ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา - บทที่ 231 รักลึกล้ำ ทว่าวาสนาตื้นเขิน
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา
- บทที่ 231 รักลึกล้ำ ทว่าวาสนาตื้นเขิน
บทที่ 231
รักลึกล้ำ ทว่าวาสนาตื้นเขิน
เซียวเป่าเอ๋อครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนหันไปกล่าวว่า “ความคิดเห็นเป่าเอ๋อไม่สำคัญหรอก ท่านอาอวี่เหวินต้องถามท่านแม่ต่างหากว่านางยินดีหรือไม่”
“เจ้าไม่คัดค้านหรือ?”
เซียวเป่าเอ๋อพยักหน้า “ไม่ขอรับ”
ความสุขของท่านแม่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด
ถึงกระนั้นเด็กน้อยยังคงคิดในใจว่าแม้ท่านอาเหวินชูจะสง่างามและหล่อเหลาเพียงใด แต่ดูเหมือนว่ามารดาตนจะชอบท่านอาหรงมากกว่า!
“เจ้าปีศาจน้อย แม่ชอบท่านอาอวี่เหวินมากเลยล่ะ”
“เป่าเอ๋อก็ชอบท่านอาอวี่เหวินเหมือนกัน”
เซียวหลีเดินถือชามอาหารเข้ามาในห้องบังเอิญได้ยินทั้งสองพูดคุยกันเข้าจึงอดรู้สึกว่าลูกชายตนลำเอียงไม่น้อย ทั้งยังมีนิสัยประสบสอพลอมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย
“ท่านแม่ ท่านกำลังทำปลาต้มพริกหรือ?”
เซียวเป่าเอ๋อได้กลิ่นหอมมาจากที่ไกล ๆ ด้วยว่าเด็กน้อยชอบกินปลาอย่างมาก เซียวหลีจึงขุดบ่อปลาในทุ่งนาและเลี้ยงปลาจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อใดที่เซียวเป่าเอ๋ออยากกิน นางก็แค่ไปจับปลาสองสามตัวในบ่อมาทำอาหารเท่านั้น
เซียวหลีเรียกหวังไฉ่เตี๋ยและโย่วหลิงให้มาร่วมโต๊ะรับประทานอาหารด้วยกัน
“กลิ่นนี้…”
อวี่เหวินชูต้องการเป็นครอบครัวเดียวกับเซียวหลี
“ท่านช่างเป็นนักชิมที่ดีจริง ๆ”
“ข้าเคยเดินทางทั่วราชอาณาจักร แต่ไม่มีที่ใดอร่อยเท่าอาหารที่เจ้าทำเลยแม้แต่ร้านเดียว”
นี่คือครั้งแรกที่ได้ลิ้มรสอาหารฝีมือเซียวหลี เขาจึงรีบรับประทานเข้าไปอย่างรวดเร็วจนลืมพูดคุยเรื่องตำรับอาหารที่ใช้เต้าหู้และถั่วงอกจนสิ้น
อาหารหน้าตาน่ารับประทานและเลิศรสบางชนิดก็ไม่ได้ถูกปรุงด้วยเกลือชั้นดี
ด้วยอาหารรสมือเซียวหลี เขาจึงอยากพักอยู่ที่นี่ต่อสักสองสามวันเพื่อจะได้รับประทานอาหารอร่อย ๆ เหล่านี้ทุกมื้อ
เหตุใดเขาถึงไม่หาข้ออ้างที่จะได้มาที่นี่บ่อยขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการสานสัมพันธ์กับเซียวหลีล่ะ?
“นายหญิงหวังเล่า?”
อวี่เหวินชูแทบอดใจรอไม่ไหวเมื่อเห็นอาหารตรงหน้า
“ท่านแม่และพี่สาวอยู่ในสวนหลังบ้านน่ะ”
นางหวังอาศัยอยู่ในชนบทมาเกือบทั้งชีวิต ทั้งยังเคยตาบอดนานหลายปี นางจึงไม่คุ้นชินกับการเข้าสังคมนัก
ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่มาร่วมโต๊ะในวันนี้คืออวี่เหวินชู เถ้าแก่ภัตตาคารฉู่ฉู่หลิวเซียง แต่ภัตตาคารฉู่ฉู่หลิวเซียงจะมีขนาดใหญ่แค่ไหนกัน?
นางหวังเคยได้ยินชื่อเสียงของภัตตาคารฉู่ฉู่หลิวเซียงมามากมาย นางจึงรู้สึกเขินอายเล็กน้อยที่ได้ร่วมโต๊ะกับชายผู้มีชื่อเสียง
ดังนั้นนางหวังสั่งให้จินฉานและหยินไฉยกอาหารในห้องครัวไปให้นางที่ห้อง จากนั้นเรียกเซียวเยี่ยนให้มารับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน
ผู้อาวุโสย่อมไม่ร่วมโต๊ะกับผู้เยาว์
ระหว่างรับประทานอาหาร อวี่เหวินชูนึกบางอย่างขึ้นได้จึงเอ่ยถาม “เหตุใดวันนี้ข้าถึงไม่เห็นเซียวจ้านเลยล่ะ?”
“ข้าไม่คิดว่าท่านจะจำเขาได้”
เซียวหลีอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าเหตุใดลูกชายเศรษฐีถึงจดจำทาสในตระกูลของนางได้
“วันนี้อาเซียวจ้านง่วนอยู่กับการฝึกเหล่าทาสที่ซื้อมาเมื่อวานขอรับ”
แม้จะกำลังเคี้ยวอาหาร แต่เซียวเป่าเอ๋อยังคงช่างเจรจาเช่นเดิม
การรับประทานไม่ใช่อุปสรรคในการพูดคุยของ เซียวเป่าเอ๋อแม้แต่น้อย ขณะที่เซียวหลีรู้สึกละอายใจเล็กน้อย เนื่องจากเมื่อก่อนครอบครัวนางยากจนมาก เซียวเป่าเอ๋อจึงไม่เคยกินอิ่มท้อง
ทว่าตอนนี้ร่ำรวยขึ้นแล้ว เด็กน้อยจึงกินแบบหมาป่ากลืน เสือกลืน*
*หมาป่ากลืน เสือกลืน อุปมาว่ากินอย่างตะกละตะกลาม
แม้เขาจะรู้สึกผิดทุกครั้งที่กินอิ่มก็ตาม
“ท่านอาอวี่เหวินช่วยเกลี้ยกล่อมท่านแม่ได้หรือไม่ เพราะท่านแม่ซื้อทาสกว่าแปดสิบคนคราเดียว ทั้งยังซื้อป่าไผ่รกร้างและอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมาย ถ้ายังใช้จ่ายตามอำเภอใจอย่างนี้ เป่าเอ๋อเกรงว่าวันหน้าท่านแม่ต้องกลับไปกังวลเรื่องความเป็นอยู่ของเราเหมือนเดิมแน่นอนขอรับ!”
“นี่ เป่าเอ๋อกินให้อิ่มก่อนเถิด กินให้มากเท่าที่ลูกอยากกิน”
ขณะพูดอยู่นั้น เด็กน้อยเผอิญเรอออกมา ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะอิ่มแล้ว
เช่นเดียวกับเซียวหลีและอวี่เหวินชูที่ขำขันกับความไร้เดียงสาของเด็กน้อย
ทันใดนั้น ฮว่าเชวี่ยเดินเข้ามาในห้องแล้วรายงานว่า เอ้อหู่จือมาหาเซียวเป่าเอ๋อ
เซียวเป่าเอ๋อถามทันทีที่ได้ยิน “พี่เอ้อหู่จือกินข้าวกลางวันหรือยัง?”
บนโต๊ะยังเหลือไก่อีกครึ่งตัว เขาจึงหยิบมันใส่จานของตนเอง
“ท่านแม่…”
เซียวเป่าเอ๋อมองมารดาด้วยสายตาวิงวอน เซียวหลีจึงโบกมือให้ลูกชายอย่างไม่ใส่ใจ “ดูแลตัวเองอย่าให้บาดเจ็บล่ะ แล้วก็อย่าป่าวประกาศเรื่องวันนี้ให้ใครฟังเด็ดขาด”
นางรู้ดีว่าลูกชายช่างจำนรรจาเพียงใด
เซียวเป่าเอ๋อเข้าใจดี “ท่านแม่ไม่ต้องกังวล ท่านอาอวี่เหวินเป็นเสมือนคนในครอบครัว เป่าเอ๋อจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้เด็ดขาด”
คำพูดของเซียวเป่าเอ๋อทำให้อวี่เหวินชูรู้สึกดีใจเล็กน้อย คนในครอบครัวอย่างนั้นรึ?
ไม่ใช่ทุกคนที่เด็กน้อยจะเรียกว่าเป็นคนในครอบครัว
เซียวเป่าเอ๋อเดินออกไปจากห้องแล้ว อวี่เหวินชูจึงสั่งให้คนรับใช้ออกไปจากห้อง
“อวี่เหวิน เจ้าจะสอนอะไรข้ารึ?”
“เจ้าไม่อยากรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงในการทำอาหารแล้วหรือ?”
ทว่าเซียวหลีไม่ต้องการพูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป
ดูเหมือนว่าอวี่เหวินชูจะคาดเดาคำตอบในใจของ เซียวหลีได้ เขาจึงปฏิเสธเป็นพัลวัน “ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ข้าเพียงอยากพูดคุยกับเจ้าตามลำพังเท่านั้น”
“ที่นี่รึ?”
“เช่นนั้นจะไปที่ไหนเล่า?”
อวี่เหวินชูอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดาย ถ้าเป็นหญิงสาวคนอื่น พวกนางคงตอบตกลงอย่างไม่ลังเลเป็นแน่
แต่ผู้หญิงคนนี้กลับไม่ต้องการพูดคุยกับเขาตามลำพัง!
นางในดวงใจของเขาแตกต่างจากคนอื่นสินะ
“เจ้าจะไม่บอกข้าเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าพูดตอนเมาหรือ? เจ้าถูกคลุมถุงชนใช่หรือไม่? ครั้งนี้ต้องแต่งงานจริงรึ? การแต่งงานเป็นเรื่องที่พ่อแม่เจ้าตัดสินใจแล้ว ฉะนั้นข้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้”
เมื่อคืนนี้ อวี่เหวินชูพูดมากพอแล้ว
“ข้ากับเจ้ายังคงเป็นเพื่อนสนิทกันเช่นเดิม”
คำพูดของเซียวหลีช่างน่าประทับใจอย่างยิ่ง ถึงกระนั้นในใจของอวี่เหวินชูยังคงเจ็บปวดเกินกว่าจะบรรยายได้
เดิมทีเขาไม่ค่อยใส่ใจการคลุมถุงชนที่จัดการโดยบิดามารดามากนัก เพราะในใจของเขามีเพียงเซียวหลีและต้องการหาทางช่วยเหลือครอบครัวนางเท่านั้น
แต่ขณะนี้คำพูดของเซียวหลีกลับทำให้เขาผิดหวังอย่างมาก
“เจ้าบอกเหตุผลที่จะทำให้ข้ายอมเลิกราได้หรือไม่?”
เซียวหลีตอบ “ข้าชอบหรงสวิน”
“เขา?”
อวี่เหวินชูไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อย “เจ้ากับเขาไม่มีทางไปด้วยกันได้หรอก”
“เจ้าสาปแช่งข้ารึ?”
แม้จะรู้มานานแล้วว่าเซียวหลีชอบพอหรงสวิน แต่เขาก็ยังเจ็บปวดอยู่ดี
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าหรงสวินเป็นใคร?”
อวี่เหวินชูอดไม่ได้ที่จะถาม
เซียวหลีตอบ “ไม่รู้ ถ้าเจ้ารู้อย่าเพิ่งบอกข้าเลย เขาสัญญาว่าถ้ากลับมาแล้วจะบอกความจริงกับข้าด้วยตัวเอง”
อวี่เหวินชูรู้สึกว่ามันน่าขันยิ่งนัก เขาจึงคลี่ยิ้มเยาะเย้ย
เซียวหลีมองอวี่เหวินชูด้วยสายตาโกรธเคือง
“เจ้ายิ้มอย่างนั้นหมายความว่าอย่างไร?”
เซียวหลีถามอย่างเหลืออด
“ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ แล้วเราจะไปที่ไหนกันดีล่ะ? ไปจุดชมทิวทัศน์ของหมู่บ้านเซียวดีหรือไม่ ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะชอบที่นั่นไม่น้อย อีกอย่างข้าอยากดูผลงานของเจ้าแทบทนไม่ไหวแล้ว”
เซียวหลียิ้มมุมปาก “อืม”
วันนี้นางมีธุระที่ต้องทำมากมาย จึงไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะเดินเล่นรอบหมู่บ้านและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ กับอวี่เหวินชู
เมื่อเดินออกจากเรือนตระกูลเซียว หงซ่านจึงต้องดูแลความปลอดภัยของเซียวหลีอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าหญิงสาวในดวงในของเจ้านายจะไม่ถูกชายผู้นี้ลักพาตัว
แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่หรงสวินจะบอกเรื่องนี้กับ เซียวหลี
“เหตุใดแม่นางคนนี้ถึงคุ้นตานัก?”
อวี่เหวินชูโบกพัดในมือขณะจ้องมองหงซ่าน
หงซ่านเหลือบมองอวี่เหวินชูเช่นกัน แม้นางไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว แต่เคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับอวี่เหวินชูมามาก
ยิ่งไปกว่านั้นผู้ชายมีรูปลักษณ์เจ้าเล่ห์อย่างมาก ทั้งยังหลงรักหญิงสาวของเจ้านายอีกด้วย หงซ่านจึงไม่แสดงท่าทีเคารพเขาเท่าที่ควร
“คนของหรงสวินน่ะ”
เซียวหลีตอบ
อวี่เหวินชูพยักหน้าเขารู้สึกว่าหงซ่านไม่ใช่สาวรับใช้ธรรมดาแน่นอน ดูเหมือนว่านางจะมีฝีมือไม่น้อย หรงสวินคงเป็นห่วงเซียวหลีมากสินะ เขาถึงได้ส่งสาวรับใช้มาคุ้มกันนาง
อวี่เหวินชูชื่นชมความรักลึกซึ้งของอีกฝ่าย ทว่าความรักครั้งนี้จะไม่เป็นดั่งใจหวัง…
ท้ายที่สุดตัวตนที่แท้จริงของหรงสวินจะต้องถูกเปิดเผยอยู่วันยังค่ำ ในอดีตหากมีจักรพรรดิองค์ใดแต่งงานกับหญิงม่ายมักจะมีจุดจบน่าเศร้า ในเมื่อเป็นเช่นนี้ องค์จักรพรรดิและฮุ่ยเฟยจะยอมให้หรงสวินแต่งงานกับเซียวหลีหรือ?
ทว่าเขาแตกต่างออกไป ปู่ของเขาเป็นเพียงอ๋องปลายแถว นอกจากนี้ยังมีธุรกิจทั้งในอาณาจักรและต่างแดน แทบไม่มีผู้ใดบนโลกนี้สามารถบังคับเขาได้