ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา - บทที่ 230 ข้าเป็นกำลังใจให้ท่าน!
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา
- บทที่ 230 ข้าเป็นกำลังใจให้ท่าน!
บทที่ 230
ข้าเป็นกำลังใจให้ท่าน!
“กระดาษเป็นของไม่คงทน มันขาดได้อยู่แล้ว”
เซียวหลีเห็นว่าพื้นผิวกระดาษนี้ไม่ได้ต่างกับกระดาษที่เผาไปให้ผู้ล่วงลับนัก
เมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนกำลังจะทำนางก็อดจะตื่นเต้นไม่ได้
“ท่านแม่ ท่านอาอวี่เหวิน มันก็ยังใช้ได้อยู่”
เซียวเป่าเอ๋อวางกระดาษและพู่กันลงบนโต๊ะ ก่อนเริ่มลงมือฝนหมึก
“นายน้อย ให้โย่วหลิงช่วยเถิด”
นางไม่ทันได้เอื้อมมือไปถึงโต๊ะ เด็กชายกลับเอ่ยขึ้น “เรื่องเล็กน้อยพวกนี้ เป่าเอ๋อทำเองได้”
นี่เป็นเรื่องที่ข้องเกี่ยวกับความมั่งคั่งในภายภาคหน้าของครอบครัวเขา เขาย่อมจะให้คนอื่นทำได้อย่างไร?
ถึงอย่างไรแม่ของเขาก็มีภาระมากมายอยู่แล้ว นางต้องหาเลี้ยงหลายคนในตระกูลเซียว
อย่างที่เซียวเหวินไฉพูดก่อนหน้านี้ ยิ่งมีความสามารถยิ่งต้องแบกรับความรับผิดชอบสูง
อวี่เหวินชูไม่ได้พูดล้อเล่น เขาหยิบพู่กันขึ้นเขียนบนกระดาษ
“รายได้จากอาหารทุกชนิดของภัตตาคารฉู่ฉู่หลิวเซียงที่ทำจากถั่วเหลืองเมื่อหักต้นทุนออกแล้วจะถูกแบ่งให้เซียวหลีแห่งหมู่บ้านตระกูลเซียวครึ่งหนึ่ง ลงนามโดยอวี่เหวินชู”
เซียวเป่าเอ๋อเบิกตากว้าง “อาหารทุกชนิดที่ทำจาก ถั่วเหลืองเลยหรือ?”
อวี่เหวินชูวางพู่กันและยกนิ้วแตะริมฝีปาก “แน่นอน ไม่อย่างนั้นจะได้ความไว้วางใจจากอาหลีและเป่าเอ๋อได้อย่างไร?”
ความไว้วางใจวัดด้วยเงินได้ด้วยหรือ?
อวี่เหวินชูประทับรอยนิ้วมือด้วยหมึกแดงสดบริเวณด้านซ้ายของชื่อตนเอง
“ท่านอาอวี่เหวิน เป่าเอ๋อรักท่านที่สุดเลย”
เซียวเป่าเอ๋อรับกระดาษมาก่อนโผเข้าอ้อมแขนของ อวี่เหวินชู
เขานึกซาบซึ้งใจ ทั้งหมดเหมือนฝันที่เขาไม่ต้องการตื่นขึ้นมา
“เป่าเอ๋อ ฝนหมึกสิ”
เซียวหลีบอกก่อนหยิบกระดาษขึ้นมาเขียน
ในเมื่ออวี่เหวินชูมีน้ำใจถึงเพียงนี้ นางเองก็ต้องตอบแทนอย่างเป็นธรรม
อวี่เหวินชูวางเด็กชายลง “ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
เซียวเป่าเอ๋อสาวเท้ามายืนข้าง ๆ พร้อมยิ้มกว้าง พลางมองมารดาและอวี่เหวินชูเขียนบางอย่างร่วมกัน
ภาพนี้ทำให้เขาคิดว่านางกับนายน้อยผู้นี้เหมาะสมกันไม่น้อย
เซียวเป่าเอ๋อลอบคิดกับตนเอง ท่านอาหรง ท่านคงต้องเร่งทำคะแนนหน่อยแล้ว ท่านอาอวี่เหวินดีกับแม่ของเขาเพียงนี้ หากถูกปาดหน้าไปคงแย่แน่
“ทั้งหมดนี้คือวิธีทั้งหมดที่จะนำถั่วเหลืองมาทำอาหารได้!”
อวี่เหวินชูดวงตาเป็นประกาย “กินถั่วงอกได้ด้วยหรือ?”
เซียวหลีพยักหน้า “เที่ยงนี้ข้าจะให้คนครัวทำให้ท่านกิน หากต้องการให้ข้าทดสอบพิษก่อนก็ไม่มีปัญหา”
อวี่เหวินชูยกมือขึ้นปฏิเสธ “ไม่เลย ข้าเชื่อเจ้า”
ด้วยเหตุนี้นางจึงเขียนวิธีแปรรูปถั่วเหลืองเป็นเต้าหู้นานาชนิด ทั้งฟองเต้าหู้ เต้าหู้แข็ง และเต้าหู้ผัก เอาไว้ให้อย่างละเอียด
“พระเจ้าช่วย อาหลี เจ้าช่างรอบรู้นัก มันเกินกว่าที่คาดคิดเอาไว้มาก!”
เซียวหลีให้สูตรอาหารที่นึกออกไปอีกหลายอย่าง เช่น ผัดเต้าหู้ ต้มจืดเต้าหู้ และหม้อไฟเต้าหู้…
ไม่ทันได้รอทานในตอนเที่ยง เซียวเป่าเอ๋อก็เริ่มฝันถึง ในขณะที่อวี่เหวินชูฟังไปก็น้ำลายสอไป
พวกเขาพูดคุยกันตั้งแต่สารพัดวิธีปรุงเต้าหู้ไปถึงเนื้อหมู น้ำแกง และเนื้อย่าง…
หลายอย่างเหนือการคาดหมายของอวี่เหวินชู แต่ถึงกระนั้นเขาก็รู้ว่าใช่ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้
“อาหลี เจ้าน่าทึ่งมากที่คิดอาหารพวกนี้ออกมาได้ โดยเฉพาะไก่ทอด เบอร์เกอร์ และเนื้อย่างที่เจ้าบอก ข้าว่าเราสามารถร่วมมือกันในเรื่องนี้ได้”
เซียวหลีเองก็ชอบทานไก่ทอดและเบอร์เกอร์เช่นกัน
เดี๋ยวสิ เซียวหลีวาดฝันไว้ว่าทุกคนจะมีอยู่มีกินกันเพียงพอจึงผลิตน้ำมันและเกลือขึ้นต่างหาก…
นางถึงได้ต้องการปลูกข้าวและสอนชาวนาให้เก่งขึ้น ปลูกสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ฝึกสอนคนเลี้ยงหมู ต่อไปจะได้มีเนื้อหมูให้กินกันมากขึ้น
ถือเป็นความคิดที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อย!
เมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งล่อใจ นางได้แต่ก้มหน้าถอนหายใจอย่างรู้สึกผิด
“อาหลี ในเมื่อเจ้าเขียนวิธีการแปรรูป การนำไปปรุงขาย รวมถึงแรงงานและอุปกรณ์ที่ต้องใช้มาแล้ว ข้าจะไปเตรียมการเอง เจ้าสนใจจะแบ่งกำไรครึ่งหนึ่งหรือไม่?”
เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เซียวหลีผลิตอาหารดี ๆ และตนจะได้กินอาหารอร่อย อวี่เหวินชูจึงเสนอข้อตกลงให้นาง
“ท่านแม่ เยี่ยมเลย!”
เซียวเป่าเอ๋อซึ่งดูไร้ชีวิตชีวากลับกลายเป็นเริงร่าเมื่อได้ยินเช่นนั้น
เซียวหลีมองหน้าอวี่เหวินชู “นายน้อยอวี่เหวิน ท่านมาที่นี่เพื่อช่วยคนหรือ?”
เขายักไหล่ “หากเจ้าตกลงจะถือว่าอย่างนั้นก็ได้”
“ท่านแม่…”
เซียวหลีสบตาลูกชาย “เจ้าเด็กคนนี้ ผู้ใหญ่กำลังคุยกัน เด็กไม่ควรพูดแทรกตามใจชอบ มันไม่สุภาพ”
เด็กชายซบหน้าเข้ากับมือนางพลางช้อนตามองอย่างเว้าวอน ด้วยกลัวว่าแม่ของตนเองจะปฏิเสธ
เขาเป็นกังวลมาก!
เหตุใดเขาถึงได้เครียดอย่างกับเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้กัน?
หากแต่เขาไม่อาจขัดขืนคำของมารดาได้
อวี่เหวินชูหยิบพู่กันขึ้นเขียนสัญญาอีกสองฉบับซึ่งดูเป็นทางการขึ้นมาก ความว่าทั้งสองฝ่ายได้แก่ ฝ่าย ก. และฝ่าย ข.ร่วมมือกันทำร้านอาหาร ฝ่าย ก. คอยดำเนินธุรกิจทุกอย่าง ส่วนฝ่าย ข. มอบวิธีการปรุงอาหาร ความขัดแย้งและขาดทุนไม่เกี่ยวข้องกับฝ่าย ข. ขณะที่ผลกำไรจะถูกแบ่งเป็นครึ่งต่อครึ่ง
ฝ่าย ก. คืออวี่เหวินชู ซึ่งได้ลงนามและประทับลายนิ้วมือรับรองไว้
อวี่เหวินชูยื่นกระดาษให้เซียวหลี “เจ้าไม่ต้องการกินอาหารอร่อย ๆ หรือ?”
ทั้งเบอร์เกอร์และไก่ทอดล้วนเป็นอาหารขยะ แต่ก็ทำให้นางนึกถึงเป็นบางครั้ง
ความร่ำรวยช่างทำให้คนเคยตัว!
เซียวหลีลงชื่อและคว้ามือของอวี่เหวินชูมากัดอย่างแรงจนร้องลั่น ก่อนใช้เลือดของเขาประทับรอยนิ้วมือ
“ดีมาก”
ระหว่างนี้แม้เขาไม่อาจเอาชนะใจเซียวหลีได้ แต่อย่างน้อยเรื่องเหล่านี้ก็ยังพอบรรเทาความเศร้าในใจของเขาได้บ้าง
เซียวเป่าเอ๋อยื่นเอกสารให้นาง “ท่านแม่ ท่านเก็บเอาไว้คู่กัน”
เซียวหลีมองหน้าลูกชายซึ่งรู้ความดีแล้ว ถึงได้ยื่นสัญญามาให้นางเก็บเอาไว้แทนที่จะเอาไปพับเครื่องบินกระดาษและของเล่นหรือโยนทิ้งไป
เซียวหลีนึกไม่ถึงว่าตนเองจะโชคดีถึงขนาดที่เขาเสนอเงินส่วนแบ่งให้นาง…
นางนึกยินดีในใจ ทว่าไม่ได้แสดงท่าทีออกมา
“วันนี้ข้าจะทำอาหารให้ท่านเป็นการฉลองแล้วกัน”
โอกาสดีอย่างนี้ไม่ฉลองคงน่าเสียดาย
เซียวหลีให้คนมายกมื้อเช้าออกไป ก่อนตนเองจะเข้าครัวทำอาหาร
หลังเซียวหลีเดินออกไป ข้ารับใช้ทั้งหมดออกไปหลังจากเก็บกวาดเช็ดถูเสร็จ เหลือเพียงอวี่เหวินชูกับเซียวเป่าเอ๋อที่มองหน้ากัน ยิ่งสบตาก็ยิ่งไม่ละสายตา
“ท่านอาอวี่เหวิน? ท่านยังไม่ถอดใจกับท่านแม่ของข้าอีกหรือ?”
“นี่ เจ้าซาลาเปาน้อยไส้เนื้อ เจ้าจะตาไวไปแล้วนะ!”
อวี่เหวินชูหัวเราะร่า ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าสตรีจะหลงใหลกับภาพตรงหน้าขนาดไหน แม้แต่เซียวเป่าเอ๋อยังคิดว่าหากในอนาคตเขารูปงามได้เช่นนี้จะดีเพียงไหน?
หญิงสาวต่างก็นิยมชมชอบแบบนี้กันไม่ใช่หรือ?
“ท่านอาอวี่เหวิน ข้าเป็นกำลังใจให้ท่านนะ”
เซียวเป่าเอ๋อยิ้มบาง
“เช่นนั้นหมายถึงเจ้ายอมรับข้าเป็นพ่อเลี้ยงหรือ?”
อวี่เหวินชูถามไปตามตรง
คำถามนี้ทำเอาเด็กชายลำบากใจ มันน่าจะเป็นเรื่องที่ละไว้ในฐานที่เข้าใจมากกว่า เขาทำข้อตกลงกับท่านอาหรงไว้แล้ว ถึงอย่างไรมารดาของเขากับท่านอาหรงก็ใกล้ชิดกันมากกว่า
ยิ่งไปกว่านั้นท่านอาหรงยังมีทรัพย์สมบัติเงินทองมากมาย หากแม่ของเขาได้แต่งงานด้วยคงไม่ลำบาก
หากแต่ทรัพย์สมบัติของท่านอาอวี่เหวินก็ไม่ใช่ย่อยเช่นกัน
อีกทั้งยังทำข้อตกลงทางธุรกิจร่วมกันเอาไว้อีกต่างหาก