม่ไหวกลับเป็นจ้าวชื่อ
นางค่อนข้างเจียมเนื้อเจียมตัวดีว่าสามีของตนเป็นบุตรอนุภรรยา ใน บรรดาสะใภ้รุ่นเดียวกัน ศักดิ์ฐานะยองนางจิงต่ําต้อยที่สุด
วันคืนที่ผ่านมา หากในจวนมีของดีอันใด ล้วนต้องผ่านมือให้หูชื่อ และชุนชื่อเลือกสรรจนพอใจก่อน จึงจะตกถึงมือนางเป็นลําดับสุดท้าย เรื่องนั้นนางพอกัดฟันยอมรับได้ เพราะรู้ตัวว่าชาติกําเนิดสู้หูชื่อและ
ชุนชื่อไม่ได้
แต่ลู่เงินเงินที่เป็นเพียงบุตรอนุปุนนางเล็กๆ … อาศัยสิทธิ์อันใดเพิ่ง ตบแต่งเข้ามาก็กล้า ข้ามหน้าข้ามตา” กดหัวนางให้จมลงไปได้ปานนี้?
เมื่อวานตอนยกน้ําชา ฮูหยินผู้เฒ่าก็แอบมอบกล่องของรับไหว้ใบ ใหญ่โตเกินหน้าเกินตาให้ทีหนึ่งแล้ว
ตอนนั้นนางก็แทบจะระงับอารมณ์ไม่อยู่ ต้องรู้ว่ายามนางแต่งเข้ามา
และยกน้ําชาในวันที่สอง ฮูหยินผู้เฒ่าให้แค่กําไลทองฝังไข่มุกหนานเฝิ่น (1) หนึ่งคู่เท่านั้น
เหตุใดพอถึงคราวสะใภ้สี่ กลับได้รับไปทั้งกล่องทั้งที่สามีของพวกนาง
ต่างก็เป็นหลานชายแท้ๆ เหมือนกัน?
พอกลับไปถึงเรือนเมื่อคืน นางถึงกับส่งคนไปสืบย่าวจนทราบว่าใน
กล่องใบนั้น นอกจากจะมีเครื่องประดับทองฝังทับทิมหนึ่งชุด และเครื่อง ประดับทองฝังมรกตอีกหนึ่งชุดแล้ว ยังมี “สร้อยคอระย้าทองคําประดับ อัญมณีหลากสี’ อีกหนึ่งเส้น ว่ากันว่าอัญมณีและไข่มุกบนสร้อยเส้นนั้น เม็ด ใหญ่เท่าปลายนิ้วมือมีมูลค่ามหาศาลมิอาจประเมินได้
จ้าวชื่อโกรธจนนอนไม่หลับทั้งคืน วันนี้พอลู่เจินเจินโผล่มา นางจึง
เต็มไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
เรื่องของรับไหว้เมื่อวานยัง “จุกอก” ไม่หาย มาวันนี้ยังต้องมาเห็นกับ ตาว่าฮูหยินผู้เฒ่ายกผ้าแพรสีแดงไห่ถึงล้ําค่าให้ลู่เจินเจินเพียงคนเดียวอีก
จ้าวชื่อจึง’สติหลุด’ ทันที
“ท่านย่าช่างลําเอียงนัก! พอมีหลานสะใภ้คนใหม่เข้าบ้าน ก็หลงลืม
หลานสะใภ้คนเก่าๆ อย่างพวกเราทิ้งไว้เบื้องหลังเสียสิ้น ผ้าไหมล้ําค่าขนาดนี้ พวกหลานอยากได้แทบตาย ท่านย่ายังตัดใจให้ไม่ได้ มาวันนี้กลับยกให้น้อง สะใภ้สี่คนเดียว เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ในใจท่านย่า มีแต่น้องสะใภ้สี่เท่านั้น”
ออกมา
น้ําเสียงนั้นเจือปนไปด้วยความริษยาจนส่งกลิ่น ‘เปรี้ยว’ คละคลุ้ง
“พี่สะใภ้ใหญ่ เมื่อก่อนท่านเป็นถึงหลานสะใภ้คนโปรดของท่านย่า
แท้ๆ! ยามนี้มีถูกน้องสะใภ้สี่แย่งตําแหน่งไปเสียแล้วหรือ…”
ใบหน้าของหูชื่อพลัน “ดําทะมึน ลงทันตา
“เฮ้อ… น้องสะใภ้สี่ เจ้าช่วยสงเคราะห์พี่สะใภ้หน่อยสิว่าต้องทําเช่นไร ถึงจะประจบประแจง ให้ท่านย่าโปรดปรานจนลําเอียงเข้าข้างเจ้าถึงเพียงนี้?
ลําพังเพียงของรับขวัญเมื่อวานที่ได้มากกว่าพวกเราข้าก็ช่างเถอะ แต่นี่มีของ ดีสิ่งใดท่านย่ากลับนึกถึงแต่เจ้า เจ้าช่วยชี้แนะให้พี่สะใภ้ได้เรียนรู้บ้างเถิด ข้า จะได้จดจําไปทําตาม เผื่อท่านย่าจะเมตตาตกรางวัลให้ข้าบ้าง”
สนิทสนม
เจ้าค่ะ!”
นางเอ่ยพลางส่งยิ้มเสแสร้ง ทําท่าจะเอื้อมมือแขนลู่เจินเจินอย่าง
ลู่เจินเจินส่งยิ้มบางๆ ให้จ้าวชื่อ ตอบกลับด้วยน้ําเสียงฟังดูจริงใจสุด
“พี่สะใภ้สาม ไม่ใช่ว่าถ้าไม่อยากสอน แต่เรื่องนี้ท่านเรียนไม่ได้หรอก
จ้าวชื่อแผดเสียงแหลมสูงขึ้นทันควัน “ทําไมข้าจะเรียนไม่ได้? หรือว่า สิ่งที่เจ้าทําได้ ข้าจะทําไม่ได้หรือ?”
ลู่เจินเจินกวาดตามองจ้าวชื่อตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วเอ่ยเนิบๆ
“ที่ท่านย่าโปรดปรานย้า ก็เป็นเพราะข้าหน้าตาน่าเอ็นดู นิสัยซื่อสัตย์ จริงใจ ไม่ทําตัวเจ้าปัญหา” ไม่ขี้อิจฉาตาร้อน ไม่ยุแยงตะแคงรั่ว ให้ผู้อื่น ต้องหมองใจ เรื่องอื่นพอยกไว้ก่อนได้ ทว่ารูปโฉมประหนึ่งบุปผาแย้มบาน อย่างช้านี้ พี่สะใภ้สามท่านจะเลียนแบบได้อย่างไร? หรือว่าท่านต้องกลับไป
เกิดใหม่ในครรภ์มารดาอีกรอบล่ะเจ้าคะ?”
ตลอด
เรื่องหน้าตาที่จัดว่าธรรมดาแค่พอดูได้ ถือเป็นปมด้อยในใจจ้าวชื่อมา
เรื่องหน้าตาที่จัดว่าสามัญธรรมดาถือเป็นปมด้อยฝังใจจ้าวชื่อมา
ตลอดชีวิต พอลู่เจินเจินพูดแทงใจดําว่ารูปโฉมสู้มิได้ ซ้ํายังตอกย้ําว่ามีนิสัย ริษยาชอบชวนทะเลาะ จ้าวชื่อมีหรือจะทนไหว!
นางปล่อยโฮออกมาดังลั่น ยกผ้าเช็ดหน้าปิดหน้าปิดตาด้วยความอับ
อายถึงขีดสุด แล้ววิ่งพรวดพราดออกไปด้านนอกทันที
กว่าทุกคนในโถงจะตั้งสติได้ จ้าวชื่อก็วิ่งลับตาไปไกลแล้ว
ยังดีที่จินซื่อมีปฏิกิริยาว่องไวรีบออกคําสั่ง “พวกเจ้ายังไม่รีบตาม สะใภ้สามไปอีก ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา ข้าจะถลกหนังพวกเจ้าเสีย!”
เหล่าสาวใช้และบ่าวอาวุโสที่คอยปรนนิบัติจ้าวซื่อเพิ่งจะได้สติ รีบ
ซอยเท้าวิ่งไล่กวดเจ้านายตามไปติดๆ
จินซื่อหันกลับมา สีหน้าเจือความไม่พอใจ “สะใภ้สี่กิริยามารยาทของ เจ้านี่ช่างไม่ไหวเลยนะ ถึงอย่างไรนางก็เป็นพี่สะใภ้ เจ้าเป็นผู้น้อยเหตุใดจึง พูดจาไร้สัมมาคารวะเช่นนั้น?”
หลานชื่อผู้เป็นแม่สามีรีบออกโรงปกป้องลูกสะใภ้ทันควัน
“พี่สะใภ้ใหญ่ สะใภ้ลี่ยังเด็กนัก! นิสัยอาจจะดูไร้เดียงสาไปบ้าง แต่ข้า กลับชอบนิสัยตรงไปตรงมาแบบนี้ของนางไม่ใช่น้อย เจ้าสี่บ้านข้าเป็นพวก ปากหนัก ได้ภรรยาช่างเจรจาเช่นนี้แหละถึงจะสมกัน อย่าได้เข้มงวดกับนาง
นักเลย”
“อีกอย่าง สะใภ้สี่เพิ่งจะแต่งเข้ามาได้ไม่ทันไร สะใภ้สามเป็นถึงพี่สะใภ้
กลับพูดจาประชดประชันเช่นนั้น ช่างเป็นคนหูตาคับแคบเสียจริง เอาเถิด…. ประเดี๋ยวข้าจะให้คนส่งของขวัญไปปลอบใจที่เรือนสะใภ้สาม เป็นการขอขมา
แทนนางก็แล้วกัน”
จินซื่อคาดไม่ถึงว่าหลานซื่อจะกางปีกปกป้องลูกสะใภ้ที่เพิ่งเข้าใหม่ถึง
เพียงนี้ จึงได้แต่ปรายตามองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง
เมื่อเห็นหลานชื่อยังคงยิ้มน้อยๆ แต่ไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอย จินซื่อก็
จนใจจะกล่าวต่อ อย่างเสียนางก็เป็นเพียงป้าสะใภ้ มิใช่แม่สามีโดยตรงยอง
ลู่เจินเจิน
เมื่อเห็นลูกสะใภ้ทั้งสองคนจัดการเรื่องราวเรียบร้อยแล้ว ฮูหยินผู้
เฒ่าไปถึงค่อยเอ่ยปาก
“ว่ากันตามจริง ล้วนเป็นความผิดของหญิงชราอย่างข้าเอง แก่ตัวจน เลอะเลือน คิดอ่านสิ่งใดรอบคอบ พอเห็นสะใภ้สี่น่ารักน่าเอ็นดูเข้าหน่อย ก็
มัวแต่เอาอกเอาใจนาง จนหลงลืมไปว่ายังมีพวกเจ้าอยู่ด้วย”
“ของปลอบใจมิจําเป็นต้องให้พวกเจ้าลําบากออกทุนหรอก ข้าจะเป็น คนจัดการเอง เมื่อวันก่อนเพิ่งได้ปิ่นปักผมงานฝีมือช่างหลวงมาหีบหนึ่ง รูป แบบวิจิตรบรรจง เหมาะกับพวกเจ้าพอดิบพอดี”
ลิ้นค้ากล่าว ทุกคนในห้องถึงกับนั่งไม่เป็นสุข เริ่มจากจีนชื่อที่รีบลุก ขึ้นยืนเพื่อยอยมาเป็นคนแรก ตามมาด้วยคนอื่นๆ ที่รีบกุลีกุจอทําตาม “ท่านแม่กล่าวเช่นนี้… จะให้พวกสะใภ้เอาหน้าไปไว้ที่ใดเจ้าคะ?” ฮูหยินผู้เฒ่ามิสนใจท่าทีเหล่านั้น นางหันไปสั่งสาวใช้เงินเสียงเรียบ
“ไปหยิบหีบที่จวนสู่อ๋องส่งมาเมื่อวันก่อนออกมา แล้วแบ่งให้หลานสะใภ้ทุก
คนเท่าๆ กัน”
เจินจูรับคําสั่งแล้วเดินเข้าไปด้านใน คนอื่นๆ ในห้อง ต่างพากันเงียบ
กริบจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ
ลู่เจินเจินแอบชําเลืองมองสีหน้าฮูหยินผู้เฒ่า ดูภายนอกยังคงเป็น หญิงชราที่ดูใจดีใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มละไม… ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับทําให้
รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลังอย่างบอกไม่ถูก
ไม่นานเจินจูก็ประคองหีบใบหนึ่งออกมา เมื่อเปิดออกด้านในบรรจุ ปิ่นปักผมรูปดอกไม้ประจําฤดูกาลสิบสองชิ้น ฝีมือประณีตวิจิตรบรรจงยิ่ง นัก กลีบดอกและเกสรล้วนดูสมจริงราวกับมีชีวิต เจินจูประคองหีบไปหยุด
อยู่เบื้องหน้าหูชื่อ เพื่อให้เกียรติเลือกเป็นคนแรก
หูชื่อไหนเลยจะกล้าขยับมือ นางได้แต่ปฏิเสธพัลวันอ้างว่าตนเป็นพี่ สะใภ้ใหญ่ สมควรให้เหล่าน้องสะใภ้เลือกก่อน ทางด้านสะใภ้รองชุนชื่อผู้เย่อ หยิ่ง ย่อมไม่กล้าเสนอหน้า รับลูกต่อจากหูชื่อ ก็โยนเผือกร้อนไปให้
ลู่เจินเจินทันที
ทุกคนต่างจับจ้องเป็นตาเดียวกัน หลานชื่อก็ไม่กล้าส่งเสียงเตือน ได้ แต่มองลูกสะใภ้ด้วยความเป็นห่วง
นางยอบกายขอบพระคุณฮูหยินผู้เฒ่าด้วยกิริยาแช่มช้อย “ขอบพระ
คุณท่านย่าที่เมตตาเจ้าค่ะ! และขอบพระคุณพี่สะใภ้ทั้งสองที่ใจกว้างให้ข้า เลือกก่อน เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะเจ้าคะ”
ลู่เจินเจินผู้ไม่รู้จักคําว่าเกรงใจ หยิบปืนดอกไม้ที่ตนถูกใจชอบขึ้นมา
ถึงสามชิ้น มีดอกท้อ ดอกกุ้ยฮวาและดอกพุดตาน
นางปักลงบนมวยผมตนเองอย่างคล่องแคล่ว แล้วจงใจเดินเข้าไป ตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่า เอียงคอเล็กน้อยอย่างซุกซน “ท่านย่าช่วยดูให้หลาน หน่อยเจ้าค่ะ…. ปิ่นดอกไม้สวยกว่า หรือว่าหลานสะใภ้ของท่านจะสวยกว่ากัน
เจ้าคะ?”
ฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะชอบใจจนแทบหุบปากมิลง นางใช้ปลายนิ้วจิ้มไป
ที่ตัวของลู่เจินเจินด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดูสุดประมาณ “เจ้าช่างขวัญกล้าเทียมฟ้านัก! ไม่กลัวข้าบ้าง? ถึงกล้าเสนอหน้า
เลือกปั่นไปเป็นคนแรกเช่นนี้!”
เชิงอรรถ
#### เป็นไข่มุกที่มีโทนสีชมพูเรื่อๆ